เก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
จางถัวไห่ยังไม่ทันจะดีใจได้สองวินาที ก็มีหินก้อนเล็กร่วงลงมาชนหมวกกันน็อกของเขาดัง "ตึก"
ตอนนั้นเองเขาถึงนึกขึ้นได้ว่ายังอยู่ในเหมืองร้าง รีบเร่งฝีเท้าหนีออกไปทันที
เขาใช้เวลาอีกห้านาทีถึงจะวิ่งออกมาจากเหมืองได้สำเร็จ
ทันทีที่เขาออกมาก็ได้ยินเสียง "โครมคราม" ดังมาจากข้างหลัง
เมื่อหันไปมองก็ปรากฏว่าเหมืองที่เคยสมบูรณ์กลับพังถล่มลงมา ไม่รู้ว่าการพังทลายนี้จะลุกลามไปไกลแค่ไหน
ดูจากสถานการณ์แล้ว อย่างน้อยก่อนที่เขาจะออกมาแมงมุมถ้ำพวกนั้นยังไม่น่าจะหนีออกมาได้
จางถัวไห่ถอนหายใจโล่งอก อุ้มกล่องทรัพยากรสีส้มมุ่งหน้ากลับไปที่รถ
เสี่ยวอายเห็นเขาออกมาก็รีบขับรถมาจอดตรงหน้าเขาอย่างใส่ใจ พร้อมเปิดประตูรถให้
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ผู้บัญชาการ! เหนื่อยแย่เลยนะคะ (^▽^)”
“สบายชะมัด!” จางถัวไห่ทิ้งตัวลงบนเบาะ เขารู้สึกเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปหมด
ตอนนี้เองเขาถึงเข้าใจว่าการได้นั่งอยู่ในรถนี่ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
“รายงานค่ะ ผู้บัญชาการ ระหว่างที่คุณไม่อยู่ มีคนคลานมาตามรางรถไฟและพยายามขโมยรถ แต่ฉันขับชนจนตายไปแล้วค่ะ” เสี่ยวอายรายงาน
“ฉันหลบมาตั้งไกล ยังมีคนหาจนเจออีกเหรอ?”
จางถัวไห่ตกใจ เขาหันไปมองก็พบว่ามีศพนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล
เขาเงยหน้ามองไปยังอีกฝั่งของสะพานรถไฟแล้วก็เห็นว่ามีรถหลายคันจอดอยู่ แถมยังมีบางคนกำลังปีนขึ้นไปบนรางรถไฟ
“พวกนี้บ้าหรือไง? จะปีนมาทำไม?”
จางถัวไห่สงสัยมากว่าทำไมพวกเขาไม่อยู่ในรถ แต่กลับปีนขึ้นไปบนสะพานที่อันตรายแทน
แต่ไม่นาน เขาก็เข้าใจเหตุผล
ไม่ไกลจากจุดนั้น กำแพงเมฆดำทะมึนกำลังซัดโหมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ข้างหน้ามันเต็มไปด้วยรถนับร้อยคันและแมงมุมกลายพันธุ์ทะเลทราย
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายไม่สนใจสู้กันอีกแล้ว ทุกคนต่างเร่งฝีเท้าหนีเอาชีวิตรอด
เป็นระยะ ๆ จะมีรถที่ช้ากว่าหรือแมงมุมที่หนีไม่ทัน ถูกกำแพงเมฆกลืนกิน
ชะตากรรมของพวกเขาไม่ต้องเดาก็รู้ได้ทันที
การสูญเสียอย่างต่อเนื่องทำให้คนเหล่านั้นร้อนรนยิ่งขึ้น เร่งความเร็วสุดชีวิตมุ่งหน้ามาทางเหมือง
มีแมงมุมบางตัวที่ฉลาด มองเห็นว่ารถเร็วเกินกว่าที่กำแพงเมฆจะไล่ตามทัน มันจึงกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถแล้วใช้ขาทั้งแปดข้างเกาะติดแน่น
เห็นภาพนั้นแล้ว จางถัวไห่ก็อดชื่นชมวิสัยทัศน์ของตัวเองไม่ได้
โชคดีที่เขาลงมือเร็ว ข้ามสะพานมาก่อน จึงสามารถหลบภัยอยู่ที่นี่ได้
ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็คงต้องหนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเลเหมือนพวกนั้น
จางถัวไห่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาที การแข่งก็จะจบลงแล้ว ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะถูกส่งกลับไปยังไง
จะถูกวาร์ปออกไปเลยหรือจะมีเส้นทางเปิดให้หนีออกไปกันแน่
ถ้าเป็นแบบหลังล่ะก็ คงเกิดความโกลาหลไม่น้อย
อย่างน้อยพวกแมงมุมกลายพันธุ์ทะเลทรายคงไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาหนีง่าย ๆ แน่
ขณะนี้รถยนต์เหล่านั้นมาถึงขอบหน้าผาแล้ว บางคันขับมาจอดตรงทางขึ้นสะพาน พอเห็นแค่รางเหล็กเปล่า ๆ สองเส้น ทุกคนก็พากันสูดหายใจเฮือกด้วยความหวาดหวั่น
แต่พอเห็นว่ามีรถของจางถัวไห่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกเขาก็ตกตะลึงไปเลย
สะพานนี้มีแค่รางรถไฟสองเส้น เอ็งขับรถข้ามไปได้ยังไงกัน?
หรือบินข้ามไป!?
"ฉันไม่เชื่อ! หมอนั่นยังขับข้ามไปได้ ฉันก็ต้องข้ามได้เหมือนกัน ฉันน่ะเป็นนักขับรถมือเก๋าสิบปีนะ แค่สะพานแคบ ๆ แค่นี้จิ๊บ ๆ"
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อกล้ามคนหนึ่งไม่ยอมแพ้ ลองขับรถขึ้นไปบนรางรถไฟ
แต่ทันทีที่ล้อหน้าขึ้นสะพาน ล้อก็ลื่นไถล รถติดค้างกลางสะพาน ขยับไม่ได้
พอคนข้างหลังเห็นภาพนั้น ก็พากันเลิกคิดจะขับข้ามสะพานทันที
“สะพานไปไม่ได้ วงพิษก็กำลังจะบีบเข้ามา เราจะทำยังไงกันดี? จะยืนรอความตายอยู่ตรงนี้รึไง?”
มีคนเหลือบมองกลุ่มเมฆดำที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพูดด้วยความหวาดกลัว
“เป็นไปไม่ได้หรอก เกมนี้ไม่น่าออกแบบมาให้เราตายแบบไม่มีทางรอด วงพิษบีบเรามาถึงนี่ แสดงว่าต้องมีทางรอดอยู่ ลองหาดูอีกหน่อยสิ”
“พวกเอ็งหาต่อไปเถอะ ข้าจะข้ามสะพานแล้ว” ชายคนหนึ่งพูดพลางเริ่มปีนขึ้นไปบนราง
“แกบ้าไปแล้วเหรอ?” อีกคนรีบคว้าแขนไว้ “เกมนี้มันชื่อ เอาตัวรอดบนถนน ถ้านายทิ้งรถไปแล้วหลังจากนี้จะทำยังไง?”
“ตอนนี้ฉันสนแค่รอดไปก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากัน!” เขาพยายามดิ้นรนปีนขึ้นไป
แต่ในตอนนั้นเองเมฆดำก็ค่อย ๆ หยุดลง... มันหยุดอยู่ห่างจากพวกเขาแค่หนึ่งเมตร
เห็นเมฆพิษหยุดอยู่ตรงหน้า ผู้คนจำนวนมากถอนหายใจโล่งอก
ไอ้วงพิษบ้านี่ หยุดเสียที
ชั่วขณะหนึ่ง เหล่าผู้รอดชีวิตพากันยินดี คิดว่าตัวเองรอดอีกครั้ง
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจนาน เสียงขู่ แซ่ก ๆ ก็ดังขึ้น ทำลายความหวังของพวกเขา
แมงมุมกลายพันธุ์ทะเลทรายที่ซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ เริ่มขยับตัว มันจ้องพวกเขาเขม็ราวกับเสือหิว
บางตัวที่เกาะอยู่บนหลังคารถเริ่มเคาะกระจก บางตัวใช้ขาแหลมของมันเจาะหลังคาและพยายามเปิดกระป๋องเนื้อที่อยู่ข้างใน
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนตื่นตระหนก บางคนรีบสตาร์ทรถแล้วขับหนีอย่างบ้าคลั่งในพื้นที่แคบ ๆ บางคนพุ่งชนแมงมุมอย่างไม่คิดชีวิต บางคนหยิบอาวุธขึ้นมาเตรียมต่อสู้กับพวกมัน
ขณะที่แมงมุมกลายพันธุ์ก็พากันกรูเข้าหาเหยื่อที่อยู่ใกล้ที่สุด
ดูเหมือนว่าการสังหารหมู่จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทันใดนั้นแสงสีขาวก็ส่องลงมาจากท้องฟ้า พร้อมกับเสียงประกาศดังขึ้น
“การแข่งแรลลี่สิ้นสุดลง รถทุกคันจะถูกส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้น กำลังดำเนินการวาร์ป”
รถแต่ละคันค่อย ๆ หายไปในแสงสีขาว ทิ้งให้แมงมุมกลายพันธุ์ทะเลทรายติดอยู่ตรงนั้น
จางถัวไห่ก็ถูกแสงขาวกลืนไปด้วย
เขารู้สึกเพียงแค่มีแสงขาวแวบขึ้นมาต่อหน้า แล้วทันใดนั้นเขาก็กลับมาอยู่บนถนนอีกครั้ง
ยังคงเป็นถนนสี่เลนสองฝั่งที่คุ้นเคย ทิวทัศน์โดยรอบก็ยังเป็นทะเลทรายอันแสนคุ้นตา
จางถัวไห่รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"สมองฉันต้องมีปัญหาแน่ ๆ ถึงได้รู้สึกผูกพันกับไอถนนเฮงซวยแบบนี้"
เขาบ่นพึมพำพลางเปิดกล่องทรัพยากรสีส้มกล่องสุดท้าย ดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง
【ได้รับพิมพ์เขียวกระจกกันกระสุน】
【ได้รับกระจกคุณภาพสูง x12 หน่วย】
【ได้รับพิมพ์เขียวตัวถังรถกันกระสุน】
【ได้รับแท่งโลหะคุณภาพสูง x40 หน่วย】
【ได้รับหมูตุ๋นตงพัวหนึ่งชุด】
【ได้รับน้ำแห่งชีวิตหนึ่งลัง (วอดก้า 96 %) (6 ขวด) 】
เมื่อเห็นของรางวัลมากมายขนาดนี้ จางถัวไห่ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ของมากมายขนาดนี้ เทียบกับอันตรายที่เขาต้องเผชิญแล้ว ถือว่าคุ้มค่าทุกความเสี่ยงจริง ๆ