เข้าพักที่จวนฉิน

วันรุ่งขึ้น หลี่ฉีไปที่เรือนของแม่นมไป๋เฉี่ยนนั่วตามนัดเพื่อสอนตัวอักษรและมารยาทให้กับเหล่าผู้อพยพ

ทั้งสองคนทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนให้ความรู้สึกเหมือนสามีภรรยาที่ช่วยกันทำมาหากิน

แต่วันนี้หลี่ฉีและไป๋เฉี่ยนนั่วไม่ได้อยู่ที่นั่นนานนัก หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ

เมื่อกลับมาถึงร้าน เวลานั้นช่างหลายสิบคนกำลังทุบ ๆ ตอก ๆ ทำการปรับปรุงตกแต่งอยู่

ช่างไม้เถียนและคนอื่น ๆ ก็กำลังขะมักเขม้นทำงานกันอย่างแข็งขัน ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องทนลำบากกินรากไม้ประทังชีวิตอีกแล้ว แม้จะไม่มีค่าแรงแต่ก็ได้กินข้าวอิ่มครบสามมื้อ

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่หลี่ฉีมอบให้ พวกเขาจะไม่ทุ่มเททำงานให้เขาได้อย่างไร

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือหลี่ฉีได้พบกับฮูหยินฉินที่จุ้ยเซียนจวีในที่สุด

เขาเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

วันนี้ฮูหยินฉินมาเพราะสองเหตุผล หนึ่งคือนางได้ตกลงเรื่องกับหยางโหลวเรียบร้อยแล้วจึงมาบอกหลี่ฉี สองคือเนื่องจากอู๋ฝูหรงต้องออกไปซื้อเหล้าผลไม้ให้หลี่ฉีและหลี่ฉีก็ไม่อยู่ที่ร้าน นางจึงต้องมาช่วยดูแลร้านแทน

ฮูหยินฉินเริ่มต้นด้วยการบอกหลี่ฉีเกี่ยวกับสัญญาที่ตกลงกับหยางโหลว โดยราคากำหนดไว้ที่ 150 เหวินต่อชั่ง และปริมาณส่งต่อวันกำหนดไว้ที่ 50 ชั่งเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้หยางโหลวยังจ่ายเงินล่วงหน้ามา 300 ก้วน

ตอนนี้หลี่ฉีกำลังขัดสนเรื่องเงิน พอดีว่าเงินก้อนนี้มาถูกที่ถูกเวลา

หลังจากฟังจบหลี่ฉีก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไรสักคำ เขาเอาแต่ชมฮูหยินฉินว่าทำได้ดีมาก ถึงขั้นเรียกนางว่าอัจฉริยะด้านการค้า ทำเอาฮูหยินฉินหน้าแดงไปหมด

จากนั้นฮูหยินฉินก็เล่าแนวคิดใหม่ ๆ ของนางเกี่ยวกับการตกแต่งร้านให้หลี่ฉีฟัง

เรื่องการตกแต่งร้านในยุคนี้หลี่ฉีไม่ได้เชี่ยวชาญแต่แรกแล้ว เขาจึงแทบไม่ได้ตั้งใจฟังเลยสักนิด เอาแต่ชมเป็นการใหญ่ แถมยังบอกอีกว่าเรื่องแบบนี้ต่อไปไม่ต้องมาถามเขาแล้ว นางตัดสินใจเองได้เลย

หลี่ฉีรู้ดีว่าสิ่งที่ฮูหยินฉินขาดมากที่สุดตอนนี้คือความมั่นใจ เขาจึงต้องช่วยให้นางมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะในฐานะเจ้าของกิจการ ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญมาก

หลังจากพูดคุยเรื่องสำคัญจบแล้ว ฮูหยินฉินก็ไม่มีเรื่องอื่นจะพูดกับหลี่ฉีอีก นางเหลือบมองไปทางประตูสองสามครั้งก่อนขมวดคิ้วกล่าวว่า "แปลกจริง ลุงอู๋ยังไม่กลับมาอีกหรือ?"

