การเดิมพัน
บทที่ 32 การเดิมพัน
“เฮ้อ... ศิษย์พี่หวังเฉิน ครั้งนี้พวกเราน่าจะลำบากกันแล้ว แม้ว่าจางหู่จะไม่ใช่คนที่สำคัญอะไร แต่พี่ชายของเขา จางหลง กลับเป็นอัจฉริยะด้านการฝึกตน ตอนนี้เขามีระดับขั้นเหนือฟ้าขั้นกลาง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในหมู่ศิษย์ชั้นใน หากเขามาตามเอาความกับท่านเรื่องนี้ เกรงว่าเรื่องคงจะจบไม่ง่ายแน่ ๆ” เว่ยหรานพูดด้วยสีหน้าที่กังวล เมื่อเอ่ยถึงชื่อจางหลง สายตาของเขาก็ฉายแววเกรงกลัวอย่างปิดไม่มิด
“พอเถอะ ศิษย์น้องเว่ย เรื่องพวกนี้ข้าจะจัดการเอง เจ้าก็อย่าไปกังวลกับเรื่องนี้เลย แล้วบอกมาเถอะว่าครั้งนี้เจ้ามาหาข้าเพราะมีธุระอะไร” หวังเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางโบกมือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปทันที
เว่ยหรานเห็นเช่นนั้นก็จนใจ ไม่อาจหาวิธีอื่นได้ จึงได้แต่ตัดสินใจในใจว่า หากเรื่องราวลุกลามใหญ่โต เขาก็จะยืนหยัดเคียงข้างหวังเฉินและรับผลที่จะตามมาด้วยกัน คิดไปก็ปลอบใจตนเองว่า จางหู่คงไม่กล้าทำอะไรเกินเลยไปมากนัก
ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะหินในลานเล็ก ๆ ของหวังเฉิน พร้อมกับน้ำชาหนึ่งกา กลิ่นหอมอบอวลราวกับบรรยากาศของแดนสวรรค์ ทำให้ทั้งสองรู้สึกผ่อนคลายและจิตใจสงบ
ในที่สุดหวังเฉินก็เข้าใจจุดประสงค์ของเว่ยหรานในครั้งนี้ และพบว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เพียงแค่เว่ยหรานอยากขอบคุณหวังเฉินที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ แต่ก่อนหน้านี้หวังเฉินได้ออกไปเดินทางสำรวจโลกเพียงลำพัง พอเขากลับมาที่สำนัก เว่ยหรานก็รีบมาหาทันที ทว่ากลับเจอเรื่องวุ่นวายของจางหู่เข้าเสียก่อน
“ฮ่า ฮ่า ศิษย์น้องเว่ย เจ้าก็ไม่ต้องเอาเรื่องคราวนั้นมาใส่ใจนักเลย พวกเราเป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน เมื่อข้าได้พบเจ้าในตอนนั้น จะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร ย่อมต้องยื่นมือช่วยเหลืออยู่แล้ว! ข้าดูว่าเจ้าช่วงนี้พัฒนาระดับพลังขึ้นมาได้ไม่น้อย คงเป็นเพราะสมุนไพรหิมะวิญญาณต้นนั้นใช่หรือไม่?” หวังเฉินกล่าวอย่างเป็นกันเอง ถึงจะพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับรู้สึกชื่นชมเว่ยหรานมากขึ้น เห็นได้ว่าคนผู้นี้รู้จักบุญคุณ ไม่ใช่คนใจใจคับแคบ นับเป็นคนที่น่าคบหาอย่างยิ่ง
“ศิษย์พี่พูดถูกต้องแล้ว หิมะวิญญาณต้นนั้นถึงจะไม่มีผลอะไรมากนักต่อศิษย์ชั้นในที่อยู่ระดับเหนือฟ้า แต่สำหรับพวกเราศิษย์ภายนอกแล้ว มันถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด ไม่อย่างนั้น จางหู่คงไม่ถึงกับเกลียดข้าขนาดนี้หรอก” เว่ยหรานกล่าวด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งยินดีและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน พร้อมถอนหายใจถึงความยากลำบากในการฝึกตน
ทั้งสองจิบชาและสนทนากัน ท่ามกลางบรรยากาศสงบและผ่อนคลายจนฟ้ามืด เว่ยหรานจึงลาจาก เหลือเพียงหวังเฉินที่นั่งอยู่ในลานบ้านคนเดียว
...
