แพะนมเนื้อหอม !
บทที่ 8 แพะนมเนื้อหอม !
บางคนไม่คิดจะยอมแพ้ กระโดดลงน้ำพยายามว่ายเข้าไป เอื้อมมือไปคว้ากราบเรือเอาไว้
เป็นผลให้เขาถูกคนรับใช้บนเรือใช้ไม้พายตีอย่างแรง จนมือหลุดจากเรือตกลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกรากโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชายผู้นั้นดูหิวโซและไม่มีแรงที่จะต้านทานกระแสน้ำ เขาพยายามดิ้นรนสองครั้งก่อนจะถูกสายน้ำพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“พ่อของลูก ! ” หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ข้างท่าเรือ
ถ้าสมาชิกในครอบครัวไม่เข้ามาหยุดนางเอาไว้ นางคงจะกระโดดตามสามีลงไปแล้ว
เสียงร้องอันเจ็บปวดของหญิงคนนั้นดังระงมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ลี้ภัยที่เห็นได้ร้องไห้ตาม ส่งผลให้ท่าเรือเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้
ก่อนที่ตระกูลหลี่จะเข้าไปในบริเวณนั้น หัวใจของพวกเขาก็รู้สึกหนักอึ้ง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการนั่งเรือไปเมืองหลวงร่วมกับครอบครัวคนรวยคงเป็นเรื่องยาก
แต่ถ้าต้องเดินลัดเลาะตามแม่น้ำไป หนทางคงยังอีกยาวไกล ไม่ต้องพูดถึงว่าลำบากแค่ไหน เพราะระหว่างทางต้องมีความยากลำบากและอันตรายนับไม่ถ้วน เช่นนี้จะรักษาทุกคนในครอบครัวให้ปลอดภัยได้อย่างไร ?
แม่เฒ่าหลี่กำกล้องยาสูบในมือแน่นขึ้น หัวใจของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
หลังจากเงียบไปนาน นางก็ชี้ไปที่พื้นที่โล่งซึ่งห่างไกลจากกลุ่มผู้ลี้ภัย และพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไปที่นั่นและพักผ่อนก่อน ไว้เราค่อย ๆ หาวิธีแก้ปัญหากัน”
ครอบครัวหลี่ปักหลักอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ารู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ไม่ต้องพูดถึงผู้ใหญ่ แม้แต่เด็กชายจอมซนสองคนอย่างเจียซีและเจียอันก็นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเชื่อฟัง และไม่วิ่งไปไหนมาไหนเหมือนที่ผ่านมา
แม่เฒ่าหลี่และลูกชายทั้งสามเดินไปรอบ ๆ ท่าเรือสองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีความหวังที่จะได้ขึ้นเรือ พวกเขาจึงต้องกลับมาอย่างหดหู่ใจ
หลี่เจียอินซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเถาหงอิง คิ้วเล็ก ๆ ของนางขมวดเป็นปม และเริ่มรู้สึกปวดหัวอีกครั้ง
หากไม่มีอาหาร นางก็ยังแอบเอาออกมาจากดินแดนต่างมิติได้ แต่ถ้าไม่มีเรือ...
นางไม่สามารถไปหาเรือจากดินแดนต่างมิติของนางได้จริง ๆ !
“ไปทำอาหารก่อนเถอะ เด็ก ๆ คงจะหิวมากแล้ว”
แม่เฒ่าหลี่กังวลมากจนดูเหมือนนางจะแก่ไปหลายสิบปีทันที นางเอากล้องยาสูบออกมา และหั่นยาสูบเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป
หากไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ทั้งครอบครัวของพวกเขาก็คงจะต้องเดินเท้าเป็นระยะทางหลายพันลี้ ไปยังเมืองหลวง
แม่เฒ่าหลี่เงยหน้าขึ้นและมองดูท้องฟ้าสลัวทางทิศใต้ ถอนหายใจออกมาราวกับว่าลมหายใจของนางถูกแผดเผาไปทีละน้อย
เมื่อมีหลี่เจียอิน ก็ทำให้ครอบครัวหลี่ได้ทานอาหารเย็นกันเต็มที่
ผู้ลี้ภัยที่ท่าเรือหิวโหยกันเป็นอย่างมาก จนตาเขียวเมื่อได้กลิ่นอาหารของตระกูลหลี่ที่ลอยเข้ามาเตะจมูกพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ในตระกูลหลี่มีผู้ชายหลายคน และขวานในมือของพวกเขาก็ถูกลับจนเป็นเงา ดังนั้นผู้ลี้ภัยคนอื่น ๆ จึงได้แต่มอง แต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้
เมื่อตกกลางคืน เรือโดยสารขนาดใหญ่ลำหนึ่งก็ค่อย ๆ เทียบเข้ามาที่ท่าเรือ
มีชายหนุ่มที่แข็งแกร่งหลายคนยืนอยู่ข้างเรือ แต่ละคนถือแท่งไม้หนาเท่าแขนและมองลงมาอย่างดุดัน
ผู้ลี้ภัยที่เดิมทีกระตือรือร้นที่จะขึ้นเรือ ก็รีบถอยกลับออกไปเมื่อเห็นเช่นนี้
แม่เฒ่าหลี่ที่กำลังนั่งพิงเกวียนลาอยู่ข้างกองไฟที่ห่างออกไปสองก้าว เมื่อนางได้ยินเสียง นางก็เปิดเปลือกตาขึ้น
เรือลำนี้ดูเหมือนจะเป็นเรือของครอบครัวที่ร่ำรวย และแน่นอนว่าจะไม่รับผู้ลี้ภัยไปด้วย
นางถอนหายใจและหันหน้าไปมองหลานสาวตัวน้อยของนางที่กำลังนอนหลับสนิทในอ้อมแขนของเถาหงอิง พร้อมกับมีความหวังเล็ก ๆ อยู่ในดวงตาของนาง
หลานสาวตัวน้อยเป็นดั่งพรของครอบครัว นางจึงหวังว่าครั้งนี้จะนำความหวังมาสู่ครอบครัวด้วย
“ท่านแม่ ท่านแม่ดูสิ มีคนลงมาจากเรือแล้ว”
หลี่เหล่าซานสกิดแม่เฒ่าหลี่เบา ๆ น้ำเสียงของเขาฟังดูกังวลและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน
เรือลำใหญ่พาดแผ่นไม้กระดานไปที่ท่าเรือ จากนั้นไม่นาน ผู้คนจำนวนหนึ่งก็เดินลงมาจากเรืออย่างรวดเร็ว
ผู้นำของคนกลุ่มนี้เป็นชายวัยกลางคนหวีผมเรียบ และแม้ว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะไม่ใช่ผ้าไหมหรือผ้าซาติน แต่ก็เป็นผ้าเนื้อดีที่ตระกูลหลี่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูเหมือนจะไม่ใช่คนธรรมดา
ด้านหลังชายคนนั้นตามมาด้วยชายหนุ่มสองคน สักพักหลังจากลงจากเรือ พวกเขาก็ได้มองไปรอบ ๆ
เมื่อเขาหันมาเห็นตระกูลหลี่ เขาก็เดินตรงมาหาพวกเขา
“ท่านแม่เฒ่า เราต้องการซื้อแพะนมตัวนี้ของเจ้า เจ้าต้องการแลกแพะนมตัวนี้เป็นเงินหรืออาหารดี ข้าจะให้ราคาพวกเจ้าอย่างงาม”
ชายคนนั้นสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าแม่เฒ่าหลี่ที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนในตระกูลหลี่นั้น จะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาเดินเข้าไปหานางและบอกจุดประสงค์ของเขาออกมาทันที
แพะนมถูกล่ามไว้กับเกวียนลา มันคงจะหิวมากจึงได้ร้องครวญครางออกมา
แม่เฒ่าหลี่ตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนเหล่านี้จะตรงมาหาพวกเขา ปรากฎว่าพวกเขาสนใจแพะของนาง
แต่แพะตัวนี้เป็นอาหารของหลานสาวนาง เนื่องจากลูกสะใภ้คนที่สี่มีน้ำนมไม่เพียงพอ
ถ้านางขายแพะนมให้กับชายคนนี้ไป ฟู่หนิวเอ๋อก็คงจะหิว
แม่เฒ่าหลี่อ้าปากออกมาคิดที่จะปฏิเสธ แต่จู่ ๆ อู๋ฉุยฮวาที่อยู่ด้านข้างก็คว้าตัวแม่เฒ่าหลี่ไว้แล้วกล่าวว่า "ท่านแม่ ! "
เมื่อนางเห็นว่าแม่สามีของนางคิดที่จะปฏิเสธขายแพะ และเห็นแก่เด็กผู้หญิงคนเดียวด้วยซ้ำ !
นางจึงรีบเข้ามาหาแม่เฒ่าหลี่แล้วพูดว่า "ท่านแม่ แพะนมตัวนี้เป็นภาระสำหรับเราเปล่า ๆ ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะมีเงินไม่ขาด เอาแพะมาแลกข้าวฟ่างเพิ่มไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ"
แม่เฒ่าหลี่จ้องมองไปที่อู๋ฉุยฮวาด้วยสายตาเย็นชา
“ไม่ ฟู่หนิวเอ๋อยังจำเป็นจะต้องดื่มนมแพะ…”
ก่อนที่นางจะกล่าวจบ อู๋ฉุยฮวาก็กล่าวขัดจังหวะนางโดยตรง
“ท่านแม่ ท่านไม่เห็นหรือว่าครอบครัวของเราเหลือเสบียงอยู่เท่าไหร่ หงอิงไม่มีน้ำนมอย่างนั้นหรือ ? ท่านแม่อยากให้คนทั้งครอบครัวของเราหิว เพียงเพราะห่วงปากท้องของเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวจริง ๆ หรือ ? ”
อู๋ฉุยฮวากล่าวหาแม่เฒ่าหลี่โดยลืมไปเลยว่า ที่นางกินอิ่มในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะนางอาศัยความสามารถของหลี่เจียอินทั้งหมด
"หุบปาก ! " เมื่อเห็นท่าทางหน้าด้านหน้าทนของอู๋ฉุยฮวา แม่เฒ่าหลี่ก็อยากจะบีบคอนางให้ตายลงตรงนี้จริง ๆ
เหตุใดลูกชายคนที่สองของนางถึงได้หน้ามืดตาบอดไปคว้าเอาผู้หญิงแบบนี้มาแต่งงานเข้าบ้านได้ ?
เถาหงอิงกลัวว่าแม่สามีจะโกรธจนเสียสติ นางจึงเดินเข้ามาโดยมีหลี่เจียอินอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะถามออกมาว่า
“นายท่าน เช่นนั้นข้อขอถามได้หรือไม่ว่าท่านจะซื้อแพะนมตัวนี้ไปทำอะไร ? ”
นางตัดสินใจว่าหากต้องการแค่เพียงนมแพะ ตระกูลหลี่ก็สามารถบีบและขายได้ แต่ถ้าพวกเขาต้องการแพะ เช่นนั้นคงจะขายให้ไปไม่ได้
ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นกุ้ยซือ ที่ผ่านมาเขามักจะใช้เงินจัดการปัญหาทุกอย่างให้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะต้องมาปวดหัวกับครอบครัวผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้
เขาดูจะไม่สบอารมณ์เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปิดบังและยังคงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณหนูของเราอายุแค่ครึ่งขวบ และแม่นมที่เราพามาจากเรือนก็เมาเรือ ช่วงนี้นางเบื่ออาหารจึงทำให้ไม่มีน้ำนมออกมา ฮูหยินกังวลมากและบังเอิญขับเรือผ่านมาเห็นแพะนมของพวกเจ้า นางก็เลยสั่งให้ข้าลงมาซื้อมันจากพวกเจ้า”
หลังจากได้ยินที่เขาพูด ทุกคนในตระกูลหลี่ก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่ว่าเด็กจะเกิดมาสูงหรือต่ำแค่ไหน พวกเขาก็ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษเสมอ
แม่เฒ่าหลี่รู้สึกใจอ่อนขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินว่ามีเด็กอดอยากอยู่บนเรือ
แต่หลานสาวของนางก็ต้องมีนมให้ดื่มสม่ำเสมอเหมือนกัน ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ขายไม่ได้เป็นอันขาด
“นายท่าน ท่านเห็นไหม หลานสาวของข้าอายุยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่มีแพะตัวนี้ นางคงจะอดตายไปแล้ว ข้าต้องขอโทษจริง ๆ ที่ข้าไม่สามารถขายแพะตัวนี้ให้ได้”
ขณะที่นางพูด นางก็อุ้มหลี่เจียอินมาไว้ในอ้อมแขน แล้วก้าวออกไปข้างหน้า
“ท่านแม่ ! ” เมื่ออู๋ฉุยฮวาได้ยินคำพูดของแม่เฒ่าหลี่ นางก็กรีดร้องด้วยความไม่พอใจทันที แต่ถูกสามีของนางเข้ามาปิดปากเอาไว้ได้ก่อน
ชายวัยกลางคนเหลือบมองและเห็นดวงตาสีดำโตของหลี่เจียอิน ที่มองมาที่เขาด้วยความไร้เดียงสา
เมื่อมองดูดวงตาที่คมชัดคู่นั้น ไม่ว่าจะพยายามแข็งใจแค่ไหน หัวใจของเขาก็อ่อนลง
แต่เมื่อเขาคิดถึงใบหน้าของเด็กน้อยบนเรือที่ผอมลงเพราะความหิว เขาก็รู้สึกเศร้ามาก
ตอนที่อยู่บนเรือ ทุกคนก็คิดว่าโชคดีที่ได้บังเอิญพบกับแพะนม ทุกคนรู้สึกดีใจมากที่จะมีนมให้เด็กน้อยดื่ม
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "ถ้าอย่างนั้น ข้า..."
มือและเท้าของหลี่เจียอินติดอยู่ในอ้อมที่ห่อตัวนางไว้ และตอนนี้นางก็กังวลมาก
ในที่สุดนางก็สามารถเอาแขนออกมาได้ และชี้ไปที่เรือลำใหญ่ที่จอดอยู่ตรงท่าเรือ แล้วตะโกนว่า "อ๊า อ้า ! "
แม่เฒ่าหลี่คิดว่าหลานสาวของนางอยากรู้อยากเห็น นางจึงตบทารกเบา ๆ และกำลังจะเกลี้ยกล่อม ทว่าทันใดนั้นนางก็มีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นมาในใจ !
“โอ้ เดี๋ยวก่อนสุภาพบุรุษ เดี๋ยวก่อน ! ”
ผู้จัดการวัยกลางคนคิดว่าแม่เฒ่าหลี่คงจะเปลี่ยนใจแล้ว เขาจึงหันกลับมามองนางด้วยสีหน้าคาดหวังทันที
“ท่านแม่เฒ่า เจ้าเปลี่ยนใจแล้วอย่างนั้นหรือ ? ” เขาตื่นเต้นและ กล่าวถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
แต่แม่เฒ่าหลี่ส่ายหัว “ไม่ ไม่ เราจะไม่ขายแพะตัวนี้ แต่เราต่างก็มีลูกเด็กเล็กแดงที่ต้องการดื่มนม และข้าก็ทนไม่ได้ที่ได้ยินว่าเด็กน้อยบนเรือของท่านกำลังหิวโหย”
“ข้าจึงมีความคิดบางอย่างที่อยากจะเสนอให้ท่านไปคิดดู”