ทำเกี๊ยว
หลังจากพักได้สักครู่ จางถัวไห่ก็เปิดดูในช่องแชทของกลุ่มดูว่าผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อเปิดขึ้นมาก็ต้องเห็นข้อความประกาศการเสียชีวิตสีแดงขึ้นมาเรียงกันเป็นแถวอีกครั้ง
จางถัวไห่นับจำนวนดู พบว่ามีคนตายไปอีกราว ๆ สองร้อยคน สาเหตุส่วนใหญ่ก็เพราะตกหลุมทรายดูดหรือไม่ก็ตายเพราะพิษนั่นเอง
จำนวนที่ตายไปน้อยกว่าของเมื่อวานอย่างมาก อาจเพราะคนที่ยังรอดอยู่เริ่มเรียนรู้และระมัดระวังมากขึ้น หรือบางทีอาจจะกลัวจนไม่กล้าออกไปสำรวจข้างนอกก็เป็นได้
สักพักก็เริ่มมีคนมาอวดทรัพยากรที่หามาได้ในช่องแชท
“ฮ่า ๆ ๆ สมแล้วที่เรียกว่าความท้าทายสำหรับผู้กล้า รางวัลนี่มันคุ้มจริง ๆ ฉันเจอกล่องทรัพยากรสีน้ำเงิน เปิดออกมาเจอฮอทดอกไส้กรอกเลยนะ!”
“ฮอทดอกน่ะเหรอ ก็แค่ขนมปังใส่ไส้เท่านั้นเอง ฉันเจอแซนด์วิชนะเฟ้ย มีทั้งเบคอน ผักกาดสด อิจฉาล่ะสิ!”
“ฉันคงไม่โชคดีเท่าพวกนาย เจอแค่แอปเปิลสี่ลูกเอง มีใครอยากจะแลกกับฉันไหม?”
ผู้ที่ได้อาหารเหล่านี้เริ่มโพสต์อวดกัน ทำเอาคนที่อยู่แต่ในที่พักถึงกับน้ำลายสอ
พอเห็นคนในกลุ่มเริ่มเอาทรัพยากรที่ได้มาโชว์มากขึ้นเรื่อย ๆ จางถัวไห่คาดว่าผู้ที่ออกไปร่วมท้าทายผู้กล้ากลับมาแล้ว แถมตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่ทุกคนมีทรัพยากรกันครบมือ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำการแลกเปลี่ยน
“มีใครมีแป้งสาลีบ้างไหม? ผมจะแลกด้วยเนื้อ ส่วนถ้าใครมีน้ำมันพืชก็บอกด้วยนะ” จางถัวไห่โพสต์ในช่องแชท
“เฮ้ย! คนขายหมูตอนเช้าใช่ไหมเนี่ย!”
พอจางถัวไห่โพสต์ถาม ทุกคนก็จำเขาได้ทันที
“พี่ใหญ่ ซื้อแป้งไปทำไมครับ?” มีคนหนึ่งถามขึ้น
“ก็ไม่มีอะไรหรอก พอดีได้เนื้อ ผักกุยช่าย ไข่ ครบหมดแล้ว ดูท่าวัตถุดิบก็พร้อมดี เลยว่าจะทำเกี๊ยวกิน ใครสนใจก็บอกมา จะเอาของมาแลกก็ได้”
คำพูดของจางถัวไห่ทำให้คนที่กำลังแทะฮอทดอกถึงกับหน้าม่อยลงทันที
โธ่เอ๊ย กว่าตัวเองจะหาฮอทดอกได้สักอัน ตอนแรกคิดว่ามันดีแล้วเชียว สุดท้ายพี่ใหญ่คนนี้คิดไปถึงเกี๊ยวซะแล้ว ห่างกันไกลเป็นกิโล ๆ แบบนี้เชียวเหรอ!
“พี่ครับ ผมขอสักถาดได้ไหม แลกกับแอปเปิลสองลูก พอไหวไหม?”
“พี่ใหญ่ ผมไม่มีทรัพยากรแล้ว พอจะให้ผมแลกกับน้ำมันแทนได้ไหม?”
“พี่ ผมมีเศษกระจกอยู่ยี่สิบชิ้น พอจะแลกได้ไหม?”
“ใจเย็น ๆ นะทุกคน ต้องหาแป้งให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นพวกนายคงได้กินแค่ผัดสามสหายกันไปก่อน”
จางถัวไห่พยายามบอกให้ทุกคนสงบ
“ฉันมีแป้งสาลีอยู่ห้าสิบกิโล แต่ว่านายต้องแลกด้วยหมูต้มซีอิ๊วห้าสิบกิโลนะ!” อยู่ ๆ ก็มีข้อความหนึ่งกระเด้งขึ้นมา
“อะไรนะ?”
“นายบ้าไปแล้วหรือไง?” จางถัวไห่ขมวดคิ้ว ห้าสิบกิโลของแป้งกับหมูต้มซีอิ๊วห้าสิบกิโล มันเทียบกันไม่ได้เลย
ห้าสิบกิโลของแป้งสาลี ต่อให้เอาไปทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือนึ่งเป็นซาลาเปา ก็ให้พลังงานและความอิ่มท้องได้ไม่เท่ากับเนื้อห้าสิบกิโลอยู่ดี
แถมคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำซาลาเปาหรือรีดแป้งเป็นอยู่แล้ว มันจะกลายเป็นทรัพยากรที่ไร้ประโยชน์แทน เอามาแลกกับเนื้อไม่ดีกว่าหรือไง?
“ไม่สน ไม่ว่ายังไง นายก็เป็นฝ่ายที่ต้องการแป้งนี่นา ฉันไม่ได้เดือดร้อน นายอยากได้แป้งก็เอาหมูซีอิ๊วห้าสิบกิโลมาแลก ไม่งั้นพรุ่งนี้ราคาขึ้นนะ” อีกฝ่ายตอบอย่างถือดี
เห็นอีกฝ่ายตอบมาแบบนี้ จางถัวไห่หัวเราะเยาะในใจ เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกล้าตั้งราคาแพงเพราะรู้ว่าเนื้อสัตว์จะเก็บได้ไม่นานนัก แต่จางถัวไห่ไม่คิดจะยอมให้มันง่าย ๆ หรอก ต่อให้ไม่ได้กินเกี๊ยวในวันนี้ เขาก็จะไม่ยอมให้ฝ่ายนั้นได้เปรียบไป
ไม่อย่างนั้นทุกคนจะมองว่าเขาเป็นคนอ่อนแอ ต่อไปจะหาซื้อของในราคาถูกคงยากขึ้น
ส่วนเรื่องเนื้อสัตว์ที่จะเก็บไม่ได้นาน ก็ไม่ได้กังวลอะไรนัก เพราะอย่างแย่ที่สุดก็แค่เอาไปทำเป็นน้ำมันเจียวแล้วทำเป็นเนื้อแห้งเก็บไว้ได้อีกหลายวัน
จางถัวไห่จึงตั้งใจจะไม่ขายเนื้อจนกว่าอีกฝ่ายจะเสียเปรียบ มาดูกันว่าใครจะทนได้มากกว่ากัน
ขณะที่จางถัวไห่กำลังจะเปลี่ยนใจทำเนื้อเจียวแทน ซูมู่ก็ส่งข้อความส่วนตัวมา
“ฉันมีแป้งสาลีอยู่บ้างนะ แต่อยู่แค่ยี่สิบกิโล นายจะเอาไหม?” ซูมู่ถาม
“เอาสิ เธอจะแลกกับอะไร? เอาเป็นเนื้อ น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง หรือขนมปังนานดี? ถ้าอยากกินเกี๊ยวก็ต้องรอสักพักนะ” จางถัวไห่ตอบ
“เราไม่อยากได้เป็นของ แต่อยากทำสัญญากับนายไว้มากกว่า” ซูมู่ตอบ
“สัญญาอะไรล่ะ?”
