สมาชิกทุกคนในตระกูลหลี่คือสมบัติ !
บทที่ 11 สมาชิกทุกคนในตระกูลหลี่คือสมบัติ !
ตอนนี้ หลี่เจียอินอารมณ์ดีที่ครอบครัวของนางหลุดพ้นจากสถานการณ์เลวร้าย และความอดอยาก นางพยายามทำตัวน่ารักไร้เดียงสา ด้วยดวงตากลมโตของนาง จึงทำให้มีแต่คนรักและคนเอ็นดู
เถาหงอิงมองออกไปจากห้องครัวและหัวเราะ เมื่อเห็นแม่สามีและลูกสาวของนางกำลังหยอกล้อกันสนุกสนาน จากนั้นนางก็ไปคุยกับผู้จัดการหวังสักพักหนึ่ง หลังจากกลับมาที่ห้องครัว นางก็เรียกหลี่เจียหวนมาช่วยเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารมื้อเย็น
จ้าวหยูหรูไม่ได้ยินสิ่งที่เถาหงอิงพูดคุยกับผู้จัดการหวัง ขณะล้างผัก นางก็เข้ามาใกล้ ๆ หลี่หงอิงแล้วถามว่า "หงอิง เจ้าพูดอะไรกับผู้จัดการหวังอย่างนั้นหรือ"
เถาหงอิงกำลังทำซอสอยู่ก็ได้หัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้ "ก็ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่ถามผู้จัดการหวางว่าบ้านเกิดของซุนฮูหยินอยู่ที่ไหน"
“ทำไมเจ้าถึงถามไปแบบนั้น ? ซุนฮูหยินเป็นคนเมืองเดียวกับเจ้าอย่างนั้นหรือ ? ” จ้าวหยูหรูดูสงสัย
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ข้าแค่อยากจะทำของอร่อย ๆ ให้ฮูหยินทานก็เท่านั้นเอง” เถาหงอิงกล่าวพร้อมกับกวนซอสแล้วยิ้มอย่างลึกลับ
จ้าวหยูหรูจึงหยุดถามไป อย่างไรก็ตาม ฝีมือการทำอาหารของสะใภ้สี่ได้รับการยอมรับว่าอร่อย ดังนั้นนางจึงไม่มีอะไรต้องกังวล
“สะใภ้ทั้งสอง ! พวกเจ้าเห็นสิ่งที่ข้าจับมาได้หรือเปล่า” ตอนที่ทั้งสองกำลังยุ่งอยู่ในครัว หลี่เหล่าซื่อก็วิ่งเข้ามาพร้อมทั้งกล่าวด้วยความตื่นเต้น
เถาหงอิงมองย้อนกลับไปและเห็นหลี่เหลาซื่อถือปลาตะเพียนตัวอ้วนยาวเท่ากับแขนอยู่ในมือ
ปลายังมีชีวิตอยู่และเหวี่ยงหางของมันไปมาอย่างแรงในมือของหลี่เหล่าซื่อ มันพยายามที่จะหลุดพ้นไปจากตรงนี้
“ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้! เจ้าไปจับมันมาได้อย่างไร ? ” เถาหงอิงรีบหาอ่างใส่น้ำ แล้วเอาปลาใส่ลงไป
“มันแปลกที่จะบอกว่า ตอนที่ท่านแม่ของข้าอุ้มฟู่หนิวเอ๋อขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือเพื่อรับอากาศ หลังจากยืนอยู่ที่นั่นสักพัก ปลาตัวใหญ่ตัวนี้ก็ตกลงมาบนดาดฟ้า ดาดฟ้ามันลื่น จึงต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าที่ทุกคนจะช่วยกันจับมันมาได้”
หลี่เหล่าซื่อพูดพลางแสดงท่าทาง เขารู้สึกตื่นเต้นมากจนอดไม่ได้ที่จะพูดซ้ำอีกครั้ง "ข้ารีบกระโดดออกไปจับมันจนทำให้ท่านแม่ของข้าตกใจ แต่ฟู่หนิวเอ๋อค่อนข้างกล้าหาญมาก นางหัวเราะคิกคักตลอดเวลา ! ”
“ดีแล้ว เราจะได้เอามาทำกับข้าวอีกจานสำหรับมื้อเย็นนี้” เถาหงอิงก็มีความสุขเช่นกัน นางอยากจะบอกว่าลูกสาวของนางนั้นถือเป็นเด็กนำโชคของตระกูล แต่นางกลัวว่าคนบนเรือจะมาได้ยินเข้า
“เอาล่ะ พวกเจ้าก็ทำอาหารไป ส่วนข้าจะไปทำงานก่อน” หลี่เหล่าซื่อมีงานที่ต้องทำอยู่ เขาจึงหันหลังกลับและเดินออกไปทันที
