กับดักกล่องเปล่า

วันรุ่งขึ้น หลินเอินที่ไม่ได้นอนทั้งคืนตื่นแต่เช้า เขาหยิบกล่องเปล่าที่ดูสวยงามยัดใส่อกเสื้อแล้วผลักประตูเดินออกไป


ที่ลานฝึกกว้างด้านนอก เสียงกระทบไม้ดังกังวานสะท้อนในแสงอรุณ หลินเอินหันไปมอง ก็พบว่า "น้องสาว" อีเวียน่า กำลังฝึกฝนอยู่ที่นั่นมานานแล้ว


เด็กสาวถือดาบไม้ไว้ในมือ ปลายดาบฟันฟาดอย่างรวดเร็วและแม่นยำเข้าที่จุดตายบนเป้า ทุกการเคลื่อนไหวเฉียบคม ไม่มีความลังเล เหงื่อหยดลงจากหน้าผากของเธอ ซึมหายไปยังลำคอเรียวยาว


ช่างพยายามจริง ๆ…… หลินเอินถอนใจเบา ๆ ในใจ ด้วยความไม่สบอารมณ์จากเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาไม่ได้หยุดพูดคุยหรือทักทาย เพียงเดินผ่านไป แต่เขากลับไม่ทันสังเกตว่า เด็กสาวผู้ที่ฝึกซ้อมอย่างตั้งใจได้หยุดลงแล้ว และกำลังมองแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน


ทำไม……


ทำไมถึงเจอหน้าข้าแล้วทำตัวสงบได้ขนาดนี้หลังจากที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น?


สีหน้าของอีเวียน่าเผยความสับสนออกมา แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของเปโดรเมื่อคืนนี้ แววตาของเธอก็กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง ดาบไม้ในมือฟันซัดในแนวขวางอย่างแรงจนเป้าหมายไม้ที่แข็งแรงแตกกระจาย



……


......


หลินเอินที่เดินออกจากคฤหาสน์ไปนานแล้ว ไม่อาจรู้ถึงกระแสอารมณ์ในบ้าน เขาเดินซื้อของจำเป็นเล็กน้อยในตลาด แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านค้าที่ท่าเรือที่เคยไปเมื่อวันก่อน


"ยินดีต้อนรับสู่ร้านของบิลล์… อ๊ะ! ท่านลอร์ท!" มนุษย์คนแคระชราเอ่ยทักทายตามปกติ แต่เมื่อเห็นหลินเอินก็รีบล้อมเข้ามาด้วยความตื่นเต้น


เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น "เมื่อวานท่านพูดถึงสินค้าขนส่งชุดนั้น เราอาจพูดคุยเพิ่มเติมได้… ทั่วเมืองท่าไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า [สมาคมเรือ] ของเราอีกแล้ว!"


หลินเอินไม่ได้ตอบกลับในทันที เขามองไปรอบ ๆ ร้านอย่างเชื่องช้า ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความเสียดาย "อะไรกัน? ท่านแลมบ์ยังไม่ยอมพบข้าอีกหรือ?"


บิลล์รีบกล่าวอธิบาย "ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น! ข้าเชื่อว่าท่านแลมบ์อยากพบท่านมากแน่ ๆ! แต่ที่น่าเสียดายคือ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองท่า ต่อให้ใช้วิหคสารส่งข่าวเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาหลายวัน!"


"หากท่านลอร์ทกังวลเรื่องความปลอดภัย [สมาคมเรือ] สามารถมอบสินค้าที่มีมูลค่าเทียบเท่าไว้เป็นหลักประกันได้!"


บิลล์ชราตบหน้าอกตัวเองดังตุบ ๆ คล้ายเสียงกลองเพื่อแสดงความมั่นใจ


หลินเอินแสร้งทำทีลังเลเล็กน้อย ก่อนโบกมือกล่าว "ถ้าอย่างนั้นก็คงพอรับได้…"


"ตอนนี้ใครเป็นคนมีอำนาจตัดสินใจใน [สมาคมเรือ]?"


"แน่นอนว่าคือเป็นราบูล! โปรดรอสักครู่ ข้าจะให้คนไปตามเขา…"


คนแคระบิลล์พูดพลางรีบวิ่งออกไปเรียกคนงานขนของ ก่อนกระซิบกำชับบางอย่าง แล้วจึงกลับมาด้วยความว่องไว เขาปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ตัวเล็ก รินเหล้าผลไม้ให้หลินเอินด้วยความกระตือรือร้น


หลินเอินรับแก้วไว้ ก่อนจะวางลงข้าง ๆ โดยไม่ได้ดื่ม และชี้ไปยังถังเหล็กที่วางกองอยู่มุมร้าน ถามขึ้น "ของพวกนี้คืออะไร?"


"แค่ก้อนแร่สีเหลืองที่ไม่มีมูลค่าอะไรนัก พวกนักขุดทองกลุ่มหนึ่งขุดขึ้นมาจากภูเขาร้างแห่งหนึ่งในเมืองท่า ขนมาซะเต็มลำเรือเลย"


คนแคระบิลล์พูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด


"ของพรรค์นี้มักมีแต่พวกหมอสมุนไพรเท่านั้นที่ยอมซื้อ แต่ปีนี้ตลาดแร่เหลืองของวิคนีร์มันล้นแล้ว หมายความว่าเราต้องเก็บพวกมันไว้ขายปีหน้าเท่านั้นถึงจะได้ราคา"


"ท่านลอร์ท หากท่านสนใจแร่เหลืองนี้ ข้ายินดีขายให้ในราคาต้นทุน ถังใหญ่ขนาดนี้เพียงสิบเก้าเหรียญทองแดงเท่านั้น ได้ยินว่ามันไล่แมลงได้ดีทีเดียว!"


คนแคระบิลล์ถูมือไปมา เสนอขายอย่างกระตือรือร้น

"เปล่า ข้าแค่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลยสงสัยเล็กน้อยเท่านั้น" หลินเอินส่ายหน้า ตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ


ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองสามคน


"เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ท่านลอร์ท ข้าได้ยินจากบิลล์ว่าท่านมีเรื่องสำคัญอยากเจรจากับข้าโดยตรงใช่หรือไม่?" ราบูลเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหนา


"ถูกต้อง ข้ากำลังมองหาเรือลำใหญ่เพื่อขนส่งสินค้าสำคัญมาก" หลินเอินกล่าวพลางหยิบกล่องประณีตใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะ "นี่คือตัวอย่างสินค้า เราคงต้องหาที่เงียบ ๆ คุยกันสองต่อสอง"


ทุกคนในที่นั้นต่างจับจ้องไปที่กล่องขนาดเท่าฝ่ามือที่แสนประณีตกล่องนั้นพร้อมกัน


คนแคระบิลล์เดาว่าในนั้นอาจจะมีอัญมณีล้ำค่า แต่พอคิดว่าหลินเอินต้องใช้เรือลำใหญ่ขนสินค้านี้ เขาก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป


ส่วนราบูลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับมีสีหน้าเคร่งขรึม ต่างจากบิลล์ เขาทำงานใน [สมาคมเรือ] มานานกว่าสิบปี บ่อยครั้งที่ต้องจัดการเรื่องลับ ๆ ให้บรรดาขุนนาง


เช่นเดียวกับท่านดยุคนอร์ดแลนด์ที่ลักลอบขายสมุนไพรทำลายจิตใจอย่างลับ ๆ หากถูกศาสนจักรจับได้ เหล่าลูกสมุนอย่างพวกเขาก็คงต้องกลายเป็นแพะรับบาปแน่


แต่แน่นอนว่า ความเสี่ยงมาพร้อมกับผลตอบแทน หากขนสินค้าสำเร็จ รายได้จากเรือลำนี้เพียงลำเดียวก็เพียงพอให้ [สมาคมเรือ] อยู่ได้หลายเดือน


"ไม่มีปัญหา! เราไปพูดกันในห้องด้านในเงียบ ๆ กันดีกว่า" ราบูลคิดหลายตลบ แต่รอยยิ้มบนหน้ากลับยิ่งกว้างขึ้น


หลินเอินเก็บกล่องกลับเข้าไปในมือ แล้วเดินตามราบูลออกจากร้าน ข้ามถนนไปจนถึงบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง


ราบูลที่เข้าใจถึงความสำคัญของการรักษาความลับเป็นอย่างดี สั่งให้ลูกน้องสองสามคนเฝ้าประตูไว้ แล้วพาหลินเอินลงไปในห้องใต้ดินที่ซ่อนอยู่เป็นอย่างดี


ที่นี่ดูโปร่งโล่ง มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้เรียบง่ายไม่กี่ตัว แต่จัดไว้อย่างสะอาดเรียบร้อย


ราบูลเห็นหลินเอินกวาดสายตามองรอบ ๆ ตั้งแต่เข้ามา ก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิด พร้อมกล่าวยืนยันด้วยรอยยิ้ม


"เชิญนั่งเถิด ท่านลอร์ท ที่นี่ทั้งปลอดภัยและเงียบสงบ รับรองว่าจะไม่มีใครมารบกวน!"


"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็วางใจแล้ว!" หลินเอินยิ้มตอบ พลางเลื่อนกล่องในมือไปตรงหน้าราบูล พร้อมกล่าวว่า "ลองเปิดดูก่อน เราค่อยพูดกันต่อ!"


ราบูลที่รู้สึกทั้งประหม่าและตื่นเต้น วางมือลงบนกล่อง พร้อมทั้งสงสัยว่าข้างในจะเป็นสิ่งต้องห้ามแบบไหนกันแน่


หรือจะเป็นสมุนไพรทำลายจิต? หินแห่งไฮม์? หรือว่าเป็นรูปสลักเทพมารสักองค์?


ได้ยินมาว่าพวกขุนนางทางตะวันตกของจักรวรรดิเซคัสชอบสะสมของแปลกประหลาดพวกนี้นัก


แต่เมื่อเขาเปิดกล่องจริง สีหน้าของราบูลพลันแข็งทื่อไปในทันที


เพราะข้างในกล่องนั้นว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย!


โดนหลอกอย่างนั้นหรือ?


ราบูลรู้สึกถึงความผิดปกติในทันที มือซ้ายจึงคว้าไปยังมีดสั้นที่สะพายไว้ที่เอวโดยสัญชาตญาณ แต่ก็สายเกินไปแล้ว!


ในเสี้ยววินาทีที่ราบูลเปิดกล่อง หลินเอินเข้าสู่โหมดโอเวอร์โหลดชั่วขณะ มือขวาของเขาคว้าเข้าที่ข้อศอกของราบูลอย่างแม่นยำ และบิดแขนของอีกฝ่ายจนงอในมุมที่พอดิบพอดี


เสียงกระดูกเคลื่อนดังก้องพร้อมกับความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นไปทั่วร่างของราบูล แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ร้องออกมา คอก็ถูกบีบแน่น และร่างทั้งร่างถูกเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างแรง...



ตอนก่อน

จบบทที่ กับดักกล่องเปล่า

ตอนถัดไป