พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาด
ติ่ง! [ท่านได้ค้นพบประตูลงทัณฑ์เทพ ประตูที่ใช้สำหรับกักขังเทพไว้ในอีกมิติ จำเป็นต้องใช้พลังปราณมหาศาลในการทำงาน การจะเปิดออกจำเป็นต้องใช้โลหิตเทวะของผู้กักขังเทพตนนั้นไว้]
“เป็นเจ้าประตูบานนี้สินะที่ดูดพลังปราณบนขุนเขาของข้าไปจนเหือดแห้งหมด ข้างในจะขังเทพอะไรไว้ ข้าไม่มีโลหิตเทพสักหยด เดี๋ยวก่อนนะโลหิตเทพ โลหิตเทวะ จะใช้ได้รึ ปล่าวนะ”
หลินฮันนำขวดหยกที่บรรจุโลหิตพยัคฆ์ขาวเทวะที่ได้จากการสังหารพยัคฆ์อัสนีในหุบเหวมรณะและโลหิตเทพมารที่ได้จากการสังหารผู้อาวุโสสูงสุดสำนักมารเมฆาออกมา
หลินฮันเปิดจุกขวดหยกโลหิตเทพมารก่อนเป็นอันดับแรก พลังความชั่วร้ายพลันประทุขึ้นในถ้ำอย่างรวดเร็ว มันรีบนำโลหิตหยดนี้สัมผัสไปที่ประตูอย่ารวดเร็ว เงียบ ไม่มีอันใดเกิดขึ้น
“เสียของอีกละ โอกาสสุดท้าย เอาวะ” แม้จะนึกเสียดายแต่ใจมันก็อยากจะลอง หลินฮันรีบเปิดจุดขวดหยกแล้วนำหยดโลหิตไปสัมผัสกับประตูในทันที เงียบกริบอันใดเกิดขึ้น
ผ่านไปราว 10 ลมหายใจ อักขระบนประตูพลันส่งแสงสว่างจ้า เสียงปลดล็อคของประตูลงทัณฑ์เทพดังสนั่นถ้ำ ประตูค่อยๆเปิดออก ดวงตาสีเขียวขนาดมหึมาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น
“ภูษาสวรรค์” หลินฮันเรียกใช้งานวิชาป้องกันตัวในตำนานทันที ในมือถือดาบแห่งราชันมังกร หลินฮันค่อยๆเดินเข้าไปในประตู เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ...
ไม่นานก็พบกับพยัคฆ์ตนหนึ่ง ดวงตาสีเขียว ลำตัวสีแดง แผงคอสีทองบ่งบอกถึงความเป็นราชาแห่งสรรพสิ่ง ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก มันถูกจองจำด้วยโซ่พลังงานอันศักสิทธิ์จนมิอาจขยับตัวได้
“ทักษะของเทพแห่งแสงงั้นหรือ มิได้เห็นเจ้าเด็กบ้าแสงสว่างนั่นนานเท่าใดแล้วนะ แสนปี ไม่สิคงสักล้านปีได้แล้วกระมัง เจ้าหนูจงใช้ดาบในมือของเจ้าปลดปล่อยข้าเป็นอิสระ”
เงียบ? …
หลินฮันมิได้ตอบกลับ มันยืนตะลึงงันอยู่เช่นนั้น “เทพตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้าข้า มันว่าอันใดนะ ภูษาสวรรค์เป็นทักษะของเทพแห่งแสง” หลินฮันค่อยๆคิดตามคำพูดของพยัคฆ์ตัวนั้น
“นี่เจ้าจะยืนนิ่งเช่นนั้นอีกนานหรือไม่ รีบมาปลดปล่อยข้าได้แล้ว ข้าจะบันดาลความปรารถนาของเจ้าให้เป็นจริง” พยัคฆ์ที่ถูกล่ามด้วยพลังปราณกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
หลินฮันคิดสักครู่หนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ก่อนที่ท่านจักสั่งคนอื่นทำอันใด ท่านแนะนำตัวเองก่อนได้หรือไม่”
“เจ้ากล้าตั้งคำถามกับข้างั้นรึ.... ได้เจ้าใจกล้าดีเจ้าหนู” มันมองหลินฮันด้วยสายตาดังราชสีมองหนูพลางพูดขึ้นว่า “ข้าคือพยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาด เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์เทพทั้งมวล มิเคยมีผู้ใดกล้าตั้งคำถามกับข้าเช่นเจ้ามาก่อน ข้าแนะนำตนเองแล้วเจ้าจักช่วยข้าได้หรือยัง”
“ในเมื่อท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แล้วเหตุใดท่านจึงถูกกักขังได้เล่า” หลินฮันถามอย่างเสียดแทงจิตใจ
พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดพลันเดือดดาดขึ้นทันที “บังอาจ!!! หากมิใช่เจ้าน้องชายเลวทรามนั่นลวงข้ามาติดกับดักไอ้ประตูบ้านี่ ข้าก็คงมิต้องถูกกังขังเช่นนี้” มันคำรามอย่างเกรี้ยวกราดและเจ็บปวด ผู้ที่ขังมันไว้ในนี้คือพยัคฆ์ขาวเทวะนั่นเอง
“ท่านอย่ามาหลอกข้าเลยดีกว่าข้ารู้ทันท่านหรอกน่า หากข้าปล่อยท่านไปท่านก็จักสังหารข้าในทันทีสินะ” หลินฮันกล่าวออกมาอย่างรู้ทัน
“ฉลาดไม่เบา มิคิดเลยว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะฉลาดขึ้นมากขนาดนี้ ล้านปีที่แล้วพวกมันยังเอาหินไปล่าสัตว์อสูรอยู่เลย” พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดคิดในใจ
“ข้าช่วยท่านก็ได้ แต่มนุษย์อย่างข้านั้นเชื่อถือในพันธสัญญามากกว่าคำพูด หากท่านกล้าทำพันธสัญญากับข้า ข้าจะช่วยท่านทันที” สัตว์รับใช้ชนิดแรงของข้า ข้าจะเอาไอ้เสือหัวหมอตัวนี้ละ หึหึหึๆ หลินฮันหัวเราะในใจอย่างชั่วร้าย
“พันธสัญญาอันใดข้ามิรู้จัก” “ก็แค่พันธสัญญาพันธมิตรนะ ท่านส่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งให้กับข้า ข้าก็จะส่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของข้าให้กับท่าน แค่จิตวิญญาณส่วนเดียวท่านคงมิเป็นอันใดกระมัง หากทำพันธสัญญาแล้ว เราก็จักเป็นมิตรที่ดีต่อกัน” หลินฮันกล่าวด้วยใบหน้าอันใสซื่อ
พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะตอบตกลงมันอยากออกจากมิติกักขังนี้ใจจะขาด มันส่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งออกมานอกร่างกายทันที หลินฮันเห็นดังนั้นแล้วจึงใช้ทักษะระดับตำนาน "ผูกจิตวิญญาณในทันที" จิตวิญญาณทั้งหมดในตัวของพยัคฆ์เทวะถูกดูดเข้าไปในตัวหลินฮัน โดยมีจิตวิญญาณเพียงส่วนเดียวที่มันส่งออกมาเป็นส่วนนำ
“เจ้าทำอันใดข้า” พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดกล่าวยังมิทันจะจบคำสติของมันพลันมืดดับลงไปในทันที ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในหัวของมันอย่างรุนแรง มันเห็นใบหน้าหลินฮันเหมือนเห็นใบหน้ามารดา ความผูกพันนี้ช่างหยั่งลึกในใจมันนักไม่นานมันก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
ติ่ง! [ผู้ฝึกสัตว์ Lv.10] "เยี่ยมเวล 10 ในทันที อีก 9 ตัวจะเอาตัวอะไรดีนะ" มันคิดในใจ
หลินฮันส่งยิ้มให้มันอย่างอ่อยโยนแล้วเรียกมันว่า “หลินหง”
มิรู้เหตุใดมันจึงชอบชื่อนี้อย่างพิกล ความคิดที่อยากจะสังหารหลินฮันมลายหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความเคารพเทิดทูลเท่านั้น “ขอรับนายท่าน มันตอบรับหลินฮันอย่างว่าง่าย”
“ข้าจะช่วยเจ้าออกมาได้อย่างไร” หลินฮันกล่าวถาม
“นายท่านเพียงใช้ดาบในมือตัดโซ่พวกนี้ข้าก็เป็นอิสระแล้วขอรับ ดาบระดับเดียวกันกับในมือนายท่านนั้น ในยุคของข้ามีเพียงเทพแห่งสงครามเท่านั้นที่มี” หลินหงกล่าว
หลินฮันเดินเข้าไปใช้ดาบตัดโซ่พลังในทันที ง่ายดายราวตัดเต้าหู้
"ขอบคุณมากขอรับนายท่านที่ปลดปล่อยข้าเป็นอิสระ ข้าจะรับใช้ท่านตลอดไป" หลินหงกล่าวออกมาพลางยืดเหยียดตัวขึ้น ตัวมันยิ่งใหญ่ แผ่กลิ่นอายอันน่ายำเกรง พลังของมันตอนนี้ตกมาเหลือเพียงระดับเทวะขั้น 9
"เจ้าช่วยย่อขนาดตัวลงมาได้หรือไม่ หากเจ้าติดตามข้าไปในสภาพนี้ ผู้คนได้สับตีนหมาหนีเจ้าแน่นอน"
"ขอรับ" ร่างของมันค่อยๆเล็กลงๆจนเหลือขนาดเท่าแมวตัวเล็กหน้าตาน่ารักเท่านั้นๆ
"กลับขึ้นบนไปบนขุนเขาของข้ากัน" หลินฮันเดินออกมาจากพระตูพร้อมแมวตัวหนึ่งบนไหล่ของมัน มันเก็บประตูลงทัณฑ์เทพไว้ในแหวนมิติแล้วจากไปในทันที
หลินหง พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาด
