การแลกเปลี่ยนเงินตราและบทเรียนแรก

"ที่นี่คือจุดแลกเปลี่ยนเงินตรา!"


ที่ฝั่งตะวันตกของท่าเรืออีเยตา ฟิลลิปพาหลินเอินเดินเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่งซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราเป็นประกาย พื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เรียบเนียนราวกับกระจก บนผนังแขวนหัวกริฟฟอนสองตัวอย่างสง่างาม ดวงตาเหยี่ยวอันแหลมคมนั้นจ้องมองทุกคนที่เดินเข้าออก


ที่กึ่งกลางของโถงมีโคมไฟขนาดใหญ่ที่ทำจาก 'เห็ดเพลิง' ส่องแสงสว่างอยู่ พืชเวทชนิดนี้สามารถเปล่งแสงได้เอง ปกติแล้วมันจะเติบโตในถ้ำที่มืดมิดที่สุดและมักอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตสกปรกและอันตราย เช่น หนูและผีดิบ ราคาของมันมักอยู่ระหว่างสิบสองถึงสามสิบเหรียญทองเวทมนตร์


"นอกจากการแลกเปลี่ยนเงินตราแล้ว เจ้าสามารถฝากเหรียญส่วนเกินไว้ที่นี่ได้ เพียงแสดงใบรับฝากก็สามารถถอนเหรียญทองเวทมนตร์จากเมืองใดก็ได้ในดินแดนพ่อมด แต่จะมีค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาด้วย"


ฟิลลิปกล่าวต่อ


นี่มันระบบธนาคารชัด ๆ! แม้จะมีฟังก์ชันการเก็บฝากเงินแล้ว แต่ไม่เพียงไม่มีดอกเบี้ย ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก… เทียบกันแล้ว นี่เหมือนโรงรับจำนำเสียมากกว่า


ขณะที่หลินเอินกำลังครุ่นคิด เขาก็สังเกตเห็นว่าจุดแลกเปลี่ยนเงินตราในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ มีผู้คนกว่าร้อยชีวิตยืนกระจัดกระจายอยู่ในโถง ดูเหมือนจะมีการโต้เถียงกันอยู่


ที่น่าแปลกใจคือ คนเหล่านั้นเขารู้จักดี พวกเขาคือแลมบ์และกลุ่มลูกเรือของเขา!


"เอาของไร้ค่าพวกนี้ออกไปให้หมด ที่นี่ไม่รับแร่เถื่อน และเหรียญทองแดงก็ไม่รับ!"


ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเทาที่หน้าอกติดตราสัญลักษณ์ทองแดงเอาไว้ ตะคอกใส่แลมบ์และพวกด้วยความหงุดหงิด แต่เมื่อเขาเห็นฟิลลิปเดินเข้ามาสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นแทนที่ เขาผลักลูกเรือสองสามคนที่ขวางทางออกก่อนจะกล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น


"อ้อ… ศาสตราจารย์ฟิลลิป ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่ง! วันนี้ท่านมีธุระอะไรถึงได้มาเยือนที่นี่?"


"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไอเบิร์ต ดูเหมือนว่าหลังจากจบการศึกษาเจ้าจะได้งานดีทีเดียว"


ฟิลลิปกล่าวพลางยิ้มก่อนจะเริ่มแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน


ไอเบิร์ตเป็นศิษย์รุ่นที่เก้าของท่าเรืออีเยตา เชี่ยวชาญด้านธาตุศาสตร์และเวทแปรรูป ปัจจุบันเป็นพ่อมดเต็มตัวแล้ว


"ส่วนท่านผู้นี้คือศาสตราจารย์สาขาอาคมคณิตคนใหม่แห่งสถาบันอีเยตา—ท่านหลินเอิน!"


ฟิลลิปกล่าวพลางชี้ไปที่หลินเอิน


"อรุณสวัสดิ์ ศาสตราจารย์หลินเอิน เมื่อคืนข้าได้ยินพวกกะลาสีในโรงเตี๊ยมเล่าว่า ท่านได้นำพวกเขาฝ่ามหาพายุวน【ดวงตาแห่งความตาย】ในทะเลหมอกได้สำเร็จ นั่นคงเป็นเวทมนตร์ที่ลึกล้ำมากทีเดียว"


ไอเบิร์ตกล่าวชื่นชมและไม่ได้แสดงท่าทีดูแคลนหลินเอินเพียงเพราะเขายังหนุ่มแน่น


ศาสตราจารย์ของสถาบันอีเยตา ส่วนใหญ่แล้วเป็นพ่อมดระดับสามวงแหวนที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตนอย่างลึกซึ้ง ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งหมายความว่ามีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์สูง และมีโอกาสเป็นมหาพ่อมดผู้ทรงเกียรติในอนาคต


"อรุณสวัสดิ์ท่านไอเบิร์ต ข้ามาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราเช่นกัน"


หลินเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ จากนั้นก็หยิบเหรียญทองเซคัสสิบสองเหรียญ เหรียญเงินยี่สิบเจ็ดเหรียญ และเหรียญทองแดงสิบเอ็ดเหรียญออกมา นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากการปล้นศพของบาทหลวงสองคนที่ถูกสังหารในเมืองท่า


"เหรียญทองแดงแลกไม่ได้งั้นหรือ?"


หลินเอินนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดไว้ก่อนหน้านี้ จึงตั้งใจจะเก็บเหรียญทองแดงคืนมา


"แค่ก… ไม่ใช่ว่าแลกไม่ได้ เพียงแต่ว่าการคำนวณค่าแลกเปลี่ยนของเหรียญทองแดงมันยุ่งยากเท่านั้นเอง"


ไอเบิร์ตส่ายหน้าอย่างเก้อเขิน ไม่รอให้หลินเอินเก็บเหรียญ เขาใช้【มือเวทมนตร์】ดึงเหรียญเหล่านั้นไปแล้วส่งต่อให้ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อไปนำเหรียญทองเวทมนตร์ที่มีมูลค่าเทียบเท่ามาแทน


หลังจากนั้นไอเบิร์ตก็พึมพำบ่นเล็กน้อย เขาอธิบายว่าปัญหาของเหรียญทองแดงจากจักรวรรดิเซคัสคือ ขนาดของมันไม่เท่ากัน แถมปริมาณทองแดงที่ใช้ผลิตยังแตกต่างกันไป เห็นได้ชัดว่าขุนนางบางคนในจักรวรรดิแอบผลิตเหรียญปลอมขึ้นเอง การคำนวณค่าแลกเปลี่ยนจึงเป็นเรื่องยุ่งยากมาก


สิบกว่าวินาทีต่อมาผู้ช่วยคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับถุงเงินที่ดูสวยงามหนึ่งใบ


"ขอท่านรับไว้ด้วย ศาสตราจารย์หลินเอิน"


ไอเบิร์ตยิ้มแย้มพลางส่งถุงเงินให้หลินเอิน


หลินเอินเปิดดูเงินในถุงก่อนที่สีหน้าจะเผยแววประหลาดใจออกมา เพราะจำนวนเงินข้างในเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยนเลย—สิบสองเหรียญทอง ยี่สิบเจ็ดเหรียญเงิน และสิบเอ็ดเหรียญทองแดง


"ไม่ใช่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่สองต่อหนึ่งหรอกหรือ?"


หลินเอินถือถุงเงินไว้ในมือพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย


"นั่นเป็นเพียงค่าหลอมเหรียญใหม่เท่านั้น ในเมื่อท่านเป็นศาสตราจารย์ของสถาบัน เราจะคิดค่าธรรมเนียมกับท่านก็คงไม่เหมาะสม"


ไอเบิร์ตกล่าวด้วยท่าทีประจบประแจงเล็กน้อย


หลินเอินไม่ได้ตอบอะไร เขาหยิบเหรียญทองเวทมนตร์ขึ้นมาสำรวจ พบว่ามันถูกผลิตอย่างประณีตมากกว่าเหรียญของจักรวรรดิเซคัสหลายเท่า ด้านหน้าสลักตัวอักษร "ทอง" ส่วนด้านหลังเป็นตราสัญลักษณ์พิเศษของสภาพ่อมด นอกจากนี้เขายังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทอ่อน ๆ ที่แฝงอยู่ในเหรียญอีกด้วย


นี่มันไม่ใช่แค่การหลอมเหรียญใหม่แน่ หลินเอินมองไปที่ไอเบิร์ต หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม เขาก็ไม่คิดจะรับน้ำใจนี้ไว้โดยเปล่าประโยชน์


"ลูกชายของข้า—ไอล็อค กำลังศึกษาเวทมนตร์อยู่ที่สถาบันอีเยตา หากเป็นไปได้ข้าหวังว่าท่านจะช่วยดูแลเขาด้วย"


ไอเบิร์ตกล่าวด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน


"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"


หลินเอินพยักหน้า ก่อนจะเก็บถุงเงินไว้


ในเมื่ออีกฝ่ายทำงานอยู่ที่จุดแลกเปลี่ยนเงินตรา วันข้างหน้าก็อาจมีโอกาสติดต่อกันอีก การรับน้ำใจไว้ก็ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน


"หากไอล็อคลงทะเบียนเรียนวิชานี้ ข้าจะช่วยดูแลเขาบ้าง แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าวิชาอาคมคณิตของข้านั้นยากมาก"


"ไม่เป็นไร ลูกชายข้าไม่เคยหวาดกลัวความท้าทาย"


ไอเบิร์ตไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของหลินเอินเลยแม้แต่น้อย กลับกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม


"เช่นนั้นก็ดี!"


หลินเอินพยักหน้าอย่างวางใจ


เห็นทั้งสองสนทนากันอย่างราบรื่น แลมบ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็อดรนทนไม่ไหว คว้าโอกาสถามขึ้นทันที "ท่านไอเบิร์ต พวกเหรียญทองแดงที่พวกเรามีนี่... พอจะแลกได้หรือไม่?"


"เอาเป็นว่า รับแลกให้หมดแล้วกัน!"


ไอเบิร์ตโบกมืออย่างจนใจ แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าแลมบ์เดินทางข้ามทะเลมาพร้อมกับหลินเอิน


ในเมื่อศาสตราจารย์หลินเอินยืนอยู่ตรงนี้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องให้เกียรติบ้าง แต่ค่าธรรมเนียมก็ยังต้องเก็บเต็มจำนวนเช่นเดิม…


ด้วยพลังเวท เหรียญทองแดงกว่าห้าพันเหรียญถูกคัดแยกและนับจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่วนค่าทองแดงที่แท้จริงของมันนั้น เขาหยิบขึ้นมาเพียงไม่กี่เหรียญเพื่อตรวจสอบและใช้ค่าต่ำสุดเป็นมาตรฐาน


สองถึงสามนาทีต่อมาแลมบ์ก็ได้รับเหรียญทองแดงเวทมนตร์สองพันเหรียญและรีบแจกจ่ายให้กับลูกเรือทันที


สีหน้าของเหล่าลูกเรือและช่างเรือดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ พวกเขาดูราวกับกรรมกรที่ทำงานหนักมาทั้งปี แต่กลับได้รับค่าจ้างที่หดหายไปเกินครึ่ง น่าสงสารเป็นที่สุด


"ขอขอบพระคุณท่านหลินเอิน หากไม่ได้พบกับท่านที่นี่ เกรงว่าสหายแห่ง【สมาคมเรือ】หลายคนคงต้องอดตายกันเป็นแน่"


แลมบ์กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ


ตอนที่อยู่ในเมืองท่า เขานับว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง แต่เมื่อมาถึงดินแดนพ่อมด ตำแหน่งและอิทธิพลของเขาก็ตกต่ำถึงขีดสุด โดยเฉพาะทรัพย์สินที่สะสมมาหลายปีเกือบทั้งหมดถูกพัดหายไปในพายุหมุน แม้จะไม่ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ชีวิตที่สุขสบายของเขาก็จบสิ้นลงแล้วเช่นกัน


เหล่าลูกเรือแห่ง【สมาคมเรือ】ยิ่งน่าสังเวชยิ่งกว่า บางคนเหลือเหรียญทองแดงอยู่เพียงไม่กี่สิบเหรียญและถูกปฏิเสธไม่ให้แลกเปลี่ยนเงิน นี่จึงเป็นเหตุผลที่แลมบ์พยายามตื๊อไอเบิร์ตให้ช่วยผ่อนปรนให้บ้าง


"ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก ท่านไอเบิร์ตเพียงปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น"


หลินเอินส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อ "พวกเจ้าคิดแผนสำหรับอนาคตไว้หรือยัง?"


ในหนึ่งปีมีวันจันทร์เรืองแสงเพียงไม่กี่วันเท่านั้น การที่แลมบ์และพวกจะหาทางกลับไปในระยะเวลาอันสั้นนั้นดูจะเป็นไปไม่ได้ และเฮอร์แรมก็คงไม่ปล่อยให้คนที่รู้เรื่องดินแดนพ่อมดเดินทางกลับไปง่าย ๆ เช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตที่นี่ตลอดไป


"จากนี้ไป พวกเราคงต้องหางานด้านขนส่งทำ"


แลมบ์กล่าวด้วยน้ำเสียงลังเลจากนั้นก็หันไปมองหลินเอินก่อนจะถามอย่างลองเชิง


"ท่านหลินเอิน หากมีสิ่งใดที่สามารถให้พวกเราช่วยได้ โปรดสั่งมาได้เลย"


"ถ้ามีโอกาส ข้าจะพิจารณา"


หลินเอินไม่ได้ตอบรับและไม่ได้ปฏิเสธ เพียงกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะเดินออกจากจุดแลกเปลี่ยนเงินตราพร้อมกับฟิลลิป


แลมบ์ก้มลงมองสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงที่สลักอยู่บนหลังมือขวาของตนพลางครุ่นคิดในใจอย่างรวดเร็ว


ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในทะเลหมอก เขาเคยคิดจะบอกใบ้ให้หลินเอินช่วยลบตราเวทนี้ออก เพราะมันอาจเป็นภัยต่อชีวิตของเขา แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์พายุหมุนขนาดมหึมา ความคิดของแลมบ์ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


เส้นทางเดินเรือจากเมืองท่ามาสู่ดินแดนพ่อมดได้ถูกตัดขาดไปแล้ว นั่นหมายความว่า【สมาคมเรือ】ได้หมดประโยชน์สำหรับมหาพ่อมดเฮอร์แรมโดยสิ้นเชิง


หลังจากสูญเสียทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล แลมบ์เข้าใจดีว่าพวกเขาจำเป็นต้องหาผู้มีอำนาจคนใหม่มาคุ้มครอง ไม่เช่นนั้นสมาชิกทั้งสามร้อยกว่าชีวิตของ【สมาคมเรือ】อาจต้องอดตายกันหมด


และหลินเอินก็คือทางเลือกที่ดีที่สุด!


แม้เวลาที่ได้สัมผัสกันจะเพียงครึ่งเดือน แต่ความสามารถ พรสวรรค์ และวิธีการของอีกฝ่ายก็ทำให้แลมบ์ตื่นตะลึงอย่างยิ่ง ไม่เพียงสามารถลากตัวเขาออกมาจากที่ซ่อนในเงามืดได้อย่างง่ายดาย แต่ยังทำลายเมืองท่าไปครึ่งเมืองด้วยตัวคนเดียว!


แลมบ์ไม่เคยสงสัยเลยว่าหลินเอินมีโอกาสจะกลายเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่พ่อมดในตำนานได้ ในเวลานี้หากจะเดิมพันกับใครสักคน หลินเอินก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุด


ด้วยแนวคิดนี้เอง แลมบ์จึงยังคงเก็บตราเปลวเพลิงไว้บนมือขวา ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนเขาว่าบางครั้งการมอบชีวิตไว้ในมือของคนอื่นอาจทำให้ได้รับผลประโยชน์มากขึ้น และทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกวางใจใช้ประโยชน์จากเขาได้อย่างเต็มที่


อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากหลินเอินมาถึงดินแดนพ่อมด อีกฝ่ายกลับเข้าร่วมสถาบันอีเยตาทันทีและกลายเป็นศาสตราจารย์ที่มีตำแหน่งมั่นคง ทั้งชื่อเสียง อำนาจและทรัพย์สิน ทุกอย่างล้วนมีพร้อมแล้ว ดูเหมือนว่า【สมาคมเรือ】จะไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับเขาเลย


แลมบ์รู้สึกจนปัญญา หากพวกเขาทั้งสามร้อยกว่าคนพยายามเสนอความช่วยเหลือก็ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังขาดโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าหาหลินเอินและทำให้เขายอมรับพวกตน



……


อีกด้านหนึ่งหลังจากแยกกับฟิลลิปและกลับมาถึงห้องพัก หลินเอินก็กำลังขบคิดหาวิธีที่จะหาเหรียญทองเวทมนตร์ให้ได้มากขึ้น


ในฐานะศาสตราจารย์ของสถาบัน เงินเดือนสามเหรียญทองเวทมนตร์ต่อเดือนดูเหมือนจะมาก หากอยู่ในจักรวรรดิเซคัสเงินจำนวนนี้เพียงพอให้ครอบครัวชาวบ้านธรรมดาใช้ชีวิตได้หนึ่งถึงสองปี แต่หากนำมาใช้ศึกษาวิชาเวทแล้วกลับไม่เพียงพออย่างมาก โดยเฉพาะศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุและเภสัชเวทที่มีค่าใช้จ่ายสูงจนน่าตกใจ


ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาวางแผนจะซื้อ【ต้นกำเนิดแห่งเวทมนตร์】จากตลาดมืด ซึ่งน่าจะต้องใช้เงินอย่างน้อยหลายร้อยเหรียญทองเวทมนตร์ เงินเดือนแค่นี้เทียบกันแล้วช่างน้อยนิดเหลือเกิน


การรับศิษย์เพิ่มขึ้นเป็นทางออกที่ดี ยิ่งสาขาอาคมคณิตมีนักเรียนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งมีเหตุผลมากขึ้นในการขอเงินทุนจากเฮอร์แรม


จากนั้นก็… แอบยักยอก เอ๊ย! ต้องเรียกว่าการบริหารเงินทุนเพื่อการศึกษาอย่างเหมาะสมต่างหาก


ท้ายที่สุดแล้วยิ่งศาสตราจารย์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ก็ย่อมสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ดีขึ้นเช่นกัน


นอกจากนี้การประดิษฐ์ของแปลกใหม่ขึ้นมาขายก็นับเป็นทางเลือกที่ดี แต่เขาต้องหาคนมาช่วยทำงานแทน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการเสียเวลาอันมีค่าที่ควรใช้ไปกับการศึกษาวิจัยเวทมนตร์


เผ่าคนแคระเหล่านั้นอาจเป็นตัวเลือกที่ดี


หลินเอินครุ่นคิดในใจ การทดลองบินกลางจัตุรัสเมื่อวานยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา เด็กสาวนามว่า 'ลิเดีย' ใช้วัสดุที่แสนเรียบง่ายแต่สามารถสร้างเครื่องบินไอน้ำขึ้นมาได้ พรสวรรค์ด้านวิศวกรรมของนางสูงล้ำจนน่าทึ่งและนั่นก็ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการพอดี


การรับนางมาเป็นศิษย์และผู้ช่วย คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แม้ว่าลิเดียจะไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ แต่นางได้รับคำสัญญาจากเฮอร์แรมแล้ว


การจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่ใช้เวทมนตร์ มันจะยากอะไรนัก?


หลินเอินคิดพลางหยิบปากกาขนนกขึ้นมา ขีดเขียนลงบนแผ่นกระดาษปาปิรุสที่กางออกอยู่บนโต๊ะ แต่สิ่งที่เขากำลังจดบันทึกไม่ใช่วิธีการบินขึ้นไปบนฟ้า หากแต่เป็นเนื้อหาสำหรับการสอนวิชาอาคมคณิตในวันพรุ่งนี้ นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้รักษาสถานะของเขาในฐานะศาสตราจารย์ หากบทเรียนแรกเกิดล้มเหลวขึ้นมาคงจะเป็นปัญหาใหญ่แน่


ทุกสิ่งต้องทำไปทีละอย่าง



……




เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาแปดโมงตรง หลินเอินในชุดศาสตราจารย์ชุดใหม่เดินทางมายังอาคารของสถาบันพลังจิตอีกครั้ง บัดนี้สถานที่แห่งนี้ได้รับการทำความสะอาดจนเรียบร้อย แผ่นป้ายหน้าประตูก็ถูกเปลี่ยนเป็น 'สาขาอาคมคณิต' ดูเหมือนว่าฟิลลิปได้แจ้งชื่อวิชาของเขาไปเรียบร้อยแล้ว


มีภูติสิบกว่าตนที่มีความสูงเพียงสี่สิบเซนติเมตรกำลังถือผ้าชุบน้ำและขะมักเขม้นทำความสะอาดกำแพง


ภูติพวกนี้แตกต่างจากเอลฟ์ในเทพนิยายของโลกก่อนเป็นอย่างมาก ตรงกันข้าม พวกมันมีรูปร่างอัปลักษณ์ บนหลังมีปีกคล้ายค้างคาว ดูไปแล้วคล้ายอสูรกายตัวน้อยมากกว่า พวกมันมีระดับสติปัญญาเทียบเท่าเด็กอายุห้าถึงหกขวบและสามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ ภายใต้การควบคุมของพลังเวท


เมื่อเห็นหลินเอินเดินเข้าไปใกล้ พวกภูติตัวเล็กเหล่านั้นก็ต่างพากันหลบซ่อนอยู่หลังผนัง เหลือเพียงศีรษะที่โผล่ออกมา ดวงตาสีแดงคล้ายอัญมณีจับจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวังพลางส่งเสียงร้องเบา ๆ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบกระซาบ การเรียนรู้ภาษามนุษย์สำหรับพวกมันถือว่ายากเกินไป


แต่หลินเอินไม่มีเวลาสนใจสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์เหล่านี้ เพราะทันทีที่เขาผลักประตูเข้าไป ดวงตาหลายสิบคู่ในห้องเรียนก็หันมามองเขาพร้อมกัน ในห้องเรียนที่กว้างขวางแห่งนี้ มีศิษย์พ่อมดราวยี่สิบกว่าคนนั่งอยู่


เนื่องจากเป็นวิชาใหม่ จึงไม่มีการแบ่งระดับชั้น ศิษย์พ่อมดที่มาเข้าเรียนมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางคนดูมีอายุมากกว่าหลินเอินด้วยซ้ำ โจนนี่ยังนั่งรวมอยู่ในนั้นด้วย


แม้จำนวนผู้เข้าเรียนจะไม่มากนัก แต่หลินเอินก็พอใจกับผลลัพธ์นี้แล้ว เดิมทีเขาเตรียมใจไว้แล้วว่ามันอาจกลายเป็นห้องเรียนร้างที่ไม่มีใครมาเข้าเรียนเลย



ตอนก่อน

จบบทที่ การแลกเปลี่ยนเงินตราและบทเรียนแรก

ตอนถัดไป