“จากนี้จนถึงวันที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งเหลืออีกหกวัน แป้งยี่สิบกิโลนี้ฉันยกให้เลย แต่มีข้อแม้ว่านายต้องดูแลเรื่องอาหารให้พวกเราในหกวันนี้ ฉันกับน้องสาวไม่ได้กินเยอะ แค่สักสามขีดต่อมื้อก็พอ” ซูมู่พิมพ์ตอบด้วยความลังเล
พอเห็นข้อความของซูมู่ จางถัวไห่ก็ลองคำนวณดูในใจ ถ้าคิดว่าพวกเธอทั้งสองคนกินแป้งสาลีคนละสามขีดต่อมื้อ รวมกันก็หกขีด หนึ่งวันสามมื้อก็ใช้แป้งราวหนึ่งจุดแปดกิโล
หกวันรวมวันเกิดภัยพิบัติจะใช้ราว ๆ สิบจุดแปดกิโล แปลว่าตัวเขาจะได้แป้งมาอีกเกือบสิบกิโลเลยทีเดียว!
แถมยังไม่ได้นับน้ำที่ใช้ผสมเข้าไปอีก ต่อให้ต้องเพิ่มผักกับเนื้อเข้าไปด้วย ก็ถือว่าคุ้มอยู่
และหากตอบรับข้อเสนอนี้ เขาก็จะได้ผูกมิตรกับผู้ที่มีแหล่งพิมพ์เขียวไว้อีก เรียกว่าได้ประโยชน์ถึงสองทาง
“ตกลง ให้ข้าวครบสามมื้อ เป็นร้อน ๆ เสมอ แต่เวลามื้ออาจไม่แน่นอน เพราะฉันต้องออกไปหาเสบียงด้วย” จางถัวไห่ตอบ
“งั้นตกลงนะ เดี๋ยวฉันส่งแป้งไปให้เลย นายกดรับได้เลย”
【ซูมู่ส่งแป้งสาลีให้คุณ 20 กิโล】
“พี่คะ พี่ให้แป้งเขาไปง่าย ๆ เลยเหรอ? พี่เชื่อใจเขามากขนาดนั้นเลย? แล้วถ้าเขาโกงเราขึ้นมาล่ะ?” ซูฉีถามด้วยความกังวล
“ไม่ใช่ว่าพี่อยากเชื่อ แต่ต้องทำแบบนี้” ซูมู่ถอนหายใจ “เรามีแต่แป้ง ไม่มีหม้อ ไม่มีเตา ไม่มีอุปกรณ์จุดไฟ ไม่มีน้ำพอเพียงหรือไม้ฟืนมากพอ ที่สำคัญเลยคือเราทำซาลาเปาหรือแป้งนานไม่เป็น แป้งที่มีจึงเหมือนไร้ค่า มอบให้เขายังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยทำแบบนี้พวกเราก็ได้อาหารไปอีกหกวัน”
“แต่ถ้าเขาหลอกเราไม่ส่งอาหารมาให้ล่ะคะ?” ซูฉีย้อนถาม
“ก็คงไม่หรอกนะ” ซูมู่ส่ายหน้า “ครั้งก่อนเขาก็ทำตามสัญญา เขายังแถมให้ด้วยซ้ำ หูหมูที่ว่าอร่อยนั้นไง”
ซูฉีนึกตาม เผลอเลียริมฝีปากเบา ๆ รสชาติหูหมูนั้นอร่อยมากจนเธอไม่คาดไม่ถึงเลยว่าหูหมูจะเป็นของอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขายังต้องขายของในแพลตฟอร์ม หากเขาคิดจะโกงเรา เสียชื่อเสียงไปก็คงจะทำมาค้าขายไม่ได้อีก เขาคงไม่เสี่ยงเสียผลประโยชน์เพื่อแลกกับการโกงแค่ครั้งเดียวหรอก” ซูมู่พยายามอธิบาย
“ก็คงได้แต่หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ซูฉีพยักหน้าเห็นด้วย