ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 22
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 22
เย่เฟยกดเบอร์ของสถานีตำรวจ
เขาพูดบางอย่างสองสามคำ จากนั้นจึงกดเปิดลำโพง ดังนั้นเฉินหลัวจึงสามารถได้ยินว่าตำรวจจะมาถึงที่นี่ในสิบห้านาที
ในระหว่างที่เย่เฟยกำลังพูดคุยกับตำรวจนั้น ดวงตาของเฉินหลัวก็มืดมนลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดก็ยากจะเก็บซ่อนความโกรธที่อยู่ภายในใจไว้ได้อีก
เฉินหลัวรู้สึกราวกับตนเองกำลังถูกใส่ร้าย!
บอดี้การ์ดหน้าตาสัตย์ซื่อที่เบื้องหน้านี้น่ารังเกียจมาก! เขาไม่สามารถโต้แย้งหรือปกป้องตัวเองได้เลย!
และชายหนุ่มที่่เรียกว่า 'นายน้อยเย่' ซึ่งไม่ทราบตัวตนในขณะนี้ก็ราวกับกำลังจ้วงแทงมีดใส่เขาจากทางด้านหลัง
เป็นการการกระทำที่ชั่วร้ายมาก!
คิดไม่ถึงเลยว่าการจีบสาวครั้งแรกของเฉินหลัวในเหยียนจิงจะลงเอยด้วยการเดินชนตอเข้าอย่างจัง
ซึ่งความจริงนั้น ตอนที่อยู่ในชนนบท เฉินหลัวเคยจีบผู้หญิงมาแล้วหลายคนโดยที่ไม่ได้บอกต่ออาจารย์ ดังนั้นจึงนับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเกี้ยวหยิงคนหนึ่งก็ว่าได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าการลงมือในเมืองใหญ่ครั้งแรกของเขาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ได้
ช่างเถอะ ลูกผู้ชายล้างแค้นสิบปียังไม่สาย!
จนกระทั่งถึงตอนนี้ เฉินหลัวก็ยังไม่รู้ตัวตนของเย่เฟย ดังนั้นเขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว เขาจะลองถามอาจารย์ดูว่า 'นายน้อยเย่' ผู้นี้เป็นใคร
เขาจะต้องมีมาตราการตอบโต้ในเรื่องราวครั้งนี้แน่นอน เพราะนิสัยของเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้คนอื่นมาเอาเปรียบเขาได้
เฉินหลัวตั้งใจจะใช้วิชาแพทย์จัดการนายน้อยเย่ผู้นี้ก่อน การใช้วิชาแพทย์ทำให้เย่เฟยไม่อาจขยับเคลื่อนไหวนั้นค่อนข้างง่าย ขอเพียงสัมผัสตัวอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าด้วยมือหรือเท้า เขาก็จะสามารถสกัดจุดอีกฝ่ายได้ง่ายๆ
ร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยเส้นประสาทพิเศษและจุดชีพจรมากมาย ขอเพียงเขาแอบใช้มือหรือเท้าของเขาไปสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เขาก็สามารถทำให้นายน้อยเย่ผู้นี้แสดงความทุเรศออกมาได้
แต่อีกฝ่ายระมัดระวังตัวมาก ไม่ยอมเข้าใกล้เขาเลย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่มีโอกาส
หลายนาทีต่อมา ตำรวจก็มาถึง
เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนมาจากสถานีในพื้นที่ พวกเขาทำการสอบปากคำตามขั้นตอน จากนั้นจึงได้กักตัวเฉินหลัวไว้ชั่วคราวในข้อหาทะเลาะวิวาทและคุกคามผู้อื่น
แน่นอนว่าฟรายเดย์ก็ไม่รอดข้อหาทะเลาะวิวาทเช่นกัน
ถึงอย่างไรฟรายเดย์ก็มีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทครั้งนี้ อีกทั้งยังเป็นฝ่ายไปยั่วยุเฉินหลัวก่อน
นี่ก็เป็นสิ่งที่เย่เฟยได้สั่งฟรายเดย์เอาไว้เช่นกัน
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ฟรายเดย์ผู้ภักดีก็ไม่หลุดรอดจากการถูกกักตัวอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจมากนัก
และในฐานะพยาน เย่เฟยจึงต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ ซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือด้วยดี
ที่สถานีตำรวจ ในที่สุดก็คือเวลาตัดสินข้อกล่าวหา
ฟรายเดย์จะถูกคุมขังเป็นเวลาสองวันเนื่องจากเป็นฝ่ายเริ่มการทะเลาะวิวาท ขณะที่เฉินหลัวจะโดนทั้งข้อหาทะเลาะวิวาทและคุคามสตรี ซึ่งจะทำให้เขาถูกคุมขังเป็นเวลาสิบวัน
เฉินหลัวหน้าตาอึมครึมมาก เขาได้แต่กัดฟันรับทราบข้อกล่าวหาด้วยความโกรธแค้น
เขาถูกอีกฝ่ายใส่ร้ายแน่นอน!
เขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเต็มหรือว่าพื้นหลังของเย่เฟยด้วยซ้ำ แต่เขากลับถูกส่งเข้าซังเตไปแล้ว!
เฉินหลัวสามารถเดาได้ลางๆว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือเย่เฟย!
ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น เมื่อมาถึงสถานีตำรวจแล้ว เย่เฟยก็ทำตัวราวกับเป็นพลเมืองดีผู้หนึ่ง เขาบอกต่อตำรวจว่าควรยึดโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ และบัตรประชาชนของเฉินหลัวเอาไว้
เมื่อตำรวจได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ค้นตัวเฉินหลัวและยึดสิ่งของต่างๆไป ทำให้เฉินหลัวถูกตัดชาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ทำให้ตอนนี้กลายเป็นว่า หากเฉินหลัวต้องการจะติดต่อเพื่อหาคนมาช่วยประกันตัวเขาออกไป เขาก็ต้องนอนรออยู่ในห้องกรงไปก่อนเป็นเวลาถึงสิบวันเต็ม!
ตรงกันข้ามกับฟรายเดย์ซึ่งได้รับความสะดวกสบายมากกว่า
เย่เฟยไม่ต้องฝากให้คนช่วยดูแลฟรายเดย์ด้วยซ้ำ ในเมืองนี้ยังมีคนกล้ากลั่นแกล้งบอดี้การ์ดของตระกูลเย่อยู่อีกหรือ?
อาหารที่ฟรายเดย์ได้รับนั้นทั้งอร่อยและดูดีราวกับว่าเขาไม่ใช่นักโทษแต่อย่างใด
เฉินหลัวที่ถูกขังอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกำลังจมอยู่ในความคิด
เขารู้สึกหดหู่อย่างมาก แม้จะโกรธแค้นแค่ไหน เขาก็ไม่มีที่ให้ระบายออก
เขานั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานอย่างละเอียดอีกครั้ง ยิ่งคิดเฉินหลัวก็พบว่าตัวเขาได้เดินเข้าสู่หลุมพลางที่มีคนจัดสร้างขึ้นอย่างปราณีตโดยไม่รู้ตัว
แต่เพราะอะไรล่ะ?
เขาและเย่เฟยไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ทำไมอยู่ดีๆ 'นายน้อยเย่' ถึงมาเล่นงานเขา?
แม้ในใจของเฉินหลัวจะรู้สึกเป็นศัตรูกับเย่เฟยตั้งแต่แรกเห็น แต่เฉินหลัวก็มั่นใจมากว่าเขาสามารถปิดซ่อนอารมณ์ไว้ได้เป็นอย่างดี
เฉินหลัวกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว เขาพยามสะกดความโกรธเอาไว้ ดวงตายิ่งมายิ่งดูมืดมน
เมื่อนึกถึงเย่เฟยขึ้นมาทีไร เพลิงแค้นของเขาก็จะลุกโชน บัดนี้เขาแค้นเย่เฟยโดยสมบูรณ์ "รอให้ฉันออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ ฉันจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของนาย จากนั้นค่อยแก้แค้น รอฉันก่อนเถอะ!"
..........................
เย่เฟยเดินออกจากสถานีตำรวจอย่างอารมณ์ดี แสงอาทิตย์และความสดใสบนท้องฟ้าช่างเข้ากันกับอารมณ์ของเขาในตอนนี้จริงๆ
เขาวางแผนจัดการเฉินหลัวอย่างไร้ปราณี ด้วยการคำนวณอุปนิสัยและใช้รายละเอียดต่างๆจัดการเฉินหลัวจนดิ้นไม่หลุด!