หลี่ฉีหัวเราะแห้ง ๆ "ยังอีกนานแน่ วันนี้ลุงอู๋มีเรื่องให้ทำเพียบเลย"

ของที่อู๋ฝูหรงต้องเตรียมวันนี้ไม่ใช่น้อย ๆ แค่หลี่ฉีคิดก็ปวดหัวแล้ว

ฮูหยินฉินเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนถามว่า "เช้านี้ข้าได้ยินลุงอู๋บอกว่าเจ้าตั้งใจจะหมักเหล้าเอง?"

หลี่ฉีพยักหน้า "ตอนนี้ที่ร้านเหลือเหล้าอยู่แค่ไม่กี่ร้อยชั่ง พอถึงวันเปิดร้าน เหล้าแค่นี้ต้องไม่พอแน่"

ฮูหยินฉินถามต่อ "ในเมื่อเจ้าจะหมักเหล้าเอง แล้วเหตุใดจึงให้ลุงอู๋ไปซื้อเหล้ามาอีก?"

หลี่ฉียิ้มเจื่อน "เรื่องนี้...ยังบอกไม่ได้ตอนนี้ ขออภัยด้วย"

ขออภัย? ข้ากล้าตำหนิเจ้าหรือ?

ฮูหยินฉินส่ายหน้าด้วยความจนใจ "อ้อ จริงสิ ข้าได้ยินว่าเจ้าคัดเลือกผู้อพยพ 20 คนมาเป็นพนักงานที่จุ้ยเซียนจวี?"

เหงื่อแตก! ลุงอู๋รายงานข่าวรวดเร็วมาก


หลี่ฉีพยักหน้า "ใช่ขอรับ! หรือว่าฮูหยินรู้สึกว่าไม่เหมาะสม?"

"เปล่า ข้าคิดว่าทำแบบนี้ดีแล้ว พวกผู้อพยพน่าสงสารมาก น่าเสียดายที่เราช่วยได้เพียงเท่านี้" ฮูหยินฉินถอนหายใจเบา ๆ

"ฮูหยินช่างเป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด เพียงจิตใจที่เมตตานี้ก็หาใครเทียบได้ยากแล้ว" หลี่ฉีเอ่ยชม

"ปากของเจ้านี่ ข้าไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่พูดจริง เมื่อไหร่พูดเล่น วันก่อนยังด่าว่าข้าไร้เมตตา ไร้คุณธรรม ไม่จงรักภักดี ไม่กตัญญูอยู่เลย ตอนนี้กลับชมว่าข้าเป็นพระโพธิสัตว์ เจ้านี่ปากเก่งนักเชียว" ฮูหยินฉินกลอกตาพร้อมหัวเราะด่าเขา

หลี่ฉีหัวเราะเสียงดัง "ไม่ขอรับ ไม่เลย! ฮูหยินพูดเล่นเก่งเสียจริง ข้าจะกล้าด่าฮูหยินได้อย่างไร วันนั้นก็แค่จำเป็นต้องพูดไปเท่านั้นเอง ฮูหยินอย่าได้ถือสาเลย"

ฮูหยินฉินแค่นเสียง "วางใจเถอะ ข้าไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเหมือนเจ้า"

"แน่นอน ๆ" หลี่ฉีพยักหน้า แต่ในใจคิดว่า ถ้าไม่คิดเล็กคิดน้อยแล้วทำไมต้องพูดถึงเรื่องวันนั้นอีกล่ะ? ชัดเลยว่ายังแค้นอยู่

ฮูหยินฉินเห็นสีหน้าของเขาดูไม่จริงใจนักก็ได้แต่จนใจ นางจึงเปลี่ยนเรื่องพูดแทน "จริงสิ เจ้ารับคนเข้ามาทีเดียวมากขนาดนี้ เกรงว่าห้องพักคงไม่พอกระมัง?"

"อ้อ เรื่องนี้ข้ากับลุงอู๋คุยกันเรียบร้อยแล้ว"

จากนั้นหลี่ฉีก็เล่าแผนการจัดที่พักให้พวกผู้อพยพให้ฮูหยินฉินฟัง

ฮูหยินฉินฟังจบก็ขมวดคิ้ว "ถ้าคิดตามนี้แล้ว ห้องพักก็ยังดูไม่พออยู่ดีนะ"

หลี่ฉีไหวไหล่ "ข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน ตอนนี้ค่าเช่าบ้านในเปี้ยนจิงแพงขนาดนั้น พวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปเช่าได้ คงต้องให้พวกเขาอยู่กันไปแบบพอถูไถก่อน"

ฮูหยินฉินขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า "ข้าว่า... เจ้าลองย้ายไปอยู่ที่จวนฉินดูดีไหม?"

"อะไรนะ?"

หลี่ฉีอุทานเสียงดัง เขาเบิกตากว้างมองฮูหยินฉินด้วยความเหลือเชื่อ

ฮูหยินฉินหน้าแดงขึ้นมาทันที "เจ้าอย่าเข้าใจผิด ข้าหมายถึงว่าโรงหมักเหล้าของเราก็อยู่หลังจวนฉินอยู่แล้ว เจ้าจะได้สะดวกในการหมักเหล้า แล้วก็ช่วยให้มีห้องว่างเพิ่มสำหรับพวกคนใช้ด้วย"

ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยสถานะของหลี่ฉีในตอนนี้ การพักรวมกับพวกคนใช้ก็ดูจะไม่เหมาะนัก แม้แต่อู๋ฝูหรงเองก็ยังมีเรือนของตัวเอง ดังนั้นฮูหยินฉินจึงมองว่าการให้หลี่ฉีเข้าพักที่จวนฉินก็สมเหตุสมผล

แม้ว่าจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของฮูหยินฉินก็ยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้วนางก็เป็นหญิงม่าย หากต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับบุรุษ เช่นนั้นย่อมหนีไม่พ้นคำครหา นางจึงหวังอยู่ลึก ๆ ว่าหลี่ฉีจะปฏิเสธ

หญิงสาวมักจะขัดแย้งในตัวเองเสมอ

"เอ่อ... คงไม่ดีแน่ ฮูหยินเป็นหญิงสูงศักดิ์สะอาดบริสุทธิ์ ข้าเป็นชายทั้งแท่ง ถ้าย้ายเข้าไปอยู่ มันจะกระอักกระอ่วนเกินไป!" หลี่ฉีก้มหน้าลูบมือตัวเองด้วยท่าทีขวยเขิน

เจ้าหมอนี่เขินเป็นด้วยหรือเนี่ย

ฮูหยินฉินรู้สึกเหลือเชื่อ แต่เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่ค่อยเต็มใจนัก นางก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วรีบพูดว่า "ในเมื่อเจ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไร งั้นก็—"

ใครจะรู้ว่านางเพิ่งพูดออกไปไม่ทันไรก็ถูกหลี่ฉีขัดขึ้น เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันไปบอกเสี่ยวเถาอย่างจริงจังว่า "เสี่ยวเถา รบกวนเจ้าช่วยทำความสะอาด เอ่อ... อ้อ! เรือนฝั่งตะวันตกด้วยนะ คืนนี้ข้าจะย้ายเข้าไปอยู่แล้ว"

"หา?"

เสี่ยวเถาตกตะลึงมองหลี่ฉีด้วยความงุนงง เห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันของเขาทำให้นางตามไม่ทัน

ฮูหยินฉินก็ตกตะลึงไปเช่นกัน ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ "คืนนี้เลยหรือ? มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ?"

"เร็วหรือ?"

หลี่ฉีไหวไหล่ "ข้าว่าไม่เห็นเร็วเลย ไหน ๆ ก็ต้องย้ายอยู่แล้ว ย้ายไวหน่อยจะได้คุ้นเคยกับที่นั่นเร็วขึ้น ว่าแต่ฮูหยิน เรือนฝั่งตะวันตกหันหน้าไปทางใต้หรือเปล่า? แล้วห้องใหญ่แค่ไหน พอให้สามคนอยู่ได้ไหม?"

"สามคน!?" ฮูหยินฉินแทบจะคิดไม่ทัน

หลี่ฉีพูดหน้าตาเฉย "ก็ใช่น่ะสิ ฮูหยินมีเสี่ยวเถาคอยดูแล ข้าก็ต้องมีคนคอยรับใช้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วง ข้าคิดคนไว้แล้ว ฮูหยินไม่ต้องลำบากเลือกให้ข้าหรอก"

เจ้าหมอนี่ไม่เห็นตัวเองเป็นคนนอกเลย คิดว่าเป็นบ้านตัวเองไปแล้วชัด ๆ!

ฮูหยินฉินแทบจะเป็นบ้าตายเพราะหลี่ฉี นางถึงกับพูดอะไรไม่ออก ตอนนี้นางเสียใจที่สุดที่เผลอปากเร็วไปเมื่อครู่

หลี่ฉีเห็นฮูหยินฉินเงียบไปก็เริ่มใจคอไม่ดี หรือว่านางจะเปลี่ยนใจ? เขาเรียกออกไปอย่างกังวล "ฮูหยิน ๆ"

ฮูหยินฉินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนปรายตามองเขาแล้วหันหน้าหนี "งั้นเจ้าคิดจะพาใครไปด้วย?"

หลี่ฉีได้ยินดังนั้นก็โล่งใจทันที เขาหัวเราะ "วางใจเถอะ ฮูหยินก็รู้จักอยู่แล้ว ก็คือแม่ลูกเฉินอาหนานไง"

ตั้งแต่เฉินต้าเหนียงเข้ามา หลี่ฉีก็รู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าขาดนางไป เรียกได้ว่าเป็นพี่เลี้ยงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะกวาดถูบ้านก็ขยันขันแข็ง เสื้อผ้าก็ซักจนสะอาดหมดจด หากฮูหยินฉินไม่อนุญาตให้เฉินต้าเหนียงเข้าไปอยู่ด้วยกัน เขายอมอยู่ที่นี่ต่อดีกว่า ส่วนเฉินอาหนานก็พาไปช่วยหมักเหล้า

ฮูหยินฉินเพิ่งเจอเฉินต้าเหนียงเมื่อวานนี้ แต่ก็รู้สึกว่านางเป็นคนดีจึงพยักหน้า "ก็ได้ ข้ารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ข้ากลับก่อนนะ ที่นี่ฝากเจ้าไว้แล้วกัน"

นางกลัวว่าถ้ายังอยู่ต่อเจ้าหมอนี่อาจจะเสนออะไรเพี้ยน ๆ มาอีก นางจึงคิดว่ารีบไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า

หลี่ฉีหัวเราะ "เช่นนั้นก็ดี ฮูหยินเดินทางปลอดภัย ข้าจะตามไปทีหลัง เจอกันที่จวนฉินนะขอรับ" แล้วหันไปบอกเสี่ยวเถาอีกว่า "เสี่ยวเถา อย่าลืมเตรียมมื้อเย็นให้พวกเราด้วยล่ะ"

เสี่ยวเถาพยักหน้าอย่างลืมตัวราวกับยังไม่ได้สติ

หน้าด้าน! บนโลกนี้มีคนหน้าด้านได้ถึงขนาดนี้ด้วยหรือ!?

ฮูหยินฉินหลับตาลงอย่างอ่อนใจ นางไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว "เสี่ยวเถา ไปกันเถอะ" ว่าแล้วก็รีบเดินออกไปทันที

ตอนก่อน

จบบทที่ เข้าพักที่จวนฉิน

ตอนถัดไป