การพลิกผันระหว่างรุกและรับ
บทเพลงสรรเสริญอันแสนไพเราะดังก้องอยู่เหนือโบสถ์ สอดประสานเข้ากับภาพความวุ่นวายในเมืองท่าจนเกิดบรรยากาศชวนขนลุก
เอเดรียนซึ่งอยู่ในสถานการณ์นั้นรู้สึกราวกับจิตวิญญาณได้รับการชำระล้างจากบทเพลงสรรเสริญ และนึกถึงคำสอนใน《คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์》
ความเป็นและความตายนั้นแท้จริงหาได้สำคัญ ทุกหนแห่งล้วนเป็นทุ่งหญ้าขององค์พระผู้เป็นเจ้า ชาวเมืองผู้สละชีพเหล่านี้เพียงแค่ได้กลับสู่อ้อมกอดของพระองค์ก่อนเวลาเท่านั้น
หลังบทเพลงสรรเสริญจบลง อันซิลค์กวาดสายตามองผู้คนรอบข้างก่อนเอ่ยเสียงเบา
“พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และนิรันดร์【ไอรา】จะทรงสถิตกับข้าและเจ้า!”
อาจเพราะคำกล่าวของอาร์ชบิชอปออกฤทธิ์ หรืออาจเพราะแสงแห่ง【ไอรา】ได้สาดส่องมายังเมืองชายแดนแห่งนี้ ภายนอกโบสถ์ ภาพความวุ่นวายเริ่มสงบลงอย่างรวดเร็ว
อันซิลค์เดินไปที่หน้าต่างด้วยความประหลาดใจ มองลงไปจากที่สูงเห็นทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองท่า เปลวเพลิงที่ลุกโชนเหนือคลังเสบียงก่อนหน้านี้ได้ดับลงแล้ว ชาวเมืองกำลังถูกนำออกจากเขตปะทะอย่างเป็นระเบียบ
เขาไม่สามารถมองเห็นร่างของสองศิษย์พ่อมดได้โดยตรง แต่จากเส้นทางการเคลื่อนไหวของฝูงอีกาบนท้องฟ้า อันซิลค์ก็รู้ในทันทีว่าสองคนนั้นได้ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน กำลังถูกไล่ต้อนออกจากพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น
จุดหมายปลายทางดูเหมือนจะเป็นท่าเรือของเมืองท่า?
“ตอนนี้ใครเป็นผู้บัญชาการอยู่ที่แนวหน้า?” อันซิลค์ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“น่าจะเป็นบาทหลวงแดนนี่่และบาทหลวงอัลเบิร์ต” เอเดรียนตอบ
อาร์ชบิชอปครุ่นคิดถึงพฤติกรรมในแต่ละวันของบาทหลวงทั้งสอง เขาไม่คิดว่าคนเหล่านั้นจะมีความสามารถในการบัญชาการที่โดดเด่นถึงเพียงนี้ หรือเป็นการตัดสินใจของผู้บังคับการทหารประจำเมืองท่า?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อันซิลค์อดที่จะรู้สึกเสียดายความสามารถไม่ได้ จึงสั่งให้ทหารเฝ้าประตูไปสอบถามดู
สองสามนาทีต่อมา ทหารยามคนหนึ่งก็ผลักประตูเข้ามา มองเอเดรียนที่อยู่ข้าง ๆ เล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยท่าทีแปลกประหลาด
“กราบเรียนท่านอาร์ชบิชอป จากคำบอกเล่าของทหารอาสาที่รับผิดชอบการอพยพ ตอนนี้คือ...”
“ตอนนี้บาทหลวงเอเดรียนเป็นผู้สั่งการครับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนในที่นั้นต่างก็หันไปมองเอเดรียนเป็นสายตาเดียว ขณะที่เจ้าตัวเองก็งุนงงไม่น้อย เพราะตนอยู่ในโบสถ์มาโดยตลอดและไม่ได้ออกไปที่ไหนเลย
สีหน้าของอันซิลค์พลันเคร่งเครียดขึ้นทันที ในช่วงสิบกว่าปีที่เขาดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งดินแดนนอร์ดแลนด์ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับพ่อมดที่เชี่ยวชาญเวทแปลงกาย และรู้ดีว่าคนเหล่านี้สามารถก่อความวุ่นวายได้มากเพียงใด
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคน เอเดรียนลุกลี้ลุกลนและถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ก็ฟื้นสติกลับมาได้ในทันที เขายื่นมือออกไปร่ายเวทศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง 【วาจาศักดิ์สิทธิ์: โล่】!
เมื่อได้เห็นกับตาว่าโล่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งแสงแห่งเวทศักดิ์สิทธิ์รวมตัวขึ้นกลางอากาศ เหล่าบาทหลวงที่อยู่ในเหตุการณ์ก็สลัดความเคลือบแคลงใจออกไปในทันที
แต่หลังจากนั้น ความเย็นยะเยือกก็แล่นจากปลายเท้าขึ้นสู่สมองในพริบตา
ในเมื่อเอเดรียนตัวจริงอยู่ที่นี่ เช่นนั้นผู้ที่กำลังบัญชาการอยู่แนวหน้าคือใครกัน?
ผู้บัญชาการที่เหล่าบาทหลวงคาดหวังกันอย่างมาก ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในจุดตั้งมั่นชั่วคราวทางตอนเหนือของเมืองท่า เขาจิบชาร้อนพลางฟังรายงานของ ‘ลูกน้อง’
“ท่านเอเดรียน ตามคำสั่งของท่าน กองกำลังอาสาสมัครที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวได้เริ่มอพยพชาวเมืองแล้ว อีกไม่นานก็จะสามารถเคลียร์พื้นที่โล่งได้ ส่วนเปลวไฟที่คลังเสบียงก็ถูกควบคุมไว้ได้แล้ว วิธีการกักกันไฟที่ท่านสอนมาได้ผลดีมาก...”
บาทหลวงแดนนี่พูดด้วยความเร็วพลางรายงานสถานการณ์ในเมืองท่าในขณะนี้ด้วยน้ำเสียงนับถือ
พวกแม่มดน่าตายพวกนั้นจุดไฟไปทั่ว วิ่งพล่านในตรอกแคบ ๆ แถมยังเผาคลังเสบียงอีก ทำให้พวกเขาแทบจะหัวหมุน
ควรรู้ไว้ว่าท่านบิชอปอันซิลค์จัดสรรกำลังทหารประจำการให้พวกเขาเพียงแปดร้อยคน ซึ่งต้องรับผิดชอบทั้งการล้อมจับแม่มดหญิงสองคน และยังต้องอพยพชาวเมืองกับดับไฟอีก ทำให้กำลังคนไม่เพียงพออย่างหนัก
เมื่อยื่นเรื่องขอกำลังทหารหน่วยทหารชั้นยอดไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกอันซิลค์ปฏิเสธไปหมด แดนนี่ก็ทำได้เพียงถอนกำลังพลที่เดิมทีใช้ในการดับไฟและช่วยเหลือชาวเมืองออกมาเพื่อไล่ล่าพวกแม่มดพวกนั้น ป้องกันไม่ให้พวกเธอหลบหนีออกไปได้
แต่ความวุ่นวายเช่นนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปในทันทีหลังจากที่ ‘ท่านเอเดรียน’ มาถึง
เริ่มต้นด้วยการบัญชาการให้พวกเขาใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ปลอบประโลมชาวเมืองที่กำลังอพยพ แล้วบังคับเลือกคนที่มีกำลังออกมา จากนั้นแยกทหารประจำการกลุ่มเล็ก ๆ มาเป็นผู้นำเพื่อจัดตั้งกองกำลังอาสาสมัครชั่วคราว ทำให้กำลังพลที่สามารถใช้งานได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าภายในพริบตา
กองกำลังอาสาสมัครที่ขาดการฝึกฝนพวกนี้หากใช้ในการต่อสู้อาจแตกพ่ายในทันที แต่หากให้ทำงานดับไฟและช่วยเหลือกลับพอจะทำได้อย่างพอถูไถ
วิธีการกักกันไฟและใช้ทรายดับไฟที่อีกฝ่ายบอกมาก็ได้ผลเป็นอย่างดี
เมื่อนึกถึงตรงนี้ บาทหลวงแดนนี่ก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้เขายังบ่นว่าท่านบิชอปอันซิลค์จัดสรรกำลังพลให้น้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์อันซับซ้อน
แต่ตอนนี้เขากลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะ ‘ท่านเอเดรียน’ ที่มีทรัพยากรเท่ากันกลับจัดการความวุ่นวายลงได้อย่างง่ายดาย
คงต้องบอกว่าไม่เสียทีที่เป็น ‘ท่านเอเดรียน’ มือขวาของท่านอาร์ชบิชอป!
หลินเอินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟังคำพูดของบาทหลวงด้วยรอยยิ้ม พลางเอ่ยชื่นชมว่า “ท่านทำได้ดีมาก บาทหลวงแดนนี่ หลังจากคืนนี้ ข้าจะรายงานผลงานของท่านต่อท่านอันซิลค์”
“ขอบคุณท่านมาก ท่านเอเดรียน ข้าเพียงทำสิ่งเล็ก ๆ ที่ข้าพอจะทำได้ นี่ล้วนเป็นความดีความชอบของท่าน!” บาทหลวงแดนนี่ตอบกลับด้วยความตื่นเต้น
หลินเอินโบกมือเบา ๆ ข้ามหัวข้อนี้ไป แล้วเปลี่ยนเป็นถามว่า “เอาล่ะ ช่างเรื่องพวกนี้ก่อน คำสั่งที่ข้าให้ไปก่อนหน้านี้ส่งต่อไปหมดแล้วหรือยัง?”
แดนนี่พยักหน้า ตามแผนของ ‘ท่านเอเดรียน’ ตอนนี้พวกเขาต้องบีบให้แม่มดทั้งสองไปยังพื้นที่โล่งที่ท่าเรือเมืองท่า ซึ่งโบสถ์ได้ซุ่มนักธนูหน้าไม้ไว้ที่นั่นกว่าพันนาย รอให้ยิงพร้อมกันก็สามารถทำให้เป้าหมายกลายเป็นเม่นได้ทันที
วิธีนี้สามารถลดการสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาจากการบัญชาการอันยอดเยี่ยมของ ‘ท่านเอเดรียน’ ก่อนหน้านี้ แดนนี่ก็ไม่มีความสงสัยในแผนการนี้แม้แต่น้อย
“เช่นนั้น แดนนี่ ภารกิจของเจ้าก็สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แล้ว” หลินเอินลุกขึ้นยืน ตบไหล่แดนนี่เบา ๆ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม “ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะส่งเจ้าไปพบกับบาทหลวงอัลเบิร์ต!”
อัลเบิร์ต? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?
แดนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรออก แสงสีเงินเจิดจ้าก็พาดผ่านลำคอของเขา เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากบาดแผล บาทหลวงหนุ่มใช้มือกุมคอที่เปิดออกด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น
หลินเอินมองดูร่างไร้ลมหายใจตรงหน้าก่อนส่ายหัวอย่างจนปัญญา เขาหยิบเศษผ้าบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดคราบเลือดบนมีดสั้นให้สะอาด
ถึงตอนนี้ เขาได้กำจัดสมุนทั้งสองที่อันซิลค์ส่งมาเป็นเหยื่อล่อได้หมดสิ้นแล้ว ทว่าบนใบหน้าของหลินเอินกลับไม่มีแววดีใจสักเท่าไร
ท้ายที่สุด คู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่คนโง่ การที่เขาใช้ตัวตนเอเดรียนในการออกคำสั่ง เกรงว่าอันซิลค์จะจับพิรุธได้ในไม่ช้า และอาจตัดสินว่าเขามีความสามารถในการปลอมตัว
อย่างไรก็ตาม นี่กลับเป็นสิ่งที่หลินเอินตั้งใจให้เกิดขึ้น!
เพราะบาทหลวงธรรมดาไม่อาจล้างเวทมนตร์นี้ได้ เช่นนั้นอันซิลค์...ก็จะต้องลงสนามด้วยตัวเอง!
แม้จะต้องใช้วิธีที่ต้องอ้อมไปไกล แต่ในที่สุดหลินเอินก็อาศัยพลังของศัตรูในการดึงตัวบิชอปผู้นี้ออกมา และย้ายสนามรบต่อไปกลับไปยังท่าเรือเมืองท่าอีกครั้ง!