ลูกบอลน้ำในมือข้า นี่แลคือแผ่นดินผืนนี้!

เสียงคำรามอย่างหงุดหงิดของธีโอดอร์ดึงดูดความสนใจของทุกคนไปในทันที


เมื่อเผชิญกับสายตาตกตะลึงของเหล่าผู้คน ธีโอดอร์หาได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม เขาเพียงส่งมอบต้นฉบับงานวิจัยที่ว่าต่อให้ผู้อื่น เควินและพรรคพวกต่างรับไปอ่านทีละคน สีหน้าของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน


แต่เมื่อเอกสารฉบับนี้ส่งถึงมือของเฮอร์แรม พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้กลับมิได้หัวเราะ เพราะเขาพบว่าในต้นฉบับกล่าวถึงบางสิ่งที่เรียกว่าความต้านทานอากาศ...


หลินเอินเพียงจิบชาช้า ๆ โดยมิได้รีบร้อนกล่าวอธิบาย เขาเพียงรอให้บรรดาศาสตราจารย์แห่งสถาบันเวทมนตร์อ่าน "ข้อมูลการวิจัย" ของเขาจนจบ


แม้ว่าเขาจะมิได้เข้าใจศาสตร์เวทของดินแดนพ่อมดมากนัก แต่โคลูเคยทิ้งตำราเบื้องต้นสองเล่มให้เขา ได้แก่ “เวทย์แยกโครงสร้างวัตถุ” และ “ตำราพื้นฐานเวทมนตร์” ต้นฉบับที่เขาร่างขึ้นนี้ก็เป็นเพียงการต่อยอดจากทฤษฎีที่มีอยู่เดิมในดินแดนแห่งนี้ อีกทั้งยังง่ายต่อการพิสูจน์


ในเวลาเพียงห้าหกนาที ต้นฉบับกว่าสิบหน้าก็ถูกเหล่าพ่อมดอ่านจบ ด้วยกฎของการตกอย่างอิสระที่ดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย พวกเขาจึงกวาดตามองเนื้อหาที่เหลืออย่างลวก ๆ และแล้วก็ต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะในต้นฉบับกลับมีทฤษฎีที่พิสดารยิ่งกว่าสิ่งนั้นเสียอีก


"ฟังนะ เจ้าชื่อหลินเอินใช่หรือไม่? ข้าไม่รู้ว่าโคลูกำลังคิดสิ่งใดอยู่ ถึงปล่อยให้เจ้าถือเอกสารไร้สาระเช่นนี้มายังดินแดนแห่งพ่อมด แต่ต้องขออภัยที่ต้องพูดตรง ๆ ว่าทฤษฎีเวทมนตร์ของ【สมาคมเวทลับ】นั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่..."


เควินโยนกระดาษในมือลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ "อีกอย่าง...พวกเจ้าคิดว่าดินแดนแห่งนี้เป็นทรงกลมงั้นรึ? นี่มันน่าขันสิ้นดี!"


"เหตุใดโลกใบนี้จึงไม่อาจเป็นทรงกลมได้? คงยังไม่มีผู้ใดยืนยันเรื่องนี้อย่างแน่ชัดกระมัง" หลินเอินวางถ้วยชาลงช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน


แม้ว่าเพราะข้อจำกัดทางพลังของเขา จึงทำให้ไม่อาจบินขึ้นไปพิสูจน์จากนอกโลกได้โดยตรง แต่การที่เขายืนอยู่ตรงนี้ ก็สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว


ตัวอย่างเช่น มวลและแรงโน้มถ่วงของดินแดนแห่งนี้ย่อมใกล้เคียงกับโลกเดิมของเขาเป็นแน่ เพราะแรงดึงดูดที่เขารับรู้แทบไม่ต่างกันเลย


การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ก็เป็นหลักฐานยืนยันการหมุนรอบตัวเองและการโคจรรอบดาวฤกษ์ของดวงดาวได้ อีกทั้งเมื่อเขาออกจากทะเลหมอก สิ่งแรกที่เห็นจากระยะไกลที่ท่าเรือก็คือยอดของ【หอคอยแห่งเสียงกรีดร้อง】ก่อน แล้วจึงค่อยเห็นตัวหอคอย!


และหลักฐานสำคัญที่สุดก็คือแผนที่ดวงดาว ขอเพียงวางดาวฤกษ์ไว้ตรงศูนย์กลางก็สามารถสร้างแบบจำลองการเคลื่อนที่ของระบบดาวที่สมบูรณ์แบบได้ นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด!


