วิธีเอาชีวิตรอดในฐานะลูกชายคนที่สองของตระกูลขุนนางเวทมนตร์ (2)

〈 บทที่ 0 จุดเริ่มต้นทุกอย่างนั้นยากเย็น 〉

ข้อเสนอ: จงเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด (0/1)

  • เส้นทางที่ 1 ― 〈 บทที่ 1 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง(1)>
  • เส้นทางที่ 2 ― 〈 เสียชีวิต 〉

‘นี่… นี่มัน หรือว่า….’

เควส?

แต่ความตกใจก็อยู่ได้ไม่นาน

การที่ได้ลืมตาขึ้นมาในโลกใบนี้ตั้งแต่แรกก็เป็นเรื่องน่าตกใจมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ยังดูดีกว่าการเข้าไปอยู่ในร่างคนอื่นอยู่ดี

ยิ่งกว่านั้น การปรากฏตัวของหน้าต่างประหลาดนี้ กลับทำให้ฉันมีสติที่จะควบคุมความกลัวได้

‘เส้นทางมีสองทาง’

‘บทต่อไป’ หรือ… ตาย

บังเอิญว่าทางเลือกที่ฉันทำได้ก็มีแค่สองทางเหมือนกัน

หลีกเลี่ยงยาพิษ หรือ ดื่มมัน ทางเลือกหนึ่งในสองทางนี้เชื่อมโยงกับความตายของฉัน

เพียงแค่ทางเลือกเดียวถึงกับกำหนดความเป็นความตายได้ ความตึงเครียดทำให้ลมหายใจติดขัด และปลายนิ้วเริ่มชา

‘…ไม่สิ’

ใจเย็นๆ ก่อน

ฉันคลายข้อนิ้วที่แข็งทื่อออก และมองไปยังขวดยาในมือของเขา

ยาพิษเปล่งประกายสีฟ้าภายในขวด ดูราวกับว่าถ้าดื่มเข้าไปคงต้องไปโลกหน้าแน่ๆ

ฉันจ้องมองของเหลวสีฟ้าอมดำนั้น ก่อนจะเอ่ยคำพูดสั้นๆ ออกมา

“…เมื่อวานผมดื่มไปแล้วครับ”

“อืม แน่นอนว่าฉันเชื่อเสมอว่านายพูดความจริง แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม เมื่อผ่านมือหลายคนก็ย่อมเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น คนที่เอาน้ำชามาให้นาย อาจจะไม่ได้ผสมยาลงไปในนั้นก็ได้…”

“……”

“ถึงทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่อยากจะสรุปอาการให้นายอย่างชัดเจนก็เท่านั้น เผื่อนายไปทำพลาดต่อหน้าเพื่อนฝูงเข้า… นายก็คงจะเสียใจมากแย่เลยล่ะสิ ใช่ไหม ลูก้า?”

ต่อให้เป็นปีศาจก็ยังไม่ร้ายเท่าปีศาจตนนี้เลย

หมอนี่เป็นแบบนี้เสมอ ทั้งในนิยาย ทั้งในความทรงจำของลูก้า แสดงบทบาทเป็นพี่ชายแสนดีอยู่ตลอด

เบื้องหลังคำพูดและรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นนั้น จะมีปมด้อยและความรู้สึกเหนือกว่าแบบไหนซ่อนอยู่ คงไม่มีใครรู้

ฉันถอนหายใจและก้มหน้าลง

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ในเมื่อมีชีวิตเป็นเดิมพัน ก็จำเป็นต้องเตรียมใจให้พร้อม

‘บอกว่าให้เลือกทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างชัดเจน’

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

จากนั้นก็แย่งขวดในมือของมันมา และเทยาพิษลงคอ

ยาพิษไหลผ่านไป ทุกส่วนที่ลิ้นและหลอดอาหารสัมผัสรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนถูกเผา ความเย็นจากพื้นหินซึมเข้ามาที่แก้มซ้าย และยาพิษที่เพิ่งกลืนลงไปก็พุ่งออกมาจากปาก เสียงดังที่น่าจะเป็นเสียงของฉันเองดังอื้ออึงในหู

เป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาด

“อืม ดื่มไปเมื่อวานจริงๆ ด้วยสินะ”

เสียงหัวเราะปนเสียงพูดของพี่ชายแว่วเข้ามาในความรู้สึกนึกคิด

คงจะขำสินะ สภาพน้องชายที่ต้องจำใจทำตามทั้งที่รู้ว่าเป็นการแกล้งกันนั้นน่าขันดี ฉันเข้าใจ เพราะงั้น….

