ขนมแป้งทอด! ขนมแป้งทอด!

“ท่านลูกค้า ท่านต้องการพักดื่มน้ำชา หรือจะเข้าพักแรมดี?”



“เอ่อ...ข้ามาหางานทำ”



“หางานทำหรือ?”



“อ้อ ข้ามาหางานทำพอให้มีรายได้พอยาไส้”



“อืม...ที่นี่คนเต็มแล้ว ท่านไปลองหาที่อื่นดูเถอะ”



“ท่านลูกค้า เชิญนั่ง เชิญนั่ง! ท่านต้องการอะไรหรือ?”



“ข้ามาหางานทำ”



“บังเอิญจริง ข้ายังขาดเสี่ยวเอ้อร์อีกคน”



“จริงหรือ ดีจริงๆ งั้นขอถามหน่อย เงินเดือนเท่าไหร่?”



“มีข้าวให้อิ่ม มีที่ให้นอน”



“ไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วหรือ?”



“แน่นอน ท่านยังต้องการอะไรอีก?”



ที่ท่าเรือ



“พี่ชาย ที่นี่ต้องการคนงานหรือไม่?”



“หึ ต้องอยู่แล้ว แต่ดูท่าทางเจ้าตัวเล็กตัวน้อยเช่นนี้ จะไหวหรือเปล่า?”



“แน่นอน ร่างกายข้าแข็งแรงนัก”



“ถ้าอย่างนั้น เอานี่ไป ไปต่อแถวข้างหลังโน่น”



“ดีเลย!”



“เร็วเข้าๆ เจ้าขี้คร้าน! หรือเจ้ายังไม่ได้กินข้าวมา!”



เพียะ เพียะ! ตุบ ตุบ ตุบ!



“โอ๊ย! โอ๊ย!”



“ขอโทษจริงๆ ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่บ้าน วันพรุ่งค่อยกลับมาใหม่”



……



“เฮ้อ คิดไม่ถึงเลยว่าในยุคต้าซ่งนี้ การหางานจะยากเย็นเสียยิ่งกว่าในยุคของข้า ไหนจะพวกนายจ้างแต่ละคน โอ้โห นี่มันนายทุนโหดชัดๆ สั่งงานจนตายก็ไม่มีแม้แต่ค่าจ้าง มีเพียงที่กินที่นอน ใครมันจะไปรอดกัน!”



หลี่ฉีบ่นกระปอดกระแปด พลางยืนริมแม่น้ำ ถอนหายใจให้กับเงาสะท้อนบนผิวน้ำ



อีกไม่เกินเดือนหนึ่ง ร้านจุ้ยเซียนจวี้ก็คงจะต้องเปลี่ยนมือ หากเขาไม่รีบหางานทำให้ได้ก่อนเวลานั้น มีหวังต้องไปนอนข้างถนนแน่



แต่หลังจากเดินหางานทั้งเช้าก็ยังหาสิ่งใดที่ดูเหมาะสมไม่ได้แม้แต่งานเดียว ความร้อนรนในใจยิ่งเพิ่มพูนขึ้น



“ขนมแป้งทอด! ขนมแป้งทอด!”



ขนมแป้งทอด? หวูต้าหล่างหรือ?



หลี่ฉีตาวาว รีบหันมองไปด้านหลัง ทว่าแทนที่จะพบร่างเล็กๆ ของหวูต้าหล่างตามเรื่องเล่า กลับเห็นเพียงชายชราคนหนึ่ง หนวดเคราขาวโพลน ท่าทางแก่ชรานัก ชายชราคนนั้นสวมเสื้อผ้าผ้าฝ้ายเก่าๆ แบกไม้คานบรรทุกตะกร้าสองใบไว้ที่ไหล่ เดินเรียกลูกค้าไปพลางเดินตรงมายังที่ที่หลี่ฉียืนอยู่



หลี่ฉีมองด้วยความผิดหวัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่



แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจหวูต้าหล่างอะไรหรอก แต่เขาอยากรู้จักภรรยาผู้เลอโฉมของอีกฝ่ายมากกว่า—พานจินเหลียน



แต่ว่าหวูต้าหล่างเป็นคนอำเภอชิงเหอ แล้วจะมาโผล่ในที่แห่งนี้ได้อย่างไร แถมเขายังเป็นตัวละครในนิยาย 《108 วีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซาน》 ตัวจริงมีหรือไม่ยังต้องพิสูจน์ ไหนจะเรื่องผิดพลาดที่เล่าขานกันทั่วไปว่าอีกฝ่ายขายขนมแป้งทอด ทั้งที่แท้จริงขาย “ชุยปิ่ง” หรือขนมแป้งนึ่งต่างหาก



ครั้นไม่ได้เจอหวูต้าหล่าง หลี่ฉีจึงถูกกระเพาะร้องประท้วงแทน ทั้งวิ่งหางานตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรสักอย่าง ชายชราหาบขนมเดินเข้ามาพอดีจึงรีบเอ่ยปากทันที



“ท่านลุง ขนมแป้งทอดนี้ราคาเท่าไหร่?”



ชายชราแย้มยิ้มด้วยความอารี “หนึ่งอีแว่น”



ราคาถูกดี หลี่ฉีพยักหน้าด้วยความพอใจ “งั้นขอหนึ่งชิ้น”



ชายชราดูจะดีใจไม่น้อย รีบวางคานลง ดึงฝาตะกร้าออกมา ตะกร้าด้านในมีกระบุงไม้ไผ่ปูด้วยผ้าขาวอีกชั้น เมื่อยกผ้าขึ้นมองก็พบขนมแป้งทอดเรียงรายอยู่เต็มกระบุง



ขนมแป้งทอดเหล่านั้นรูปร่างกลม ขนาดใหญ่พอๆ กับฝ่ามือผู้ใหญ่ ดูแน่นขลับ แต่สีสันกลับไม่ชวนให้น่ากินนัก คล้ายจะไหม้เล็กน้อย



ชายชราเลือกขนมชิ้นหนึ่งมาห่อด้วยกระดาษสีเหลือง ยื่นให้หลี่ฉี



“ขอบคุณ”



หลี่ฉีรับขนมมาถือไว้ จากนั้นล้วงเงินจากในอกเสื้อส่งให้ชายชราหนึ่งอีแว่น



หลี่ฉีกินขนมมาหลายแบบหลายอย่าง แต่ยังไม่เคยลองขนมแป้งทอดในยุคต้าซ่งมาก่อน เขาจึงตื่นเต้นไม่น้อย ไหนจะความหิวโหยที่ทำให้เขาแทบจะลืมตัว รีบกัดขนมคำโตทันที



อั่ก! ช่างกินยากเย็นอะไรอย่างนี้! ของพรรค์นี้คนกินได้ด้วยหรือ!



ขนมแป้งทอดในปากแข็งกระด้างจนหลี่ฉีรู้สึกเหมือนเคี้ยวเม็ดกรวด เขาสำลักแทบแย่ รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากชายชราที่หาบขนมแป้งทอดมา



“แค่กๆ ท่านลุง! มีน้ำให้ดื่มไหม?”



ชายชราเกาหัวเก้อๆ แล้วตอบด้วยสีหน้าเจื่อนๆ “ขอโทษจริงๆ น้ำที่ข้าพกมาหมดไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”



ให้ตายเถอะ!



หลี่ฉีสูดลมหายใจลึก กลั้นใจไว้ก่อนพ่นลมหายใจออกมา ทำอย่างนี้อยู่หลายครั้ง กว่าจะตั้งตัวกลับมาได้ เขามองขนมในมือด้วยสีหน้าหม่นหมองจนแทบจะร้องไห้ แต่ด้วยความหิวที่กัดกินจนแทบทนไม่ไหว เขาเลยจำใจเปลี่ยนมากัดคำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ อย่างทุลักทุเล



“เฮ้อ...” หลี่ฉีถอนหายใจในใจพลางคิด ขนมไม่น่ากินแบบนี้ยังมีคนซื้ออีกหรือเนี่ย?



กินไปก็ครุ่นคิดไปด้วยความสงสัย จึงลองถามชายชราขายขนม “ท่านลุง ช่วงนี้ขายดีหรือไม่?”



ชายชราวางคานลงนั่งพัก เช็ดเหงื่อแล้วตอบเสียงอ่อน “ช่วงหน้าหนาวยังพอขายได้อยู่หรอก แต่ตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา ขายไม่ค่อยดีเลย น้องชายเอ๋ย เจ้าคือลูกค้าคนที่สองของข้าในวันนี้เท่านั้น”



แสดงว่าข้าไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทรมานสินะ



หลี่ฉีรู้สึกปลอบใจตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย ถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วท่านลุงพอหาเงินได้บ้างหรือเปล่า?”



ชายชรายิ้มแห้งๆ “ก็พอได้บ้างนิดหน่อย พอประทังชีวิตไปวันๆ”



เหลือเชื่อ!



หลี่ฉีแทบไม่อยากเชื่อ ว่าขนมที่ไม่น่ากินเช่นนี้ยังพอทำเงินได้ ขืนเอาไปขายที่เมืองปักกิ่งยุคของเขา มีหวังขาดทุนไม่เหลือแม้แต่ทุน



จริงๆ แล้วขนมแป้งทอดนี้ไม่ใช่ของที่กินไม่ได้ เพียงแต่สำหรับหลี่ฉีที่เคยชินกับอาหารรสชาติหลากหลายตั้งแต่เบอร์เกอร์ พิซซ่า ไปจนถึงของหวานฟิวชันสารพัดแบบ ทำให้เขารู้สึกว่าขนมแป้งทอดจืดชืดและน่าเบื่อ



แต่เมื่อมองชายชราผู้ขายด้วยท่าทางซื่อสัตย์ น่าสงสาร อีกทั้งยังแบกขนมมาขายทั้งๆ ที่แก่เฒ่าถึงเพียงนี้ หลี่ฉีรู้สึกเห็นใจ จึงคิดอยากช่วยเขาสักหน่อย



“ท่านลุง ท่านอยากมีรายได้มากกว่านี้หรือไม่?”



ชายชราตาวาว รีบพยักหน้า “เอาแน่ละสิ น้องชาย! หรือเจ้าจะเหมาขนมไปเพิ่มอีก?”



เหมาหรือ? หยุดเถอะ อยากให้ข้าตายเสียตอนนี้เลยไหม!



หลี่ฉีส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก ต่อให้ข้าซื้ออีกสักกี่ชิ้นก็ช่วยท่านได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าว หากอยากขายดิบขายดี ท่านต้องปรับปรุงขนมให้ดีขึ้น”



“ปรับปรุง?” ชายชราเลิกคิ้ว มองหลี่ฉีด้วยความสงสัย



“ถูกต้อง” หลี่ฉีพยักหน้า ยิ้มพลางพูด “ข้าขอลองเดานะ ท่านใช้น้ำเย็นนวดแป้ง ก่อนจะใช้ตะเกียบคน จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนแล้วใส่เข้าเตาอบเลย ใช่หรือไม่?”



ชายชราตาโต อุทานเสียงดัง “หนูเอ๋ย เจ้าเป็นลูกหลานร้านขายขนมหรืออย่างไร ถึงรู้แม่นขนาดนี้!”



ถ้าข้าขายขนม เจ้ายังจะมีที่ยืนอีกหรือ?



หลี่ฉีถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อ “บอกมาเถิด ใช่หรือไม่?”



“ใช่ ใช่ ใช่! น้องชายเจ้ารู้ดีจริงๆ ข้านี่ทำเช่นนั้นไม่มีผิดเลย”



“นั่นไง” หลี่ฉีพยักหน้าอย่างผู้ชนะ อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “วิธีการแบบนี้ทำให้ขนมออกมาทั้งแข็งทั้งเหนียว ใครกินเข้าไปครั้งเดียวมีหรือจะกลับมาซื้ออีก การขายของกินต้องให้รสชาติเป็นตัวดึงดูดลูกค้าให้กลับมาเสมอ เข้าใจหรือไม่?”



ชายชราพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ “แล้วทีนี้ น้องชายว่า ข้าควรทำอย่างไรดี?”



“ง่ายมาก” หลี่ฉีเริ่มอธิบายด้วยสีหน้าเปี่ยมความมั่นใจ “ก่อนอื่นเลย ท่านต้องใช้น้ำอุ่นนวดแป้ง ไม่ใช่น้ำเย็น และในระหว่างคนแป้ง ท่านต้องค่อยๆ เติมน้ำลงไปทีละน้อย จนแป้งเนียนนุ่ม จากนั้นให้หมักแป้งไว้ในที่อุ่นสักหนึ่งชั่วยาม ก่อนนำไปอบ”



ชายชราพยักหน้าไปพลางทวนคำซ้ำ “น้ำอุ่นนวดแป้ง ค่อยๆ เติมน้ำ หมักแป้งไว้ในที่อุ่นหนึ่งชั่วยาม”



โอ้โห! ความจำยังดีเยี่ยมอีกนะนี่



หลี่ฉีอมยิ้มก่อนจะเสริม “แต่นั่นเป็นเพียงพื้นฐาน หากอยากให้ขนมขายดีจริงๆ ท่านต้องทำขนมให้มีเอกลักษณ์...”














ตอนก่อน

จบบทที่ ขนมแป้งทอด! ขนมแป้งทอด!

ตอนถัดไป