เวลาผ่านไป พริบตาเดียวก็ล่วงเลยไปอีกหนึ่งปี ในช่วงเวลานี้ ถึงแม้หวังเฉินจะยังไม่สามารถบรรลุขั้นที่สองของวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายได้ แต่พลังปราณของเขากลับยิ่งบริสุทธิ์และแข็งแกร่งมากขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงข้อดีของการปรับเปลี่ยนไขกระดูกและเลือดอย่างชัดเจน พละกำลังอันมหาศาลในร่างของเขายิ่งเพิ่มพูนจนยากที่จะคำนวณได้ ราวกับว่าหากมีภูเขาหินตั้งอยู่เบื้องหน้า เขาก็สามารถทลายมันได้ด้วยหมัดเดียว
แต่หวังเฉินก็รู้ดีว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความรู้สึกเกินจริงเท่านั้น เขายังไม่มีพลังถึงขั้นเคลื่อนภูเขาหรือถมทะเลได้ เขาเพียงแต่รับรู้ได้ว่า ร่างกายของเขาค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมตามธรรมชาติ กระดูกแข็งแกร่งขึ้น เลือดลมบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการฝึกฝนร่างกายจนถึงระดับหนึ่ง
วันนี้ หลังจากที่หวังเฉินเสร็จสิ้นการฝึกฝน เขารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า กำลังจะชงชาหอม ๆ สักถ้วยเพื่อผ่อนคลาย แต่จู่ ๆ ประตูใหญ่ของลานบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมชุดสีฟ้าก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เขามีลักษณะดุดันดุจพญามังกรและพยัคฆ์ พร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่านออกมา
เมื่อหวังเฉินเพ่งมองดูอย่างละเอียด ก็พบว่าชายหนุ่มคนนี้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับจางหู่ถึงแปดส่วน
“เจ้าคือจางหลงสินะ? อย่างไรเล่า? มาที่นี่เพื่อแก้แค้นแทนน้องชายที่ไร้ค่าของเจ้างั้นหรือ? ข้ารอวันนี้มานานแล้ว แต่ไม่นึกว่าเจ้าจะมาช้าขนาดนี้!” หวังเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาคมปลาบจ้องมองไปยังจางหลง
“หึ! หวังเฉิน เจ้าช่างอวดดีนัก วันนี้ข้าจะทำลายพลังของเจ้า และขับไล่เจ้าออกจากเขาชิงหยุนให้จงได้!” จางหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา สีหน้าของจางหลงมืดครึ้ม ในใจของเขาไฟโทสะลุกโชน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เขาไม่ได้มาช้า แต่ช่วงก่อนหน้านี้เขาต้องไปอยู่กับตระกูลในโลกมนุษย์ พอกลับมาก็ได้ยินถึงชะตากรรมอันน่าอับอายของน้องชายตัวเอง เรื่องนี้ทำให้เขาเดือดดาลจนอดไม่ได้ที่จะมาหาหวังเฉินในทันที
“หึ! ช่างกล้าพูดนัก! ข้า หวังเฉิน ถึงแม้จะเป็นเพียงศิษย์ภายนอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะพูดไล่ข้าออกจากเขาชิงหยุนได้ง่าย ๆ น้องชายของเจ้าเป็นคนไร้ค่า ข้าลงโทษเขาก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้ามาหาเรื่องข้าเองก็นับว่าเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพูดให้มากความ! ถ้าเจ้าแน่จริงก็ไปขึ้นลานประลองกับข้า!”
“อย่างไรก็ตาม ข้าเป็นเพียงศิษย์ภายนอก ส่วนเจ้านั้นเป็นศิษย์ชั้นใน เจ้าย่อมถือว่าเหนือกว่าข้าขั้นหนึ่ง เรื่องนี้ฟังดูแล้วไม่ยุติธรรมเท่าไร เช่นนั้นข้าขอเสนอเงื่อนไขเพิ่มอีกหน่อย หากเจ้ากล้าตอบรับ ข้าก็จะลงเดิมพันเพิ่มเช่นกัน ถ้าข้าแพ้ ทุกอย่างก็จบ ข้ายินดีให้เจ้าจัดการตามใจ เจ้ายังสามารถเซ็นสัญญาประลองเป็นตายได้เลย แม้แต่ศิษย์ของหอผู้คุมกฏก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ แต่ถ้าหากเจ้าแพ้ข้า เจ้าต้องมอบหินวิญญาณระดับต่ำจำนวนหนึ่งพันก้อนให้ข้า เจ้าว่าอย่างไร?”
หวังเฉินครุ่นคิด นี่เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะสร้างชื่อเสียง อีกทั้งเขาเคยได้ยินเรื่องราวของจางหลงมาบ้าง ครอบครัวของจางหลงในโลกมนุษย์เป็นตระกูลที่ร่ำรวย หวังเฉินซึ่งยากจนมาโดยตลอดจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ทำกำไร อีกทั้งผู้ที่หยิ่งยโสอย่างจางหลงและเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง มักจะมีนิสัยทะนงตน ไม่ใส่ใจคนอื่น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เขาใช้เล่นงานได้
จางหลงชะงัก เขาเคยคิดภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายก่อนมาที่นี่ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าหวังเฉินจะดูมั่นใจและไม่เกรงกลัว พร้อมทั้งเสนอขึ้นลานประลองเพื่อสะสางความแค้นอย่างตรงไปตรงมา แถมยังพูดถึงการเดิมพันหินวิญญาณระดับต่ำถึงหนึ่งพันก้อน ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่
แม้ว่าหินวิญญาณจะมีค่า และจำนวนหนึ่งพันก้อนก็ไม่ใช่จำนวนน้อยสำหรับเขา แต่หากเขาชนะก็จะสามารถจัดการหวังเฉินได้ตามใจชอบ โดยไม่มีศิษย์ของหอผู้คุมกฏเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ เพียงเท่านั้น เพราะสัญญาประลองเป็นตายนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
“ดี! ดีมาก! บนลานประลอง ข้าจะทำให้เจ้าได้ทรมานอย่างสาสม จนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต! ส่วนหินวิญญาณหนึ่งพันก้อนนั้น ข้าจะถือว่าเป็นเงินค่าชีวิตของเจ้าแล้วกัน!”
จางหลงคำรามด้วยโทสะ ก้าวเท้าลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ครึ่งหนึ่งของสวนเล็ก ๆ ในลานบ้าน ของหวังเฉินแทบจะพังพินาศ หวังเฉินมองด้วยสายตาเย็นชา มีประกายแห่งความดุดันวาบผ่านในดวงตา จางหลงบังอาจทำลายลานบ้านของเขาเช่นนี้ ถือว่าไม่เห็นหัวกันเลย หวังเฉินจึงตัดสินใจในใจแล้วว่า จางหลงต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม
ทั้งสองเดินทางไปยังหอผู้คุมกฏเพื่อเซ็นสัญญาประลองเป็นตาย จากนั้นทั้งคู่ก็มุ่งหน้าสู่ลานประลองทันที ทิ้งศิษย์บางส่วนของหอผู้คุมกฏไว้ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นในที่สุด
ไม่นานนักข่าวการประลองระหว่างหวังเฉินกับจางหลงบนลานประลอง พร้อมกับการเดิมพันด้วยหินวิญญาณจำนวนมหาศาล ก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว