ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 21
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 21
ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนสองครั้งติดต่อกัน เตือนว่าทั้งลั่วเว่ยหยูและซูชิงจู้ต่างก็มีความประทับใจในตัวเฉินหลัวลดลง
ดีมาก!
ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับค่าประสบการณ์ แต่ยังสามารถทำให้ลั่วเว่ยหยูและซูชิงจู้ลดความประทับใจที่มีต่อเฉินหลัวไปด้วย เรื่องนี้ทำให้เย่เฟยมีความสุขมาก!
เย่เฟยอารมณ์ดี แต่ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงที่พูดออกไปก็ยังคงเฉยชา "นี่สหาย นายพอจะช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?"
"ฉัน....." เฉินหลัวงุนงง ในขณะนี้เขาไม่อาจหาข้อแก้ตัวใดๆได้เลย
โดนความจริงตบหน้าแบบนี้ เขายังจะพูดอะไรได้?
เฉินหลัวเองก็สังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของลั่วเว่ยหยูและซูชิงจู้เช่นกัน
โดยเฉพาะซูชิงจู้ เพียงสีหน้าของเธอก็ดูเย็นชาอยู่แล้ว ตอนนี้สายตาที่ใช้มองเฉินหลัวยังถึงกับเย็นชายิ่งกว่าปกติ
เฉินหลัวทราบดีว่าความประทับที่มีต่อตัวเขาของสาวงามทั้งสองคงลดฮวบลงจนยากจะฟื้นฟู
เฉินหลัวได้แต่รู้สึกสำนึกเสียใจทีหลังเท่านั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
เรื่องราวมันไม่สมควรเป็นเช่นนี้นี่!
ตามเดิมแล้ว เขาจะต้องทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยเหลือสาวงามต่อหน้าลั่วเว่ยหยู ทำให้ลั่วเว่ยหยูเกิดความประทับใจ จากนั้น ในระหว่างที่ทำการรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของลั่วเว่ยหยู ลั่วเว่ยหยูก็จะรู้สึกสำนึกขอบคุณต่อเขามากขึ้นเรื่อยๆ.....
แต่ตอนนี้นั้น....
แผนการของเฉินหลัวเกิดการคลาดเคลื่อนไปทั้งหมด!
เขาเพิ่งมาถึงเหยียนจิง ในใจก็อยากจะทำความคุ้นเคยกับเมืองหลวแห่งนี้เอาไว้ ระหว่างนั้นก็บังเอิญพบเจอสาวงามระดับเก้าคะแนน แต่สุดท้าย เขาก็ถูกแผนการอันแยบยลของเย่เฟยจัดการจนตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถ
เฉินหลัวใช้ความคิด เขากลอกกลิ้งดวงตา จากนั้นจึงพูดว่า "อันที่จริง เรื่องเมื่อวานนี้ผมมีเหตุผล ผมเพิ่งมาที่เหยียนจิงเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงไม่คุ้นชินกับวิถีชีวิตของที่นี่ และเมื่อวานผมก็บังเอิญเห็นคุณหนูท่านนี้โดยบังเอิญและรู้สึกว่าเธอสวยมาก ไม่ได้มีความคิดหรือเจตนาร้ายเลยจริงๆ แค่อยากจะสนิทกับเธอมากขึ้น...."
ข้อแก้ตัวของเฉินหลัวนั้นใช้ได้ทีเดียว เขาวางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่อ่อนแอ โดยการบอกเล่าว่าเขาเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก จากนั้นจึงเกิดความประทับใจลั่วเว่ยหยูโดยบังเอิญ
ผู้คนมักจะเห็นอกเห็นใจคนที่น่าสงสารเช่นนี้
คำพูดของเฉินหลัวนี้จะมีประสิทธิภาพอย่างมากหากเป็นเวลาในยามปกติ
ทว่าเย่เฟยไม่มอบโอกาสนั้นให้กับเขา
ฟรายเดย์พลันพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังในเวลาที่เหมาะเจาะ "นายน้อยเย่! อย่าได้ฟังคำพูดไร้สาระของเจ้าหนูนี่นะครับ ผมคิดว่าเขาเป็นโจร เมื่อวานเขามาที่ร้านนี้ครั้งหนึ่งและซื้อดอกไม้ไปด้วย เพียงแต่เมื่อเดินออกไปไม่ไกลเขาก็โยนดอกไม้ช่อนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี คิดว่าเขาคงมีเจตนาจะตีสนิทกับเจ้าของร้านอย่างคุณลั่วแน่ๆครับ!"
สีหน้าของลั่วเว่ยหยูพลันเย็นชาขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน
พฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกันของเฉินหลัวทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเป็นคนหน้าซื่อใจคด
[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลั่วเว่ยหยูสูญเสียความประทับใจที่มีต่อตัวเอกเฉินหลัว ได้รับค่าประสบการณ์ 200 แต้ม ]
ฟรายเดย์ นายทำได้ดีมาก! เอาไว้กลับไปแล้วฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้นายนะ!
ฟรายเดย์สามารถปฏิบัติงานนี้ได้อย่างไร้ที่ติ
เย่เฟยได้อธิบายแผนการและบอกฟรายเดย์เอาไว้ก่อนแล้วว่าเขาจะต้องทำอะไรบ้าง มองจากเปลือกนอกแล้วฟรายเดย์ดูเป็นคนที่สัตย์ซื่ออย่างมาก หากแต่ภายในนั้นเขาก็ไม่ได้โง่ เขาสามารถจดจำคำพูดของเย่เฟยได้จนขึ้นใจ
ฟรายเดย์พูดต่ออีกว่า "นายน้อย เมื่อครู่นั้นเจ้าหนูนี่กับผมได้ประมือกัน และเขาก็ยังทำกระถางกล้วยไม้ของนายน้อยแตก!"
ฟรายเดย์ชี้ไปที่พื้น
เย่เฟยเพิ่งสังเกตเห็นว่ากระถางกล้วยไม้ที่เคยอยู่ริมหน้าต่าง มาตอนนี้กระถางของมันได้แตกกระจายอยู่ที่พื้น
ดีที่กล้วยไม้กระถางนี้ไม่ได้รับความเสียหายอะไรมาก ที่แตกหักมีเพียงตัวกระถาง ดินในกระถางกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นโดยที่กระถางแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ตอนที่เข้ามาในร้าน เย่เฟยเพียงให้ความสนใจกับเฉินหลัว ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้น
สิ่งนี้ทำให้เย่เฟยรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นกล้วยไม้ที่เขาและลั่วเว่ยหยูช่วยกันดูแล และลั่วเว่ยหยูยังยึดถือกล้วยไม้กระถางนี้ราวกับสมบัติล้ำค่า ทั้งยังค่อยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ลั่วเว่ยหยูถึงกับกำหมัดแน่น
เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งจะจัดกระถางกล้วยไม้ด้วยความระมัดระวัง แต่นึกไม่ถึงเลยว่าผ่านไปไม่นานมันจะกลับกลายเป็นสภาพนี้ไปแล้ว!
[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลั่วเว่ยหยูสูญเสียความประทับใจที่มีต่อตัวเอกเฉินหลัวลดลงจนถึงระดับต่ำสุด ได้รับค่าประสบการณ์ 200 แต้ม ]
เย่เฟยพลันได้รับการเตือนจากระบบว่าความประทับใจที่ลั่วเว่ยหยูมีต่อเฉินหลัวลดลงจนเหลือระดับต่ำสุดแล้ว!
เฉินหลัวไม่อาจโต้แย้งในเรื่องนี้โดยสมบูรณ์
น้ำเสียงของลั่วเว่ยหยูเต็มไปด้วยความโกรธขณะที่เธอจ้องหน้าเฉินหลัวและพูดว่า "กรุณาอย่ามาที่ร้านของฉันอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"
จะเห็นได้ว่าลั่วเว่ยหยูนั้นโกรธขนาดไหนถึงทำให้คนที่อ่อนโยนและไม่ยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นอย่างลั่วเว่ยหยูถึงกับพูดแบบนี้ได้!
สายตาของซูชิงจู้เย็นชายิ่งกว่าเดิม คราวนี้เธอไม่แม้แต่จะเหลือบแลเฉินหลัวอีก
ดวงตาของเฉินหลัวกลายเป็นมืดหม่น เขารู้ว่าตนเองได้สูยเสียโอกาสที่จะแก้ตัวไปโดยสมบูรณ์
เฉินหลัวหันหลัง เตรียมจะเดินออกจากร้าน
"เดี๋ยวก่อน" เย่เฟยหยุดเฉินหลัวเอาไว้
เฉินหลัวเงยหน้าขึ้น เขาสะกดความโกรธไว้ในอก ตอนนี้เฉินหลัวกำลังอารมณ์เสียสุดขีด หมัดทั้งสองของเขารวบกำแน่นราวกับกำลังจะชกหน้าใครสักคน
แต่เขาสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้
เฉินหลัวทราบว่าตัวตนของอีกฝ่ายไม่ธรรมดา แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลัวเย่เฟย แต่เขาก็เพิ่งจะมาถึงเหยียนจิง ยังไม่ทราบสถานการณ์ของที่นี่ดี และไม่รู้ว่าเย่เฟยมีฐานะเป็นอย่างไร ดังนั้นเขาจึงไม่อาจเผชิญหน้ากับเย่เฟยได้ในตอนนี้
ทว่าเฉินหลัวได้สลักรูปลักษณืของเย่เฟยเอาไว้ในใจอย่างลึกล้ำ เขาจะต้องล้างอายครั้งนี้ให้ได้!
"มีอะไรเหรอ?" เฉินหลัวพยายามปั้นยิ้มขณะเอ่ยถภามเย่เฟย
เย่เฟยพูดว่า "อย่าเพิ่งรีบไปสิ เรื่องของเรายังไม่ได้สะสางเลย"
"นายหมายความว่าไง?" รอยยิ้มของเฉินหลัวพลันหายไป
เย่เฟยตอบกลับอย่างเย็นชา "นายทำร้ายบอดี้การ์ดของฉัน ทำลายข้าวของในร้านขายดอกไม้ และต้องสงสัยว่าจะมีเจตนาร้ายต่อคุณลั่ว นายคิดว่าไงล่ะ?"
เฉินหลัวสะกดอารมณ์โกรธแล้วจึงถามขึ้นว่า "อยากให้ฉันทำอะไร?"
เย่เฟยยิ้ม "ไม่ต้องกังวล ในฐานะพลเมืองดีที่โดดเด่น เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ ฉันคงต้องโทรเรียกตำรวจล่ะนะ"
"นาย...." เฉินหลัวผงะ
แต่ดขาก็เห็นว่าเย่เฟยนำมือถือออกมากดเบอร์จริงๆ และนั่นเป็นเบอร์ของสถานีตำรวจ!
ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล