ความจริงสามารถทนทานต่อการพิสูจน์ทุกรูปแบบ!

"ถูกต้อง ข้าหมายถึงเช่นนั้นจริง ๆ ท่านมหาพ่อมดเฮอร์แรม"


หลินเอินพยักหน้าพลางกวาดตามองทุกคนโดยรอบ ก่อนจะหมุนหนังสือพิมพ์ตรงหน้าของตนครึ่งรอบ แล้วผลักไปให้ทุกคนดู


"ข้าไม่แน่ใจว่าพวกท่านได้อ่าน ‘วารสารเวทมนตร์’ ฉบับสัปดาห์นี้หรือไม่ ท่านพ่อมดในตำนานฮาโรฟได้เสนอแนวคิดว่า แรงดึงดูดอาจมีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่พื้นแผ่นดินใต้เท้าของเราเท่านั้น"


เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ หลินเอินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ หลังจากอ่าน 'วิทยานิพนธ์' ที่อีกฝ่ายตีพิมพ์ใน ‘วารสารเวทมนตร์’ แล้ว เขาก็เพิ่งตระหนักว่านี่มันก็คือแนวคิดเบื้องต้นของกฎแรงโน้มถ่วงสากลไม่ใช่หรอ?


เขาไม่แน่ใจว่าท่านพ่อมดในตำนานผู้นี้ได้ศึกษาไปถึงขั้นไหนแล้ว... ได้ค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงสากลแล้วหรือยัง? หรือว่ารู้ถึงแก่นแท้ของแรงดึงดูดแล้วหรือไม่...


ไม่ว่าจะอย่างไรนี่ก็ถือเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันทฤษฎีของเขาได้ เพราะในวิทยานิพนธ์ฉบับนั้นได้อธิบายไว้ว่า แรงดึงดูดมิใช่เพียงแรงที่ดึงทุกสิ่งลงสู่เบื้องล่างเท่านั้น แต่มันส่งผลต่อทุกสิ่งรอบด้านและอาจส่งผลถึงขั้นบิดเบือนอวกาศได้ด้วยซ้ำ


"ทฤษฎีของท่านฮาโรฟนั้นยอดเยี่ยมยิ่ง และแทบจะหาข้อโต้แย้งมิได้ แต่หากจะใช้เพียงแนวคิดนี้มาโค่นล้มทฤษฎีแผ่นดินราบอย่างสมบูรณ์ ก็ยังขาดน้ำหนักอยู่บ้าง" เฮอร์แรมกล่าวด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด อันที่จริงหลังจากอ่านต้นฉบับแล้วเขาเองก็เริ่มโน้มเอียงไปทางแนวคิดที่ว่าโลกมิใช่พื้นราบ


ทว่าเฮอร์แรมก็เข้าใจดีว่านี่เป็นทฤษฎีที่สามารถสั่นคลอนความเข้าใจของเหล่าพ่อมดต่อโลกได้โดยสิ้นเชิง หากถูกเผยแพร่ใน ‘วารสารเวทมนตร์’ ย่อมก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมหาศาล จึงไม่อาจตัดสินใจโดยพลการได้


"ข้าได้ดูแผนที่ดวงดาวของเจ้าแล้ว ทฤษฎีการหมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ก็น่าสนใจไม่น้อย เช่นนี้เถอะ ข้าจะส่งทฤษฎีนี้ให้มหาพ่อมดผู้เชี่ยวชาญด้านแรงโน้มถ่วงพิจารณาก่อน หากพวกเขายอมรับแนวคิดนี้จึงค่อยถูกตีพิมพ์ลง ‘วารสารเวทมนตร์’ ก็ยังมิสาย" เฮอร์แรมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ความจริงสามารถทนทานต่อการพิสูจน์ทุกรูปแบบ!" หลินเอินพยักหน้า ทฤษฎีที่เขาเขียนขึ้นนั้นบริสุทธิ์ที่สุด ยิ่งได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี


"ถ้าเช่นนั้น เราขอยุติการถกเถียงเกี่ยวกับทฤษฎีแผ่นดินราบและทฤษฎีดาวเคราะห์แต่เพียงเท่านี้" เฮอร์แรมกล่าวตัดบทก่อนจะหยิบต้นฉบับอีกฉบับขึ้นมาแล้วกล่าวต่อ "ทฤษฎีการตกอย่างอิสระนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย เจ้าอธิบายให้ข้าฟังโดยละเอียดได้หรือไม่? หากข้าไม่ได้เข้าใจผิด มันคงเกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วงด้วยกระมัง?"


"ข้าว่าหากเราทดลองโดยตรง ย่อมสามารถพิสูจน์ได้ดียิ่งกว่า!" หลินเอินยักไหล่ เพราะการปฏิบัติเท่านั้นคือบททดสอบของความจริง


"เช่นนั้น ตามทฤษฎีนี้ ขนนกและลูกบอลดินควรตกลงด้วยความเร็วเท่ากันใช่หรือไม่?"


เควินที่เงียบฟังการสนทนาของทั้งสองมาโดยตลอดและไม่ได้มีโอกาสพูดแทรก ก็รีบเอ่ยขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว


เขายอมรับว่าทฤษฎีดาวเคราะห์ที่【สมาคมเวทลับ】เสนอขึ้นนั้นเป็นระบบความคิดที่มีเหตุผลของมันเอง แต่ไอ้ทฤษฎีการตกอย่างอิสระนี้ช่างไร้สาระโดยสิ้นเชิง!


เควินร่าย【มือเวทมนตร์】ยกเอาลูกบอลดินบนโต๊ะขึ้นมาและใช้วิธีเดียวกันยกขนนกขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็ยกเลิกเวทโดยพลัน ทำให้วัตถุทั้งสองที่อยู่ในระดับความสูงเท่ากันร่วงลงพร้อมกัน


เพียงไม่กี่วินาที ลูกบอลดินก็พุ่งกระแทกพื้นอย่างแรงจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ขณะที่ขนนกต้องใช้เวลากว่าสิบวินาทีถึงจะร่วงถึงพื้น


เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้เหล่าพ่อมดที่อยู่ในห้องต่างพากันหันมามองหลินเอิน บางคนมีสีหน้าเย้ยหยัน ขณะที่บางคนเผยรอยยิ้มเจือแววขบขัน


"นี่เป็นเพียงผลจากแรงต้านอากาศเท่านั้น ไยพวกท่านไม่ลองทำการทดลองในสภาวะไร้อากาศดูล่ะ?"


หลินเอินกล่าวขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ตลอดครึ่งเดือนที่ล่องลอยอยู่กลางทะเลหมอก เขาเคยทำการทดลองลูกบอลแบบง่าย ๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล


"ไร้อากาศ?"


เหล่าศาสตราจารย์ขบคิดกับคำศัพท์ใหม่ที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ไม่นานก็เข้าใจความหมายของมันจากคำอธิบายของหลินเอิน...


เฮอร์แรมขบคิดเล็กน้อยก่อนจะสั่งให้ทุกคนถอยหลัง แล้วค่อย ๆ ยื่นมือออกมาแตะเบา ๆ


หลินเอินสัมผัสได้ทันทีว่า 'องค์ประกอบ' ตรงหน้าของเขากำลังถูกบางสิ่งดูดออกไปด้วยความเร็วสูง และในเวลาไม่นานพื้นที่ไร้อากาศขนาดสี่เมตรคูณเจ็ดเมตรก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน


เมื่อเห็นว่าเฮอร์แรมสามารถสร้างและคงไว้ซึ่งเขตไร้อากาศขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย หลินเอินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง


แต่เดิมเมื่อตอนอยู่ในสลัม เขาเคยใช้วิธีดูดออกซิเจนรอบตัวเพื่อเล่นงานนักล่าพ่อมด ทว่าอากาศนั้นไหลเวียนตลอดเวลา สิ่งที่เขาทำได้ก็เป็นเพียงการสร้างบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำชั่วคราวเท่านั้น


พลังของมหาพ่อมดนั้นเหนือกว่าพ่อมดทั่วไปมากนัก หลินเอินเพียงแค่ลองหยั่งเชิงดูเท่านั้น แต่ก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย


เฮอร์แรมเรียกขนนกเข้ามาด้วยพลังเวท ก่อนจะสร้างลูกบอลเหล็กตันขึ้นมาอีกลูก แล้ววางวัตถุทั้งสองไว้ในเขตไร้อากาศพร้อมกัน


วัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันเป็นพันเท่าตกลงมาพร้อมกัน


สีหน้าของซีออโดรและคนอื่น ๆ ที่เคยดูผ่อนคลายพลันแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างแน่วแน่ เพราะขนนกและลูกบอลเหล็กตันกำลังร่วงลงด้วยความเร็วเท่ากันจริง ๆ!


"เป็นไปได้อย่างไร... มันเป็นเรื่องจริงหรือ?" ฟิลลิปพึมพำด้วยความตกตะลึง


"เป็นไปไม่ได้! ท่านมหาพ่อมดเฮอร์แรม ท่านคงไม่ได้ใช้เวทเร่งให้ขนนกร่วงลงเร็วขึ้นกระมัง?"


เควินลุกพรวดขึ้นทันที เขามองไปที่เฮอร์แรมด้วยความไม่อยากเชื่อก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างอดไม่ได้


แม้ว่าคำพูดเช่นนี้จะเข้าข่ายเป็นการลบหลู่ แต่เควินก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว


เฮอร์แรมหาได้ใส่ใจคำพูดของเขาไม่ แต่กลับดำเนินการทดลองต่อไป เขาสลับลูกบอลเหล็กและขนนกออก แล้วใช้วัสดุอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็นไม้ ก้อนหิน หรือหยดน้ำ... แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ


เมื่อเห็นผลเช่นนี้ ไม่ว่าศาสตราจารย์ที่อยู่ ณ ที่นั้นจะรู้สึกเช่นไร แต่พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปว่า 'กฎการตกอย่างอิสระ' ในต้นฉบับนั้นคือความจริง!


"หรือว่าทฤษฎีของท่านอาจารย์ยาร์ดจะผิดพลาดทั้งหมดเลย?"


ความไม่เข้าใจบนใบหน้าของเควินยังคงไม่จางหายไปเลยแม้แต่น้อย


"ไม่ ทฤษฎีของเขามิได้ผิดพลาด ทว่ามันเป็นเพียงการตีความเกี่ยวกับแรงต้านอากาศเท่านั้น"


หลินเอินส่ายหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง


ทฤษฎีของยาร์ดสามารถแพร่หลายและได้รับการยอมรับจากพ่อมดส่วนใหญ่ ย่อมเป็นเพราะมันสามารถอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบางส่วนได้


เช่นเดียวกับอาจารย์ของเขาโคลูที่ใช้ความรู้ด้านกลศาสตร์ของไหลจากทฤษฎีของยาร์ดเพื่อปรับปรุง【คมดาบน้ำแข็ง】


ขณะอ่าน “วารสารเวทมนตร์” หลินเอินยังพบอีกว่ามีพ่อมดบางคนที่จัดแรงต้านอากาศให้เป็นส่วนหนึ่งของอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงและเชื่อว่าเหตุที่อากาศและธาตุต่าง ๆ เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาก็เป็นเพราะแรงโน้มถ่วงเช่นกัน


นี่นับเป็นสมมติฐานที่ชวนให้ไขว้เขวเป็นอย่างยิ่ง


แต่หลินเอินก็ไม่ได้คิดดูแคลนหรือเย้ยหยันสมมติฐานเหล่านั้น เพราะในการแสวงหาความจริงของโลก ย่อมต้องพบเจอกับความผิดพลาดนับไม่ถ้วน


ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือยุคปัจจุบัน นักวิชาการทั้งหลายมักจะเสนอสมมติฐานที่แตกต่างกันออกไปเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์เดียวกัน และแต่ละแนวคิดก็ล้วนฟังดูสมเหตุสมผล อีกทั้งยังสามารถอธิบายปรากฏการณ์บางส่วนได้อีกด้วย


ทว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อกาลเวลาผ่านไปและมีการพิสูจน์ซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ความจริงย่อมเอาชนะความผิดพลาดไปโดยปริยาย


เหตุที่เขาสามารถนั่งอยู่ที่นี่และกล่าววาจาได้อย่างมั่นใจ มิใช่เพราะเขาฉลาดกว่าทุกคนในที่นี้ แต่เป็นเพียงเพราะเขายืนอยู่บนบ่าของยักษ์...




ตอนก่อน

จบบทที่ ความจริงสามารถทนทานต่อการพิสูจน์ทุกรูปแบบ!

ตอนถัดไป