ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม
แย่จริง! ท่านลุงอู๋ พอเจอหญิงงามเข้าก็ถึงกับลืมตัว ช่วยแนะนำให้ข้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร
หลี่ฉีที่รีบร้อนอยากจะสนทนา กลับถูกพวกนางเมินเฉยอย่างงดงาม เขาได้แต่ยืนอึดอัดอยู่ข้างๆ ส่งสายตาให้อู๋ฝูหรงอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ลุงอู๋ตอนนี้ดูเหมือนจะลืมเขาไปเสียสนิทแล้ว ขณะลูบหนวดพลางถามด้วยรอยยิ้มว่า “แม่นางหยวนเซียง วันนี้เจ้ามาด้วยเรื่องเต้าหู้เหม็นใช่หรือไม่?”
จริงๆ แล้วอู๋ฝูหรงไม่ได้คุ้นเคยกับหลี่ชิงจ้าวนัก เหตุที่รู้จักหลี่หยวนเซียงก็เพราะเมื่อหลายปีก่อน หลี่ชิงจ้าวเคยมีความสัมพันธ์กับฮูหยินฉิน บางครั้งก็พาสาวใช้มาเยี่ยมเยียนกันบ้าง เมื่อเจอกันบ่อยเข้า จึงรู้จักกันเพียงเท่านั้น ครั้นเมื่อหลี่หยวนเซียงมาหาเขาในวันนี้ ไม่ต้องเดาเลยว่าคงมาเพื่อเต้าหู้เหม็นแน่นอน
เป็นไปตามคาด หลี่หยวนเซียงพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินของข้าเพิ่งออกไปเดินตลาด ได้ยินผู้คนพูดถึงจุ้ยเซียนจวีกับเต้าหู้เหม็น นางจึงให้ข้ามาซื้อกลับไปให้ลองชิมดู”
“หา! พี่เซียงเอ๋อร์ ท่านก็มาซื้อเต้าหู้เหม็นเหมือนกันหรือ!” เสี่ยวซินร้องเสียงดังออกมาก่อนที่อู๋ฝูหรงจะทันได้พูด
หลี่หยวนเซียงมองเสี่ยวซินอย่างแปลกใจ แล้วถามว่า “เช่นนั้นเจ้าก็มาซื้อเต้าหู้เหม็นเหมือนกัน?”
“ใช่แล้ว ฮูหยินของข้าให้ข้ามาซื้อ” เสี่ยวซินจับมือน้อยของหลี่หยวนเซียงพลางพูดเสียงงอนว่า “แต่ว่าเต้าหู้เหม็นของร้านขายหมดแล้ว ถ้าท่านอยากได้จริงๆ พรุ่งนี้ต้องมาต่อแถวแต่เช้าถึงจะซื้อได้”
“หา?”
หลี่หยวนเซียงเผยปากเล็กน้อย พลางมองอู๋ฝูหรงด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
ขณะที่อู๋ฝูหรงกำลังจะพูด หลี่ฉีก็รีบแทรกขึ้นถามว่า “แม่นางเซียงเอ๋อร์ ข้าขอถามหน่อยว่าฮูหยินของท่านอยากชิมจริงๆ หรือ?”
เขากลัวว่าลุงอู๋จะดื้อรั้นให้หลี่หยวนเซียงมารอต่อแถวในวันพรุ่งนี้ นี่มันสาวใช้ของไอดอลเขาเชียวนะ แน่นอนว่าต้องปฏิบัติแตกต่างกัน!
หลี่หยวนเซียงเพิ่งสังเกตเห็นหลี่ฉี นางตอบออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “แน่นอนว่าเป็นความจริง แต่…ท่านคือ?”
“โอ้ ท่านผู้นี้คือหลี่ฉี คุณชายหลี่ หัวหน้าพ่อครัวที่เราจ้างมาใหม่ในจุ้ยเซียนจวี” อู๋ฝูหรงรีบแนะนำทันที แต่สายตายังจับจ้องหลี่ฉีด้วยความสงสัย
หลี่หยวนเซียงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่อู๋ฝูหรงเรียกพ่อครัวว่าคุณชาย แต่นางไม่ได้แสดงออก เพียงโค้งตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “คารวะคุณชายหลี่”
“สวัสดีๆ” หลี่ฉียิ้มพร้อมยกมือคารวะ จากนั้นดวงตาเขาเป็นประกายพลางพูดขึ้นว่า “แม่นางเซียงเอ๋อร์ โปรดรอสักครู่”
พูดจบ หลี่ฉีก็หันหลังตะโกนเข้าไปในร้านว่า “เสี่ยวหลิว! เสี่ยวหลิว!”
