กลับตระกูลหลิน

บนท้องฟ้าเหนือสำนักเทพกระบี่ มีวิหกเพลิงตัวใหญ่กำลังบินตรงดิ่งมาด้วยความเร็วสูง

ฟิ้ว!

ไม่นานนักมันค่อยๆบินต่ำลงไปหยุดอยู่เหนือลานกว้างในสำนักเทพกระบี่ วิหกเพลิงตัวนี้นั้นมิมีผู้ใดรู้ว่ามันมีอายุเท่าใดแล้ว รู้เพียงแต่ว่ามันเป็นผู้พิทักษ์ของสำนักเทพกระบี่



หลินหงที่ได้เห็นวิหกเพลิงตัวนี้นั้นยิ่งทำให้ทวีความประหลาดใจ “ลูกหลานสัตว์เทวะงั้นรึ เหตุใดพวกมันจึงมาอาศัยอยู่ในดินแดนมนุษย์กันมีอันใดเกิดขึ้นนะ” หลินหงกระโดดลงจากไหล่ของหลินฮันแล้ววิ่งไปหยุดเบื้องหน้าของวิหคเพลิงตนนั้น ใช้ออกด้วยพลังเจ้าแห่งสัตว์เทวะกางม่านพลังเพื่อมิให้ผู้อื่นใด้ยินแล้วจึงไถ่ถามออกไป



“เจ้านกกระจิบปีกแดง หากมิอยากตกตายจงตอบคำถามของข้า”



“บังอาจ!! ผู้ใดมากล่าวกับข้าเช่นนี้ อยากตายเช่นนั้นหรือ”วิหกเพลิงสบถออกมา



วิหกเพลิงมองหาต้นตอของเสียงจึงพบกับแมวตัวเล็กตัวหนึ่งลำตัวสีแดงนัยน์ตาสีเขียว ทันใดนั้นขนสีแดงเพลิงของมันพลันลุกซู่ ตัวค่อยๆสั่นอย่างรุนแรง มันสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าตัวตนเบื้องหน้านั้นเป็นตัวตนอันใดจากความจำทางสายเลือดที่สืบทอดมาสู่มัน



ในบรรดาสัตว์เทพทั้งมวลนั้นผู้คนรู้จักแค่เพียง มังกรฟ้าทิศบูรพา วิหกเพลิงแห่งทิศทักษิณ พยัคฆ์ขาวแห่งทิศประจิมและเต่าดำแห่งทิศอุดร แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้อยู่เบื้องหน้ามันแล้วในตอนนี้ พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาด ผู้สังหารเทพแห่งความตายและเทพแห่งสงครามในอดีต ล้วนตกตายด้วยน้ำมือของตัวตนตรงหน้ามันนี้ ถึงแม้พวกมันสี่สัตว์เทพจะร่วมมือกันก็มิอาจต้านทานได้ สุดท้ายแล้วมันหายตัวไปอย่างลึกลับ ผู้คนในแดนเทวะต่างคิดว่ามันคงจักหมดสิ้นชีวีแล้ว มันจึงถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา มีเพียงสี่สัตว์เทพเท่านั้นที่รู้จักตัวตนของมันเป็นอย่างดีจากความทรงจำทางสายเลือด



หลินหงหรี่ตามองวิหคเพลิงที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เจ้าคงรู้จักตัวตนของข้าจากความทรงจำในสายเลือดของเจ้าแล้วสินะ ข้าถามเจ้าตอบ ไม่อย่างนั้น ข้าจะเอาเนื้อของเจ้ามาย่างให้นายท่านของข้ากินซะ”



“ขะขะ..ขอรับ” วิหคเพลิงตอบรับ ตัวทันมันในตอนนี้นั้นเป็นเพียงลูกหลานวิหคเพลิงชั้นเทวะขั้น 5 เท่านั้น ต้องใช้เวลาอีกนานหลายหมื่นหลายแสนปีกว่าจะเติบโตจนมีพลังถึงขั้นเหนือเทวะได้ มันจักสู้กับตัวตนที่เคยมีระดับเหนือเทวะในอดีตได้อย่างไร ถึงแม้ตอนนี้พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดจะพลังตกลงมาเหลือเพียงเทวะขั้น 9 ก็ยังนับว่าเหนือกว่ามันมากนัก เกรงว่าเพียงสะบัดหางเท่านั้น มันคงมิพ้นตกตาย



หลินหงได้ถามคำถามต่างๆมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ววิหคเพลิงมิอาจตอบได้เพราะพวกมันถูกส่งลงมาจากดินแดนเทพตั้งแต่ยังเล็กนัก จึงมิค่อยรู้ความเป็นมาเท่าใดนัก สาเหตุที่มันเป็นผู้พิทักษ์ของสำนักเทพกระบี่นั้น เป็นเพราะผู้ก่อตั้งสำนักคนแรกนั้นเป็นผู้ช่วยชีวิตของมันตั้งแต่เมื่อครั้งยังเยาว์มันจึงนับได้ว่าเป็นสหาย และสำนักเทพกระบี่เป็นบ้านของมัน



หลินหงถึงกับถอนหายใจ เห็นทีเรื่องนี้คงมิได้ง่ายดายเฉกเช่นมันคิดไว้แล้ว มันนึกในใจแล้วจึงกล่าวออกไปว่า “นายท่านของข้าชื่อหลินฮัน เป็นประมุขขุนเขาเดียวดาย หากเจ้ามิเคารพนายของข้าเท่ากับมิเคารพข้า ข้าจะเอาเจ้ามาทำนกหัน”



“ขะขะ...ขอรับข้าเข้าใจแล้ว” วิหคเพลิงตอบกลับ



หลินหงสลายม่านพลังแล้วค่อยๆเดินไปอยู่บนไหล่ของหลินฮันตามเดิม วิหกเพลิงเห็นดังนั้นก็อดที่จะยำเกรงมิได้ ถึงขนาดทำให้พยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับได้น่ายำเกรงยิ่งนัก



“ได้เวลาออกเดินทางแล้ว” ผู้อาวุโสสูงสุดฉีเย่วตะโกนออกมา



วิหคเพลิงได้ยินดังนั้นจึงเดินมาด้านหน้าหลินฮันแล้วกับก้มหัวลงติดพื้น หลินหงกระโดดขึ้นไปบนหัวของมันอย่างสบายใจ หลินฮันเห็นดังนั้นจึงนึกประหลาดใจนัก เมื่อได้สื่อสารกับหลินหงแล้วหลินฮันจึงเดินเหยียบหัวมันขึ้นไปตามเจ้าหลินหง หลงซินซิน หลินต่งและสุ่ยเทียนเหอเมื่อเห็นอาจารย์เดินไปแล้วจึงค่อยๆเดินตามอย่างหวาดหวั่น เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดเห็นดังนั้นจึงคิดจะเดินเหยียบขึ้นไปบ้าง แต่วิหคเพลิงพลันยกหัวขึ้นแล้วใช้สายตาอันมิเป็นมิตรเท่าใดนักมองมาที่นาง ผู้คนที่มองเห็นกลุ่มของหลินฮันเดินขึ้นไปเยียบบนหัวของวิหคเพลิงนั้นก็อดที่จะตกใจมิได้ เมื่อทุกคนขึ้นหลังวิหคเพลิงแล้ว มันก็เริ่มบินไปทิศทางที่ตั้งของอารยธรรมโบราณทันที

ณ สำนักมารเมฆา ห้องโถงใหญ่ของสำนัก ผู้อาวุโสฝ่ายมารทั้งหลายยืนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ “ท่านเจ้าสำนัก พวกปีศาจพร้อมแล้วเจ้าคะ” เสียงสตรีในเงามืดดังขึ้น

“ดีพวกมันกำลังเข้าอารยธรรมโบราณ เป็นโอกาศอันดีของพวกเรานักที่จะยึดครองอาณาจักรของพวกมัน เคลื่อนทัพปีศาจได้”เสียงอันกึกก้องกังวานดังไปทั่วสำนักมารเมฆา



กลุ่มของสำนักเทพกระบี่ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วยามก็ถึงที่ตั้งของอารยธรรมโบราณ

“นายน้อยขอรับ อารยธรรมโบราณใกล้กับเมืองเขียวอรุณของพวกเราเลยนะขอรับ ท่านจะกลับไปตระกูลหลินก่อนหรือไม่ขอรับ” หลินต่งกล่าวออกมา

“พวกเรามีเวลาอีก 1 วันก่อนอารยธรรมโบราณจะเปิดขึ้น เช่นนั้นกลับไปตระกูลกลิ่นก่อนก็แล้วกัน” หลินฮันตอบ

หลินต่งอมยิ้มเล็กน้อยแล้วรับคำ “ขอรับ” มันคิดถึงตระกูลหลินยิ่งนัก ตระกูลที่มันเติบโตมา



ไม่นานสี่คนหนึ่งแมวก็ปรากฏตัวเหนือท้องฟ้าบนเมืองเขียวอรุณ

“นายน้อยคนช่างคึกคักนักขอรับ ” หลินต่งพูดขึ้น

“อารยธรรมเปิดขึ้นใกล้ๆเมืองนี้คนก็เยอะเป็นธรรมดาอยู่แล้วลูกพี่” สุ่ยเทียนเหอกล่าวตัดบท

“ไอ้โล้นใครถามเจ้ากัน หากเจ้ายังพูดอีกเพียงครึ่งคำ ข้าจะสับกระบานเข้าให้” หลินต่งกล่าวด้วยมาดของลูกพี่

หลงซินซินที่กำลังมองดู ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองทะเลาะกันก็อดส่ายหัวมิได้ ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้ช่างแตกต่างกับท่านอาจารย์นัก

“พวกเรากลับตระกูลกันก่อน” หลินฮันกล่าวเสร็จก็เริ่มเดินทางไปยังตระกูลหลินทันที






error loaded

มังกรฟ้า







error loaded

วิหคเพลิง









error loaded

พยัคฆ์ขาว









error loaded

เต่าดำ








ตอนก่อน

จบบทที่ กลับตระกูลหลิน

ตอนถัดไป