หากไม่ใช่เพราะในแผนที่ระบุไว้ว่าดาวฤกษ์ดวงนี้มีดาวเคราะห์ล้อมรอบเพียงห้าดวง หลินเอินคงต้องสงสัยว่านี่อาจเป็นโลกคู่ขนานของโลกเดิมของเขาเสียแล้ว


เพราะมันคล้ายกันมากเกินไป!


"ในเมื่อท่าเรืออีเยตาตั้งอยู่ริมทะเล ข้าขอถามว่าพวกท่านเคยใช้เวทมองระยะไกลหรือกล้องเวทแปรธาตุส่องดูผืนน้ำบ้างหรือไม่? หากเคย ข้าคิดว่าพวกท่านคงสังเกตเห็นว่า เมื่อเรือใบแล่นเข้ามาจากระยะไกล สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก่อนย่อมเป็นใบเรือ แล้วจึงค่อยเห็นตัวเรือ!"


ระหว่างที่กล่าว หลินเอินก็กางมือออก พลังเวทหลั่งไหลออกมาก่อให้เกิดลูกบอลน้ำขนาดใหญ่และขุ่นมัวลอยขึ้นต่อหน้าทุกคน จากนั้นเขาก็เสียบขนนกลงไปในกระแสน้ำให้ตั้งตรง


ทันใดนั้น กระแสน้ำก็เริ่มหมุนเวียน ขนนกหมุนวนจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน และสิ่งที่เห็นก่อนก็คือปลายขนนกที่อยู่สูงสุด...


เหล่าพ่อมดที่อยู่ในที่นั้นต่างเข้าใจความหมายของหลินเอินในทันที ลูกบอลน้ำขนาดมหึมาเปรียบเสมือนพื้นดินใต้เท้าของพวกเขา ส่วนขนนกก็เปรียบได้กับเรือ หากพื้นแผ่นดินเป็นระนาบราบจริง พวกเขาก็ต้องมองเห็นเรือทั้งลำตั้งแต่ระยะไกล


แต่หากพื้นดินเป็นทรงโค้ง จะต้องเห็นใบเรือก่อนเสมอ


"ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ..." ธีโอดอร์ขมวดคิ้ว ทุกวันจันทร์ของทุกปี เขาจะเดินทางไปยังท่าเรือเพื่อรับแขกที่เดินทางมาใหม่ บางครั้งต้องใช้เวทมองระยะไกล และก็เป็นเช่นเดียวกับที่หลินเอินกล่าวไว้ ทุกครั้งเขาจะเห็นใบเรือโผล่ขึ้นเหนือเส้นขอบน้ำก่อนเสมอ


ทฤษฎีนี้ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ทว่าในใจของธีโอดอร์ก็ยังรู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง


"แต่นั่นก็มิได้พิสูจน์ว่าพื้นดินนี้เป็นทรงกลม บางทีมันอาจเป็นเพียงแค่ครึ่งโค้งก็ได้มิใช่รึ?" ศาสตราจารย์อีกท่านเอ่ยแย้งอย่างร้อนรน "อีกทั้งหากเป็นเช่นเจ้าว่า ภายใต้แรงโน้มถ่วง น้ำทะเลด้านบนก็ควรไหลลงมานานแล้วสิ..."


ระหว่างที่พูด ศาสตราจารย์ผู้นั้นก็ทำตามหลินเอินโดยสร้างลูกบอลดินขึ้นมาเลียนแบบแผ่นดิน แล้วปล่อยน้ำให้ไหลคลุมอยู่บนผิวของมัน


จากนั้นเขาก็คลายเวท【มือเวทมนตร์】ทันทีที่พลังเวทสลาย น้ำก็ไหลรินลงมาจากลูกบอลดิน ก่อตัวเป็นแอ่งน้ำบนโต๊ะ


"ดูสิ เช่นนี้ไง... มันใช้การไม่ได้!"


ศาสตราจารย์คนนั้นกล่าวอย่างภาคภูมิ ขณะที่ธีโอดอร์และคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย


"หรือว่าหากพื้นดินเป็นครึ่งโค้งแล้ว น้ำจะไม่ไหลลงงั้นรึ?" หลินเอินถามกลับด้วยน้ำเสียงปลงตก


เหล่าศาสตราจารย์ชะงักงันทันที ปรากฏการณ์ที่เรือใบค่อย ๆ โผล่พ้นขอบน้ำย่อมหมายความว่าน้ำทะเลกำลังเกาะอยู่บนพื้นดินทรงโค้ง หากเป็นเช่นนั้นน้ำก็ต้องไหลลงสู่ที่ต่ำ มิอาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ เรื่องนี้ขัดแย้งกับสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง!


ยังไม่ทันที่พวกเขาจะขบคิดจนกระจ่าง หลินเอินก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง "แล้วเราจะกำหนดได้อย่างไรว่า ด้านใดคือด้านล่าง?"


"จะต้องถามด้วยหรือ? ย่อมเป็นฟ้าอยู่บน แผ่นดินอยู่ล่างสิ นี่เป็นเรื่องของแรงโน้มถ่วง!" ธีโอดอร์ขมวดคิ้วกล่าว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามคำถามโง่ ๆ เช่นนี้


"งั้นหรือ? แล้วแบบนี้ล่ะ?" หลินเอินเลิกคิ้ว ก่อนจะสลายลูกบอลน้ำ แล้ววางมือลงบนลูกบอลดินที่ศาสตราจารย์สร้างขึ้น จากนั้นเขาก็ร่าย【มือเวทมนตร์】 บีบอัดดินให้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นทรงกลมที่แข็งแกร่ง


"หากเราถือว่าแรงที่【มือเวทมนตร์】มอบให้เปรียบเสมือนแรงโน้มถ่วง เช่นนั้นสำหรับจุดศูนย์กลางของลูกบอลดินแล้ว ด้านใดคือด้านบน และด้านใดคือด้านล่าง?"


ธีโอดอร์ถึงกับตะลึงงัน หลินเอินใช้ลูกบอลดินเป็นสัญลักษณ์แทนพื้นดินได้อย่างเข้าใจง่าย ทำให้เขาสามารถมองเห็นแนวคิดนั้นได้อย่างชัดเจน แต่ก็เพราะเข้าใจแจ่มแจ้งนี่เอง ที่ทำให้เขาไม่อาจปกปิดความตกตะลึงในใจได้


สำหรับจุดศูนย์กลางของทรงกลมแล้ว แรงโน้มถ่วงจะกระทำในทุกทิศทาง นั่นหมายความว่าทุกด้านไม่ว่าจะหน้า หลัง ซ้าย หรือขวา ล้วนเป็น 'ด้านบน' ในขณะที่ 'ด้านล่าง' อยู่ที่จุดศูนย์กลางของทรงกลม ดังนั้นสายน้ำย่อมต้องไหลไปเกาะอยู่บนพื้นผิวของทรงกลมโดยธรรมชาติ


เหล่าศาสตราจารย์ที่อยู่ ณ ที่นั้น ต่างมองเห็นจุดนี้เช่นกัน และเริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือด ขณะที่เควินกลับปฏิเสธทฤษฎี 'ดาวเคราะห์' นี้โดยสิ้นเชิง เขายืนกรานว่าพื้นดินต้องเป็นระนาบราบ และปรากฏการณ์ที่เรือใบค่อย ๆ โผล่พ้นเส้นขอบน้ำเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานโดยตรงได้


ส่วนฟิลลิปและคนอื่น ๆ กลับเห็นต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าคำพูดของหลินเอินมิใช่สิ่งที่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว อย่างน้อยมันก็เป็นทฤษฎีที่สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลและควรค่าแก่การศึกษาเพื่อยืนยันความเป็นจริง


ท่ามกลางการถกเถียงที่เกือบจะกลายเป็นการทะเลาะกัน ธีโอดอร์กลับจ้องมองหลินเอินแล้วเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง "เจ้ากำลังบอกว่ามีแรงบางอย่างที่กดทุกสิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางของแผ่นดินนี้? นั่นจึงทำให้น้ำสามารถเกาะอยู่บนพื้นดินได้ใช่หรือไม่?"


หลินเอินยังมิทันตอบ เฮอร์แรมที่เอาแต่พลิกอ่านต้นฉบับอยู่ก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน


"ความจริงน่าจะตรงกันข้าม ศูนย์กลางของพื้นดินหาได้มีแรงกดเข้าด้านในไม่ แต่กลับมีพลังบางอย่างที่แผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง ก่อให้เกิดสนามแรงดึงดูด... ดึงทุกสิ่งเข้าหามัน นี่ต่างหากที่เจ้าต้องการจะกล่าว ใช่หรือไม่?"



ตอนก่อน

จบบทที่ ลูกบอลน้ำในมือข้า นี่แลคือแผ่นดินผืนนี้!

ตอนถัดไป