การฟื้นคืนของจิตวิญญาณ

บทที่ 2 การฟื้นคืนของจิตวิญญาณ

\"อืม? นี่มันอะไรกันแน่?\" หวังเฉินเอ่ยเสียงเบา ดวงตาจ้องมองลูกบอลสีแดงเข้มอย่างสงสัย จู่ ๆ คลื่นจิตอ่อน ๆ แต่ทรงพลังบางอย่างก็พุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา คลื่นนั้นกระเพื่อมผ่านราวกับกระแสน้ำที่แฝงด้วยพลังลึกลับ

ความคิดซับซ้อนนับพันถาโถมเข้ามาในหัว ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามสื่อสารกับเขา หรือบางที...มันอาจกำลังเตือนเขา หวังเฉินเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ ความหวาดระแวงเริ่มเข้ามาเกาะกุมภายในจิตใจของเขา

\"หรือว่า... ภายในลูกบอลนี้กำลังบ่มเพาะจิตวิญญาณอีกดวงอยู่งั้นหรือ?\" ความคิดนี้แวบขึ้นมาในหัวของเขา พร้อมกับภาพจินตนาการอันน่าสะพรึงกลัว \"ถ้ามันตื่นขึ้นมา และใช้หมอกสีแดงเหล่านี้โจมตีข้า... จิตวิญญาณตัวเล็ก ๆ อย่างข้าคงจะถูกทำลายไปในพริบตา!\"

หวังเฉินไม่อาจข่มความกลัวในใจได้อีกต่อไป หัวใจของเขาเต้นระรัว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ตามมาด้วยอีกหนึ่งอย่างผุดมาไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับกงล้อที่หมุนไปอย่างไม่หยุดหย่อน เขาแทบจะเห็นภาพตัวเองถูกทำลายจนสิ้นซาก เหลือเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่ปลิวไปในหมอกเลือดอันหนาทึบแห่งนี้

แต่แม้ความกลัวจะปะทุขึ้นภายในใจ มันก็ไม่อาจทำให้เขาหลบหนีไปจากที่แห่งนี้ได้ หวังเฉินยังคงยืนหยัดอยู่ตรงนั้น จ้องมองลูกบอลสีแดงเข้มที่ลอยอยู่ต่อหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานทั้ง หวั่นเกรงและท้าทาย เขาได้จินตนาการถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หากสิ่งที่ลูกบอลกำลังบ่มเพาะอยู่นี้ตื่นขึ้นมา มันอาจจะเห็นเขาเป็นศัตรูผู้บุกรุกและอาจบดขยี้เขาอย่างไร้ความปรานี จิตวิญญาณที่เปราะบางของเขาคงถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี

\"เอาล่ะ เป็นตายต้องเลือกแล้ว\" หวังเฉินกัดฟันแน่น เขาหันมองลูกบอลสีแดงเข้มอีกครั้งด้วยสายตาหนักแน่น \"ขอโทษด้วยนะ เจ้าลูกบอล... แต่เพื่อชีวิตน้อย ๆ ของข้า ยังไงข้าก็ต้องเลือกเสียสละเจ้าไปก่อน\"

เขาพยายามปลอบใจตัวเอง \"ตอนนี้จิตวิญญาณของเจ้าเป็นเพียงแค่แก่นที่ยังไม่มีความคิด ไม่มีความรู้สึก นี่ไม่ใช่ความผิดของข้า... มันคือการเอาตัวรอด\"

ใจกลางของลูกบอลสีแดงเข้ม ปรากฏ คลื่นจิตอ่อน ๆ ที่เต้นสะท้อนออกมาเป็นจังหวะ นั่นคือแก่นแท้ของจิตวิญญาณลึกลับนี้ หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้ว หวังเฉินก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาพุ่งตรงไปยังแก่นจิตวิญญาณนั้น อ้าปากกว้างและกลืนกินมันในคราวเดียว!

\"อ๊าก!\"

ทันทีที่แก่นจิตวิญญาณหลอมรวมเข้าสู่ตัวของเขา ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสได้แล่นไปทั่วจิตวิญญาณของหวังเฉิน ราวกับตัวเขาถูกฉุดดึงเข้าไปในสนามรบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวเลือด ภาพการฆ่าฟันอันโหดร้าย ผุดขึ้นมาในจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง ความคิดที่กระหายเลือดไหลทะลักเข้าสู่จิตวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมันกำลังพยายามจะกลืนกินตัวตนของเขา มันต้องการให้เขาจมดิ่งลงกลายเป็นปีศาจ ผู้โหยหาเพียงการทำลายล้างเท่านั้น

\"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!\" หวังเฉินตะโกนสุดเสียง ความเจ็บปวดในจิตวิญญาณก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม หวังเฉินก็จะไม่มีทางปล่อยให้มันควบคุมจิตวิญญาณของเขา

\"เจ้าคิดจะให้ข้าเป็นทาสของเจ้า? ให้ข้าสูญเสียเจตจำนงของตัวเอง? ฝันไปเถอะ! ทุกภาพลวงตานี้... จงพังทลายไปซะ!\"

หวังเฉินกู่ร้องด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จิตวิญญาณของเขาสั่นสะเทือนรุนแรง ราวกับกำลังต่อสู้กับพลังอันยิ่งใหญ่ที่คุกคามตัวตน

ในชั่วพริบตาแสงสีฟ้าสลัว ๆ ปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ แสงนั้นบริสุทธิ์ สว่างไสว และทรงพลังอย่างน่าประหลาด มันเปล่งประกายออกไปทั่วราวกับเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่ไร้ที่สิ้นสุด

พลังแห่งแสงสีฟ้านี้ได้ปลดปล่อยความอึดอัดและภาพการฆ่าฟันทั้งหมดที่เกาะกุมภายในจิตใจของเขาไปสิ้น ความคิดกระหายเลือดที่เคยกดดันตัวตนของหวังเฉินก่อนหน้าได้หายวับไปทันที

หวังเฉินสูดลมหายใจลึก เขารู้สึกถึงความเบาสบายที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้ไม่อาจเข้าใจได้ว่าแสงสีฟ้านั้นคืออะไร แต่สิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ก็คือ จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งมากขึ้น และในตอนนี้เขายังคงเป็นตัวของตัวเอง

หวังเฉินรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาได้กลืนกินจิตวิญญาณที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนั้นได้สำเร็จ แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและเกือบสูญเสียตัวตนจากความคิดกระหายเลือดหลายครั้งหลายครา แต่ในที่สุดเขาก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี

ตอนนี้เขารู้สึกถึง ความสงบและความผ่อนคลายอย่างแท้จริง ราวกับบรรยากาศหนักอึ้งรอบก่อนหน้าตัวได้มลายหายไป พื้นที่หมอกสีเลือดที่เคยดูน่ากลัวและไม่อาจหยั่งถึง บัดนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่คิด ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงตามใจปรารถนา

ขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกเหนือธรรมชาตินี้ จู่ ๆ จิตวิญญาณของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ราวกับพลังที่ได้ถูกกักขังเอาไว้กำลังถูกปลดปล่อยออกมา หวังเฉินสัมผัสได้ถึงแรงผลักดันมหาศาล ก่อนที่จิตวิญญาณของเขาจะ ระเบิดออก!

ทันใดนั้นเอง เขาก็พุ่งหลุดออกมาจากพื้นที่หมอกสีเลือด สู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดแทน

ในเบื้องลึกใต้พื้นดินที่ไม่มีใครรู้ว่าลึกเพียงใดมี กล่องคริสตัลโปร่งแสง ตั้งอยู่บนแท่นบูชาทองคำขนาดใหญ่ ทุกอย่างรอบตัวชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศลึกลับและน่าเกรงขาม

สุสานแห่งนี้ไม่เหมือนสิ่งที่หวังเฉินเคยพบเห็นมาก่อน มันมีลวดลายที่ซับซ้อน ถูกแกะสลักลงบนแท่นบูชา ลายเส้นที่พันกันยุ่งเหยิงดูเหมือนมีชีวิต มันเรืองแสงจาง ๆ คล้ายแสงดาวที่หมุนเวียนอย่างช้า ๆ รอบ ๆ แท่นบูชา เหนือกล่องคริสตัล มองเห็นเหมือนมี ผ้าบางสีเงินโปร่งแสง ปกคลุมอยู่ ราวกับเป็นม่านแห่งเวทมนตร์ที่แฝงไปด้วยพลังลึกลับ

ผนังสุสานถูกประดับไปด้วย ภาพวาดล้ำค่า สมบัติอันงดงามถูกฝังไว้รอบด้าน ทั้งหมดนี้แสดงถึงความหรูหราและทรงเกียรติราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบุคคลสำคัญที่โลกต้องจารึก

หากผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้ คงต้องยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่คือสุสานของจักรพรรดิ มันเป็นสุสานที่ถูกออกแบบและสร้างโดยยอดฝีมือ ละเอียดอ่อนทุกกระเบียดนิ้ว สะท้อนถึงความสูงส่งของผู้ที่นอนหลับใหลอยู่ภายในสุสานแห่งนี้

กล่องคริสตัลโปร่งแสง ตั้งอยู่กลางแท่นบูชาทองคำ ในกล่องนั้นมีร่างหนึ่งนอนสงบนิ่ง ร่างของเขาดูเหมือนหนุ่มวัยรุ่น แต่ ผมหงอกขาวโพลนเต็มขมับ คิ้วดกหนาใต้ตาปิดสนิท สันจมูกโด่งเป็นทรงสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากมีเส้นโค้งที่ดูเหมือนกำลังพึมพำบางสิ่ง

ผิวพรรณของร่างในโลง ขาวเนียนดุจหยก มีสีอมชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในยามหลับใหล เส้นเลือดใต้ผิวหนังบาง ๆ นั้นดูเหมือนมีชีวิตไหลเวียน มันแสดงถึงความแปลกประหลาดของร่างที่ทั้งสงบแต่กลับดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

ในสุสานใต้ดินที่เงียบงันไร้เสียงมานานไม่รู้กี่ปี จู่ ๆ ดวงตาของร่างในกล่องคริสตัลก็ลืมขึ้นทันที แสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากร่างในโลง กระแทกกับฝาโลงจนสะท้อนเป็นระลอกคลื่น แสงเหล่านั้นเต้นระยับไปทั่ว ก่อนจะจางหายไปในที่สุด

หวังเฉิน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ความสับสนแล่นผ่านหัวใจของเขาอย่างรุนแรง \"นี่... นี่มันโลงศพ? ข้านอนอยู่ในโลงศพ?\" เขาพึมพำ ดวงตากวาดมองรอบตัวอย่างตื่นตระหนก

\"ไม่ถูกต้อง!\" มีความคิดหนึ่งแทรกเข้ามาในหัว \"ร่างกายของข้าถูกทำลายไปแล้ว... แล้วที่นี่มันคือที่ไหน? ร่างนี้คือ? คนตายที่ยังมีชีวิต... หรือว่าจะเป็นซอมบี้?\"

กระแสความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในจิตใจ ราวกับพายุที่หมุนวนไม่หยุด หวังเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตัวเขาก่อนหน้าที่เคยเป็นเพียงจิตวิญญาณล่องลอยอยู่ในหมอกสีเลือด กลับสามารถดูดซับจิตวิญญาณที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างได้สำเร็จ และเปลี่ยนแปลงตัวเองในแบบที่ไม่อาจจินตนาการได้

\"ใครจะไปคิดว่าเมื่อข้าลืมตาอีกครั้ง... จะพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโลงศพเช่นนี้?\" เขาพึมพำ ความขบขันและความประหลาดใจทับซ้อนกันในหัวใจ

ความคิดของหวังเฉินสับสนวุ่นวายราวกับพายุที่พัดโหม เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนที่ พยายามรวบรวมสติและจัดระเบียบความคิดของตัวเอง

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลงศพ ใบนั้นยังคงอยู่ตรงหน้า แสงอ่อน ๆ ที่เล็ดลอดออกมาเผยให้เห็นร่างของเขาเอง ร่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังแข็งทื่อ... เขาขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย!

ความจริงค่อย ๆ กระจ่างขึ้นในใจ หวังเฉินสูดลมหายใจลึก ก่อนเปล่งเสียงออกมาเบา ๆ \"ซอมบี้... ข้า... หวังเฉิน... กลายเป็นซอมบี้!\"

จิตใจของเขาราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงที่ยากจะยอมรับถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน

\"ใช่แล้ว... ข้ากลายเป็นซอมบี้ และยังเกิดใหม่ในร่างซอมบี้!\"

หวังเฉินยิ้มอย่างขื่นขม แต่ลึก ๆ ในใจของเขากลับมีประกายแห่งความมุ่งมั่น \"แม้แต่เรื่องประหลาดเช่นนี้ยังเกิดขึ้นได้ นี่แหละโลกที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้จริง ๆ\"

ความคิดของเขาเริ่มแล่นไปอย่างรวดเร็ว \"ถ้าจำไม่ผิด... ซอมบี้สามารถฝึกฝนได้ พวกมันมีอายุยืนยาว ไม่อยู่ในสามโลก ไม่อยู่ในห้าธาตุ\" หวังเฉินพยายามปลอบใจตัวเอง แต่ก็มีความกังวลหนึ่งผุดขึ้นมา

\"แต่ก็ยังมีผู้คนที่เก่งกาจในการกำจัดปีศาจ... ถ้าซอมบี้ตัวเล็ก ๆ แบบข้า ถูกพบเข้า พวกเขาอาจฆ่าข้าเพียงเพื่อเอาไปสร้างสมบัติ... นั่นคงจะเป็นเรื่องเศร้าน่าดู\"

ในที่สุด หวังเฉินก็สงบจิตใจของตนลงได้ ความสับสนที่เคยเกาะกุมจิตใจคลี่คลายหายไป ทว่า ความคิดใหม่ ๆ มากมายกลับถาโถมเข้ามาแทน เขาเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตและเป้าหมายของตนในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกใหม่

ตอนก่อน

จบบทที่ การฟื้นคืนของจิตวิญญาณ

ตอนถัดไป