ขอให้ข้าได้ท้าประลองกับท่าน

คำถามของโรลถูกหลินเอินเลี่ยงตอบไปชั่วคราว แต่เสียงกระซิบกระซาบถกเถียงกันยังคงดังไม่ขาดสาย


ในฐานะตัวแทนพิเศษของสภาพ่อมด ทิกไม่ได้รีบเร่งเรื่องการประเมินระดับพลังเวท กลับกัน เขาสนใจที่จะซักถามเกี่ยวกับคณิตศาสตร์เชิงลึกมากกว่า


หลินเอินไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์เหล่านี้ยิ่งเผยแพร่ออกไปกว้างเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อย่างน้อยเวลาที่เขานำเสนอทฤษฎีใหม่ในอนาคตจะได้ไม่เกิดปัญหาว่าไม่มีใครเข้าใจ


งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความสุขของทั้งเจ้าภาพและแขกจบลงอย่างรวดเร็ว หลังจากภูติน้อยมาเก็บเศษอาหารบนโต๊ะออกไป ทิกก็สั่งให้ผู้ช่วยนำลูกแก้วใสที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบเซนติเมตรออกมา ภายในเต็มไปด้วยพลังงานลึกลับบางอย่าง


"ลองดูสิ ศาสตราจารย์หลินเอิน!" ทิกส่งลูกแก้วให้หลินเอิน


หลินเอินรับลูกแก้วมาพลิกดูไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามด้วยความสงสัย "ใช้งานยังไง?"


"ง่ายมาก แค่ใช้สัมผัสเวทของท่านควบคุมมันเหมือนเวลาร่ายเวทปกติ จากนั้นดูการเปลี่ยนแปลงของสีในลูกแก้ว" ทิกตอบเรียบ ๆ


หลินเอินพยักหน้าก่อนจะลองใช้พลังเวทแทรกซึมเข้าไป เมื่อเปิดสัมผัสเวทเขาก็พบว่าภายในลูกแก้วนี้มีความผิดปกติบางอย่าง


พลังงานนี้ถูกสร้างขึ้นจากธาตุที่เขาไม่รู้จัก มันอยู่ในสถานะเฉื่อยอย่างมากและสะสมตัวอยู่ภายในลูกแก้ว การควบคุมมันทำได้ยากมาก หลินเอินทุ่มพลังเวทเต็มที่แต่ทำได้แค่ทำให้พลังงานเหล่านี้สั่นสะเทือนเล็กน้อยเท่านั้น ภายในลูกแก้วจึงเกิดแสงสีแดงจาง ๆ


"ดีมาก ใช่วิธีนี้แหละ เริ่มได้เลย..." ทิกเตือนอีกครั้ง เขาคิดว่าหลินเอินยังคงลองเชิงอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าหลินเอินใช้พลังเวทเต็มที่แล้ว


"งั้นข้าจะลองดู" หลินเอินสูดลมหายใจลึกและกลับมีความมั่นใจมากขึ้น


เขามองออกแล้วว่าการขับเคลื่อนลูกแก้วนี้ สิ่งที่ถูกทดสอบจริง ๆ ไม่ใช่พลังเวท แต่เป็น ‘พลังคำนวณ’ ของพ่อมด หรือก็คือ... พลังจิตวิญญาณ!


ใช่แล้ว! พ่อมดยิ่งมีระดับสูง พลังจิตวิญญาณของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งจำเป็นสำหรับการควบคุมเวทมนตร์ที่ซับซ้อนและทรงพลังมากขึ้น การใช้วิธีนี้วัดระดับของพ่อมดจึงสมเหตุสมผล


ถ้าดูแค่จุดนี้ ด้วยการสนับสนุนของสมองอัจฉริยะ เขาไม่น่าจะด้อยกว่าพ่อมดเต็มตัวคนอื่นเลย


สิ่งที่เขากังวลที่สุดกลับเป็นเรื่องปริมาณพลังเวทที่ร่างกายสามารถบรรจุได้ ถ้าเป็นการวัดจุดนี้ล่ะก็ เขามีโอกาสสูงที่เขาจะไม่ผ่านเกณฑ์


【เปิดโหมดโอเวอร์โหลด!】


หลินเอินร่ายคำสั่งในใจ ทันใดนั้นแววตาของเขาก็เฉียบคมขึ้น ลูกแก้วในมือเริ่มสั่นอย่างรวดเร็ว แสงสีแดงภายในทวีความเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลายเป็นสีแดงฉานทั่วทั้งลูก!


