พิชิต [ดวงตาแห่งความตาย]

ภายใต้การชี้นำด้วยแส้ยาวในมือของแลมบ์ ลูกเรือต่างลงมือด้วยความหวังเฮือกสุดท้าย เชือกใบเรือถูกดึงให้ตึง เครื่องหมุนเชือกหมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง ใบเรือที่ทำจากหนังสัตว์ขนาดใหญ่ถูกกางออก ใบเรือที่ทำจากหนังสัตว์นี้มีความทนทานมากพอที่จะรับมือกับพายุฝนและลมแรงได้


คนที่เหลือต่างช่วยกันโยนสัมภาระที่กองอยู่บนดาดฟ้าลงทะเล เพื่อลดน้ำหนักของเรือใบ


แลมบ์มองดูสินค้าเต็มลำเรือที่ถูกโยนลงทะเลทีละชิ้น หัวใจแทบแหลกสลาย แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะชีวิตของเขาสำคัญกว่า


เสียงลมกรรโชกและกระแสน้ำที่ปั่นป่วนทำให้เรือรบใบใหญ่ดูเหมือนใบไม้ที่พร้อมจะคว่ำได้ทุกเมื่อ ตัวเรือโคลงเคลงไม่หยุด ราวกับว่ามันจะจมลงใต้ทะเลในวินาทีถัดไป


วิธีรับมือของหลินเอินนั้นเรียบง่าย เขาอาศัยการปรับมุมของใบเรือเพื่อใช้แรงลมช่วยสร้างสมดุลให้ตัวเรือ ซึ่งเป็นการควบคุมที่ต้องอาศัยความละเอียดอย่างมาก โชคดีที่แม้ว่าลูกเรือบนเรือจะไม่เข้าใจคำว่า "อากาศพลศาสตร์" แต่ประสบการณ์เดินเรือหลายสิบปีก็ทำให้พวกเขาประคับประคองสถานการณ์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด


เรือรบค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางภายใต้การควบคุมของหลินเอิน มุ่งหน้าไปตามทิศทางของกระแสน้ำด้วยความเร็วเต็มที่...


"ท่านพ่อมด ท่านคงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดใช่ไหม ข้างหน้านั่นคือวังน้ำวนใหญ่นะ!" แลมบ์ที่เพิ่งสั่งให้ลูกเรือเริ่มปฏิบัติการ เงยหน้ามองเส้นทางแล้วถึงกับตัวชา


นี่พวกเขากำลังจะหนีออกจากวังน้ำวน หรือกำลังเร่งรีบไปตายกันแน่?


ตอนนี้เขาเริ่มเชื่อคำพูดของต้นหนแล้ว ว่าอีกฝ่ายไม่มีความรู้เรื่องเรือเลย!


"ข้ารู้ดีว่าที่นั่นคือวังน้ำวน ข้าต้องการใช้พลังของ [ดวงตาแห่งความตาย] นั่นต่างหาก!" หลินเอินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“ความเร็วของเรือใบอยู่ที่เพียงเจ็ดนอต การจะหลุดพ้นจากแรงดูดของวังน้ำวนแทบเป็นไปไม่ได้ วิธีเดียวคือทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของเรือสอดคล้องไปกับทิศทางการหมุนของกระแสน้ำ เดินเรือวนครึ่งรอบและสุดท้ายอาศัยแรงเหวี่ยงมหาศาลเร่งตัวออกมา!”


ในความเป็นจริง หลินเอินไม่มีประสบการณ์ในการเดินเรือเลย แต่เขาเคยสอบขับยานอวกาศมาก่อน และเข้าใจวิธีใช้แรงดึงดูดของดาวเคราะห์เพื่อสร้างแรงเร่งในทิศทางตรงกันข้าม หลักการของทั้งสองสิ่งคล้ายกันมาก”


“พูดง่าย ๆ ก็คือ ต้องพุ่งเข้าไปก่อน แล้วค่อยถูกเหวี่ยงออกมา!”


หลินเอินอธิบายออกมาอย่างย่อ ๆ แต่แลมบ์กลับไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว เพียงแค่รู้สึกคล้ายกับว่ามันดูสมเหตุสมผล


“พวกเราคงบ้าไปแล้วแน่ๆ!” แลมบ์พึมพำกับตัวเอง เขาไม่เคยคิดเลยว่าสักวันจะต้องพาเรือบุกเข้าไปในวังน้ำวนด้วยตัวเอง!


นอกจากแลมบ์ ลูกเรือที่เหลือก็สังเกตเห็นว่าทิศทางเรือมีปัญหา แต่พวกเขาไม่มีเวลาจะสิ้นหวังเลย เพราะเชือกใบเรือหลายเส้นบนดาดฟ้าไม่สามารถต้านทานลมแรงได้จนขาดผึง!