เถาหงอิงขอให้หลี่เจียหวนฆ่าปลา จากนั้นก็ทำความสะอาดมัน นางใช่มีดเล่มบางอันเล็ก ๆ แล่เนื้อปลาออกจากก้างตรงกลาง
“พี่สะใภ้สาม ช่วยตอกไข่สองฟองแล้วผสมมาให้ข้าสองฟอง ข้าจะทำไข่ตุ๋นให้คุณหนูในภายหลัง” เถาหงอิงหันกลับไปและบอกจ้าวหยูหรู มือของนางก็ทำสิ่งตรงหน้าไม่หยุดเช่นกัน
จ้าวหยูหรูทำตามคำขอ และรีบไปเอาไข่มาตอกทันที
ในห้องโดยสาร แม่เฒ่าหลี่อุ้มหลี่เจียอินกำลังพูดคุยอยู่กับซุนฮูหยินเพื่อคลายความเบื่อหน่าย
คุณหนูซุนก็ถูกแม่นมอุ้มไว้และนั่งข้างแม่เฒ่าหลี่ นางมองดูหลี่เจียอินที่อ้วนท้วมด้วยดวงตาสีดำคู่โตของนาง และนางก็พูดออกมาสองสามคำเป็นครั้งคราว ราวกับว่านางกำลังคุยกับหลี่เจียอิน
หลี่เจียอินเองก็ยังชอบเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีผิวขาวอมสีชมพู ดูน่ารักคนนี้มาก ดังนั้นนางจึงหยอกล้อกับนางด้วยด้วยการพ่นน้ำลายออกมา
“ดูสิ เจ้าตัวน้อยสองคนนี้คุยกันอย่างมีชีวิตชีวา” ซุนฮูหยินให้ความสนใจกับเด็กอยู่เสมอ และนางก็มีความสุขมากเมื่อได้เห็นฉากที่อบอุ่นเช่นนี้
แม่เฒ่าหลี่เองก็หัวเราะออกมาและถอนหายใจ พลางคิดในใจว่าหลานสาวของนางฉลาดมาก นางมักจะดึงดูดความสนใจจากทุกที่ที่นางไป
“ฮูหยิน อาหารเย็นพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร เมื่อแม่เฒ่าหลี่เห็นเช่นนั้น นางก็รีบอุ้มหลี่เจียอินแล้วรีบเดินออกมา
“เย็นนี้เจ้าทำอาหารอะไร” ซุนฮูหยินหยอกล้อลูกสาวของนางพรางถามสาวใช้ไปด้วยโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
“ฮูหยิน มีหมูย่างน้ำผึ้ง ซุปลูกชิ้นปลา กะหล่ำปลีผัดกระเทียม ข้ายังทำไข่ตุ๋นมาให้คุณหนูอีกด้วย” สาวใช้ตอบอย่างร่าเริง พวกเขากินข้าวเหมือนกับนายของตัวเอง อะไรที่นายกินเหลือ พวกเขาก็จะได้กินสิ่งนั้น อาหารวันนี้น่าทานมาก แน่นอนว่ารสชาติก็ดีด้วย
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ซุนฮูหยินก็รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ อาหารทั้งสามจานนี้เป็นอาหารจากบ้านเกิดของนางทั้งหมด
“ใครเป็นคนทำอาหารในวันนี้”
สาวใช้คิดว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงไม่กล้าปิดบัง นางจึงรีบตอบไปว่า "ฮูหยิน ลูกสะใภ้คนที่สี่ของตระกูลหลี่เป็นคนทำทั้งหมดเจ้าค่ะ ผู้จัดการเห็นว่ามันอร่อยดีจึงให้ข้ายกมาให้กับฮูหยินได้ลองทานดูเจ่าค่ะ..."
ซุนฮูหยินไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากได้ยินเช่นนี้ นางหยิบหมูย่างน้ำผึ้งชิ้นหนึ่งด้วยตะเกียบ และแทบรอไม่ไหวที่จะเอามันเข้าปาก
ซอสหวานเค็มเคลือบชิ้นหมูที่ย่างได้ที่ ทำให้ซุนฮูหยินต้องหรี่ตาลงขณะที่รับประทานมันเข้าไป
“อ๊ะ! หม่ำ ๆ ! ” คุณหนูซุนขยับตัวเข้ามาดมกลิ่นหอมของอาหารและตบโต๊ะด้วยมือเล็ก ๆ ของนาง
ซุนฮูหยินจำได้ว่าเถาหงอิงก็ได้ทำไข่ตุ๋นไว้ให้ลูกสาวของนางด้วย และจึงรีบโบกมือให้สาวใช้นำไข่ตุ๋นมา
ไข่ตุ๋นสีทองเสิร์ฟในชามเคลือบสีขาวสลับสีน้ำเงิน โดยมีหยดซีอิ๊วสองสามหยดบนผิวชาม ไข่ที่นุ่มเด้ง ทำให้อยากจะตักเข้าปากจนทนไม่ไหว...
หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งแม่และลูกสาวก็พึงพอใจกับอาหารมื้อนี้เป็นอย่างมาก
สาวใช้มองดูจานอาหารที่ว่างเปล่าแล้วพูดติดตลกว่า “ฮูหยินกับคุณหนูโชคดีมากที่รับคนตระกูลหลี่ขึ้นมาบนเรือด้วย ตอนนี้ไม่ต่างกับว่าเราพบสมบัติที่ล้ำค่าเลย”
“ต่อไปนี้ข้าและคุณหนูของเจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารอีกต่อไป”
“ก็จริงที่เราโชคดี แต่ถึงอย่างไร เราก็ต้องตอบแทนคนตระกูลหลี่ด้วย” ซุนฮูหยินดื่มชาและบ้วนปากแล้วสั่งออกมาว่า “เอาเงินให้สะใภ้หลี่สองตำลึง นางจะได้ทำอาหารเยอะกว่านี้ แล้วขอให้นางทำอาหารให้ข้ากับคุณหนูในอนาคต”
“เจ้าค่ะฮูหยิน” สาวใช้รับเงินไปอย่างมีความสุข
ในตอนนี้คนตระกูลหลี่กำลังกินโจ๊กข้าวฟ่างและแป้งจี่ และปลาที่เหลือตุ๋นกับเต้าหู้ทั้งครอบครัวก็รวมตัวกันและกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลี่เจียอินนอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่นาง กำลังดื่มนมแพะ เมื่อเห็นแม่ของนางมองไปที่ประตูเป็นครั้งคราว นางจึงรู้สึกสงสัยในใจ
โชคดีที่สาวใช้เอาเงินมาให้ ทำให้ทั้งครอบครัวเห็นว่าเถาหงอิงได้งานนี้ เพราะทักษะการทำอาหารของนาง
“สะใภ้สี่ เจ้านั้นมีทักษะมาก ! ”
“ฝีมือการทำอาหารของหงอิงนั้นดีมาก นางไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม”
ทุกคนต่างก็กล่าวชื่นชมยินดีออกมา แต่อู๋ฉุยฮวาเม้มริมฝีปากของนาง และใช้โอกาสนี้กินปลาในชามจนหมด
หลี่เจียอินภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของแม่นางมาก และกระดิกตัวอย่างมีความสุข แต่เมื่อนางเห็นอู๋ฉุยฮวาทำเช่นนี้ นางจึงจ้องมองไปที่อู๋ฉุยฮวา น่าเสียดายที่เปลือกตาของนางไม่สามารถห้ามนางไว้ได้ นางจึงอยากจะกลิ้งตัวออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้...
หลังจากนั้นไม่นาน ตระกูลหลี่ก็ได้รับความโปรดปรานจากฮูหยิน และเถาหงอิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นแม่ครัวประจำตัวของฮูหยินและคุณหนู ซึ่งไม่นานเรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเรือ
ส่งผลให้ผู้คนบนเรือตั้งแต่ผู้จัดการไปจนถึงคนรับใช้และสาวใช้ พวกเขาล้วนสุภาพต่อตระกูลหลี่มากขึ้น
ผู้จัดการหวังยังได้เปลี่ยนห้องนอนให้กับตระกูลหลี่เป็นพิเศษ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในห้องใต้ดินที่มืดและชื้นอีกต่อไป แต่ได้ย้ายมาอยู่ห้องบนชั้นสองที่มีหน้าต่างจำนวนสี่ห้อง ซึ่งกว้างขวางกว่าเดิมมาก
แม่เฒ่าหลี่ตบหลานสาวตัวน้อยของนางให้หลับ นางอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อนึกถึงปลาตะเพียนตัวใหญ่ที่จู่ ๆ ก็ตกลงมาบนดาดฟ้าเรือ และดูเหมือนมันจะกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของหลานสาวตัวน้อยของนางอีกด้วย
“ฟู่หนิวเอ๋อ ย่าพูดไม่ได้ แต่ย่าก็รู้ ต้องขอบใจเจ้ามากที่ทำให้ครอบครัวของเราอยู่รอดได้ ตราบใดที่ย่าของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ย่าจะไม่ให้ใครในตระกูลมาทำร้ายเจ้าเป็นอันขาด หากว่าใครริอาจมาทำร้ายเจ้า พวกมันคือหมาป่าตาขาวที่เนรคุณ ! ”
หลี่เจียอินง่วงนอนมากจนไม่สามารถลืมตาได้ นางทำได้เพียงยิ้ม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อคำสัญญาของหญิงชรา
หลี่เจียซีและหลี่เจียอันวิ่งเข้ามาจากด้านนอก ตะโกนเสียงดังว่า "ท่านย่า ข้าขอจับตัวน้องสาวของข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าสองคนกำลังจะตาม เราต้องตามกะลาสีเรือไปทอดแหที่ท้ายเรือเพื่อจับปลา ! "
แม่เฒ่าหลี่ยื่นมือออกมาเอากำปั้นทุบหัว "ไปจากที่นี่ อย่ามาซนแถวนี้ น้องสาวของเจ้าเพิ่งหลับไป"
หลี่เจียซีและหลี่เจียอันเอามือกุมหัวแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และในพริบตาพวกเขาก็ไม่เห็นแผ่นหลังของพวกเขา แต่ไม่มีใครเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของแม่เฒ่าหลี่เลย
เป็นเรื่องดีที่คนในครอบครัวยังมีชีวิตอยู่พร้อมหน้า !