ความขัดแย้งและทหารรักษาเมือง
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเอินก็ก้มมองราบูลแวบหนึ่งก่อนเอ่ยถามออกไปว่า…
“ในเมืองท่าหลวงนี้ เจ้ากับผู้ใดมีปัญหาไม่ลงรอยกันมากที่สุด?”
“มันคือ 【มือทมิฬ】บ๊อบ...” ราบูลไม่เข้าใจว่าทำไมหลินเอินถึงถามเช่นนี้ แต่ก็เล่าความบาดหมางระหว่างตนกับอีกฝ่ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ดี งั้นข้ายืมเสื้อผ้าของเจ้าสักหน่อย!” หลินเอินลงมือทันที เดินเข้าไปปลดเสื้อผ้าของราบูลออกอย่างไม่รีรอ
ร่างยักษ์ใหญ่พลันคิดไปเองว่าปีศาจตรงหน้าคิดจะใช้วิธีลอกหนังอย่างโหดเหี้ยมกับตน ราบูลรีบแปะร่างกับพื้นแนบแน่นราวกับหญิงสาวที่กำลังถูกปลุกปล้ำ
สุดท้ายหลินเอินได้แต่ส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก่อนจะซัดอีกฝ่ายจนสลบไป แล้วเปลี่ยนชุดของตัวเองเป็นเสื้อผ้าของราบูล หลังจากนั้นจ้องใบหน้าของราบูลแล้วร่ายเวทแปลงร่าง
นี่คือเวทเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่เขาเรียนรู้จาก 《ตำราพื้นฐานเวทมนตร์》 สามารถใช้เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของพ่อมดได้
บากค์ที่ตายในมืออันซิลค์ก็เคยใช้เวทนี้แปลงร่างเป็นหมีตัวใหญ่ เพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไปช่วงหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เวทนี้ไม่ได้ไร้ขีดจำกัด ผู้ใช้จำเป็นต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่จะแปลงร่างอย่างลึกซึ้ง และต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ
ใน《ตำราพื้นฐานเวทมนตร์》ยังมีการบันทึกตัวอย่างการล้มเหลวของจอมเวทที่เรียนรู้เวทเปลี่ยนรูปลักษณ์ไว้มากมาย บ้างก็แปลงผิดพลาด บ้างก็กลับคืนร่างเดิมไม่ได้ บ้างก็ถูกพลังเวทย้อนกลับจนถึงแก่ความตาย
จึงกล่าวได้ว่าพ่อมดเที่กล้าเรียนเวทเปลี่ยนรูปลักษณ์ ล้วนแต่เป็นพวกที่กล้าหาญไม่กลัวตาย
โชคดีที่ความรู้ด้านชีววิทยาของหลินเอินไม่ธรรมดา และคลังข้อมูลของ 071 ยังมีโมเดลสามมิติของร่างกายมนุษย์อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เลือด อวัยวะภายใน ไปจนถึงเซลล์ต่างๆ ทำให้ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก
แน่นอน เมื่อเทียบกับการปลอมตัวเป็นลอร์ทที่ทั้งรูปร่าง อายุ และสีผมคล้ายเขาเป็นอย่างมาก การปลอมเป็นราบูลนั้นมีความเหมือนเพียงประมาณเก้าส่วน
แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับรับมือเหตุไม่คาดฝันแล้ว!
หลินเอินป้ายฝุ่นที่หน้าของตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนจะมัดตัวราบูลที่หมดสติใส่ถุงในห้องเก็บของใต้ดิน แล้วเดินออกไปข้างนอก
“บ๊อบนี่มันชั่วจริงๆ!”
หลินเอินสบถกระแทกเสียงพลางก้าวออกจากประตู บรรดาคนงานเรือที่ยืนเฝ้าอยู่เห็นท่าทางเดือดดาลของหลินเอิน ก็รีบถามด้วยความระแวง
“หัวหน้าราบูล ข้อตกลงไม่สำเร็จหรือขอรับ?”
“ต้องการเรือบรรทุกสินค้าเต็มลำ แต่ไอ้พวกนั้นยอมจ่ายแค่ 60 เหรียญทองเซคัส!” หลินเอินโกรธจนตัวสั่น “เพราะไอ้บ๊อบคนสารเลวนั่น มันไปคุยกับพวกตระกูลเปโดรก่อนแล้ว ยอมขนส่งของให้พวกนั้นในราคาถูกแสนถูกเพื่อแย่งงานจากเรา!”
พอได้ยินดังนั้น คนงานเรือทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างโกรธแค้นกันถ้วนหน้า เพราะเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่เดินทางไปกลับหนึ่งรอบ แค่ต้นทุนก็ 50 เหรียญทองเซคัสแล้ว นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายลูกเรือกลางทะเล เงินแค่นั้นไม่ใช่แปลว่าต้องเหนื่อยฟรีหรือ?
【มือทมิฬ】บ๊อบกับพวกลูกน้องไม่ถูกกับ 【สมาคมเรือ】 มาก่อนอยู่แล้ว แต่โดยปกติจะเล่นงานกันลับๆ ไม่ออกหน้าออกตา นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะทำเกินไปถึงเพียงนี้ ถึงขั้นยอมขาดทุนเพื่อแย่งงานจากมือพวกเขา
นี่มันหาเรื่องแกล้งกันชัดๆ...
“ไป เอาคนไปหาเรื่องมันเลย!” หลินเอินโบกมือพลางตะโกนเสียงดัง รวบรวมคนอีกหลายสิบก่อนจะมุ่งหน้าสู่ท่าเรืออย่างเอิกเกริก
ในเวลาเดียวกัน บนเรือสำเภาขนาดใหญ่ 【มือทมิฬ】บ๊อบกำลังแกว่งแส้ไล่เฆี่ยนคนงานที่แอบอู้ แต่เมื่อเห็นหลินเอินพาคนบุกมาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวก็ขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า
“ราบูล เจ้าพาคนมาเยอะขนาดนี้ทำไม?”
หลินเอินไม่เสียเวลาพูดมาก เดินตรงเข้าไปต่อยบ๊อบจนล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยความงุนงง
คนงานบนเรือสำเภาถึงกับชะงักค้างอยู่ที่เดิม แต่คนของหลินเอินกลับบุกเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนลงมือฟาดฟันกันด้วยไม้กระบอง
ท่าเรือที่เคยสงบกลับวุ่นวายขึ้นมาในทันที เสียงตะโกนและการทุบตีดังก้องไม่หยุด จนกระทั่งไม่กี่นาทีต่อมา เสียงแหลมสูงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ทหารรักษาเมือง! ทหารรักษาเมืองมาแล้ว!!”
หลินเอินและเหล่าคนงานบนเรือต่างหยุดมือโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะตอนนี้มีทหารรักษาเมืองกว่าสิบคนที่สวมเกราะพร้อมอาวุธครบมือมาล้อมเรือไว้แล้ว
หลินเอินยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนยอมแพ้ สีหน้าของเขาไร้ซึ่งความกังวลใดๆ
เพราะหัวหน้าทหารรักษาเมืองแห่งท่าเรือ ทิริส เป็นคนคุ้นเคยของราบูล ครั้งก่อนตอนที่ยักยอกสินค้าในเรือ อีกฝ่ายก็ได้ผลประโยชน์ไม่น้อย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ทิริสเดินขึ้นเรือสำเภาด้วยฝีเท้าหนักหน่วง กวาดสายตามองสินค้าที่กระจายเกลื่อนพื้นและคนงานที่นอนระเกะระกะ ก่อนหันมาถามหลินเอินด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ท่านทิริส คนพวกนี้บุกเข้ามาโดยไม่มีเหตุผลเลยนะ! พวกมันทุบสินค้าที่เก็บไว้ในนี้จนกระจัดกระจาย แล้วก็ลงมือกับพวกเรา...” บ๊อบที่โดนต่อยจนฟันร่วงไปหนึ่งซี่ตะโกนอย่างโมโหและอัดอั้นใจ ไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ว่าทำไมตนถึงโดนเล่นงาน
“ก็แค่ความขัดแย้งเล็กน้อยเท่านั้นเอง ท่านทิริส ที่สำคัญมีหลายคนที่นี่เป็นพยานได้ว่าบ๊อบเป็นฝ่ายลงมือก่อน!” หลินเอินก้าวไปข้างหน้าพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะยื่นถุงเงินเล็กๆ ใบหนึ่งให้ทิริสอย่างแนบเนียน
คนงานบนท่าเรือนับร้อยคนช่วยกันส่งเสียงสนับสนุน ทำให้เสียงโต้แย้งของบ๊อบและพวกถูกกลบไปหมด
ในเมืองท่า อิทธิพลของ【มือทมิฬ】เทียบกับ【สมาคมเรือ】ไม่ติดเลย หากไม่ใช่เพราะเบื้องหลังของบ๊อบมีท่านเคานต์แห่งจักรวรรดิหนุนหลังไว้ มันคงโดนเตะออกจากท่าเรือไปนานแล้ว
“จับทั้งหมดไปซะ!” สำหรับความขัดแย้งและปัญหาระหว่างสองแก๊งในเมืองท่า ทิริสรู้ดีถึงต้นสายปลายเหตุ หลังจากชั่งน้ำหนัก ‘ความจริงใจ’ ของหลินเอินแล้ว เขาก็ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการทะเลาะวิวาทกันทั้งสองฝ่าย
ตามกฎหมายของจักรวรรดิเซคัส ผู้ที่ก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะจะถูกเฆี่ยนสิบที!
“อั่ก...เจ้านี่มันเล่นจริงเจ็บจริงเลยแฮะ…”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินเอินเดินออกจากท่าเรือพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น ในใจรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
เขาประเมิน “ความสัมพันธ์” ระหว่างราบูลกับทิริสสูงเกินไป เพราะตอนที่อีกฝ่ายลงมือเฆี่ยน ไม่มีการปรานีหรือผ่อนแรงเลยแม้แต่น้อย
หลินเอินได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ได้ถูกเฆี่ยนฟรี เพราะสิ่งที่ต้องทำ เขาก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว
ตามนิสัยรอบคอบและเจ้าเล่ห์ของแลมบ์ขาเป๋ เขาคาดว่าที่ซ่อนตัวของอีกฝ่ายคงไม่ไกลมาก และคงเฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายในเมืองท่าหลวงอย่างใกล้ชิด
และสิ่งที่แลมบ์ขาเป๋กังวลที่สุดคือการดึงดูดความสนใจจากศาสนจักร
ดังนั้นเขาจึงวางแผนสร้างความขัดแย้งครั้งนี้ขึ้น ดึงเอาทหารรักษาเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ควบคุมความรุนแรงไว้ในระดับหนึ่ง โดยทำให้สาเหตุการปะทะดูเป็นแค่ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ระหว่างแก๊ง ไม่ผิดคาด เรื่องนี้จะไปถึงหูแลมบ์ขาเป๋ในเร็วๆ นี้
ราบูลซึ่งเป็นตัวแทนของ 【สมาคมเรือ】 ที่ปรากฏตัวในที่แจ้ง จะไม่มีใครที่สั่งเขาได้นอกจากแลมบ์ขาเป๋ ดังนั้นการที่อีกฝ่ายจะลงมืออย่างไรต่อไปก็พอคาดเดาได้
อาจเป็นไปได้ที่ลูกน้องคนสนิทของแลมบ์ขาเป๋จะออกมาส่งคำสั่งตำหนิของเขา แต่ความเป็นไปได้มากที่สุดคือ...
“ท่านราบูล ท่านแลมบ์ขาเป๋มีเรื่องสำคัญต้องการพบท่าน เชิญท่านตามข้ามาเถิด” ไม่กี่นาทีต่อมา คนงานเรือหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งก็เดินมากระซิบข้างหูเขาอย่างเบาๆ
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” มุมปากของหลินเอินยกยิ้มเล็กน้อย
ว่าแล้วเชียว มาจนได้!