สัมผัสก้อนเมฆบนฟ้า!

"ไม่น่าเชื่อ! เจ้านี่บินขึ้นไปได้จริง ๆ !"

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠
หากการที่เรือเหาะสามารถบินขึ้นไปได้นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้พ่อมดตกตะลึง สำหรับชาวเมืองที่มุงดูอยู่ นี่ก็คือความตกตะลึงระดับสั่นสะเทือนโลกเลยทีเดียว!


เพราะทุกคนต่างรู้จักลิเดียดี เธอเป็นคนแคระจอมซนที่ชอบส่งเสียงดังเอะอะโวยวายและเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ อยู่เสมอ


ที่สำคัญกว่านั้นคือเธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์ได้เลย เหมือนกับชาวเมืองธรรมดาที่อยู่ที่นี่ทุกคน


แต่ตอนนี้ลิเดียกลับขี่เจ้ายักษ์ใหญ่ที่ใหญ่กว่าบ้านบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มันเป็นสิ่งที่แม้แต่พ่อมดหลายคนก็ยังทำไม่ได้!


"ท่านพ่อ ในอนาคตข้าจะบินขึ้นไปได้เหมือนกันไหม?" เด็กชายที่เคยปีนขึ้นไปแตะเรือเหาะเงยหน้าถามชายสวมเสื้อคลุมสีเทาด้วยดวงตาเปล่งประกาย


"พูดอะไรน่ะ? ข้ากล้าพนันเลยว่าต้องมีพ่อมดคนไหนแอบใช้เวทมนตร์ช่วยไว้แน่ ๆ..." ชายในชุดคลุมสีเทาตอบอย่างไม่เชื่อแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วดินแดนพ่อมดคือสถานที่ที่ปาฏิหาริย์ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะพลังเวทมนตร์เท่านั้น


"ใครบอกว่าเป็นเวทมนตร์กัน?" ดาเลนได้ยินเข้าก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที เขากล่าวแก้ไขอย่างขุ่นเคือง "ข้าขอรับประกันว่าเรือเหาะลำนี้ ทุกชิ้นส่วนล้วนถูกสร้างขึ้นโดยพวกเราคนแคระเองทั้งหมด ไม่มีการใช้เวทมนตร์แม้แต่นิดเดียว!"


"รอให้ลิเดียลงมาจากฟ้าก่อนเถอะ แล้วพวกเจ้าจะได้ขึ้นไปดูให้เห็นกับตา..."


"เพียงแค่จ่ายสิบเหรียญเงิน ใคร ๆ ก็สามารถขึ้นไปบินรอบ ๆ บนเรือเหาะได้! ท่านหลินเอินบอกว่าเจ้านี่บินได้สูงมาก สูงกว่าก้อนเมฆหลายก้อนเสียอีก ถ้าโชคดีบางทีพวกเจ้าก็อาจได้สัมผัสเมฆบนฟ้าด้วย!" ดาเลนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ


บินได้สูงกว่าก้อนเมฆ?


เด็ก ๆ ที่อยู่ในจัตุรัสพากันเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ทุกคนมองดูเรือเหาะขนาดมหึมาที่ลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ และจินตนาการถึงการได้สัมผัสเมฆ มันทั้งขาวสะอาด คงจะนุ่มเหมือนขนแกะแน่ ๆ ใช่ไหม?


ชาวเมืองคนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้สึกสนใจบ้างแล้ว อุปกรณ์เล่นแปรธาตุที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้คงต้องใช้ต้นทุนไม่น้อย แต่จ่ายแค่สิบเหรียญเงินก็สามารถขึ้นไปบินบนท้องฟ้าได้... ดูเหมือนจะไม่แพงเลย?


ต้องไม่ลืมว่านั่นคือท้องฟ้าเชียวนะ!


ขณะเดียวกันบนท้องฟ้าที่ความสูงหลายร้อยเมตร ลิเดียยืนอยู่บนเก้าอี้ที่ออกแบบพิเศษ เธอก้มลงมองเบื้องล่างพลางมองดูฝูงชนในจัตุรัสที่ค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ สุดท้ายภาพของเมืองท่าแห่งนี้ทั้งเมืองก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอ


ทุกสิ่งทุกอย่างดูเล็กจ้อยราวกับเป็นโมเดลไม้ที่ตั้งอยู่ในโรงงานของเธอเอง ราวกับเพียงแค่ยกเท้าก็สามารถเหยียบมันจนแหลกได้


"นี่สินะความรู้สึกของการได้บินบนท้องฟ้า? สุดยอดไปเลย!" ลิเดียกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะจ้องไปยังขุนเขาอันไกลโพ้นและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ด้วยความตื่นเต้น


แม้ว่าเมื่อสิบกว่าวันก่อนเธอจะเคยขึ้นบินบนอากาศยานทดลองรุ่นก่อนแล้ว แต่ตอนนั้นก็สูงแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น


ไม่เหมือนตอนนี้ที่เธอแทบไม่ต้องควบคุมอะไรเลย เรือเหาะสามารถลอยอยู่บนฟ้าได้เองโดยสมบูรณ์ เธอสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ


ทันใดนั้นก็มีกระแสลมแรงพัดผ่าน เรือเหาะที่มั่นคงก็สั่นไหวเล็กน้อยท่ามกลางสายลม


คนที่ขึ้นบินเป็นครั้งแรกมักจะรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ลิเดียกลับไม่มีอาการเช่นนั้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับปีนขึ้นไปที่ขอบเรือเหาะ กางแขนออก แล้วร้องตะโกนเสียงดังไปตามสายลมเพื่อปลดปล่อยความตื่นเต้นของตนเอง


จนกระทั่งเธอเห็นก้อนเมฆสีขาวลอยอยู่ไม่ไกลจากเรือเหาะ ความคิดบ้าบิ่นก็แล่นเข้ามาในหัว ลิเดียรีบกระโดดกลับมานั่งที่ที่นั่ง เธอกำพวงมาลัยแน่นแล้วขับเรือเหาะพุ่งตรงเข้าไปหาเมฆก้อนนั้นทันที!


เรือเหาะขนาดมหึมาพุ่งชนเข้าไปในกลุ่มเมฆ ลิเดียมองไปรอบ ๆ และเห็นเพียงแต่สีขาวโพลน ไอเย็นชื้นแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าและแขนของเธอ ความรู้สึกนี้คล้ายกับเวลายืนอยู่ริมทะเลแล้วถูกสายลมเย็นพัดผ่าน


"ก้อนเมฆก้อนนี้ต้องเป็นเมฆที่มีความสุขแน่ ๆ!" ลิเดียหัวเราะพลางกล่าว


แต่ถึงจะมัวเล่นซน คนแคระสาวก็ยังไม่ลืมภารกิจที่หลินเอินมอบหมาย หลังจากขับเรือเหาะท่องไปได้รอบหนึ่ง เธอก็กลับมาหยุดลอยตัวเหนือจัตุรัสแล้วดึงคันโยกด้านข้าง


แผ่นไม้ที่ก้นเรือเหาะดีดเปิดออก ลูกบอลสองลูกที่มีมวลต่างกันนับสิบเท่าถูกปล่อยออกมาจากห้องโดยสาร แต่เพราะถูกผูกด้วยเชือก มันจึงลอยค้างอยู่กลางอากาศและแกว่งไกวไปมาซึ่งทำให้เรือเหาะเอียงเล็กน้อย


จากนั้นลิเดียก็ดึงแว่นแปรธาตุขึ้นมาสวม เธอก้มมองลงไปข้างล่างเพื่อรอรับสัญญาณจากหลินเอิน


แว่นตาอันนี้เป็นอุปกรณ์เวทชิ้นเดียวที่เธอพกติดตัว มันถูกฝังเวทมองไกลไว้ ทำให้สายตาของเธอแหลมคมดั่งกริฟฟอน ต่อให้เป็นระยะห่างสองพันเมตรก็ยังสามารถมองเห็นศาสตราจารย์หลินเอินที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนได้อย่างชัดเจน


"ดูท่าฉบับต่อไปของ ‘วารสารเวทมนตร์’ ต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่!"


เมื่อสิบกว่านาทีก่อน โรลที่อยู่ในจัตุรัสได้วาดภาพประกอบเสร็จแล้ว แถมเขายังเขียนความรู้สึกของตนลงไปที่ด้านล่างของกระดาษ ในใจของเขาประมาณยอดขายของวารสารเวทมนตร์ฉบับนี้คร่าว ๆ ไว้แล้ว


หลินเอินก้มลงไปดูก็พบว่าบนกระดาษปาปิรัสถูกวาดไว้สามภาพ ได้แก่ ภาพลิเดียก้าวขึ้นเรือเหาะ ภาพตัดเชือก และภาพเรือเหาะบินสู่ฟ้า


แม้ว่าจะมีเวลาจำกัด แต่เพียงไม่กี่เส้นที่วาดลงไปก็ทำให้ภาพดูสมจริงราวกับมีชีวิต ฝีมือการร่างภาพระดับนี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องพิมพ์เวทเลย ไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายจะได้เป็นผู้สื่อข่าวของวารสารเวทมนตร์


ในระหว่างที่พวกเขาคุยกัน เรือเหาะก็ลอยสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนจากมุมมองของที่นี่มันดูเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนท้องฟ้า


"สูงเกินไปแล้ว!" ธีโอดอร์เงยหน้าขึ้นมองเรือเหาะที่ยังคงไต่ระดับขึ้นไปต่อด้วยความตกตะลึง ตอนแรกเขาคิดว่าต่อให้มันบินได้ แต่ก็คงไปได้สูงสุดแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ผ่านไปแค่ครู่เดียว ความสูงของมันกลับทะลุสองพันเมตรไปแล้ว


โชคดีที่เวทมองไกลนั้นเป็นเวทที่ฝึกได้ง่าย พ่อมดส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ล้วนใช้ได้กันเกือบหมด ต่อให้ระยะห่างจะมากแค่ไหนพวกเขาก็ยังมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน


เมื่อเรือเหาะไต่ระดับมาถึงความสูงสองพันห้าร้อยเมตร มันก็หยุดลอยตัว ก่อนจะใช้แรงดันไอน้ำหมุนใบพัดด้านหลังห้องโดยสารให้ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า


มันไม่เพียงแค่บินได้เท่านั้น แต่ยังควบคุมทิศทางได้อีก แถมยังราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ!


"ระดับความสูงขนาดนี้ เกรงว่าคงเกินระยะโจมตีของเวทมนตร์ส่วนใหญ่ไปแล้ว" ทิกมองไปยังเรือเหาะที่ลอยอยู่เหนือฟ้า สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น


หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คืออาวุธสงครามที่สมบูรณ์แบบ หากติดตั้งปืนเวทคริสตัลสองกระบอกเข้าไป มันก็สามารถโจมตีระยะไกลได้โดยไม่มีใครสามารถตอบโต้ได้


หากมีเรือเหาะที่ติดตั้งปืนเวทคริสตัลถึงยี่สิบลำบุกโจมตีท่าเรืออีเยตาโดยที่พ่อมดเฮอร์แรมไม่เข้ามาขัดขวาง เมืองทั้งเมืองคงไม่เหลืออะไรเลยนอกจากซากปรักหักพัง


"ออกแบบได้อย่างประณีต... ทั้งสมบูรณ์แบบและน่าหวาดหวั่น..." เฮอร์แรมรับรู้ถึงศักยภาพของมันได้เป็นอย่างดี เขาหันไปมองหลินเอินก่อนจะถามต่อ "แบบแปลนของเรือเหาะลำนี้ คงไม่ได้เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใช่ไหม?"


หากเครื่องบินทดลองที่ลิเดียสร้างขึ้นเมื่อครึ่งเดือนก่อน ดูเป็นเพียงงานฝีมือหยาบ ๆ ที่ใช้ทดลองเล่นเท่านั้น เรือเหาะลำนี้ก็คือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่สมบูรณ์แบบแล้ว


ตั้งแต่การออกตัว ลอยขึ้น ไปจนถึงการเคลื่อนที่ ทุกอย่างราบรื่นไร้ที่ติ แถมการออกแบบภายนอกยังสวยงามพิถีพิถัน แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้ว


"ถูกต้อง เรือเหาะลำนี้ถูกออกแบบโดยข้ากับเพื่อน ๆ จาก ‘สมาคมเวทลับ’ เพียงแต่ในจักรวรรดิเซคัสเป็นเรื่องยากมากที่จะหาสถานที่เหมาะสมสำหรับทดลองบิน" หลินเอินอธิบายก่อนจะถือโอกาสกล่าวชมดินแดนพ่อมดไปด้วย


พ่อมดหลายคนที่อยู่ ณ ที่นั้นพยักหน้าเห็นด้วย เพราะในจักรวรรดิเซคัส พ่อมดเป็นผู้ถูกล่า ไม่มีทางที่จะสามารถทำการทดลองบินอย่างเปิดเผยแบบนี้ได้เลย


"ถ้าพวกเจ้าไม่เคยทดสอบมันมาก่อน แล้วเหตุใดจึงมั่นใจว่ามันจะบินขึ้นไปได้?" ทิกถามด้วยความสงสัย


"แน่นอนว่าข้าได้คำนวณมันไว้ล่วงหน้าโดยใช้คณิตศาสตร์เชิงลึกแล้ว!" หลินเอินกล่าวตรง ๆ "ตราบใดที่มีข้อมูลครบถ้วนและผ่านการคำนวณอย่างละเอียด มันก็ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!"


ก่อนจะทำการทดลองบินนี้ เขาได้ทำการชั่งน้ำหนักวัตถุที่มีมวลต่างกันมาแล้ว และได้ยืนยันว่าแรงโน้มถ่วงของโลกใบนี้แทบไม่ต่างจากโลกที่เขาเคยรู้จัก


ตอนนี้ความสูงของเรือเหาะที่เพิ่มขึ้นไปก็ตรงกับค่าที่เขาคำนวณไว้ทุกประการ ซึ่งหมายความว่าทุกตัวเลขสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้โดยใช้คณิตศาสตร์เชิงลึก


"คณิตศาสตร์เชิงลึก..." ทิกพึมพำกับตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อของศาสตร์นี้ ดูเหมือนว่าครั้งนี้นอกจากจะต้องมอบตราพ่อมดอย่างเป็นทางการแล้ว เขาก็ควรจะใช้โอกาสนี้ศึกษาเรื่องคณิตศาสตร์เชิงลึกด้วย เขารู้สึกว่าสิ่งนี้น่าจะมีความสำคัญต่อศาสตร์การเล่นแปรธาตุอย่างมาก


เควิน ฟิลลิป และศาสตราจารย์คนอื่น ๆ กลับรู้สึกว่าหลินเอินพูดเกินจริงไปหน่อย คณิตศาสตร์เชิงลึกที่ว่ามันสามารถคำนวณได้ทุกอย่างเลยอย่างนั้นหรือ?


แต่ในเวลานี้พวกเขาไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้เลย เพราะเรือเหาะที่กำลังลอยอยู่เหนือฟ้านั่นก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด!


โรลหยิบปากกาออกมาอีกครั้งและรีบจดบันทึกคำพูดของหลินเอินลงไป เขาเตรียมขยายขนาดตัวอักษรให้เด่นชัดแล้วใช้เป็นพาดหัวบทความในวารสารเวทมนตร์ฉบับหน้า


"มหาพ่อมดเฮอร์แรม ท่านช่วยใช้เวทมนตร์เปลี่ยนพื้นจัตุรัสนี้ให้กลายเป็นพื้นทรายชั่วคราวได้หรือไม่?" หลินเอินเงยหน้ามองท้องฟ้าครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น


"ได้อยู่แล้ว แต่ขอถามหน่อยว่าเจ้าต้องการทำอะไร?" เฮอร์แรมถามกลับอย่างสงสัย


"ตอนนี้ความสูงเพียงพอแล้ว ข้าต้องการใช้โอกาสนี้ทำการทดลอง หากเป็นพื้นแข็งอาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงเกินไป" หลินเอินกล่าวอย่างใจเย็น


"การทดลองอย่างนั้นหรือ?" เฮอร์แรมหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจสิ่งที่หลินเอินต้องการ เขารีบใช้เวทขยายเสียงสั่งให้ทุกคนที่อยู่ในจัตุรัสถอยห่างออกไป 25 เมตร เพื่อเว้นพื้นที่ตรงกลางให้กว้างพอ


เมื่อเป็นคำสั่งจากพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ จึงไม่มีใครกล้าขัดขืน ชาวเมืองที่มุงดูอยู่พากันถอยหลังไปตามคำสั่ง ทำให้จัตุรัสที่เคยแน่นขนัดเปิดพื้นที่วงกลมขนาดรัศมี 25 เมตรตรงกลางได้อย่างรวดเร็ว


เฮอร์แรมเริ่มต้นด้วยการร่ายเวทสร้างบาเรียป้องกันขนาดใหญ่ก่อนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ จากนั้นจึงร่ายเวทอีกครั้งและทำให้พื้นกระเบื้องที่แข็งแกร่งเบื้องหน้าค่อย ๆ แตกออก แล้วถูกเปลี่ยนเป็นเม็ดทรายละเอียดจำนวนมหาศาล…


หลินเอินใช้จังหวะนี้หันไปมองพ่อมดและชาวเมืองที่อยู่ในจัตุรัส ก่อนจะใช้หลักการสะท้อนเสียง ขยายระดับเสียงของตนเองให้ดังกว่าปกติ


"ทุกท่าน ข้าเชื่อว่าในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ กฎการตกอย่างเสรีและทฤษฎีดาวเคราะห์ของข้าไม่มากก็น้อย"


"ข้าเชื่อว่าหลายท่านคงสงสัย มองว่านี่เป็นเพียงจินตนาการไร้สาระ หรือแค่คำลวงเพื่อเรียกความสนใจ ทวีปจะเป็นทรงกลมไปได้อย่างไร? ก้อนเหล็กจะตกลงพร้อมกับก้อนหินได้อย่างไร?"


"แต่ข้าขอบอกไว้ตรงนี้ อย่าหลงกลกับภาพลวงตาที่เห็นอยู่ทุกวัน สิ่งที่พวกท่านเข้าใจล้วนเป็นผลจากแรงต้านอากาศ หากตัดปัจจัยนี้ออกไป ความเร็วของวัตถุที่ตกอย่างเสรีจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำหนักหรือรูปร่างของมันแม้แต่น้อย!"


"เจ้ากำลังตั้งข้อกังขาต่อทฤษฎีของอาจารย์ยาร์ดอย่างนั้นหรือ?" พ่อมดหนุ่มคนหนึ่งในฝูงชนเอ่ยแทรกขึ้น


ความเร็วในการตกของวัตถุสัมพันธ์กับน้ำหนักและยังได้รับผลกระทบจากรูปร่าง นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว! ในโลกแห่งความเป็นจริงมีตัวอย่างมากมายที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีของอาจารย์ยาร์ดนั้นถูกต้อง


"เช่นนั้นเรามาเดิมพันกันดีกว่า" หลินเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงดังขึ้น


"อีกสิบนาที ลิเดียจะลดระดับเรือเหาะลงมาที่ความสูงประมาณสี่สิบเมตร จากนั้นเราจะปล่อยลูกเหล็กสองลูกที่มีมวลแตกต่างกันอย่างมากลงมาพร้อมกัน!"


"ทั้งสองมีน้ำหนักต่างกันนับสิบเท่า! แต่ข้าพนันได้เลยว่ามันจะตกถึงพื้นพร้อมกัน โดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินหนึ่งวินาที!"


"เดิมพันกันที่สามเหรียญทองเวทมนตร์ ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้!" หลินเอินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม


สามเหรียญทองเวทมนตร์มีมูลค่าเทียบเท่ากับห้าถึงหกหมื่นเหรียญในโลกก่อนของเขา สำหรับพ่อมดแล้ว มันเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ลำบาก


พ่อมดหนุ่มคนนั้นไม่รอช้า ควักเหรียญทองเวทมนตร์สามเหรียญออกมาแล้วโยนให้ทันที


หากหลินเอินไม่ได้โกหก ตามทฤษฎีของอาจารย์ยาร์ดแล้ว ลูกเหล็กที่หนักกว่าจะต้องตกถึงพื้นเร็วกว่าแน่นอน


มีคนที่คิดแบบเดียวกับเขาไม่น้อย ภายในเวลาไม่กี่นาทีก็มีพ่อมดกว่ายี่สิบคนเข้าร่วมเดิมพัน รวมถึงโรลด้วย เพราะเขาเองก็สงสัยในทฤษฎีนี้มากเช่นกัน


ชาวเมืองหลายคนเองก็รู้สึกอยากลอง แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าร่วมเดิมพันกับพ่อมด


"แล้วพวกเจ้าเล่า? อยากลองเสี่ยงโชคดูไหม?" หลินเอินหันไปถามนักเรียนวิชาคณิตศาสตร์เชิงลึกของตนด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า


เพียร์ซและคนอื่น ๆ ส่ายหัวรัว ๆ ไอล็อคถึงกับตัวสั่นเมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่ศาสตราจารย์เปิดรับเดิมพัน เขาเกือบเสียเงินมากพอจะซื้อเมืองทั้งเมืองได้เลยทีเดียว


ในพริบตาหลินเอินก็ได้เงินมาแล้วถึงหกสิบเก้าเหรียญทอง เขาถอนหายใจเบา ๆ จริงดังว่าหากหวังพึ่งเงินเดือนเพียงอย่างเดียวก็ไม่มีทางร่ำรวยได้เลย


แต่เหตุผลที่เขาทำการทดลองนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อหาเงิน สิ่งสำคัญกว่าคือการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าทฤษฎีของเขาเป็นจริง!


แม้ว่าวันแรกที่เขามาถึงท่าเรืออีเยตา เขาจะได้ใช้เขตแดนสุญญากาศของเฮอร์แรมเพื่อพิสูจน์สิ่งนี้แล้วก็ตาม


แต่การสร้างสภาวะสุญญากาศเป็นสิ่งที่ยากเกินไป มีเพียงพ่อมดระดับสูงเท่านั้นที่ทำได้ นั่นทำให้ข้อสรุปของเขาถูกเผยแพร่ในวงแคบ ๆ เท่านั้น และคนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่า


ดังนั้นวันนี้หลินเอินจึงเตรียมใช้การทดลองที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าทฤษฎีของเขาถูกต้อง!



ตอนก่อน

จบบทที่ สัมผัสก้อนเมฆบนฟ้า!

ตอนถัดไป