ตอนที่เย่เฟยรู้ว่าเฉินหลัวเริ่มเข้ามาเซ้าซี้ลั่วเว่ยหยู เย่เฟยก็ร่างแผนการขึ้นในใจ
วันนั้นเขาจงใจไม่ขับรถไป ดังนั้นซูชิงจู้จึงต้องขับรถพาเขาไปส่งที่ร้านขายดอกไม้
และนั่นก็เพื่อให้ซูชิงจู้ได้เห็นด้านที่น่ารังเกียจของเฉินหลัว!
เรื่องราวต่างๆราบรื่นกว่าที่เขาคิด
ในแผนการเดิมของเย่เฟยนั้น เขาวางแผนที่จะให้ซูชิงจู้ได้มาเห็นเหตุการณ์ที่เฉินหลัวกำลังคุกคามลั่วเว่ยหยู ซึ่งนั่นจะทำให้ความประทับใจที่มีต่อเฉินหลัวของสองสาวลดลงไม่น้อย
ในเวลาเดียวกัน เย่เฟยก็ยังจัดเตรียมฟรายเดย์ไว้ให้เข้าช่วยเหลือลั่วเว่ยหยูในช่วงเวลาคับขัน ให้เขาจงใจยั่วโมโหเฉินหลัว เพื่อที่จะให้เฉินหลัวลงมือต่อฟรายเดย์!
ด้วยวิธีนี้ เย่เฟยก็จะจับเฉินหลัวโยนเข้าซังเตในข้อหาทะเลาะวิวาทและคุกคามผู้อื่น ซึ่งนั่นจะทำให้เขาถูกคุมขังเป็นเวลาสิบวัน
ซึ่งสิบวันนี้ก็เพียงพอจะให้เย่เฟยได้จัดการเรื่องราวต่างๆมากมายแล้ว
ยิ่งกว่านั้น เย่เฟยยังรู้อีกว่า ภายในช่วงสิบวันนี้จะมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น!
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ะทำให้เฉินหลัวสามารคว้าโอกาสและเริ่มสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้
แต่ตอนนี้เฉินหลัวได้ไปเที่ยวในห้องกรงแล้วเรียบร้อย เว้นแต่เขาจะติดปีกบินออกมา ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่มีโอกาสจะได้เข้าร่วมในอีเวนต์ใหญ่นี้แน่นอน
ครั้งนี้นับว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
โดยเฉพาะกับเฉินหลัวที่ไม่รู้เรื่องนี้ เย่เฟยสามารถหลอกล่อให้เขากระโดดลงมาในหลุมพรางที่เขาวางเอาไว้ตั้งแต่ต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง!
เย่เฟยังฉวยโอกาสนี้ลดความประทับใจที่เหล่านางเอกมีต่อเฉินหลัวและเอาชนะไปได้อย่างสวยงาม
...................
หลังจากเย่เฟยออกจากสถานีตำรวจแล้ว เขาก็กลับไปที่ร้านขายดอกไม้เพื่อทำการฝังเข็มให้ลั่วเว่ยหยู
ซูชิงจู้เองก็ยังอยู่ในร้านขายดอกไม้ เธอคอยอยู่เป็นเพื่อนลั่วเว่ยหยูที่เคลื่อนไหวได้ลำบาก นี่นับเป็นครั้งแรกที่สองสาวได้แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ
แน่นอนว่าพวกเธอเคยพบกันมาก่อนแล้ว แต่พวกเธอก็ปกปิดเรื่องนี้จากเย่เฟยราวกับนัดกันไว้
ซูชิงจู้ขอตัวกลับไปก่อน และเมื่อเย่เฟยฝังเข็มให้ลั่วเว่ยหยูเสร็จ เขาก็พูดคุยกับเธออยู่อีกสักพัก จากนั้นจึงเปลี่ยนกระถางใบใหม่ให้ต้นกล้วยไม้
กล้วยไม้ต้นนี้มีความหมายสำหรับลั่วเว่ยหยูและเย่เฟย ดังนั้นเขาจึงดูแลมันเป็นอย่างดี