ไม่นานนัก เสี่ยวหลิวก็วิ่งออกมาจากหลังร้านในสภาพมอมแมม พลางถามว่า “พี่หลี่ เรียกข้าทำอะไรหรือ?” ทันใดนั้น เขาก็เห็นสาวงามสองคนยืนอยู่หน้าร้าน จึงร้องขึ้นว่า “อ้าว! พี่เสี่ยวซิน พี่เซียงเอ๋อร์ ทำไมพวกท่านถึงมาได้?”
ความกระตือรือร้นของเสี่ยวหลิวกลับได้เพียงสายตาเย็นชากับรอยยิ้มบางๆ ตอบกลับมา
“ไอ้เด็กนี่ จะพูดมากทำไม คนเขาสนิทกับเจ้าหรือไง? เข้ามานี่!”
หลี่ฉีคว้าคอเสื้อเสี่ยวหลิวลากเขาไปที่มุมผนัง
“โอ๊ย โอ๊ย! พี่หลี่ เบาๆ หน่อย” เสี่ยวหลิวร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
หลี่ฉีไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เมื่อพาเสี่ยวหลิวมาถึงมุมกำแพง เขาก็ถามด้วยโทสะทันทีว่า “เจ้ากล้าดีมากนะ แอบเก็บเต้าหู้เหม็นของข้าไว้ยี่สิบชิ้น เจ้าไม่อยากทำงานแล้วใช่ไหม?”
“ข้าบริสุทธิ์นะ พี่หลี่ ข้าแอบเก็บไว้แค่สิบชิ้นเอง เพิ่งทอดไปชิ้นหนึ่งแต่ทอดนานเกิน ตอนนี้ยังเหลืออีกเก้าชิ้น” เสี่ยวหลิวรีบแก้ตัว
ไอ้เด็กนี่ขี้ขลาดจริงๆ! หลี่ฉีพยายามกลั้นหัวเราะ พลางทำหน้าขึงขังถามว่า “จริงหรือ?”
“ถ้าท่านไม่เชื่อ ข้าสาบานต่อฟ้าได้เลย พี่หลี่ ข้าพูดจริง เต้าหู้เหม็นอีกเก้าชิ้นยังอยู่ในครัว” เสี่ยวหลิวพูดด้วยใบหน้าซีดเซียว
หลี่ฉีเห็นท่าทางรันทดของเขา กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกนิดๆ ก่อนพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะเชื่อเจ้าครั้งนี้ครั้งเดียว”
ที่จริงหลี่ฉีก็ไม่รู้ว่าเสี่ยวหลิวแอบเก็บไว้จริงหรือเปล่า เขาแค่รู้ว่าเจ้านี่ชอบกินของดีๆ อยู่แล้ว และชอบทำอะไรแบบนี้เป็นประจำ จึงแกล้งขู่ให้ตกใจ ไม่คิดเลยว่าเสี่ยวหลิวจะกลัวง่ายจนสารภาพออกมาหมด
แม้ว่าท่าทางของหลี่ฉีจะดูผ่อนคลายลงแล้ว แต่เสี่ยวหลิวก็ยังไม่กล้าประมาท เขากลอกตาไปมาพลางยิ้มประจบว่า “พี่หลี่ ที่จริงข้าเห็นท่านเหนื่อยนัก เลยคิดจะลองฝึกทอดเต้าหู้ไว้ช่วยท่านในภายหน้า”
“ไปเถอะ เจ้านี่อย่ามาหลอกข้าด้วยคำพูดแบบนี้เลย ถึงเจ้าไม่พูด ข้าก็คิดจะสอนเจ้าทอดเต้าหู้เหม็นคืนนี้อยู่แล้ว ส่วนเต้าหู้เหม็นที่เจ้าแอบเก็บไว้นั้น…” หลี่ฉีพูดพร้อมกับโบกมือเรียกเสี่ยวหลิวเข้ามาใกล้
เสี่ยวหลิวได้ยินว่าหลี่ฉีจะสอนเขาทอดเต้าหู้เหม็น ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่เมื่อหลี่ฉีพูดถึงเต้าหู้เหม็นอีกเก้าชิ้น เขาก็ใจหายวาบจนตัวถอยไปติดมุมกำแพง
หลี่ฉีเบิกตาโต ก่อนจะคว้าตัวเขากลับมาแล้วกระซิบอะไรบางอย่างใกล้ๆ หู
เสี่ยวหลิวฟังจบก็ค่อยคลายความกังวล รีบยิ้มแล้วพูดว่า “พี่หลี่ ที่ท่านเรียกข้ามาเพราะเรื่องนี้เองหรือ ไม่ต้องห่วง ข้ารู้แล้วว่าจะทำอย่างไร”
“รีบไปเถอะ!” หลี่ฉีตบไหล่เขาเบาๆ
เสี่ยวหลิวตอบรับสองครั้ง ก่อนจะวิ่งไปหาหลี่หยวนเซียง ย่อตัวลงแล้วยิ้มพลางพูดว่า “พี่เซียงเอ๋อร์ ได้ยินว่าท่านอยากซื้อเต้าหู้เหม็นหรือ?”