‘ตอนนี้ขำไปให้พอใจเลยนะ’

ติ๊ง—!

ขอแสดงความยินดีด้วย!

‘ข้อเสนอ: จงเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด’ สำเร็จ!

‘บทที่ 0 จุดเริ่มต้นทุกอย่างนั้นยากเย็น’ เสร็จสิ้น!

ยืนยัน ‘เส้นทางที่ 1 ― 〈 บทที่ 1 <บทที่ 1 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง(1)>

‘…ใช่ ต้องแบบนี้สิ’

เมื่อกี้ หมอนั่นบอกว่า ‘โชคดีที่ได้ไปโรงเรียน’ สินะ

ลูก้า ในนิยายตายหลังจากเรียนจบจากโรงเรียน แสดงว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา

แน่นอนว่าไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเนื้อหาในนิยายจะดำเนินไปเหมือนเดิมกับฉันทุกประการ มันเลยเป็นการพนันอยู่บ้าง แต่….

‘สำเร็จแฮะ’

จิตสำนึกเลื่อนลอย แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งเป็นพันๆ กิโลกรัม ในระหว่างที่จิตใจกำลังตีตัวออกห่างจากร่างกาย มุมปากของฉันก็ยกขึ้นเล็กน้อย

……………….

‘เริ่ม ‘เส้นทางที่ 1 — 〈 บทที่ 1 〉’

「 บทที่ 1 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง(1) 」

ความเจ็บปวดไม่สำคัญ ศักดิ์ศรีก็ไม่สะทกสะท้าน

ยังไงซะ คนที่จะมีชีวิตรอดจนถึงคนสุดท้ายและหัวเราะได้ก็ต้องเป็นฉันอยู่ดี ฉันไม่อาจตายอย่างไม่ยุติธรรมในโลกที่ไร้สาระแบบนี้ แถมยังต้องตายด้วยน้ำมือของคนอย่างพี่ชายได้หรอกนะ

ดังนั้น นอกจากฉันที่เป็นคนชิงจบชีวิตของพี่ชายแทนตัวเอกแล้ว ก็คงไม่มีทางอื่นอีก

เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แสงแดดสีขาวบริสุทธิ์ลอดผ่านช่องว่างระหว่างม่านที่กั้นหน้าต่างเข้ามา

จากกระเพาะอาหารและหลอดอาหารที่ถูกยาพิษกัดกร่อน ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ หลงเหลืออยู่ ร่างกายก็เบาเหมือนขนนก ราวกับว่าเวทมนตร์รักษาได้ผล

‘อืม’

ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้นมา

มือสีซีดที่เห็นกระดูกเป็นข้อๆ เคลื่อนไหวได้ตามใจต้องการ

รอดแล้ว

และก็ยังอยู่ในร่างของคนอื่นอยู่ดี

‘เมื่อกี้… นั่นมันอะไรกัน’

หน้าต่างเควสจริงๆ งั้นเหรอ

ทันทีที่คิดแบบนั้น ก็มีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นตรงหน้า

〈 บทที่ 1 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง(1) 〉

ข้อเสนอ: ชีวิตเป็นของตัวเอง! จงหาสิ่งที่ต้องทำ (0/3) (71 ชั่วโมง 52 นาที 09 วินาที)

  • เส้นทางที่ 1 ― 〈 บทที่ 2 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง (2) 〉
  • เส้นทางที่ 2 ― 〈 บทที่ 2 ไก่ตาบอดก็ยังหาข้าวเปลือกเจอได้บ้างในบางครั้ง 〉

……………………..

เมื่อกี้เห็นได้ชัดว่าเป็นบทที่ 0 นี่

ตัวเลขเปลี่ยนไปแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าหลักการมันเป็นยังไง แต่มันก็เป็นเรื่องน่าทึ่ง

‘ถ้ามีอะไรแบบนี้โผล่มา แบบนี้ก็แปลว่ามีหน้าต่างสถานะ… ด้วยสินะ’

นี่มันไม่ใช่เกมสักหน่อย จะมีไปได้ยังไง

แต่ในเมื่อไม่ใช่เกม แล้วทำไมถึงมีเควสในชื่อ ‘ข้อเสนอ’ โผล่มาได้ล่ะ

ในตอนนั้นเอง ตัวอักษรสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

ลูคัส เรเน่ อัสคาเนียน

ฉายา: ไอ้โง่เขลาอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิ

พลังกาย: -5

พลังจิต: -10

พลังเวท: ?

ทักษะ: 0

ภาพลักษณ์: -10

โชค: -10

คุณสมบัติ: รุ่งอรุณ777

“…โอ้”

มาจริงๆ ด้วย แต่ว่า….

‘อะไรวะเนี่ย ทำไมติดลบหมดเลย?’

ไม่สิ

ทักษะเป็น 0 แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

‘แล้วไอ้ฉายานี่มันอะไรอีก’

ฉันหัวเราะแห้งๆ และกวาดสายตาดูหน้าต่างสถานะ

ลูคัส เรเน่ อัสคาเนียน

ใช่ เดิมทีฉันก็ชื่อลูคัส

ลูก้าเป็นแค่ชื่อเล่นที่พี่ชายเรียกเท่านั้น ชื่อจริงไม่ใช่

ในนิยาย นอกจากตัวเอกกับพี่ชายแล้ว ทุกคนเรียกเขาว่าลูคัส

ภาพลักษณ์คงจะหมายถึงภาพลักษณ์ของฉัน ส่วนคุณสมบัติ….

‘คุณสมบัติเหรอ’

นี่กดได้ไหมนะ

ฉันลองเอาปลายนิ้วไปแตะที่ชื่อที่ไม่คุ้นหู เหมือนจะเป็นชื่อยาแก้เมาค้าง

รุ่งอรุณ777―เวลาจนถึงจุดจบสุดท้าย ‘บทที่ X เสียชีวิต’ เหลือ 777 วัน 1 ชั่วโมง 6 นาที 37 วินาที

―ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลง: 0.2%

“……”

ฉันปัดหน้าต่างสถานะทิ้ง แล้วหันหน้าหนี

ไม่รู้ว่าเห็นอะไรไป แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ข้อมูลที่อยากจะเผชิญหน้าด้วยเลยสักนิด

แต่ว่า… ถึงจะไม่อยากเห็นแค่ไหน ก็คงจะหลีกเลี่ยงการมองข้ามไปอย่างเดียวไม่ได้

“…ซวยแล้วสิ….”

ฉันกัดฟันแน่นและท่องหน้าต่างสถานะออกมาอีกครั้ง เมื่อหารายการรุ่งอรุณ777 เจอ ก็คลิกเข้าไป หน้าต่างเดิมก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

‘777 วันจนถึงวันตาย’

ราวๆ 2 ปีกับอีก 1 เดือนนิดๆ

‘แล้ว ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลง 0.2%’

ถ้าเป็น 0 ก็เป็น 0 ไปเลย ทำไมต้อง 0.2% อย่างคลุมเครือด้วย เหตุผลที่มันเป็น 0.2% ก็อาจจะเป็นเพราะฉันทำ ‘ข้อเสนอ’ ในบทที่ 0 สำเร็จก็ได้

ถ้าทำข้อเสนอสำเร็จต่อไปเรื่อยๆ เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นนั้นก็คงจะเพิ่มขึ้นได้สินะ

‘ก็ไม่เลวนี่นา’

ถึงจะไม่มีคำแนะนำพวกนี้ ยังไงก็ตามแต่ ทางรอดหรือทางตายก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของฉันอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ยังดีที่มันมองเห็นได้

เอาล่ะ ต่อจากนี้ก็พยายามเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกันเถอะ

ก๊อกๆ—

“คุณชายน้อย”

ในตอนที่กำลังคิดจะสำรวจห้องให้ทั่ว สายตาของคนรับใช้คนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง

“ตื่นแล้วหรือครับ ท่านสลบไปเกือบวันแล้วนะครับ ส่วนที่บาดเจ็บเมื่อวานท่านชายคนโตใช้เวทมนตร์รักษาให้แล้วครับ”

รักษา?

ว่าแล้ว ‘พี่ชาย’ ก็ชอบแสดงท่าทีใจดีจริงๆ ระหว่างที่ฉันพยายามกลั้นหัวเราะ คนรับใช้ก็เอ่ยปากพูดอีกครั้ง

“เมื่อกี้ท่านโดนแสงจ้ามากเกินไป ดวงตาเลยบาดเจ็บมาก วันนี้ต้องระวังอย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง และกระเพาะอาหารก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นห้ามรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นนะครับ ส่วนสัมภาระทั้งหมดได้ส่งไปที่หอพักเรียบร้อยแล้ว คุณชายพักผ่อนสบายๆ ที่นี่จนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ค่อยเดินทางไปนะครับ”

คนรับใช้พูดร่ายยาวออกมาอย่างรวดเร็ว และถอยหลังออกไปอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้ากังวล

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมจะเอาอาหารมาให้นะครับ รอสักครู่นะครับ”

“เดี๋ยว”

คำพูดของฉันทำให้คนรับใช้เบิกตากว้าง

เขาอ้าปากพะงาบด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะเค้นคำถามเล็กๆ ออกมาในที่สุด

“…ครับ?”

แน่นอนว่าคนที่ตกใจไม่ได้มีแค่คนรับใช้

‘เดี๋ยว’ งั้นเหรอ? เพราะคำพูดคำเดียวนี่แหละ ทำให้ฉันรู้สึกได้จริงๆ ว่าที่นี่ไม่ใช่โลกที่ฉันเคยอยู่

แน่นอนว่าเหตุผลที่คนคนนั้นตกใจไม่ใช่เพราะฉันเรียกเขาอย่างไม่สุภาพ แต่เป็นเพราะแค่ฉันเอ่ยปากพูดกับเขา เขาก็ตกใจแล้ว

‘ก็สมเหตุสมผลดี’

ลูคัสกลายเป็นคนเก็บตัวสุดขีดเพราะพี่ชาย เขาแทบจะไม่ได้คุยกับคนรับใช้ที่เจอหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว

คนรับใช้เอียงคอมองไปรอบๆ ก่อนจะถามย้ำด้วยสีหน้าที่ยังไม่อยากจะเชื่อ

“…คุณชาย หมายถึงผมเหรอครับ?”

“ถ้าไม่ใช่แก แล้วจะมีใครอยู่ที่นี่อีก”

เพราะคำพูดที่ไม่สุภาพที่หลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฉันเม้มปากแน่น

นี่มันเป็นเรื่องปกติของที่นี่เหรอ

เมื่อย้อนนึกถึงความทรงจำของลูคัส ก็พบว่าลูคัสเองก็ไม่ได้ใช้คำยกย่องกับคนรับใช้ในตระกูลอย่างเคร่งครัดนัก

แน่นอนว่าน้ำเสียงสุภาพมากและไม่มั่นใจในตัวเองเลยสักนิด แต่คำพูดของฉันในตอนนี้ กลับคล้ายกับคำพูดของพี่ชายมากกว่า ในเมื่อคนที่พูดไม่ใช่ลูคัส แต่เป็นฉัน บุคลิกของฉันก็เลยสะท้อนออกมาด้วย

‘ยังไงก็ตาม ก็ถือว่าดี’

ถ้าอยากจะดึงพี่ชายลงมาจากที่ที่เขาอยู่ และขึ้นไปอยู่ในที่ที่สูงกว่าที่พี่ชายอยู่ด้วยตัวของฉันเอง คงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ด้วยบุคลิกที่อ่อนแอแบบเดิม

แน่นอนว่าถ้าใช้คำพูดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ทุกคนก็จะสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของฉันเข้า แต่ในเมื่อพูดออกไปแล้วก็คงช่วยไม่ได้ แต่ก็คงต้องเริ่มแสร้งทำตัวให้เหมือนลูคัสคนเดิมได้แล้ว

ฉันแอบลดเสียงในลำคอลงโดยที่คนรับใช้ไม่ทันสังเกต

ในระหว่างนั้นเอง คนรับใช้ก็ตั้งสติได้ และปรับท่าทีให้เหมาะสม

“ขออภัยครับ คุณชาย มีอะไรให้รับใช้เหรอครับ”

“…อืม พี่ชายตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ?”

“หลังจากมาถึงที่นี่ได้หนึ่งวันก็เดินทางไปที่พระราชวังหลวงทันทีเลยครับ”

“พระราชวังหลวง?”

“ครับ”

พระราชวังหลวงเหรอ

ถึงจะพูดก็พูดเถอะ แต่การที่พี่ชายอยู่ที่ไหนทางกายภาพต่างหาก ที่จะเป็นตัวกำหนดระดับความยากง่ายของความสำเร็จ

พี่ชายเป็นนักเวทมนตร์ในสังกัดราชสำนัก ในนิยายส่วนใหญ่จึงมักจะถูกส่งไปทำกิจกรรมทางการทูตในต่างประเทศบ่อยๆ

ถ้าดูจากช่วงเวลาที่ฉันตายไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เท่ากับว่าพี่ชายที่อายุห่างจากลูคัส 7 ปี ก็คงจะอายุยี่สิบกลางๆ ในช่วงวัยนี้ก็คงจะเริ่มออกไปต่างประเทศบ้างแล้ว

“รู้ไหมว่าเมื่อไหร่จะกลับมาที่เขตปกครอง”

“เอ่อ… ถ้างานที่ท่านรับผิดชอบในครั้งนี้ยังไม่เสร็จ อย่างน้อยก็คงต้องใช้เวลาอีกเป็นปีเลยล่ะครับ ถึงจะกลับมาที่จักรวรรดิแล้ว ท่านจะอยู่ที่เขตปกครองหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

ไปต่างประเทศแล้ว

นับว่าเป็นข่าวที่น่ายินดีอย่างหนึ่ง

อย่างน้อยอีกหนึ่งปีจากนี้ไปก็คงจะเคลื่อนไหวได้กว้างขึ้นอีกหน่อย

“คุณชาย มีอะไรให้รับใช้อีกไหมครับ?”

“เปล่า ไม่มีอะไรแล้ว ไปได้….”

เดี๋ยวก่อน

ฉันจ้องคนรับใช้ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ และเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมา

แอนตัน คลาอุเซน

คะแนนนิยม -5

ฉายา: —

พลังกาย: +2

พลังจิต: +2

พลังเวท: +0.5

ทักษะ: 0

ภาพลักษณ์: +3

โชค: +1

คุณสมบัติ: —

“…แค่ก…!”

“คุณ...คุณชาย?”

ฉันสำลักและไอออกมาเมื่อเห็นรายการที่อยู่ใต้ชื่อ

คะแนนนิยมงั้นเหรอ… โอกาสสูงที่จะเป็นคะแนนเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของฉัน

จำเป็นด้วยเหรอ ที่ต้องมาเห็นภาพลักษณ์สุดติดดินของตัวเองในรูปแบบตัวเลขที่โจ่งแจ้งขนาดนี้?

‘…อย่างน้อยคนนี้ก็เป็นคนใช้ของฉัน คะแนนนิยมเลยไม่ติดลบสิบ แต่ติดลบห้าแทนสินะ….’

ฉันรับผ้าเช็ดหน้าที่คนรับใช้ยื่นให้มา และไอแห้งๆ

ช่างคะแนนอะไรนั่นไปก่อน ตอนนี้ควรจะโฟกัสไปที่การที่มองเห็นข้อมูลของคนอื่นได้ต่างหาก

‘ใช้ได้เลยนี่นา’

ในระหว่างที่ฉันกำลังดูหน้าต่างสถานะอย่างเงียบๆ คนรับใช้ก็มองสำรวจสีหน้าของฉันและถามออกมาอย่างระมัดระวัง

“คุณชาย?”

“อืม ไปได้แล้ว”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะเอาอาหารมาให้นะครับ”

คนรับใช้ออกจากห้องไป และกลับมาพร้อมกับอาหารอย่างรวดเร็ว

ในฐานะคนป่วย อาหารของฉันจึงมีแค่น้ำราวกับน้ำเปล่าที่เรียกว่าอาเปริทีฟ และพุดดิ้งที่ทำจากธัญพืชบดเท่านั้น

ฉันกินอาหารอย่างรวดเร็ว และสำรวจห้องไปรอบๆ

‘บอกว่าให้หาสิ่งที่ต้องทำสินะ’

ถึงจะไม่บอกก็จะหาอยู่แล้ว

ฉันเรียกหน้าต่างข้อเสนอขึ้นมาอีกครั้ง

〈 บทที่ 1 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง(1) 〉

ข้อเสนอ: ชีวิตเป็นของตัวเอง! จงหาสิ่งที่ต้องทำ (0/3) (70 ชั่วโมง 53 นาที 01 วินาที)

  • เส้นทางที่ 1 ― 〈 บทที่ 2 ช่วยเหลือตัวเอง แล้วพระเจ้าจะช่วยท่านเอง (2) 〉
  • เส้นทางที่ 2 ― 〈 บทที่ 2 ไก่ตาบอดก็ยังหาข้าวเปลือกเจอได้บ้างในบางครั้ง 〉

ความหมายของเส้นทางที่ 2 ฟังแล้วรู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างประหลาด

ถึงแม้ว่าจะล้มเหลวกับข้อเสนอในครั้งนี้ เรื่องราวก็จะดำเนินต่อไปได้ก็จริง แต่… ไม่จำเป็นต้องดันทุรังไปในเส้นทางที่ไม่ดีสักหน่อย

ลองพยายามทีละอย่างดูก่อนก็แล้วกัน

ฉันหยิบบันทึกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องสรุปแล้วว่าจะต้องเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป เนื้อเรื่องในนิยายเป็นยังไง

ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่มีความจำดี แต่ก็ไม่ควรเชื่อมั่นในความจำของตัวเองมากเกินไป ฉันหยิบปากกาขึ้นมาและเขียนตัวอักษรลงไป

‘อย่างแรกก็คงต้องเริ่มจากเนื้อเรื่องโดยรวมก่อน’

ถ้าจะสรุปให้สั้นๆ ก็คงจะเป็นเรื่องราวที่ตัวเอกผู้เป็นลูกนอกสมรสของเชื้อพระวงศ์องค์ปัจจุบัน ใช้ชีวิตเป็นคนเสเพลเป็นเวลา 10 ปี และเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่างๆ นานา จนในที่สุดก็ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ

ในระหว่างกระบวนการขึ้นครองบัลลังก์ ตัวเอกก็กำจัดพี่ชายของลูคัส ผู้ที่เป็นเหมือนแขนขวาของจักรพรรดิองค์ก่อน

ในกระบวนการนั้น ความตายของลูคัสก็ถูกเปิดโปง และตัวตนที่แท้จริงของพี่ชายก็ถูกเปิดเผยต่อทุกคน

เรื่องราวของลูคัสเป็นเพียงหนึ่งในเรื่องราวมากมายที่ตัวเอกจัดการ

ฉันเมินอาหารที่ถูกนำมาให้อีกครั้ง และจดข้อมูลที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพักหายใจ

ความสัมพันธ์ของตัวละครโดยรวมเองก็สรุปไว้เรียบร้อยแล้ว

‘ต่อไปก็ถึงทีที่จะต้องกำหนดแล้วสินะ ว่าฉันควรจะเคลื่อนไหวอย่างไร’

ไม่ใช่ปัญหาที่ยากอะไร

ตราบใดที่ยังไม่แสดงท่าทีว่าใช้เวทมนตร์อย่างโจ่งแจ้ง หรือทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงพอจะทำให้พี่ชายส่งคนมาฆ่าฉันได้ ก็คงจะไม่เป็นไรที่จะพัฒนาฝีมือและสะสมพรรคพวกที่อยู่ใต้ดินไปพลางๆ ก่อน

ดังนั้น นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีปัญหาที่สำคัญกว่านั้นอีก

ต่อให้จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเสรีเท่าที่ใจต้องการ อย่างน้อยก็ควรจะสร้างพรรคพวกที่จะเป็นแขนขาแทนฉันสักคนสองคนเอาไว้

‘จำได้ว่าตอนนี้ตัวเอกน่าจะเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกับลูคัส’

คงจะเป็นสายสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เลยสินะ

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นแค่นักเรียนที่มีปัญหา แต่เขาก็คือบุคคลที่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิในอีก 10 ปีข้างหน้านี่นา

ถ้าอย่างนั้น…. ควรจะตีสนิทกับตัวเอกในนิยายไหมนะ

‘ไม่’

ตอนนี้ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้จำเป็นต้องเลือกและโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน

ฉันละสายตาจากชื่อของตัวเอก

และขีดเส้นใต้ชื่ออื่นที่อยู่ข้างๆ กันแทน

ติ๊ง—!

ขอปรบมือให้กับวิสัยทัศน์ของคุณ!

‘ข้อเสนอ: ชีวิตเป็นของตัวเอง! จงหาสิ่งที่ต้องทำ’ สำเร็จ 1/3!

หากบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป ความเป็นไปได้ในการมีชีวิตรอดจะเพิ่มขึ้น 3% หรือมากกว่า

‘อืม’

ดูเหมือนว่าจะเลือกได้ดีทีเดียว

ฉันจะไม่เป็นจักรพรรดิ แต่จะสร้างจักรพรรดิขึ้นมาให้มาอยู่ข้างเดียวกับฉัน

ตอนก่อน

จบบทที่ วิธีเอาชีวิตรอดในฐานะลูกชายคนที่สองของตระกูลขุนนางเวทมนตร์ (2)

ตอนถัดไป