พี่สาวของหลงซินซิน

เห็นทุกคนทำหน้าสงสัยเช่นนั้นหลินฮันจึงนำประตูลงทัณฑ์เทพออกมาให้ได้ชม “เป็นเพราะประตูบานนี้นะ มันอยู่ใต้หุบเข้าของข้าเป็นมันที่คอยดูดพลังปราณในขุนเขาของข้าจนเหือดแห้ง” หลินฮันกล่าวออกมา

ทุกคนมองไปที่ประตูลงทัณฑ์เทพอย่างพินิจพิจารณา โดยเฉพาะหลี่กวงที่แสดงความโลภออกมาอย่างเห็นได้ชัด



“ประตูนั่นต้องมิธรรมดาแน่นอน มันถึงได้ดูดพลังปราณมากมายมหาศาลเยี่ยงนั้น ข้าต้องเอามันมาให้ได้”หลี่กวงคิดในใจ



หลินฮันที่มองเห็นความโลภบนใบหน้าของหลี่กวง มีหรือที่จะมิเข้าใจว่ามันคิดสิ่งใด เพียงแต่ต้องเล่นตามน้ำไปเท่านั้น ไม่นานหลี่กวงก็กล่าวขึ้นมา

“ประตูบานนั้นข้ามองดูแล้วแปลกประหลาดมิน่าไว้ใจยิ่งนัก ข้าในฐานะที่เป็นประมุขของขุนเขายุทธภัณฑ์ เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มากกว่าเจ้านัก ข้าจะเป็นคนตรวจสอบให้เจ้าเอง”หลี่กวงกล่าวออกมาอย่างหน้าไม่อายพลางเดินไปหยิบประตูบานนั้นลงไปในแหวนมิติของตน มันคิดในใจว่าตรวจสอบก็ส่วนตรวจสอบแต่ข้ามิคืนให้เจ้าง่ายๆดอก ฮ่าฮ่า!



หลินฮันทำหน้าตาเรียบเฉยพร้อมกับกล่าวขอบคุณ แต่ในใจของมันนั้นยกยิ้มอย่างชั่วร้าย ประตูลงทัณฑ์เทพตอนนี้เป็นสมบัติของมันแล้วอย่างสมบูรณ์ หลินฮันอยากเรียกคืนมาให้ปรากฎตรงหน้าเมื่อใดก็ย่อมได้ด้วยพลังของระบบ



“หึหึหึ! พี่จะสูบพลังปราณขุนเขาเอ็งให้โกร๋นเลยคอยดูเถอะ” หลินฮันคิดในใจ

“เอาละเลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว มาเข้าเรื่องสำคัญในตอนนี้ก่อนดีกว่า” ผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่วกล่าวออกมา

หยางหลงที่นั่งเงียบอยู่นานจึงพูดขึ้นว่า “อารยธรรมโบราณในครานี้ ข้าจะให้ผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่วที่เคยเข้าไปในอารยธรรมโบราณมาแล้วนั้น เป็นคนนำศิษย์หลักทั้ง 10 คนและศิษย์สายในที่มีพรสวรรค์เข้าไปในอารยธรรมโบราณ พวกท่านมีใครจะติดตามไปด้วยหรือไม่

“ข้าพร้อมศิษย์ทั้งสามจะเข้าไปในอารยธรรมโบราณครั้งนี้ด้วย”หลินฮันกล่าวขึ้นทันที หลินฮันนั้นต้องการให้ทั้งสามคนนั้น หาประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด

“มีเพียงเจ้าขุนเขาหลินใช่หรือไม่ที่จะเข้าร่วม ดีเช่นนั้นเอาตามนี้ อีกสองวันออกเดินทางเลิกประชุม!”

หลินฮันกลับมาที่ขุนเขาเพื่อแจ้งข่าวแก่ทั้ง 3 คนทันที ทุกคนต่างตื่นเต้นและรู้สึกกดดันนัก เป็นครั้งแรกที่พวกมันจะได้ออกไปท่องเที่ยวในอารยธรรมโบราณโดยเฉพาะหลงซินซิน นางจินตนาการถึงเมืองอันเก่าแก่โบราณน่าหลงใหล มีสมบัติมากมายกองอยู่ในนั้น พวกมันต่างแยกย้ายกันไปฝึกฝนอย่างรวดเร็ว

สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินฮันเดินออกมารอ หลงซินซินและพี่น้องสองแสบที่หน้าตำหนักพร้อมกับหลินหงนั่งอยู่บนไหล่ของมัน พอทุกคนมาพร้อมกันแล้วนั้นมันเริ่มสำรวจพลังของแต่ละคนอย่างทันที หลงซินซินเลื่อนระดับเป็นราชันขั้น 5 หลินต่งเลื่อนระดับเป็นราชันขั้น 2 ส่วนไอ้โล้นนั้นเลื่อนระดับเป็นจักพรรดิขั้น 3 นับว่ารวดเร็วยิ่งนัก

“พวกเจ้าทั้งสามคนทำได้ดีมาก ระดับพลังเพิ่มขึ้นพอสมควรเอาละพวกเราเดินทางได้แล้ว”

ไม่นานนักหลินฮันและศิษย์ทั้ง 3 ต่างเดินทางมาถึงลานกว้างของสำนักซึ่งเป็นจุดนัดหมายการออกเดินทางของผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่ว

“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด” หลินฮันกล่าวทักทาย

ฉีเย่วมองดูหลินฮันพร้อมกับศิษย์ทั้งสามแล้วพูดว่า พลังของพวกเจ้าทั้งสองเพิ่มขึ้นมิน้อยเลยนะ นางพูดกับหลินต่งและสุ่ยเทียนเหอพลางมองดูหลงซินซิน “เจ้าเป็นศิษย์ใหม่งั้นรึ ใยข้ามิเคยพบหน้าเจ้ามาก่อน พลังของเจ้ามิเลวเลย”

หลงซินซินได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ขอบคุณเจ้าคะ ท่านผู้อาวุโส ข้าชื่อหลงซินซินเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์หลินฮันเจ้าคะ”

ฉีเย่วหันมายิ้มให้หลินฮันอย่างมีนัยยะ นางไม่สามารถมองพลังบ่มเพาะของหลินฮันได้เลยแม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม

ไม่นานผู้อาวุโสและศิษย์ทั้งหลายที่จะติดตามไปเข้าร่วมอารยธรรมโบราณก็มาถึง หนึ่งในนั้นช่างคุ้นหน้าหลินฮันยิ่งนัก หลี่เหิงซูนั่งเอง มันเดินตามหลังศิษย์หลักผู้หนึ่งมา ศิษย์หลักคนนั้นเป็นพี่ชายของมันนามว่า หลี่ช่างห่าว เป็นศิษย์หลักลำดับที่ 5 ของสำนัก พลังบ่มเพาะราชันขั้น 9 ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ หลี่ช่างห่าวมองหลินฮันด้วยสายตาที่หยิ่งยโส มิได้มีความเคารพเลยแม้แต่น้อย ด้านข้างของมันปรากฏสตรีนางหนึ่งนามว่า หลงจางลี่ ศิษย์สายหลักลำดับที่ 9 ของสำนัก นางเป็นองค์หญิงของอาณาจักรเซียนกระบี่ น้องสาวต่างมารดาของหลงซินซินนางมีพลังระดับราชันขั้น 9 เช่นกัน

พวกมันทั้งสามเดินมาคำนับผู้อาวุโสสูงสุด แล้มาหยุดตรงหน้าหลินฮันพลางก้มหัวเล็กน้อยพอเป็นพิธีเท่านั้น หลงจางลี่มองดูหลงซินซินด้วยความประหลาดใจ “อีนางขยะชิ้นนี้ตายยากเย็นนัก ข้านึกว่าตายไปตั้งแต่สามปีที่แล้ว แถมยังมีพลังราชันขั้น 5 เสียอีก”

หลงซินซินก้มหน้าลงมิกล้าสบตา หลินฮันที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่นั้นพลันกระแอมออกมา

อะอึม!

แล้วจึงพูดกับหลงซินซินว่า “ซินเอ๋อ เจ้าเป็นถึงศิษย์ประมุขแห่งขุนเขาเดียวดายอย่าได้เกรงกลัวผู้ใด” หลินฮันกล่าวออกมาเสียงดัง หลงซินซินได้ยินดังนั้นก็เกิดความมั่นใจในตนเองขึ้นมาทันใด นางยืดตัวขึ้นอย่างสง่าสบตากับหลงจางลี่โดยมิหลบอันใด หลังจากท่านแม่ของนางถูกสังหารในปีนั้นทุกคนต่างรังเกียจนาง ส่งนางกำนัลมาตบตีนางมิเว้นวันหนึ่งในนั้นคือหลงจางลี่ผู้นี้เอง

สบตากันได้มินานหลงซินซินก็กล่าวขึ้นว่า “มิได้เจอหน้ากันนานเลยนะน้องลี่”

ใครเป็นน้องเจ้า “ข้ามิเคยจำได้ว่ามีผู้คนหน้าตาเช่นเจ้าเป็นพี่สาว ขยะเช่นเจ้าข้ามิเคยรู้จัก เหอะ! ไปกันเถอะพี่หลี่ ข้าขยะแขยง” หลงจางลี่คิดว่าการที่มิได้ตบตีหลงซินซินในวันนี้นั้นเป็นการไว้หน้าหลินฮันแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าหลินต่งและไอ้โล้นที่อยู่ด้านหลังของลงซินซินเริ่มกำหมัดแน่นพร้อมจะฉีกกระชากร่างของพวกมันได้ทุกเมื่อ หากหลินฮันมิห้ามไว้พวกมันคงได้ตายในวันนี้เป็นแน่ กล้าด่าว่าศิษย์น้องของมันงั้นรึ แม้แต่นายท่านยังมิเคยดุด่าศิษย์น้องแม้สักครึ่งคำ รอให้มีโอกาศก่อนเถอะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบแน่นนอน พี่น้องสองคนคิดในใจ





ตอนก่อน

จบบทที่ พี่สาวของหลงซินซิน

ตอนถัดไป