น้ำเหม็น

"คำนี้แหละที่ข้ารอ"

หลี่ฉีอดกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ก่อนกล่าวอย่างจริงจังว่า "แค่วาจาอย่างเดียวไม่พอ เช่นนี้แล้ว ข้าจะลองทดสอบความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับอาชีพพ่อครัวของเจ้าดู"


หลี่ฉียิ่งพูดเช่นนี้ อู๋เสี่ยวหลิวยิ่งรู้สึกว่าคำพูดนั้นไม่ได้กล่าวออกมาเพียงเพื่อปัดตนเองไป จึงตอบอย่างยินดีว่า "ได้เลย ท่านถามมาเถอะ"


หลี่ฉีแสร้งทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "ว่าแต่ เจ้าเขียนหนังสือได้หรือไม่?"


อู๋เสี่ยวหลิวพยักหน้าตอบว่า "เมื่อก่อนเคยเรียนกับลุงอยู่หลายปี เขียนได้นิดหน่อย"


หลี่ฉีพยักหน้ากล่าวว่า "ดี เช่นนี้แล้ว ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน ออกไปสำรวจตามโรงเตี๊ยมในเมืองเปี้ยนเหลียง เก็บรวบรวมข้อมูลเมนูอาหารที่ชาวเมืองชื่นชอบมาให้ข้า จำไว้ว่ายิ่งละเอียดยิ่งดี"


"คือ...แค่นี้?"


อู๋เสี่ยวหลิวเบิกตากว้าง เขานึกว่าหลี่ฉีจะถามคำถามเกี่ยวกับการทำอาหาร แต่ไม่คาดคิดว่าจะให้ไปทำธุระแทน ในใจทั้งสงสัยและอึดอัด


หลี่ฉีปรายตามองอีกฝ่ายก่อนกล่าวว่า "เหตุใด เจ้าเห็นว่านี่ง่ายหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเข้าใจรสนิยมของลูกค้าเป็นบทเรียนสำคัญที่พ่อครัวต้องมี หรือเจ้าเรียนทำอาหารเพื่อทำกินเอง?"


เมื่ออู๋เสี่ยวหลิวได้ฟังก็เห็นว่าหลี่ฉีพูดถูกต้องอย่างยิ่ง เขารีบพยักหน้าตอบว่า "ข้าเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะไป"


"อืม!"


หลี่ฉีพอใจกับท่าทีของอู๋เสี่ยวหลิวเป็นอย่างมาก เขาพยักหน้าเบา ๆ แต่จู่ ๆ ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามว่า "ว่าแต่ เสี่ยวหลิว กุญแจห้องครัวอยู่กับเจ้าหรือเปล่า?"


"ใช่ขอรับ ท่านพี่หลี่ ท่านต้องการใช้ห้องครัวหรือ?"


"อืม ข้าอยากขอยืมใช้สักสองสามวัน"


"ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เวลานี้ก็ไม่มีใครใช้ห้องครัวอยู่พอดี ท่านรอสักครู่ ข้าจะไปหยิบมาให้เดี๋ยวนี้" อู๋เสี่ยวหลิวที่กำลังคิดหาวิธีประจบท่านพี่หลี่ ได้ทีก็รีบรุดไปหยิบกุญแจทองแดงจากตู้เสื้อผ้ามาส่งให้ทันที


หลี่ฉีรับกุญแจมาแล้วโยนขึ้นเล่นเบา ๆ พลางดวงตาทอประกายวิบวับ แผนการช่วงชิงร้านจุ้ยเซียนจวีที่สมบูรณ์แบบแทบทุกกระเบียดนิ้ว ได้บังเกิดขึ้นในใจของเขาแล้ว



ความจริงแล้วสิ่งที่หลี่ฉีให้คำสั่งอู๋เสี่ยวหลิวทำ ก็คือสิ่งที่เรียกว่า "การสำรวจตลาด" นั่นเอง เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้ชื่อเสียงของร้านนี้โด่งดังในเมืองเปี้ยนเหลียงเช่นนี้ การสำรวจตลาดย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ว่าเขาจะเคยเป็นพ่อครัวมากฝีมือมาก่อน แต่กาลเวลาที่เปลี่ยนไป ย่อมทำให้รสนิยมของผู้คนเปลี่ยนแปลงตาม ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจรสนิยมในยุคปัจจุบันอีกครั้ง


กลยุทธ์นี้ดูเหมือนง่าย แต่สำหรับหลี่ฉีแล้ว มันสำคัญยิ่งนักจนไม่อาจให้มีความผิดพลาดใด ๆ เดิมทีเขาตั้งใจจะไปทำเอง แต่เนื่องด้วยเวลาจำกัดและกำลังคนไม่เพียงพอ เขาจึงได้มอบหมายให้อู๋เสี่ยวหลิวเป็นผู้ดำเนินการ


