ประมุขขุนเขาเดียวดาย

ณ ขุนเขาเจ้าสำนัก ห้องโถงอันกว้างใหญ่เนืองแน่นไปด้วยผู้อาวุโสน้อยใหญ่หลายร้อยคน หากนับรวมผู้ออกไปทำภารกิจคงมีมากกว่าพันคน ระดับพลังบ่มเพาะมีตั้งแต่ราชันขั้น 5 ขึ้นไป เสียงคุยดังเจี๊ยวจ๊าวราวกับเด็ก พวกมันต่างรับรู้ถึงการระเบิดพลังปราณในสำนักเมื่อไม่นานมานี้ ช่างรุนแรงยิ่ง การเรียกประชุมในครั้งนี้ของเจ้าสำนักคงจะเป็นเรื่องการระเบิดพลังในครานั้นกระมัง

เงียบ!

เสียงกังวานไปทั่วห้องโถง เป็นเสียงของหยางหลงประมุขของสำนักนั่นเอง ตัวหยางหลงนั้นเป็นผู้บ่มเพาะพลังระดับราชันจักรพรรดิขั้น 3 รองลงมาคือผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่ว จักรพรรดิขั้น 9 ครึ่งก้าวสู่ราชันจักรพรรดิ เจ้าขุนเขายุทธภัณฑ์หลี่กวงและเจ้าขุนเขาโอสถไป๋เฉียงมีพลังระดับจักรพรรดิขั้น 5 พี่น้องผู้พิทักษ์ทั้ง 2 หลิวเหว่ยและหลิวเจียเป็นผู้มีพลังระดับจักรพรรดิขั้น 3 ซึ่งผู้ฝึกตนเหล่านี้ต่างมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีขึ้นไป ผู้ที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิจะมีอายุขัย 500 ปี ราชันจักรพรรดิมีอายุขัย 1,000 ปี ผู้ที่มีระดับบ่มเพาะพลังสูงกว่าราชันจักรพรรดิเป็นเพียงตำนานในโลกนี้เท่านั้น

“ที่ข้าเรียกประชุมผู้อาวุโสทั้งหลายในวันนี้เนื่องด้วยต้องการจะประกาศประมุขคนใหม่แห่งขุนเขาเดียวดาย” ทันใดนั้น

ตึก ตึก ตึก ตึก....... เสียงย่ำเท้าเดินมาด้านหน้าของห้องโถงอย่างเชื่องช้า ก้าวเดินมันคง อกผายไหล่ผึ่งหน้าตึงคอตั้ง ติดตามมาด้วยข้ารับใช้ทั้งสอง พวกมันเดินยืดอกอย่างภาคภูมิ โดยเฉพาะชายหัวโล้นมีรอยสักบนใบหน้า สุนัขเห็นยังมิกล้าเห่า เด็กทารกได้ยินเสียงมิวายต้องร้องไห้

ไม่นานก่อนหน้านั้น เจ้าสำนักหยางหลงและผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่วได้ซักถามถึงที่มาพลัง หลินฮันจึงบอกเล่าเรื่องราวการไปทำภารกิจที่ขุนเขามรณะ การต่อสู้กับพยัคฆ์อัสนีและตกไปยังหุบเหวมรณะพานพบกับบ่อหัวใจเทวะพิสุทธิ์จึงได้เลื่อนพลังระดับจักรพรรดิขั้น 5 จนหัวใจเทวะพิสุทธิ์จนเหลือเพียงหยดเดียวเท่านั้น รวมถึงการสังหารผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักมารเมฆา นักฆ่าที่ผันแปรเป็นข้ารับใช้ นับว่าการแต่งเรื่องเอาตัวรอดของมันแยบยลนัก ประมุขขุนเขาทั้งหลายต่างยอมรับในพลังของหลินฮัน ถึงแม้จะมีหลี่กวงที่ไม่ค่อยพอใจหลินฮันเท่าใดนัก แต่ในเมื่อทุกคนยอมรับมันก็จำต้องยอมรับไปด้วย พลังของหลินฮันพอที่จะเป็นประมุขขุนเขาได้เลย แต่ว่ามีเพียงขุนเขาเดียวดายเท่านั้นที่รกร้างหลายสิบปีเพราะพลังปราณเบาบางนักจึงมิมีผู้ใดอยากไปอาศัยอยู่ หลินฮันนั้นต้องการที่จะเป็นประมุขหุบเขาเดียวดายอย่างยิ่ง มันคร้านที่จะอยู่ในหุบเขาศิษย์สายในเต็มทีแล้ว พลังปราณเบาบางงั้นหรือ พี่จะถมหินลมปราณสักล้านก้อน ฮาฮ่าฮ่า หลินฮันหัวเราะในใจ….

หลินฮันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องโถง นับแต่นี้ต่อไปหลินฮันจะเป็นประมุขขุนเขาเดียวดาย หยางหลงประกาศด้วยเสียงพลังลมปราณ ดังกึกก้องไปทั่วสำนักเทพกระบี่

หลินฮันที่ยืนอยู่กลางห้องโถง ปลดปล่อยแรงกดดันระดับจักรพรรดิขั้น 5 ผู้อาวุโสทั้งหลายที่ทนแรงกดดันไม่ไหวพลันคุกเข้าลงในทันใด พรึบ!

“คำนับท่านประมุขหุบเขาเดียวดายหลินฮัน” ผู้มีพลังคือผู้แข็งแกร่งคำนิยามนี้ใช้ได้กับโลกทุกใบ

“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย โปรดยืนขึ้นเถิดอย่าได้คุกเข่าอีกเลย” หลินฮันกล่าว

“เอ่อ” ผู้อาวุโสทั้งหลายตะกุกตะกัก มิกล้ากล่าววาจาอันใด จนกระทั้งหลินต่งสะกิดหลินฮัน

“เอ่อ..นายน้อย ท่านลืมถอนแรงกดดันนะของรับ”

“โอ๊ะ ข้าลืม ขอโทษๆ แฮะๆ” หลินฮันหัวเราะแห้งๆพลางถอนแรงกดดันออก

ผู้อาวูโสทั้งหายหายใจโล่งขึ้นมาทันที พวกมันค่อยๆยืนขึ้นพร้อมกับแววตาที่เลื่อมใสยิ่งนัก จักรพรรดิขั้น 5 อายุน้อยถึงเพียงนี้ มิคิดกล้าเลยว่าอนาคตพลังของหลินฮันผู้นี้ จะอยู่ระดับใด

หลี่กวงพลันกล่าวขึ้นมาอย่างลอยๆ “ขุนเขาเดียวดายพลังปราณเบาบางเช่นนั้นเห้อ...น่าสงสารยิ่งนัก”

หลินฮันหันไปมองหลี่กวงด้วยรอยยิ้มอันนุ่มนวลพลางพูดกับหลินต่งและไอ้โล้นว่า

“พวกเจ้าสองคนหลังจากออกไปจากขุนเขาเจ้าสำนักแล้วไปขนแร่ที่ขุนเขายุทธภัณฑ์มาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่อณูเดียว”

“ขอรับนายท่าน”

หลี่กวงถึงกับยิ้มไม่ออก ไป๋เฉียงหัวเราะออกมาเสียงดัง เคี้ยกเคียกๆ “สหายน้อย ไว้หน้าหน่อยเถิด หากเจ้าไปขนมาหมด ศิษย์ทั้งหลายคงต้องใช้กิ่งไม้ทานอาวุธแล้วละ”

“ย่อมได้ขอรับ เช่นนั้นเอาสักครึ่งก็พอ พวกเจ้าได้ยินชัดแล้วนะ”

“ครึ่งหนึ่งที่ว่านี้คงพอให้เจ้าผู้เดียวหลอมไปร้อยปีแล้วละ ว่าแต่ว่าสหายน้อยหลินท่านจะขายหัวใจเทวะพิสุทธิ์ให้ข้าได้หรือไม่ ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใดหากไม่เกินความสามารถ ข้าจะหามาให้อย่างแน่นอน” ไป๋เฉียงกล่าว ตัวมันนั้นอายุ 492 ปีแล้ว อีกเพียง 8 ปีเท่านั้นมันจะสิ้นอายุขัย การที่จะบรรลุราชันจักรพรรดิเป็นสิ่งที่ไกลเกินหวังสำหรับมัน แต่หัวใจเทวะพิสุทธิ์ที่หลินฮันนำออกมานั้นสามารถ 1 หยดต่อลมหายใจของมันได้อย่างน้อยๆก็ร้อยปี มันจึงคิดฉกฉวยโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่นี้ไว้ ไม่ว่าจะแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

หลินฮันคิดสักครู่หนึ่ง

“ข้ามิได้ต้องการสิ่งของที่ท่านไม่มีดอกท่านประมุขไป๋ ข้าเพียงต้องการสมุนไพรบางอย่างในขุนเขาของท่าน ท่านจักตกลงหรือไม่” หลินฮันกล่าว

“ตกลง ไม่ว่าสหายน้อยต้องการสิ่งใดในขุนเขาโอสถของข้า ท่านไปเอาได้เลย” ไป๋ฉียงตอบ สมุนไพรนั้นหากมีชีวิตอยู่ยังปลูกใหม่ได้ แต่หากสิ้นชีวิตไปแล้วเล่า ของพวกนั้นจักมีความหมายอันใด

หลินฮันยื่นขวดที่บรรจุหัวใจเทวะพิสุทธิ์ 1 หยดให้กับไป๋เฉียงทันที “ขอบคุณท่านมากสหายน้อย” ไป๋เฉียงรับขวดหยกพลันออกจากตำหนักเจ้าสำนัก รีบกลับไปยังขุนเขาโอสถเพื่อใช้หัวใจเทวะพิสุทธิ์หยดนี้ทันที

ผู้อาวุโสทั้งหลายเห็นไป๋เฉียงจากไปก็เริ่มแยกย้าย ฉีเย่วเดินเข้ามาหาหลินฮัน

“เจ้านี่มันทำให้ข้าประหลาดใจได้ทุกครั้งที่พบเจอจริงๆ นี่คือตราประจำตัวประมุขขุนเขาเดียวดายของเจ้า รวมทั้งหยกสื่อสาร ว่างๆมาเยี่ยมข้าที่หุบเขาเซียนกระบี่บ้างนะหนุ่มน้อย...”

หลินฮันถึงกับกลืนน้ำลาย อึก อึก! “ขอรับท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าจะไปเยี่ยมท่านแน่นอน ข้าขอตัวก่อน...”











ตอนก่อน

จบบทที่ ประมุขขุนเขาเดียวดาย

ตอนถัดไป