สังหารปีศาจลิง
บทที่ 41 สังหารปีศาจลิง
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าโชคของพวกเขาจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ เพิ่งจะมาถึงใต้พิภพได้ไม่นาน ก็ต้องเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ปีศาจลิงใต้พิภพที่ทรงพลัง และที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นจำนวนของมันมีไม่น้อยเลย หวังเฉินกวาดสายตามองคร่าว ๆ แล้วพบว่ามันมีมากกว่าหนึ่งร้อยตัว ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ปีศาจลิงนั้นมีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก พริบตาเดียวก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว พวกมันมีกลิ่นอายที่โหดเหี้ยมและทรงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจนทำให้หลายคนหน้าซีด
“แย่แล้ว! พวกมันมีพลังอย่างน้อยก็ระดับเหนือฟ้าขั้นต้น! ระวังตัวกันด้วย!”
“โคตรซวยเลย! วันนี้ข้าออกจากบ้านไม่ได้ดูฤกษ์ยาม ไม่เป็นมงคลเลยจริง ๆ!”
“เวรเอ้ย! เอาชีวิตเข้าแลกแล้วกัน เจ้าพวกปีศาจ ไปตายซะเถอะ!”
หวังเต้า หลี่ฮ่าวหราน จ้าวกวง หวงเจิ้ง และจ้าวฉางชิง ต่างสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่การลงมือของพวกเขากลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว พริบตาเดียวพวกเขาก็พุ่งเข้าปะทะกับปีศาจลิงแล้ว
โจวชิงก็ดูดุดันไม่แพ้คนอื่นเช่นกัน เขาสะบัดมือเรียกกระบี่ยาวที่เปล่งประกายแสงสีเขียวออกมา นี่คือกระบี่วิเศษที่มีพลังเฉียบขาด กระบวนท่ากระบี่ของเขาเปี่ยมด้วยความคมกล้า แสงกระบี่สีเขียวสะท้อนตา เมื่อเขาพุ่งเข้าไปใกล้ปีศาจลิงตัวหนึ่ง เขาออกแรงฟันไปเพียงครั้งเดียว เลือดดำสนิทก็สาดกระเซ็น หัวของปีศาจลิงลอยขึ้นสูงก่อนจะร่วงลงพื้นอย่างไร้ชีวิต
“วิชากระบี่ชิงหยุนของศิษย์พี่โจวชิงยิ่งคมกริบขึ้นทุกวัน! แบบนี้พวกเราจะยอมแพ้ได้ยังไงกันเล่า!” หลี่ฮ่าวหรานหัวเราะเสียงดัง พลางปลดปล่อยพลังลมปราณที่เปล่งประกายแสงสีขาวน้ำนมออกมาจากร่างกาย เขาถืออาวุธที่คล้ายพู่กันปลายแหลมคม มันคือปากกาเหล็กวิเศษ
\"ปากกาวิเศษเขียนประวัติศาสตร์ ชีวิตและความตายไม่แน่นอน!\"
เสียงตะโกนก้อง พู่กันวิเศษตวัดครั้งเดียวอย่างรุนแรง พริบตานั้นปีศาจลิงตรงหน้าก็ถูกผ่าเป็นสองซีก เกล็ดสีดำของมันส่งกลิ่นไหม้คล้ายโดนเผา
ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน พวกเขาเริ่มแสดงวิชาประจำตัวออกมาอย่างเต็มกำลัง
หวังเต้าตะโกนลั่น “เคล็ดกระบี่ไท่ซู!”
กระบี่ในมือของเขาเปล่งแสงสีเขียวหม่น ๆ ดูเหมือนจริงและลวงตาในเวลาเดียวกัน พริบตากระบี่ของเขาพุ่งทะลุเข้าที่ดวงตาของปีศาจลิงตัวหนึ่ง แทงทะลุเข้าไปถึงสมอง คร่าชีวิตปีศาจลิงไปในพริบตา
“วิชาตราประทับเพชร!”
จ้าวกวงสะบัดมือเรียกยันต์วิเศษหนึ่งใบ ก่อนจะติดมันที่หน้าอกของตัวเอง ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า คล้ายร่างเพชร และเขาก็กลายเป็นดุร้ายเป็นพิเศษ สองมือแกว่งไปมา จากนั้นเขาก็เหวี่ยงหมัดอันทรงพลังเข้าใส่ปีศาจลิงตัวหนึ่งจนมันแหลกเป็นเศษเนื้อ
“หนึ่งความคิดชั่วนิรันดร์!”
จ้าวฉางชิงปลดปล่อยพลังลมปราณที่หลั่งไหลเป็นพุ่มเถาไม้สีเขียวที่งดงาม เถาไม้นั้นเข้าไปพันรัดปีศาจลิงตัวหนึ่งจนแน่น ก่อนที่แสงสีเขียวจะดูดซับพลังชีวิตทั้งหมดของมัน จนมันเหี่ยวแห้งและตายลงในที่สุด
หวงเจิ้ง ผู้ฝึกพลังธาตุดิน ประสานมือสร้างตราประทับ ราวกับเขายกภูเขาดินขนาดย่อมขึ้นมา จากนั้นเขาทุ่มมันลงไปบดขยี้ปีศาจลิงตัวหนึ่งจนกระดูกแหลกละเอียดตายคาที่
ทั้งหกคนล้วนมีพลังระดับเหนือฟ้าขั้นปลาย ปราณที่พวกเขาปลดปล่อยออกมานั้นทรงพลังและวิชาของพวกเขาก็ซับซ้อนลึกซึ้ง ในเวลาเพียงไม่นาน ปีศาจลิงมากกว่าสิบตัวก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น
หวังเฉินกวาดสายตามองเพียงคร่าว ๆ แต่ยังไม่ทันได้สังเกตอะไรอย่างละเอียดมากนัก ปีศาจลิงตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าเขาแล้ว ทว่าเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น หวังเฉินไม่มีแสงสว่างเจิดจ้าจากปราณ ไม่มีพลังอันสูงส่งดุจเซียน แต่เขากลับดูเหมือนนักสู้ธรรมดาคนหนึ่ง มีเพียงมือเปล่าที่อาศัยร่างกายอันแข็งแกร่งและวิชาฝึกกายาที่ตนฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก
ด้วยกระบวนท่าจากเคล็ดทะเลทุกข์ ร่างกายของเขาพุ่งทะยานดุจพยัคฆ์ ท่ามกลางสายลมอันโหมกระหน่ำ ฝ่ามือที่ตวัดออกไปนั้นรวดเร็วเกินกว่าปีศาจลิงจะตอบโต้ได้ทัน เสียงอากาศแตกดังลั่น กลายเป็นคลื่นอากาศยาวเหยียด ปีศาจลิงตัวนั้นยังไม่ทันได้ขยับก็โดนฝ่ามือของหวังเฉินกระแทกเข้าที่อกอย่างรุนแรง
ปัง!
เสียงดังสนั่น ปีศาจลิงตัวนั้นกระเด็นขึ้นสูง แต่ยังไม่ทันจะตกถึงพื้น ก็ระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อในอากาศ นี่เป็นเพราะพลังมหาศาลที่จากร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนถึงขั้นที่สองของวิชาเก้าสังวรแห่งการหลอมกายของหวังเฉิน พลังมหาศาลนี้ได้สร้างความเสียหายถึงขั้นทำให้อวัยวะภายในของมันแหลกละเอียดภายในพริบตา
ทุกการโจมตีของเขาราวกับมีระเบิดแรงสูงที่ถูกยัดเข้าไปในร่างของปีศาจลิงแล้วจุดชนวน ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่ตายธรรมดา แต่เป็นการตายที่น่าสยดสยอง
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น หวังเฉินใช้พลังจากร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กระโจนเข้าสู่กลุ่มปีศาจลิง หมัดที่ฟาดลงไปคล้ายภูเขาถล่ม ปีศาจลิงตัวหนึ่งถูกกระแทกจนกะโหลกยุบลงไปในอก ฝ่ามือที่ฟาดออกไปดุจขวานขนาดใหญ่ ฉีกปีศาจลิงอีกตัวเป็นสองส่วนจากหัวจรดเท้า เลือดดำและเศษชิ้นเนื้อกระจายเกลื่อนตามพื้นรอบ ๆ
ทั้งหมัด ฝ่ามือ เท้า และขา ราวกับว่าทุกส่วนของร่างกายกลายเป็นอาวุธสังหาร หวังเฉินไร้ความเมตตา เขาเคลื่อนไหวดุจเครื่องจักรสังหารที่ไม่หยุดพัก รวดเร็วและรุนแรงจนไม่มีปีศาจลิงตัวไหนสามารถต้านทานได้ ทุกวินาทีจะมีซากศพของปีศาจลิงพุ่งขึ้นฟ้าแล้วระเบิดเป็นเศษชิ้นเนื้อ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ปีศาจลิงหลายสิบตัวก็ถูกเขาสังหารลงไปอย่างไร้ความปรานี
\"นี่แหละ พลังมหาศาลที่เอาชนะทุกเทคนิคได้\" หวังเฉินคิดในใจ ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนจนทรงพลังดุจขุนเขา หมัดและฝ่ามือของเขามีพลังทำลายล้างที่แม้แต่เกราะเกล็ดอันแข็งแกร่งของปีศาจลิงยังต้านไม่ไหว การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรง ทุกพื้นที่ที่เขาผ่านไปจะ เหลือไว้เพียงสายลมที่โหมพัดอย่างบ้าคลั่งและซากศพของปีศาจลิงที่กลายเป็นเศษชิ้นเนื้อทิ้งที่ถูกไว้เบื้องหลัง เมื่อเวลาผ่านไปเพียงสิบลมหายใจ หวังเฉินก็ทะลุผ่านกลุ่มปีศาจลิงจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งแล้ว