ปีศาจชัดๆ
การโจมตีอย่างกะทันหันนี้ทำให้ราบูลไม่ทันตั้งตัว เขาถูกกระแทกจนสมองตื้อ ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ จากนั้นจึงถามออกมาด้วยความโกรธและหวาดกลัว
“ท่านลอร์ดลอร์ท ท่านทำอะไรลงไป?【สมาคมเรือ】ไม่เคยมีเรื่องกับตระกูลเปโดร...อย่าลืมว่าท่าเรือนี้คือถิ่นของพวกเรา ข้าแนะนำว่า ท่านควรจะ...”
ราบูลข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกร้าว แต่ยังพูดไม่ทันจบ หลินเอินก็จับแขนอีกข้างของเขาบิดจนหัก แล้วโยนชายร่างใหญ่ที่ขดตัวเหมือนกุ้งลงกับพื้น
“ข้าถาม เจ้าตอบ เข้าใจหรือไม่? ให้ความร่วมมือหน่อย มันจะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย!” หลินเอินย่อตัวลงจ้องราบูล พูดออกมาตรงๆ
ชายร่างใหญ่เจ็บจนเหงื่อไหลท่วมตัว แต่ยังคงกัดฟันแน่นไม่ยอมส่งเสียงออกมา สายตาจ้องเขม็งไปที่หลินเอินอย่างกับจะกลืนกินเขาทั้งเป็น ในใจครุ่นคิดไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมบุตรชายของบารอนเปโดรถึงมาโจมตีเขา
หรือว่าเป็นคนงานใน【สมาคมเรือ】ที่ไม่ระวังตัวไปล่วงเกินอีกฝ่ายเข้า?
ระหว่างที่กำลังคิด เสียงของหลินเอินก็ดังขึ้น
“คำถามแรก... ชื่ออะไร?”
ราบูลเบิกตากว้าง รู้สึกว่าถูกหยามเกียรติ นี่มันไม่ชัดเจนอยู่แล้วหรืออย่างไร?
“ตอบมา!” น้ำเสียงของหลินเอินเย็นชาจับใจ หลังจากรอได้สองวินาที เขาก็ดึงกริชจากเอวราบูลออกมาแล้วแทงใส่มือขวาของเขาทันที
“รา... ราบูล...”
ชายร่างใหญ่ตะโกนสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ต้องการจะเสียมือขวาไปเพราะคำถามโง่ๆ นี้
ทว่าการกระทำของหลินเอินไม่หยุด เขาแทงกริชลงไปที่ฝ่ามือของราบูลต่อหน้าต่อตาสายตาอันตื่นตระหนก
เหงื่อชุ่มเต็มแผ่นหลังของราบูล แต่ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น เมื่อก้มมองลงไปถึงได้เห็นว่ากริชเล่มนั้นเสียบค้างอยู่ระหว่างช่องนิ้วของเขา
เหงื่อชุ่มเต็มแผ่นหลังของราบูล แต่ความเจ็บปวดที่เขาคาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น เมื่อลดสายตาลงมอง เขาก็เห็นว่ากริชเล่มนั้นเสียบอยู่ระหว่างช่องนิ้วที่แนบชิดของเขา
“เจ้ามีเวลาตอบคำถามเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น ไม่มีโอกาสแก้ตัว!” หลินเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะยิงคำถามถัดไปทันที
“เพศ!”
“ชาย!” ราบูลกัดฟันตอบอย่างหงุดหงิด เขาคิดว่าหลินเอินเป็นบ้าไปแล้ว
“ภูมิลำเนา...อืม บ้านเกิดของเจ้า!”
หลินเอินไล่ยิงคำถามใส่ราบูลอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากคำถามที่ง่ายจนไม่ต้องคิด ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความยาก ตั้งแต่เรื่องกิจวัตรประจำวัน ไปจนถึงสินค้าและเส้นทางการค้าของ 【สมาคมเรือ】
ทันทีที่ราบูลลังเลแม้แต่น้อย หลินเอินก็หักนิ้วของเขาทันที
ในเวลาเพียงไม่กี่นาที นิ้วของราบูลก็ถูกหักไปถึงหกนิ้ว ความเจ็บปวดทำให้สภาพจิตใจของเขาเริ่มเลื่อนลอย
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าจำไม่ได้ว่าสามวันก่อนเจ้าใช้เท้าข้างไหนก้าวออกจากประตูก่อน ข้าจะถามคำถามง่ายๆ แทนแล้วกัน” หลินเอินถอนหายใจอย่างหมดความอดทน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องและถามขึ้นทันที “แลมบ์ขาเป๋อยู่ที่ไหน?”
“อยู่ที่...” ราบูลเผลอจะตอบออกไปตามสัญชาตญาณ แต่แล้วก็หยุดชะงักทันที เขาส่ายหัวด้วยสีหน้าหวาดกลัว “ข้า...ข้าไม่รู้”
“ข้าบอกแล้วไง หากเจ้ายอมร่วมมือ เรื่องนี้ก็จะง่ายขึ้นสำหรับทุกคน!” หลินเอินถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ความจริงแล้วเขาไม่ได้ถนัดเรื่องสอบสวนเลย ความรู้ที่มีตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาศึกษาอย่างเร่งด่วนเมื่อคืน
แต่ราบูลดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะพูดความจริง หลินเอินจึงจำเป็นต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่าเดิม
หลินเอินเพ่งมองด้วยแววตาจริงจัง 【สมาคมเรือ】 ที่แท้ก็เป็นองค์กรที่กลุ่มโจรสลัดตั้งขึ้นหลังจากตัดสินใจกลับตัวกลับใจ แต่จากคำให้การของราบูล องค์กรนี้ไม่ได้มีแค่การขนส่งทางเรือเท่านั้น ยังมีการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายต่างๆ อย่างลับๆ
เช่น ปลอมตัวเป็นโจรสลัดเพื่อปล้นเรือ ค้ามนุษย์ ขนส่งของเถื่อน และฆ่าคน ไม่เว้นแม้แต่การต่อสู้ หากเป็นโลกก่อน ราบูลคงต้องตายสักร้อยครั้งยังไม่เพียงพอที่จะชดใช้ความโกรธแค้นของผู้คน!
“เจ้าเคยได้ยินเรื่องการถลกหนังบ้างไหม?” หลินเอินถามด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
ถลกหนัง?
ราบูลตัวสั่นเฮือก ก่อนจะได้ยินหลินเอินพูดต่อ
“เริ่มจากการใช้มีดลงไปที่กระดูกสันหลัง ผ่าหนังที่หลังออกเป็นสองฝั่ง แล้วค่อยๆ ใช้มีดกรีดตามแนวกล้ามเนื้อ ต้องทำให้เร็ว ก่อนเป้าหมายจะเสียเลือดตาย...”
หลินเอินบรรยายกระบวนการถลกหนังในโลกยุคโบราณอย่างละเอียดและมีชีวิตชีวา รวมถึงวิธีการลงมีดว่าจะต้องทำอย่างไร เลือดจะไหลมากแค่ไหน และแต่ละขั้นตอนจะใช้เวลานานเท่าใด
ราบูลตัวอ่อนยวบจนแทบทรุดลงกับพื้น เขาไม่มีข้อสงสัยเลยว่าคนบ้าตรงหน้าคนนี้จะลงมือถลกหนังเขาจริงๆ เขาสั่นเทาและพูดออกมาเสียงสั่นว่า “ท่านลอร์ท ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่รู้ว่าแลมบ์ขาเป๋อยู่ที่ใด”
“จริงหรือ? แต่ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นลูกน้องที่แลมบ์ขาเป๋ไว้วางใจที่สุดนี่!” หลินเอินหัวเราะเยาะพลางพูด
“ที่จริงแล้ว ท่านแลมบ์ไม่เคยไว้ใจใครเลย...” ราบูลตอบด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว “ข้ารู้แค่ว่าสามวันก่อนเขาออกจากเมืองท่านี่ไปแล้ว...”
“ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ข้ามีเวลาเล่นกับเจ้าอีกเยอะ!” หลินเอินลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนกางเกงของเขาไปด้วย เขานึกถึงวิธีการสอบสวนหลายอย่างที่ค้นคว้ามาเมื่อคืน มีบางวิธีน่าสนใจและไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนเกินไป กำลังเหมาะกับสถานการณ์นี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ราบูลอ่อนล้าจนทรุดกับพื้น ทั้งสภาพจิตใจและร่างกายถูกทรมานจนแทบจะพังทลาย เมื่อเผชิญกับคำถามของหลินเอิน เขาก็ไม่สามารถปิดบังอะไรได้อีก แม้กระทั่งเรื่องที่เขาเคยยักยอกสินค้าทั้งเรือแล้วแสร้งทำเป็นว่าเรือประสบภัย
แต่สำหรับเบาะแสเกี่ยวกับแลมบ์ ราบูลกลับไม่รู้อะไรเลย หลินเอินลองใช้วิธีทรมานทางจิตใจหลายวิธีจนหมด เขาจึงต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่รู้
จากข้อมูลที่ราบูลให้มา แลมบ์ออกจากเมืองท่าไปเมื่อสองวันก่อน ซึ่งเป็นวันถัดจากที่อันซิลค์นำกำลังบุกโจมตีเมืองอูร์ และในวันเดียวกันนั้นเอง โรงเตี๊ยม【เมรัยคนเมา】ที่เขาเคยไปเยือนก็ถูกตรวจค้นโดยศาสนจักร ปัจจุบันไม่ทราบเบาะแสของลุงฮอว์ค
มีความเป็นไปได้สูงว่าในช่วงเวลานั้นเองที่แลมบ์ขาเป๋ได้รับข่าวแล้วจึงหนีไปซ่อนตัว
ในบรรดาแกนนำ【สมาคมเรือ】มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าแลมบ์ไม่ได้อยู่ในเมืองท่า
“ดูท่า ลูกน้องคนที่ไว้ใจที่สุดอย่างเจ้าก็เป็นแค่ตัวหลอกเท่านั้นสินะ!” หลินเอินมองราบูลที่ทรุดตัวอยู่กับพื้นพร้อมกับส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ
แม้ราบูลจะรู้อะไรเกี่ยวกับความลับใน【สมาคมเรือ】มากมาย แต่สำหรับข้อมูลเรื่องการขนส่งสินค้าลับไปยังดินแดนพ่อมด เขากลับรู้น้อยมาก เขาเพียงแค่รู้ว่าในช่วงวันจันทร์เรืองแสงของทุกปี แลมบ์จะเป็นผู้รับผิดชอบขนส่งเรือบรรทุกสินค้าบางลำด้วยตัวเอง แต่ปลายทางของเรือเหล่านั้น เขาก็ไม่ทราบ
หลินเอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ความรอบคอบและเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายเกินความคาดหมายของเขา ดูเหมือนแลมบ์จะเตรียมพร้อมรับมือกับการทรยศของแกนนำ【สมาคมเรือ】หรือการถูกจับตัวเอาไว้แล้ว
แต่แลมบ์คงไม่สามารถแล่นเรือข้ามทะเลไปได้เพียงลำพัง ซึ่งหมายความว่าใน【สมาคมเรือ】น่าจะมีบุคลากรหลักที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ส่วนพวกบุคลากรรอบนอกก็ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวล่อ ทำตามคำสั่งของราบูล และพร้อมถูกทิ้งเป็นหมาในยามวิกฤติ
หลินเอินทบทวนรายชื่อและประวัติของหัวหน้าและรองหัวหน้าต่างๆ ใน【สมาคมเรือ】ที่ราบูลให้ข้อมูลมา
แต่ละคนล้วนดูเหมือนจะเป็นหมากที่แลมบ์วางเอาไว้
ระหว่างที่ครุ่นคิด ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของหลินเอิน
ในเมื่อหาอีกฝ่ายไม่เจอ เช่นนั้นก็ลองทำให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายมาหาเขาเองจะดีกว่า...