ความลับ ทั้งหมดนี่เป็นความลับ!
สองวันต่อมา ขบวนรถที่ลากโดยอูฐร่างกำยำหลายตัวค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนหลวงของเมืองท่า
ในรถม้าหรูหราที่อยู่ตอนหน้าของขบวน พ่อมดชราผู้หนึ่งกำลังจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาสำรวจโครงสร้างอาคารของทั้งเมือง
"ท่านทิก ท่านคิดว่าทวีปนี้มีโอกาสเป็นทรงกลมจริง ๆ หรือ?"
พ่อมดหนุ่มในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งกล่าวถามด้วยความสงสัย ขณะจ้องมองเหรียญทองที่ดีดเล่นอยู่ในมือ
"โรล ก่อนจะมีการพิสูจน์อย่างแน่ชัด เกรงว่าคงไม่มีใครสามารถยืนยันหรือปฏิเสธสมมติฐานนี้ได้จริง ๆ หรอก..."
ทิกใช้เวลานานกว่าจะละสายตาจากแถวอาคารที่มีขนาดเท่ากันหมด ก่อนจะพูดต่อ
"มีข่าวลือว่าภายในสภามีพ่อมดระดับตำนานที่เชี่ยวชาญด้านธาตุศาสตร์ หลังจากได้ยินสมมติฐานนี้เขาจึงตัดสินใจใช้เวทบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อยืนยันว่าทวีปเป็นทรงกลมหรือแบน..."
"แล้วผลเป็นยังไง?" โรลถามด้วยความอยากรู้
"จนกระทั่งพวกเราออกเดินทาง ท่านผู้นั้นก็ยังไม่กลับมา!" ทิกส่ายหน้ากล่าว
ผ่านมาแล้วหลายวันไม่ใช่หรือ?
หรือว่า...
โรลสะท้านเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวปฏิเสธความคิดนั้น พลังของพ่อมดระดับตำนาน แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นกับตา แต่ก็รู้ดีว่าต้องแข็งแกร่งเกินจินตนาการแน่
เรื่องความปลอดภัยของบุคคลระดับนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างเขาต้องไปกังวล
"ไม่ว่าอย่างไรหากข่าวนี้แพร่ออกไป เกรงว่าพ่อมดแห่งสำนักพยากรณ์คงได้โต้เถียงกันจนวุ่นวายแน่" ทิกกล่าวด้วยความรู้สึกปลง
พ่อมดแห่งสำนักพยากรณ์มักพยายามตีความเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงดาวเพื่อหาคำทำนาย แผนที่ดวงดาวที่แพร่หลายในดินแดนพ่อมดก็ล้วนเป็นผลงานของพวกเขา ทว่าทฤษฎีดาวเคราะห์ของหลินเอินกลับหักล้างแนวคิดนี้โดยสิ้นเชิง
ในเรื่องนี้ ทิกย่อมยินดีเห็นเป็นเช่นนั้น
สำหรับเขา สำนักพยากรณ์เป็นเพียงกลุ่มที่สิ้นเปลืองเงินทุนของสภาโดยเปล่าประโยชน์ เอาแต่กล่าวคำคลุมเครือแล้วค่อยแก้ไขตีความใหม่ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนไม่มีใครรู้ว่าที่พวกเขาทำนายไว้นั้นเป็นเรื่องจริง หรือเพียงแค่แต่งขึ้นมาทีหลัง
โรลไม่ค่อยสนใจความคิดเห็นของนักพยากรณ์นัก ในใจกลับครุ่นคิดถึงทฤษฎีอีกข้อที่พ่อมดนามว่าหลินเอินกล่าวถึง—กฎการตกอย่างเสรี!
ความเร่งในการตกของวัตถุไม่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักหรือมวลของมัน เมื่อวัตถุสองชิ้นที่มีมวลต่างกันตกจากความสูงเดียวกัน มันจะตกถึงพื้นพร้อมกัน
แม้ว่าทฤษฎีนี้จะได้รับการพิสูจน์จากพ่อมดชั้นสูงบางคนแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังดูแปลกเกินไปจนยากจะเชื่อได้
หรือว่าหากนำก้อนหินเล็ก ๆ กับภูเขาทั้งลูกขึ้นไปบนฟ้า มันก็จะตกลงมาพร้อมกันงั้นหรือ?
โรลลองขว้างเหรียญทองในมือพร้อมกับปากกาขนนกออกไป โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหรียญทองที่หนักกว่าตกถึงพื้นก่อน
ขณะที่เขากำลังใช้ความคิด ขบวนรถก็ค่อย ๆ หยุดลง
"เกิดอะไรขึ้น?" โรลถามอย่างไม่พอใจนัก เวลานี้ยังไม่น่าจะถึงสถาบันเวทมนตร์อีเยตาเสียด้วยซ้ำ
"ท่านพ่อมด ข้างหน้าทางถูกปิดกั้นขอรับ" คนขับอูฐรีบอธิบาย
โรลเปิดม่านรถออกไปดู แล้วก็เห็นชาวเมืองจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่จัตุรัส ดูเหมือนจะกำลังพูดคุยกันถึงบางสิ่ง
"เกิดอะไรขึ้น?" ทิกเอ่ยถามขึ้นเช่นกัน เมื่อครู่เขาก็ได้ยินเสียงเอะอะจากด้านนอกเหมือนกัน
ทิกมองไปข้างหน้า ด้วยความได้เปรียบจากระดับความสูงของรถม้า สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาที่กลางจัตุรัสคือเครื่องจักรเล่นแร่แปรธาตุขนาดมหึมาและประหลาดตา
เจ้าสิ่งนี้สูงเทียบเท่าตึกสองชั้น แบ่งออกเป็นสองส่วนคือบนและล่าง
ส่วนบนเป็นทรงกลมรีกลับหัว ขนาดความยาวน่าจะเกินยี่สิบเมตร ส่วนด้านล่างเป็นบางสิ่งที่ดูคล้ายเรือ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก เมื่อเทียบกันแล้วมันมีขนาดเพียงหนึ่งในสามของทรงกลมรีด้านบน ทั้งสองส่วนถูกมัดเข้าด้วยกันด้วยเชือกแข็งแรงหลายเส้น
"นี่คือเครื่องจักรเล่นแร่แปรธาตุที่ท่านเฮอร์แรมสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้หรือ? ใหญ่มาก!"
โรลกล่าวอย่างตื่นตะลึง นี่มันใหญ่กว่าพวกโกเลมที่เมืองพ่อมดเสียอีก
"ไม่ ข้าคิดว่ามันคงไม่เกี่ยวข้องกับท่านเฮอร์แรม..."
ทิกเงี่ยหูฟังเสียงสนทนารอบข้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวแย้งออกมา
สิ่งที่ชาวเมืองพูดถึงมากที่สุดคือ หลินเอิน ลิเดีย และบางสิ่งที่เรียกว่า 'เรือเหาะ'
เรือเหาะ...เป็นชื่อของเครื่องจักรเล่นแร่แปรธาตุนี้งั้นหรือ?
"ว่าแล้วเชียว เป็นอีกครั้งที่เกี่ยวข้องกับพ่อมดจากจักรวรรดิเซคัส ช่างน่าสนใจจริง ๆ ...เราเดินไปดูกันเถอะ!"
โรลก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสนใจ
……
อีกด้านหนึ่ง ณ ใจกลางจัตุรัสเมือง ลิเดียและเรือเหาะที่เธอสร้างขึ้นถูกชาวเมืองมุงล้อมเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยเจ็ดแปดขวบ หรือชาวนาร่างกำยำ ต่างก็อยากสัมผัสเจ้าสิ่งมหึมาที่สูงกว่าบ้านเสียอีก
คนแคระกว่าสิบคนยืนล้อมรอบเรือเหาะราวกับเป็นองครักษ์ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะนี่คือสมบัติล้ำค่าที่พวกเขาทุ่มเททำงานหนักกว่าครึ่งเดือนกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้!
เด็กชายจอมซนคนหนึ่งแอบปีนขึ้นไปบนรูปปั้นแล้วเหยียดตัวขึ้นอย่างสุดแรงก่อนจะยกมือขึ้นไปจิ้มที่ส่วนล่างของถุงลมเรือเหาะ พอได้สัมผัสกับเนื้อผ้านุ่ม ๆ ก็ลองกดแรงขึ้น แต่เมื่อพบว่าต่อให้ใช้แรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้มันทะลุได้ เด็กชายก็ลดมือลง แต่สายตายังคงจับจ้องเรือเหาะขนาดมหึมาด้วยความตื่นเต้น
"ว้าว! มันนุ่มจัง~" เด็กซนคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็รีบปีนขึ้นไปบ้าง พวกเขาเอามือที่หยาบกร้านลูบไปบนเรือเหาะก่อนจะพากันตะโกนด้วยความตื่นเต้น
ดาเลนตกใจจนสะดุ้ง เขารีบกระโดดขึ้นหมายจะไล่พวกเด็ก ๆ ออกไป แต่ด้วยความที่ตัวเตี้ยเกินไป แม้จะกระโดดสูงแค่ไหนก็เอื้อมไม่ถึง สุดท้ายจึงทำได้เพียงแค่ทำหน้าบึ้งตึงแล้วตวาดออกมา
"ไปให้พ้น ๆ อย่ามาจับมั่วซั่ว! ถ้าพวกเจ้าไปทำมันพัง ต่อให้ขายตัวพวกเจ้าทั้งหมดก็ชดใช้ไม่ไหวหรอก!"
ถึงแม้ว่าถุงลมที่ทำจากหนังอูฐจะมีความแข็งแรงมาก แม้แต่มีดก็คงกรีดไม่ขาด แต่พวกเขาก็ทุ่มเทแรงกายและทรัพย์สินทั้งหมดไปกับการทดลองบินในครั้งนี้ จึงไม่อาจยอมให้เกิดความเสียหายได้แม้แต่น้อย
"ลุงดาเลน พวกท่านขนของใหญ่ขนาดนี้มาที่นี่ได้ยังไง? มันเรียกว่าเรือเหาะ แล้วมันบินได้จริง ๆ เหรอ?" เด็กชายที่เป็นหัวโจกเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มโดยไม่เกรงกลัวดาเลนที่ตัวเตี้ยกว่าตัวเองแม้แต่น้อย
ชาวเมืองที่มุงดูอยู่ต่างก็สงสัยเช่นกัน เพราะดูจากรูปร่างแล้วเจ้าเรือเหาะนี้คงหนักนับหมื่นชั่ง แต่ลิเดียกับพรรคพวกกลับสามารถเคลื่อนย้ายมันจากโรงงานทางฝั่งตะวันตกมาถึงกลางจัตุรัสได้อย่างไร
"พวกเจ้าไม่เข้าใจหรอก มันแค่ดูใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้หนัก... เอ่อ ไม่สิ พูดให้ถูกคือมันไม่ได้หนักเวลาลอย ดั่งที่ท่านพ่อมดอธิบายว่ามันมีแรงยกตัวที่ช่วยหักล้างแรงโน้มถ่วงไปส่วนใหญ่ พอรวมกับล้อที่อยู่ด้านล่าง เลยทำให้เคลื่อนย้ายง่ายมาก..."
ดาเลนพูดด้วยความภาคภูมิใจจนหนวดเคราเชิดขึ้น แต่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกลิเดียเหยียบเท้าเต็มแรง เขาจึงได้สติ เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังทันทีแล้วกวาดตามองทุกคนราวกับกำลังระวังขโมยก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
"ความลับ! ทั้งหมดนี่เป็นความลับ!"