พี่ชายของข้า ท่านคืออุปสรรคที่ข้าต้องข้ามไป
เมื่อยามรัตติกาลแผ่ปกคลุม เมืองท่าที่เคยคึกคักและจอแจได้จมดิ่งสู่ความเงียบสงบและความร่มเย็น
ดวงจันทร์ทรงกลมอันสุกสกาวลอยขึ้นจากขอบฟ้าทะเล แสงนวลละมุนโรยตัวลงดุจม่านเงินบางเบาที่ปกคลุมทั้งเมืองท่า
ณ ขณะนี้ หลินเอินยืนอยู่บนยอดอาคารของคฤหาสน์เปโดร ทอดสายตาจากมุมสูงมองลงไปยังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกไปเองหรือไม่ ที่ทำให้เขารู้สึกว่าในค่ำคืนนี้ท่าเรือดูสงบเงียบกว่าปกติอย่างมาก จนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงจิ้งหรีดร้อง ความผิดปกตินี้ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงลางอันตราย
“071 รายงานปริมาณพลังงานสำรอง” หลินเอินถามในใจเงียบ ๆ หลังจากจัดเก็บสมุดบันทึกเสร็จเรียบร้อย
【พลังงานสำรองคงเหลือ 40.2%...】
“เสียดาย ยังไม่พอเท่าไร...”
หลินเอินพึมพำในใจ คืนจันทร์เรืองแสงที่ผ่านมาทำให้ 071 สามารถเพิ่มพลังงานสำรองขึ้นได้ราว 30% ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้ว แต่ก็เพียงพอที่จะเปิดโหมดโอเวอร์โหลดได้เพียงราว 200 วินาทีเท่านั้น
ในสภาวะเช่นนี้เท่านั้น ที่เขาจะสามารถใช้พลังของเปลวเพลิงฟอสฟอรัสขาวได้อย่างเต็มที่!
แม้ในใจจะรู้สึกถึงความไม่สบายใจอย่างอธิบายไม่ได้ แต่หลินเอินก็ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแผนการ เพราะหากต้องการช่วยไวท์โดฟและโจนนี่ คืนนี้คือโอกาสเดียวที่เขามี!
เพราะเส้นทางที่นำไปสู่ดินแดนพ่อมดจะเปิดขึ้นในคืนจันทร์เรืองแสงเท่านั้น และวันพรุ่งนี้ก็เป็นเวลาที่จะมีการประหารต่อหน้าสาธารณชน...
หลินเอินหยิบสมุดบันทึกของลอร์ทออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงที่มุมโต๊ะ
หลังจากวันนี้ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เขาก็ไม่สามารถอยู่ในเมืองท่าแห่งนี้ได้อีกต่อไป ตัวตนของลอร์ทก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้วเช่นกัน
สมุดบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของลอร์ทที่เขาทิ้งไว้ให้บารอนเปโดรและอีเวียน่า แม้จะไม่ได้หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้
หลังจากจัดเก็บสิ่งของเรียบร้อย หลินเอินก็ออกจากห้องไป ในใจครุ่นคิดถึงข้อมูลที่กลุ่ม【สมาคมเรือ】รวบรวมมาได้
เอเดรียน...นักบวชผู้เพิ่งได้รับการแต่งตั้งในเมืองท่า เขาเป็นมือขวาของบิชอปอันซิลค์ เป็นผู้สืบเชื้อสายขุนนาง อีกทั้งยังเป็นแชมป์การทดสอบอัศวินของนอร์ดแลนด์เมื่อครั้งก่อน เขามีฝีมือดาบที่ไม่ธรรมดา
ที่สำคัญที่สุดคือกิจวัตรของเขามีความเป็นระเบียบอย่างมาก ทุกคืนในช่วงเวลานี้ เขาจะออกจากบ้าน แต่จุดหมายปลายทางไม่ชัดเจน คาดว่าเขาไปเข้าร่วมงานเลี้ยงของขุนนางบางคน
สำหรับแผนการช่วยเหลือ หลินเอินคิดไว้หลายแนวทาง ซึ่งแผนที่ราบรื่นที่สุดคือการจับตัวเอเดรียนและสวมรอยแทนที่เขา
วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้เขาสามารถสอบถามได้โดยตรงว่าผู้ที่ถูกจับเป็นใคร และถูกกักตัวไว้ที่ไหน แต่สถานะของเอเดรียนในฐานะมือขวาของบิชอปยังมีประโยชน์อย่างมาก
เมื่อพระจันทร์เต็มดวงลอยอยู่กลางฟ้า สมาชิกกลุ่ม【สมาคมเรือ】จะก่อความวุ่นวายที่ท่าเรือ ขับไล่ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไป และจุดไฟเผาโดยใช้ผงฟอสฟอรัสขาวที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้า
“เปลวไฟนรก” ที่ไม่อาจดับได้นี้ หากลุกลามขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่กองกำลังประจำการเพียงไม่กี่ร้อยคนจะสามารถควบคุมได้ และนี่ยังเป็นเวทมนตร์ประจำตัวของเขาอีกด้วย
ในเวลานั้น ไม่ว่าอันซิลค์จะมาดับไฟหรือจับกุมตัวเขา ก็น่าจะออกปฏิบัติการด้วยตัวเอง และอาจเรียกระดมกำลังทหารฝีมือดีที่ซ่อนตัวอยู่
สินค้าจำนวนมากที่กองอยู่ที่ท่าเรือได้ถูกกลุ่ม【สมาคมเรือ】แอบเปลี่ยนเป็นดินปืนสูตรพิเศษ หากจุดระเบิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรือรบที่จอดอยู่หรือทหารที่มาสนับสนุนก็จะถูกระเบิดปลิวไปในพริบตา!
หากสามารถระเบิดอันซิลค์ให้ตายไปด้วยได้ ย่อมจะดีที่สุด แต่ต่อให้ทำไม่ได้ บิชอปคนนี้ก็คงกลับมาไม่ได้ในเวลาอันสั้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็จะสามารถใช้ตัวตนของเอเดรียนเพื่อเข้าสถานที่ที่คุมขังโจนนี่และคนอื่น ๆ ได้ โดยอ้างความโกลาหลในเมืองท่าเป็นข้ออ้าง และปลอมตัวสั่งการแทนอันซิลค์พื่อย้ายตัวนักโทษไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคืออันซิลค์เลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ทำอะไร และปล่อยให้ “เปลวไฟนรก” ลุกลามไปทั่วท่าเรืออย่างรวดเร็ว ในกรณีนั้น เขาอาจต้องลงมือควบคุมเปลวเพลิงด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้ประชาชนจำนวนมากต้องรับผลกระทบ
หากเปลวเพลิงนี้ไม่ได้รับการควบคุม เมืองท่าทั้งหมดก็อาจกลายเป็นทะเลเพลิง
หลินเอินคอยจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในใจ พลันได้ยินเสียงดัง ‘เอี๊ยด’ แหลมแปลบ ลอยมาจากทางเดินด้านหน้า
หลินเอินหยุดฝีเท้าด้วยความระมัดระวัง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองไปเห็นร่างหนึ่งปรากฏอยู่ปลายทางเดินในเวลาไม่นาน
เด็กสาวผมสีน้ำตาลยืนอยู่ในเงามืด มือกำดาบเล่มยาวที่ลากพื้นได้ขณะก้าวเดิน ชุดรัดรูปสีแดงดำของเธอสะท้อนแสงจันทร์สีเงิน ดูลึกลับน่าขนลุก
“อีเวียน่า เจ้าขึ้นมาที่นี่ทำไม?” หลินเอินถามด้วยความสงสัย มือวางไว้บนด้ามดาบ ขณะที่คิดว่าห้องของอีกฝ่ายควรอยู่ที่ชั้นสอง
“ทำไม?” เด็กสาวผมสีน้ำตาลเอ่ยถามด้วยเสียงต่ำ
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ไม่ว่าข้าจะพยายามมากเพียงใด ท่านพ่อก็ไม่เคยยอมรับในตัวข้า แต่เจ้าที่สอบเป็นอัศวินไม่ผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับได้ทุกสิ่งที่ข้าต้องการอย่างง่ายดาย...”
อีเวียน่าก้มหน้าลง คำพูดของเธอเปี่ยมด้วยความโกรธที่ไม่อาจระงับ เธอกัดฟันแน่นราวกับกำลังสะกดกลั้นความโกรธสุดกำลัง
แต่ในเวลาไม่นาน สีหน้าของเธอก็กลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง เธอพูดเสียงเย็น
“พี่ชายของข้า...เจ้าเป็นอุปสรรคที่ข้าจะก้าวไปข้างหน้า...”
ดวงตาของหลินเอินหรี่ลงเล็กน้อย ในทันทีที่คำพูดจบลง อีเวียน่าก็พุ่งเข้ามาพร้อมดาบในมือ
เสียง ‘เฉ้ง~’ ดังขึ้น
เสียงเหล็กปะทะกันดังก้อง หลินเอินดึงดาบยาวที่ทำจากเหล็กกล้าออกมาจากเอว เพื่อรับคมดาบของอีกฝ่ายที่ฟันลงมาในอากาศ แต่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแรงและความเร็วของเด็กสาวในครั้งนี้เหนือกว่าตอนซ้อมมากทีเดียว เห็นได้ชัดว่านี่คือพลังที่แท้จริงของเธอ!
ดวงตาสีทองเข้มของอีเวียน่าเปล่งประกายความเย็นชาและจิตสังหาร ดาบในมือแปรเป็นแสงเย็นเฉียบฟันอากาศอีกครั้ง ฟาดลงมาทางหลินเอิน
“เจ้ามักทำตัวเป็นไม่ใส่ใจอยู่เสมอ...”
“บอกข้าสิ ทำไมเจ้าไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อ?”
“ทั้งที่เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าอยากฆ่าเจ้ามาโดยตลอด!”
ทุกครั้งที่อีเวียน่าเอ่ยคำพูด ความเร็วในการเหวี่ยงดาบของเธอก็ยิ่งเพิ่มขึ้น สายตาที่ซับซ้อนของเธอจับจ้องไปยังพี่ชายของเธอ...