หลี่หยวนเซียงเห็นหลี่ฉีและเสี่ยวหลิวซุบซิบกันอยู่พักใหญ่ ใจก็เต็มไปด้วยความสงสัยอยู่แล้ว ตอนนี้พอได้ยินเสี่ยวหลิวถามเช่นนั้น จึงพยักหน้าเล็กน้อยพลางตอบว่า “แต่เมื่อครู่ข้าได้ยินเสี่ยวเอ๋อร์บอกว่าเต้าหู้เหม็นในร้านของพวกเจ้าขายหมดแล้ว”
“พี่เสี่ยวเอ๋อร์พูดถูกแล้ว เต้าหู้เหม็นของร้านเราขายหมดไปแล้วเมื่อครู่ แต่ข้าบังเอิญเก็บไว้ส่วนหนึ่ง ถ้าท่านไม่ถือ ข้าจะมอบให้” เสี่ยวหลิวยิ้มพลางพูด
“อ๊ะ? จริงหรือ!” หลี่หยวนเซียงพูดด้วยความยินดี
เสี่ยวหลิวตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดว่า “แน่นอน ข้าอู๋เสี่ยวหลิวไม่เคยพูดโกหก”
“เช่นนั้นต้องขอบคุณเจ้ามาก” หลี่หยวนเซียงกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
“เฮ้ เสี่ยวหลิว เจ้าคิดว่าข้าไม่มีตัวตนหรือ ข้ามาก่อนพี่เซียงเอ๋อร์เสียอีก” เสี่ยวซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้น ก็ไม่พอใจโวยวายขึ้นมาทันที
“เอ่อ...” เสี่ยวหลิวทำหน้าลำบากใจ ก่อนแอบเหลือบมองหลี่ฉีอย่างเงียบๆ
แย่ละ! ข้าดันลืมเจ้าสาวน้อยนี่ไปได้ เอาเถอะ ไหนๆ ก็รู้กันแล้ว ให้นางสักหนึ่งหรือสองชิ้นก็ได้ จะได้ไม่ไปพูดอะไรให้วุ่นวาย หลี่ฉีพยักหน้าเล็กน้อยให้เสี่ยวหลิว
เสี่ยวหลิวที่ได้รับสัญญาณรีบผายมือเชื้อเชิญพลางพูดว่า “พี่สาวทั้งสอง เชิญด้านใน”
หลังจากที่เสี่ยวหลิวนำเสี่ยวซินและหลี่หยวนเซียงเข้าไปข้างในแล้ว อู๋ฝูหรงก็เพิ่งจะตั้งสติได้ หันมาขมวดคิ้วพร้อมจ้องหลี่ฉีด้วยสายตาตั้งคำถาม ราวกับจะพูดว่า “เมื่อครู่เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าจะปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกัน ห้ามลัดคิวเด็ดขาด?”
หลี่ฉีรู้ดีว่าอู๋ฝูหรงจะพูดอะไร จึงรีบปั้นเรื่องอย่างรวดเร็ว พลางตบขาตัวเองแล้วร้องขึ้นว่า “แย่แล้ว!”
อู๋ฝูหรงทำหน้าตื่น รีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“ท่านลุงอู๋ ท่านยังไม่รู้หรือว่าเต้าหู้ที่เสี่ยวหลิวแอบเก็บไว้นั้นยังไม่ได้ทอด ข้ายังไม่ได้สอนเขาทอดเต้าหู้เหม็นเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะแย่แน่ ไม่ได้ ข้าต้องเข้าไปดูหน่อย ที่เหลือฝากท่านด้วย” หลี่ฉีพูดจบก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านทันที
อู๋ฝูหรงยืนงงอยู่นานถึงได้เข้าใจ พลางหัวเราะออกมาเบาๆ