เหล่าศาสตราจารย์ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะมีสีหน้าต่างกันไป บ้างก็ตกตะลึง บ้างก็เคร่งเครียด และบางคนดูเหมือนจะคาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้อยู่แล้ว


เพียงแค่สองวินาทีหลินเอินก็หยุดลง พลังเวทในร่างกายของเขาหายไปถึงหนึ่งในสาม ถ้าแค่นี้ยังไม่ผ่านเกณฑ์ล่ะก็ เขาก็จนปัญญาแล้ว


"ศาสตราจารย์หลินเอิน ไม่คาดคิดเลยว่าท่านจะเป็นพ่อมดระดับสาม" ทิกมองไปที่ใบหน้าซึ่งยังดูอ่อนเยาว์ของหลินเอินพลางกล่าวด้วยความรู้สึกซับซ้อน


ระดับสามงั้นหรอ? ดูจะสูงไปหน่อยแฮะ...


หลินเอินมองลูกแก้วสีแดงสดในมือ แม้ว่าระดับนี้จะตรงกับความคาดหวังของคนอื่นที่มีต่อเขา แต่เขายังไม่สามารถสร้างช่องเวทมนตร์ระดับสูงในจิตใจได้


แม้ว่าสมองอัจฉริยะจะช่วยเพิ่มพลังคำนวณได้มาก แต่เขายังไม่คิดจะศึกษาเวทระดับสองและสามในตอนนี้ เพราะหากไม่มีช่องเวทมนตร์รองรับ มันก็ไม่มีประโยชน์


ในตอนนั้นเองโรลก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าขอเสียมารยาทถามหน่อย ศาสตราจารย์หลินเอิน ท่านอายุเกินยี่สิบปีแล้วหรือยัง?"


"ยังไม่ถึง... แต่ก็ใกล้แล้ว" หลินเอินตอบกลับด้วยน้ำเสียงกำกวม เขาไม่แน่ใจว่ามีเวทมนตร์ที่สามารถตรวจสอบอายุทางร่างกายได้หรือไม่ ดังนั้นควรระวังคำพูดไว้ก่อน


"พ่อมดระดับสามที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ..." สีหน้าของโรลเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ศาสตราจารย์หลินเอิน ขอให้ข้าได้ท้าประลองกับท่าน!"


หลินเอินชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายอยู่ ๆ จะมาเล่นอะไรแบบนี้


"ดวงดาวแห่งโลกเวทมนตร์ ออกัสท์ คืออาจารย์ของโรล!" ทิกลดเสียงลงและกระซิบบอกหลินเอิน


เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินเอินก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าคน ๆ นี้คือใคร


ออกัสท์เป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงที่สุดในดินแดนพ่อมด เขาก้าวขึ้นเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ในวัยประมาณยี่สิบสี่ปี ส่วนเขาเลื่อนเป็นพ่อมดระดับสามตั้งแต่อายุเท่าไร หลินเอินก็ไม่เคยสอบถามมาก่อน


แต่จากปฏิกิริยาของโรล ดูเหมือนว่าตัวเขาเองอาจเป็นภัยต่อสถิติของออกัสต์เข้าแล้ว


หลินเอินแอบสบถในใจ ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะโกหกไปว่าแค่หน้าเด็ก แต่ที่จริงอายุยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกแล้ว


เหล่าพ่อมดที่อยู่ในห้องต่างสนใจในการท้าประลองนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฟิลลิปและธีโอดอร์ พวกเขาอยากเห็นกับตาว่า 'เปลวเพลิงนรกที่ไม่มีวันดับ' ที่แลมบ์เคยพูดถึงมันเป็นของจริงหรือไม่...


เมื่อโรลยืนยันแน่วแน่ ประกอบกับศาสตราจารย์หลายคนพากันสนับสนุน หลินเอินจึงหาข้ออ้างปฏิเสธไม่ได้และต้องตอบรับคำท้านี้


สถานที่ประลองถูกกำหนดให้เป็นลานฝึกของสถาบันอีเยตา!


เนื่องจากการทดลองบินในช่วงเช้าและการต้อนรับแขกสำคัญสองท่าน เฮอร์แรมจึงให้เหล่านักเรียนและอาจารย์ในสถาบันหยุดเรียนหนึ่งวัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีศิษย์พ่อมดจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะฝึกฝนเวทมนตร์ของตนเองในลานฝึกอย่างมุ่งมั่น


ท้ายที่สุดแล้วในดินแดนพ่อมด การสอบผ่านและได้รับสถานะพ่อมดเต็มตัวคือเส้นทางที่เร็วที่สุดในการเปลี่ยนชะตาชีวิตและก้าวสู่จุดสูงสุด


แต่แม้แต่ศิษย์พ่อมดที่ขยันที่สุดก็ยากจะอดใจไม่ให้เข้ามามุงดู เมื่อได้ยินว่าศาสตราจารย์วิชาคณิตศาสตร์เชิงลึกของพวกเขากำลังจะประลองกับพ่อมดอีกคน พวกเขาจึงแห่กันเข้ามารุมล้อมลานฝึกทันที


เพราะการประลองระหว่างพ่อมดเต็มตัวนั้น เป็นสิ่งที่หาโอกาสดูได้ยากในชีวิตประจำวัน


"โจนนี่ ได้ยินว่าตอนข้ามทะเลมาเจ้ากับศาสตราจารย์หลินเอินมาด้วยกัน เจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นพ่อมดระดับไหน?" ไอล็อคหันไปถามด้วยความอยากรู้ขณะมองไปยังทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ในสนาม


หญิงสาวผมเงินเทาลังเลไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหัวโดยไม่ตอบอะไร ตามปกติแล้วหลินเอินควรเป็นพ่อมดระดับหนึ่ง แต่ในเหตุการณ์ที่เมืองท่าครั้งนั้น เขากลับสามารถเอาชนะบิชอปของศาสนจักรได้ นางจึงไม่อาจมั่นใจในคำตอบของตนเอง


เมื่อเห็นว่าโจนนี่เองก็ไม่แน่ใจ ไอล็อคจึงหันไปจับกลุ่มซุบซิบกับเพียร์ซและคนอื่น ๆ เกี่ยวกับสาเหตุที่ศาสตราจารย์หลินเอินต้องมาต่อสู้กับท่านโรลจากนครพ่อมด


ไม่ว่าผู้ชมรอบข้างจะคิดอย่างไร หลินเอินและโรลที่เดินเข้ามาในสนามต่างหยุดยืนประจันหน้ากันโดยมีระยะห่างประมาณยี่สิบเมตร


"ข้าคือโรล ศิษย์ของออกัสท์ พ่อมดระดับสอง ขอท้าประลองกับศาสตราจารย์หลินเอินแห่งสถาบันอีเยตา!" โรลวางมือขวาลงบนเหรียญตราพ่อมดที่หน้าอกก่อนโค้งตัวเล็กน้อย นี่คือมารยาทของการประลองในดินแดนพ่อมด


"ในเมื่อเป็นเพียงการประลอง ข้าจะเอาแค่พอเหมาะแล้วกัน" หลินเอินทำตามมารยาทและโค้งตัวตอบกลับ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ




ตอนก่อน

จบบทที่ ขอให้ข้าได้ท้าประลองกับท่าน

ตอนถัดไป