สามปัจจัยสู่การเป็นพ่อมดเต็มตัว

"เกรงว่าคงต้องเดินทางไปยังนครพ่อมดเพื่อหาพ่อมดพลังจิตที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ จึงอาจมีโอกาสรักษาได้"


ฟิลลิปส่ายหน้าพลางถอนหายใจและเตือนหลินเอินว่าอย่าคาดหวังมากเกินไป


แม้ว่าร่างกายของเด็กสาวจะถูกแช่แข็งไว้และดูเหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แต่เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว เกรงว่าวิญญาณของนางอาจมลายหายไปแล้วเช่นกัน


เมื่อได้ยินฟิลลิปพูดเช่นนั้นหลินเอินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง แม้ว่าเขากับไวท์โดฟจะไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันนัก แต่ฝ่ายนั้นก็ใช้【เสียงกรี๊ดแห่งวิญญาณ】เพื่อช่วยเขาเอาชนะอันซิลค์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งใจจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือนาง


"แช่แข็งร่างของนางไว้ก่อนเถิด ข้ารู้จักมหาพ่อมดผู้เชี่ยวชาญพลังจิตอยู่คนหนึ่ง บางทีเขาอาจช่วยได้… หากเขามีเวลาว่าง"


เฮอร์แรมกล่าวขึ้นอย่างไม่คาดคิด


เควินและฟิลลิปต่างจ้องมองเฮอร์แรมด้วยความประหลาดใจ การจะรบกวนมหาพ่อมดพลังจิตเพียงเพื่อรักษาศิษย์พ่อมดที่อาจเสียชีวิตไปแล้ว ดูจะเป็นเรื่องเกินความจำเป็นไปหน่อย


มีเพียงออร์แลนโดเท่านั้นที่เผยสีหน้าอับจนหนทาง เขารู้ดีว่าต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน


"ขอขอบคุณท่านมหาพ่อมดเฮอร์แรมเป็นอย่างสูง!"


โจนนี่โค้งคำนับด้วยความซาบซึ้งใจ


หลินเอินเองก็ตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงกล่าวขอบคุณมหาพ่อมดเช่นกัน


ตามคำแนะนำของเฮอร์แรม ไวท์โดฟที่ถูกแช่แข็งอีกครั้งจึงถูกย้ายไปยังห้องพยาบาลของสถาบันอีเยตา ส่วนหลินเอินและโจนนี่ถูกนำตัวไปยังที่พักของอาจารย์และศิษย์ตามลำดับ



……


"ศาสตราจารย์หลินเอิน ตั้งแต่นี้ไปที่นี่จะเป็นที่พำนักของท่าน!"


ธีโอดอร์นำหลินเอินเข้าไปในห้องพัก


ทันทีที่ก้าวเข้ามา หลินเอินก็เริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ ห้องพักแห่งนี้กว้างขวางอย่างยิ่ง มิใช่เพียงห้องนอนธรรมดาเท่านั้น แต่ยังมีโต๊ะปรุงยาและอุปกรณ์บดสมุนไพรครบครัน อีกทั้งชั้นหนังสือ เตียง โต๊ะและเก้าอี้ก็พร้อมสรรพ นับว่าหรูหราอย่างมากในยุคสมัยนี้!


นี่แหละคือชีวิตที่ควรเป็น…


หลินเอินถอนหายใจในใจ เมื่อนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาต้องหลบหนีจากสำนักศาสนาในจักรวรรดิเซคัส เขานอนบนแผ่นไม้ที่ปูด้วยฟางเก่า ๆ กินขนมปังดำแข็งกระด้างที่แทบกลืนไม่ลง ใช้ชีวิตไม่ต่างจากผู้ลี้ภัย


เห็นได้ชัดว่าการเสี่ยงชีวิตมายังดินแดนพ่อมดเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด


"หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ท่านสามารถยื่นเรื่องขอจากท่านมหาพ่อมดเฮอร์แรมได้…"


ธีโอดอร์กล่าวเสริม "แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นควรเป็นของที่เกี่ยวข้องกับการสอนจะดีกว่า"


"เข้าใจแล้ว ข้าจะจำไว้ หากจำเป็น"


หลินเอินพยักหน้า หากมีโอกาสใช้ทรัพยากรฟรีเขาย่อมไม่ปล่อยให้เสียเปล่า


"ว่าแต่ท่านธีโอดอร์ ในที่แห่งนี้เงินตราของจักรวรรดิเซคัสยังใช้ได้อยู่หรือไม่?"


ธีโอดอร์ส่ายหน้า "แน่นอนว่าใช้ไม่ได้ แต่ท่านสามารถไปที่จุดแลกเปลี่ยนเงินตราที่ท่าเรือ เพื่อแลกเปลี่ยนเหรียญทองเหล่านี้เป็นเงินตราท้องถิ่นได้ อัตราแลกเปลี่ยนประมาณสองเหรียญทองเซคัสต่อหนึ่งเหรียญทองเวทมนตร์…"


“นอกจากนี้ในฐานะศาสตราจารย์ของสถาบัน ท่านจะได้รับค่าตอบแทนพื้นฐานเดือนละสามเหรียญทองเวทมนตร์ในช่วงต้นเดือน อีกทั้งยังได้รับเงินทุนวิจัยเพิ่มเติม ซึ่งจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับจำนวนศิษย์ที่เลือกลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรของท่าน”


ธีโอดอร์อธิบายเกี่ยวกับค่าตอบแทนของศาสตราจารย์ ขั้นตอนการแลกเปลี่ยนเงินตราและโครงสร้างระบบเงินของดินแดนพ่อมดโดยสังเขป เมื่อเห็นว่าหลินเอินไม่มีคำถามเพิ่มเติม เขาจึงขอตัวกลับไป


ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท สีหน้าที่สงบนิ่งของหลินเอินก็หายไปในพริบตา เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ พร้อมกับเผยแววหวาดหวั่นออกมาเล็กน้อย


การโกหกต่อพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพลังเหนือกว่าตนเองอย่างล้นเหลือ จะบอกว่าไม่มีความกังวลในใจเลยย่อมเป็นไปไม่ได้


ไม่ว่าเรื่องโกหกใดก็มีโอกาสถูกเปิดโปง หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ที่เมืองท่าบานปลายเกินควบคุม หลินเอินก็คงไม่คิดใช้แผนการนี้เป็นแน่


โชคดีที่ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ตอนนี้อุปสรรคที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว อีกทั้งสถานการณ์ยังดีกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ถูกลงโทษใด ๆ กลับกันยังได้รับสิทธิพิเศษบางประการอีกด้วย


ถัดจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดย่อมเป็นการเติมเต็มจุดอ่อนสุดท้าย และก้าวขึ้นเป็นพ่อมดเต็มตัวให้ได้!


หลินเอินเคาะนิ้วชี้ลงบนที่เท้าแขนของเก้าอี้เบา ๆ ขณะขบคิดอย่างไม่หยุดหย่อน


เมื่อครู่ตอนที่ธีโอดอร์อธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ของศาสตราจารย์ เขายังได้กล่าวถึงระบบการศึกษาของเมืองท่าแห่งนี้และแนวทางการเลื่อนขั้นของศิษย์อีกด้วย


โดยปกติแล้วในช่วงต้นปีของทุกปี เด็กอายุครบสิบสองปีภายในเมืองท่าจะมีโอกาสทดสอบพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ หากผ่านการทดสอบและจ่ายค่าเล่าเรีย ก็จะได้รับการรับเข้าเป็นศิษย์พ่อมดของสถาบันอีเยตา


จากนั้นหลังผ่านการฝึกฝนเป็นเวลาหลายปี เมื่อการเติบโตของพลังเวทเริ่มหยุดชะงัก ก็จะใช้ยาเวทที่เรียกว่า【ต้นกำเนิดแห่งเวทมนตร์】เพื่อฝ่าอุปสรรคสุดท้าย


แน่นอนว่ายานี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เพราะนครพ่อมดเป็นผู้ควบคุมและจัดสรรโดยตรง


ตามกฎของสถาบันอีเยตา ศิษย์พ่อมดต้องศึกษาให้จบหนึ่งถึงสองวิชาและได้รับการรับรองและแนะนำจากศาสตราจารย์ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน


เพียงมองแวบเดียวหลินเอินก็เข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นมาตรการที่สถาบันทั้งหลาย รวมถึงสภาพ่อมดใช้ควบคุมสิทธิ์ในการเลื่อนขั้นของพ่อมดชนชั้นสามัญ


แน่นอนว่าเหตุผลที่สภาพ่อมดประกาศออกมาอย่างเป็นทางการนั้นฟังดูดีเลิศ โดยให้เหตุผลว่าต้องการป้องกันไม่ให้ศิษย์พ่อมดที่มีจิตใจไม่บริสุทธิ์ได้รับพลังเวทที่แข็งแกร่งเกินไป


ตอนนี้เขามีฐานะเป็นศาสตราจารย์ของสถาบัน ในทางทฤษฎีแล้วเขาก็มีสิทธิ์ยื่นเรื่องต่อสภาพ่อมดเพื่อขอยาเลื่อนขั้นให้กับศิษย์พ่อมดคนหนึ่งได้ แต่หากเขาเลือกทำเช่นนั้น ก็หมายความว่าเขาจะต้องหาทางยักยอก【ต้นกำเนิดแห่งเวทมนตร์】เอาไว้กับตัว นอกจากจะต้องผ่านขั้นตอนอันยุ่งยากแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกเปิดโปงอีกด้วย


ช่องทางที่สองคือการหลีกเลี่ยงทั้งสถาบันและสภาพ่อมด แล้วเสาะหายาด้วยวิธีอื่น


ตัวอย่างเช่น… ซื้อจากตลาดมืด


ตราบใดที่ยังมีความต้องการ การซื้อขายย่อมเกิดขึ้นเสมอ อยู่ที่ว่าตนเองจะสามารถจ่ายราคาที่ต้องการได้หรือไม่


ในเมื่อ【ต้นกำเนิดแห่งเวทมนตร์】เป็นยาเวท ก็ต้องมีนักปรุงยาที่สามารถผลิตมันได้ หากเขาสามารถหาสูตรยาและปรุงขึ้นเองได้ ก็ย่อมเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด!


เมื่อนึกถึงจุดนี้ หลินเอินก็สะบัดความคิดอันยุ่งเหยิงออกไปแล้วเริ่มฝึกสมาธิตามปกติ ภาพของมหาสมุทรแห่งธาตุไร้ที่สิ้นสุดปรากฏขึ้นอีกครั้งต่อหน้าของเขา


อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะได้มาซึ่งยาเลื่อนขั้น เขาจำเป็นต้องพัฒนาให้พลังเวทและพลังจิตของเขาไปถึงขีดสุดเสียก่อน


ร่างเดิมของเขา—คาร์ล เป็นเพียงศิษย์พ่อมดธรรมดา และมีโอกาสสัมผัสเวทมนตร์มาเพียงครึ่งปีเท่านั้น


โชคดีที่เมื่อเขาข้ามมิติมา วิญญาณของเขาหลอมรวมกัน ทำให้พลังจิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปริมาณพลังเวทที่ร่างกายสามารถกักเก็บได้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากอ้างอิงตามทฤษฎีขีดจำกัดการเติบโตของพลังเวทใน “ตำราพื้นฐานเวทมนตร์” คาดว่าอีกสองถึงสามเดือน เขาก็น่าจะไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว...


เงินที่จำเป็นสำหรับซื้อ【ต้นกำเนิดแห่งเวทมนตร์】 ข้อมูลเกี่ยวกับยาเวท และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเพิ่มพลังเวท… นี่คือสามปัจจัยที่ขัดขวางเขาจากการเป็นพ่อมดเต็มตัว!



ตอนก่อน

จบบทที่ สามปัจจัยสู่การเป็นพ่อมดเต็มตัว

ตอนถัดไป