ในสถานการณ์ที่วิกฤตเช่นนี้ มีเพียงการใช้แรงมนุษย์ดึงเชือกใบเรือให้ตึงชั่วคราวเท่านั้น เพื่อไม่ให้การเดินเรือได้รับผลกระทบ


หลินเอินปรับพวงมาลัยเรือไม่หยุด ท่ามกลางการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวเรือเอียงไปทางขวาอย่างแรงก่อนจะกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากช่วยผลักดันเรือใบให้พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่วังน้ำวนใหญ่อย่างเด็ดเดี่ยว


“ใช้เวทลูกไฟ! ทิศเจ็ดนาฬิกา!’ หลินเอินตะโกนเสียงดัง เพื่อไม่ให้โจนนี่ฟังผิด จึงชี้ทิศทางให้ชัดเจนด้วย


หญิงสาวผมสีเงินอมเทาเข้าใจทันที เธอใช้【มือเวทมนตร์】เรียกลูกไฟขนาดใหญ่ให้ก่อตัวขึ้นในฝ่ามือ จากนั้นจึงขว้างมันไปยังด้านหลังเรือใบ


หลินเอินทำเช่นเดียวกัน ลูกไฟขนาดใหญ่สองลูกพุ่งชนกัน ก่อให้เกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนเรือสั่นสะเทือน แต่แรงกระแทกนั้นกลับช่วยเร่งความเร็วเรือให้เพิ่มขึ้นอีก!


เรือใบที่โยกไหวไม่หยุด พุ่งเฉียดขอบวังน้ำวนอย่างหวุดหวิด ด้วยอิทธิพลจากแรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้เรือแล่นด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติหลายเท่า พุ่งทะลุออกไปได้สำเร็จ!


เสียงดังสนั่นสะเทือนปลุกแลมบ์และคนอื่น ๆ ให้ตื่นจากการครอบงำทางจิตของวังน้ำวน เมื่อเห็นปากเหวอันน่าสะพรึงกลัวถอยห่างออกไป ทุกคนต่างแสดงสีหน้าราวกับรอดตายมาได้หวุดหวิด


หลังจากความเงียบสงบในช่วงสั้น ๆ ดาดฟ้าก็เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม ทุกคนต่างปลดปล่อยความดีใจจากการรอดพ้นความตาย


“สุดยอดไปเลย! พวกเรารอดจากวังน้ำวนมาได้จริง ๆ!”


๐นี่ต้องเป็นปาฏิหาริย์แน่ ๆ!”


“พอขึ้นฝั่งแล้ว เราจะแต่งงานกันทันที ไม่รออีกต่อไปแล้ว!”


ลูกเรือทุกคนต่างพากันเฉลิมฉลองด้วยความยินดี ชายวัยกลางคนสองคนที่ไว้หนวดเครารุงรังถึงกับสวมกอดกันอย่างลืมตัว


“ต้นหนเรือ หลังจากเราข้ามทะเลเขตนี้ไปได้ เอาเหล้าชั้นดีที่ฉันเก็บไว้ทั้งหมดออกมาให้ทุกคนได้ฉลองกัน!” แลมบ์ยังคงตัวสั่นเทิ้ม แต่เมื่อเห็นภาพการเฉลิมฉลองเช่นนี้ เขาก็พูดออกมาอย่างใจกว้าง


“แต่ว่า ท่านแลมบ์…” ต้นหนเรือที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้นด้วยความลังเล จากนั้นเอ่ยเสียงเบาอย่างระมัดระวัง “ลังเหล้าที่ท่านว่า เราเพิ่งโยนทิ้งไป…”


สีหน้าของแลมบ์พลันแข็งค้าง ความโศกเศร้าถาโถมเข้ามาในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ของล้ำค่าที่เขาสะสมมาหลายปีส่วนใหญ่อยู่ในลังไม้บนดาดฟ้า ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว!


ในใจแลมบ์ถึงกับเกิดความคิดอยากจะกระโดดลงไปในวังน้ำวน เพื่อเก็บสมบัติของตัวเองกลับคืนมา


แต่สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ...


แม้จะปวดใจ แต่แลมบ์ก็ไม่ลืมบุคคลสำคัญที่ช่วยนำพาให้พวกเขา ‘พิชิต’ วังน้ำวนแห่งความตายได้สำเร็จในครั้งนี้


“ขอขอบคุณมาก ๆ ท่านพ่อมด ท่านได้ช่วยชีวิตพวกเราทุกคนไว้! หากวันหน้ามีสิ่งใดให้รับใช้ โปรดสั่งได้ตามต้องการ…” แลมบ์มองไปที่หลินเอินก่อนจะถอดหมวกออกถือไว้ที่อกและโค้งคำนับอย่างนอบน้อม


ดาดฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกเงียบสงัดลงในทันที เหล่าลูกเรือและช่างเรือทั้งหมดล้วนทำตามแลมบ์ ถวายการคารวะที่สูงที่สุดในฐานะนักเดินเรือ


ถ้าจะบอกว่าหลังศึกที่ท่าเรือ พวกเขาหวาดกลัวท่านพ่อมดหลินเอินอย่างที่สุด ตอนนี้พวกเขาก็เคารพอย่างจริงใจจากก้นบึ้งของหัวใจ


หลังจากพวกเขาเพิ่งผ่านความยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวของวังน้ำวนแห่งความตาย สำหรับหลินเอินที่นำพวกเขาหลบหนีการไล่ล่าของมัจจุราช ย่อมได้รับทั้งความขอบคุณและความเชื่อมั่นอย่างมากมาย


“ต่อไปควรทำอย่างไร ขอท่านได้โปรดชี้แนะ!”




ตอนก่อน

จบบทที่ พิชิต [ดวงตาแห่งความตาย]

ตอนถัดไป