เช้าวันรุ่งขึ้น อู๋เสี่ยวหลิวลุกขึ้นจากเตียงตั้งแต่เช้าตรู่ เขาทักทายหลี่ฉีเบา ๆ แล้วรีบเร่งออกไปทันที นี่เป็นภารกิจแรกที่หลี่ฉีมอบหมายให้เขา เขาจึงไม่กล้าอิดออด


หลี่ฉีเองก็ไม่ได้อยู่ว่าง อู๋เสี่ยวหลิวเพิ่งออกไปได้ไม่นานนัก เขาก็พกเงินติดตัวแล้วออกจากบ้านตามไปเช่นกัน


ในแผ่นดินเป่ยซ่ง มีร้านอาหารใหญ่เล็กมากกว่าหกสิบเจ็ดสิบแห่ง หากจะไปสำรวจแต่ละร้านให้ครบ ก็คงต้องใช้เวลาสักสิบวันเป็นอย่างน้อย ซึ่งเสียเวลามากเกินไป ดังนั้นหลี่ฉีจึงให้อู๋เสี่ยวหลิวมุ่งไปสำรวจเฉพาะร้านที่มีผู้คนคับคั่งมากเป็นพิเศษ


ถึงกระนั้น มันก็ยังทำเอาอู๋เสี่ยวหลิวเหนื่อยแทบขาดใจ กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลายามเย็นเสียแล้ว


ตึก ตึก ตึก!


"ท่านพี่หลี่! ท่านพี่หลี่...เอ๊ะ? ไม่อยู่ในห้องรึ" อู๋เสี่ยวหลิวเคาะประตูหน้าห้องของหลี่ฉีอยู่นาน แต่ไม่เห็นมีเสียงตอบรับ จึงเกาศีรษะพลางพูดกับตัวเองว่า "หรือยังไม่กลับมา? ไม่น่าใช่สิ เวลานี้ก็เย็นมากแล้ว น่าจะกลับมาแล้วนี่นา หรือว่าจะ...อยู่ในครัว?"


อู๋เสี่ยวหลิวนึกขึ้นได้ว่าหลี่ฉีบอกไว้เมื่อวานว่าจะขอยืมห้องครัวสักสองสามวัน จึงรีบเร่งวิ่งไปทางห้องครัว


จริงดังว่า เขาเห็นหลี่ฉียืนอยู่ในครัวคนเดียว มือข้างหนึ่งถือผ้าเช็ด กำลังตั้งอกตั้งใจขัดถูไหขนาดใหญ่สี่ใบที่สามารถใส่ร่างคนโตเต็มวัยได้


"เสี่ยวหลิว กลับมาแล้วหรือ?" หลี่ฉีเห็นอู๋เสี่ยวหลิวเดินเข้ามา จึงวางมือจากงานและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม


อู๋เสี่ยวหลิวพยักหน้าและชี้ไปที่ไหใบใหญ่ทั้งสี่ด้วยความสงสัย "ท่านพี่หลี่ นี่ท่านหาไหพวกนี้มาหรือ?"


"ใช่แล้ว!"


หลี่ฉีพยักหน้า แล้วถามว่า "วันนี้เจ้าสำเร็จงานไปได้แค่ไหน?"


"อ้อ จริงด้วย"


อู๋เสี่ยวหลิวอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้และรีบดึงแผ่นกระดาษซวนจากอกเสื้อออกมายื่นให้หลี่ฉี "ท่านพี่หลี่ ดูนี่สิ นี่เป็นข้อมูลที่ข้าเก็บมาวันนี้ ในนี้เขียนไว้หมดว่าชาวบ้านในเปี้ยนจิงนิยมกินอาหารและขนมอะไรบ้าง"


หลี่ฉีรับกระดาษมาแล้วพลิกดู พบว่าจานอาหารที่นิยมส่วนใหญ่เป็นเมนูเนื้อแพะและเนื้อวัว ตามมาด้วยปลา ส่วนเนื้อหมูมีอยู่น้อยมาก รสชาติที่ผู้คนนิยมออกไปทางเค็มหวาน มีเผ็ดอยู่ไม่มาก


หลี่ฉีพลิกดูคร่าว ๆ อย่างพึงพอใจก่อนพยักหน้า ก่อนจะชมเชยอู๋เสี่ยวหลิวว่า "เจ้าทำได้ดีมาก ข้อมูลพวกนี้มีประโยชน์กับเรามาก แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าหาข้อมูลพวกนี้มาได้อย่างไร?"

อู๋เสี่ยวหลิวหัวเราะพลางพูดว่า "ท่านพี่หลี่ ท่านยังจำเงินสองเหลียงที่ท่านให้ข้าเมื่อเช้านี้ได้หรือไม่?"


"จำได้สิ มีอะไรหรือ?" หลี่ฉีพยักหน้า เงินสองเหลียงนี้เป็นค่าแรงที่เขาให้ไว้แก่อู๋เสี่ยวหลิวสำหรับไปเก็บข้อมูล จากนั้นหลี่ฉีก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ พลันยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "ข้ารู้แล้ว เจ้าเอาเงินพวกนี้ไปติดสินบนพวกพนักงานในร้านอาหาร เพื่อคุ้ยเอาข้อมูลพวกนี้จากปากพวกเขามาสินะ"


อู๋เสี่ยวหลิวหัวเราะแห้ง ๆ "ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะหลุดรอดจากสายตาท่านพี่เลย"


เจ้าเด็กคนนี้ทำงานได้คล่องแคล่วไม่เลว หลี่ฉีหัวเราะเบา ๆ "แล้วเงินที่ข้าให้เจ้าหมดไปหรือยัง?"


อู๋เสี่ยวหลิวรีบส่ายหัวก่อนยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว "ยังเหลืออยู่ตั้งกว่าเหลียงหนึ่ง"


"ยังเหลือเยอะขนาดนี้?" หลี่ฉีถามด้วยความแปลกใจ


"ท่านพี่หลี่ ท่านอาจไม่รู้ พวกเด็กเสิร์ฟในร้านพวกนั้น ใช้แค่สองสามเหรียญทองแดงก็ยอมเล่าให้ฟังแล้ว" อู๋เสี่ยวหลิวพูดด้วยความภาคภูมิใจ


"ดูท่าว่าตอนที่เจ้าเคยเป็นเด็กเสิร์ฟ ก็คงได้ผลประโยชน์จากตรงนี้ไม่น้อยสินะ" หลี่ฉีเย้าแหย่


อู๋เสี่ยวหลิวหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนจะยอมรับ จากนั้นก็ชี้ไปที่ไหใบใหญ่ทั้งสี่ด้วยความสงสัย "ท่านพี่หลี่ ของพวกนี้เอาไว้ทำอะไรหรือ?"


หลี่ฉีหัวเราะ "อ้อ พวกมันเอาไว้ใส่น้ำหมักผักเซียนไฉ่(ผักโขม)"


"น้ำหมักเซียนไฉ่?"


อู๋เสี่ยวหลิวเกาศีรษะ "ท่านพี่หลี่ น้ำหมักเซียนไฉ่นี่มันอะไรกัน?"


"เจ้าเคยได้ยินชื่อเซียนไฉ่หรือไม่?" หลี่ฉีถาม


"ข้ารู้จัก บางบ้านชอบนำเซียนไฉ่มาหมักกิน ก่อนหน้านี้อาจารย์โจวก็เคยทำ" อู๋เสี่ยวหลิวพยักหน้า



หลี่ฉีหัวเราะ "น้ำหมักเซียนไฉ่ก็คือน้ำที่เหลือจากการหมักเซียนไฉ่นั่นเอง"


อู๋เสี่ยวหลิวอ้าปากค้าง "ท่านพี่หลี่ ท่านกำลังบอกว่าน้ำหมักเซียนไฉ่ก็คือน้ำเหม็นพวกนั้นหรือ?"


หลี่ฉีพยักหน้า


"ท่านพี่หลี่ ท่านจะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร?" อู๋เสี่ยวหลิวถามด้วยความสงสัย


"เรื่องนี้เจ้าอย่าถาม ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้รู้เอง" หลี่ฉียิ้มลึกลับก่อนถามต่อ "ถ้าข้าใช้เงินเหวินเดียวเพื่อซื้อน้ำเหม็นพวกนี้ จะพอหรือไม่?"


"พอแน่นอน เพราะน้ำเหม็นพวกนั้นเขาเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร" อู๋เสี่ยวหลิวตอบ


"ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ได้" หลี่ฉีพูดพลางหยิบเงินสามเหลียงส่งให้อู๋เสี่ยวหลิว "เจ้าจงนำเงินนี้ไปแลกเป็นเหรียญทองแดง แล้วพรุ่งนี้ตามข้าออกไปนอกเมืองสักรอบ"


ครานี้ อู๋เสี่ยวหลิวก็รู้ว่าหลี่ฉีไม่ได้ล้อเล่น


"ใช้เงินไปซื้อน้ำเหม็น ท่านพี่หลี่นี่กำลังคิดจะทำอะไรกัน?" อู๋เสี่ยวหลิวคิดอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นหลี่ฉีไม่ยอมพูด เขาจึงไม่ถามอะไรเพิ่ม แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นรอคอย


รุ่งเช้าวันถัดมา หลี่ฉีให้อู๋เสี่ยวหลิวใช้เงินจ้างรถล่อลำหนึ่ง จากนั้นทั้งอาจารย์และศิษย์ก็พากันนำรถล่อเดินทางออกไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากเมืองเกือบสิบลี้ บริเวณนั้นมีแต่ชาวบ้านในชนบทที่อาศัยตัดฟืนและเพาะปลูกเพื่อประทังชีวิต ความเป็นอยู่ยากลำบากอย่างยิ่ง


เนื่องจากฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว ผักดองที่ชาวบ้านเก็บไว้ตามบ้านส่วนใหญ่ก็ถูกกินจนเกือบหมด ที่เหลืออยู่มีเพียงเศษน้ำหมักที่กำลังจะถูกเททิ้ง เพราะฤดูหมักผักดองรอบใหม่กำลังจะเริ่มต้น เมื่อเห็นว่าหลี่ฉีและอู๋เสี่ยวหลิวนำเงินทองแดงมาซื้อน้ำเหม็นพวกนี้ ชาวบ้านแต่ละคนก็เกือบจะเสียสติ แทบไม่รอให้หลี่ฉีไปเก็บถึงบ้าน ต่างพากันอุ้มไหและโถใส่น้ำเหม็นของตนมาหาหลี่ฉีเอง นี่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงของหลี่ฉีไปได้มาก


แน่นอนว่าหลี่ฉีไม่ได้รับน้ำเหม็นทุกชนิด ต้องเป็นน้ำหมักจากเซียนไฉ่หรือเจี๋ยไฉ่(ผักกาดเขียว)เท่านั้น และเขาต้องดมกลิ่นก่อนด้วย ยิ่งกลิ่นฉุนมากเขาก็ยิ่งชอบ แต่ถ้าหมักได้ไม่นานเขาจะไม่เอาเลย การกระทำนี้ยิ่งทำให้อู๋เสี่ยวหลิวที่ยืนดูอยู่ข้างๆ สงสัยมากขึ้นไปอีก


ใช้เวลาไม่ถึงวัน โอ่งใหญ่ทั้งสี่ใบก็เต็มทั้งหมด


ยังไม่จบเพียงเท่านี้ วันถัดมา หลี่ฉีพาอู๋เสี่ยวหลิวไปตลาดอีกครั้ง เดินวนหลายรอบ ซื้อตัวยาและของปรุงรสมามากมาย ทั้งถั่วดำหมัก เห็ดหอม หน่อไม้ฤดูหนาว และซื้อสุรารสเลิศมาอีกสี่ไห


หลี่ฉีนำเห็ดหอม ถั่วดำหมัก และของปรุงรสที่ซื้อมาทั้งหมดใส่ลงในหม้อใบเดียวกัน เริ่มด้วยไฟแรงจนเดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อนแล้วเคี่ยวจนได้ที่ กรองเอากากออกเหลือแต่น้ำ ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นผสมกับสุรารสเลิศในอัตราส่วนที่กำหนด แล้วเทลงในโอ่งใหญ่ทั้งสี่ใบ ก่อนใช้ผ้าปิดปากโอ่งให้แน่นหนา แล้วนำโอ่งทั้งหมดไปเก็บไว้ในห้องเก็บเหล้าของจุ้ยเซียนจวี


การกระทำเช่นนี้ทำให้อู๋เสี่ยวหลิวถึงกับมองแล้วอึ้ง การเก็บน้ำเหม็นว่าน่าแปลกพอแล้ว ยังกล้าเอาสุรารสเลิศเช่นนี้มาเทผสมอีกหรือ? มีเงินก็ไม่น่าถึงกับใช้ฟุ่มเฟือยถึงเพียงนี้!


หลังจากหลี่ฉีจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ในที่สุดอู๋เสี่ยวหลิวก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “พี่หลี่ ท่านทำทั้งหมดนี่เพื่ออะไรหรือ?”


“น่าสนใจใช่ไหมล่ะ” หลี่ฉียิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนตบบ่าอู๋เสี่ยวหลิวแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้เจ้าไปตามอู๋ฝูหรงมา บอกเขาว่าข้ามีสหายผู้หนึ่งยินดีจ่ายเงินซื้อจุ้ยเซียนจวี”


“อะไรนะ!” อู๋เสี่ยวหลิวอุทานออกมาเสียงดัง



ตอนก่อน

จบบทที่ น้ำเหม็น

ตอนถัดไป