ผู้ช่วยให้รอดชีวิตตัวน้อย
บทที่ 12 ผู้ช่วยให้รอดชีวิตตัวน้อย
มือของนางตบหลานสาวตัวน้อยของนางเบา ๆ ตอนนี้นางรู้สึกสบายใจเป็นอย่างยิ่ง
ชั่วพริบตาเดียว ครอบครัวหลี่ก็อยู่บนเรือมาเจ็ดถึงแปดวันแล้ว พวกเขาแต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่เคยเกียจคร้านหรือเกี่ยงงานเลย แต่ละคนทำตัวดีมาตลอด
ภารกิจของหลี่เจียอินคือการเล่นกับคุณหนูซุนทุกวัน เด็กหญิงวัยเจ็ดเดือนยังไม่สามารถพูดได้ นางแค่พูดพึมพำ ส่วนหลี่เจียอินก็พ่นน้ำลายออกมาเล็กน้อยเป็นครั้งคราว และกระดิกตัวไปมาอยู่ในผ้า ซึ่งทำให้ซุนฮูหยินมีความสุขมากที่คุณหนูซุนยิ้มได้
ในวันนี้ ซุนฮูหยินได้เห็นหมวกใบเล็กที่จ้าวหยูหรูเย็บให้หลี่เจียอิน ซึ่งมีลวดลายคล้ายกับลวดลายการปักเย็บที่บ้านเกิดของนางมาก ทันใดนั้นนางก็เริ่มสนใจ และเอาเด็กน้อยสองคนไปในห้องด้านในพร้อมกับแม่นมให้คอยดูแลพวกเขา จากนั้นนางก็พาแม่เฒ่าหลี่ออกไปข้างนอกเพื่อดูหนังสือที่นางได้เก็บรวบรวมไว้
ส่งผลให้แม่นมเริ่มหาวออกมาทันทีที่ซุนฮูหยินจากไป เนื่องจากเมื่อคืนเรือสั่นมากจนนางแทบไม่ได้หลับทั้งคืน และตอนนี้นางก็ง่วงนอนมากแล้ว
แม่นมที่ขี้เกียจและง่วงนอนมากจึงเอาเด็กหญิงไปวางไว้บนเปลที่มีรั้วกั้น ซึ่งนางก็ปล่อยหลี่เจียอินนอนอยู่บนเตียง เอาผ้าอ้อมพันตัวไว้ทำให้นางพลิกตัวไปไหนไม่ได้
หลี่เจียอินทำได้เพียงหันศีรษะของนางไปมองคุณหนูซุนผ่านช่องว่างของราวเปล เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นอนอยู่บนเปล เล่นนิ้วอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นจึงพลิกตัวและลุกขึ้นนั่ง
หลี่เจียอินกลัวว่านางจะล้ม นางจึงส่งเสียงออกมาสองสามครั้ง พยายามบอกให้คุณหนูซุนนอนลง
แต่เมื่อคุณหนูซุนได้ยินเสียงดังกล่าว นางก็ยืนขึ้นจับราวไว้ จากนั้นนางก็ถูกจานขนมบนโต๊ะที่อยู่นอกรั้วดึงดูดความสนใจ
มันคือเค้กวอลนัทสีน้ำตาลจานหนึ่ง แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเด็ก และมีกลิ่นหอมและน่าดึงดูดมาก เด็กคนนั้นอยากรู้อยากเห็น คุณหนูซุนจึงลืมหลี่เจียอินไป เด็กหญิงยื่นแขนสั้น ๆ ของนางออกไป พยายามจะหยิบเค้กวอลนัทมากิน
ในขณะนี้แม่นมก็ได้ผล็อยหลับไปโดยเอนกายลงบนเตียง
เจียอินกังวลเล็กน้อย แต่ก่อนที่นางจะนึกถึงวิธีปลุกแม่นมให้ตื่น คุณหนูซุนก็คว้าเค้กวอลนัทมาได้ชิ้นหนึ่งและเอายัดเข้าปากนางทันที !
“เอ่อ...” เค้กวอลนัทนั้นแห้งมาก และมันก็ยัดเต็มปากเล็ก ๆ ของคุณหนูซุน ทว่าเด็กน้อยก็ไม่สามารถคายมันออกมาได้ ตอนที่นางกำลังจะร้องไห้ นางก็ดูดเศษเค้กเข้าไปในหลอดลม และไม่นานนางก็หายใจไม่ออก จนหน้าแดงก่ำ
หลี่เจียอินต้องการกระโดดขึ้นไปเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้นางเป็นเพียงเด็กทารกที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นางจึงทำได้เพียงร้องออกมาเสียงดังจนสุดปอด !
"อุแว้อุแว้ อุแว้ ! "
“เป็นอย่างไรบ้าง ฟู่หนิวเอ๋อ ย่าอยู่ที่นี่แล้ว ย่าอยู่ที่นี่แล้ว ! ” แม่เฒ่าหลี่วิ่งเข้ามาก่อน ตามมาด้วยซุนฮูหยิน เดิมทีนางกังวลว่าลูกสาวของนางจะตกใจเสียงร้องไห้นี้ แต่พอเข้ามา ก็เห็นว่าใบหน้าของเด็กน้อยตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วง
“แม่นม ! ” ซุนฮูหยินตกใจมากจนมือเท้าของนางอ่อนแรง อย่างไรก็ตาม แม่เฒ่าหลี่ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กก็รีบไปหยิบเค้กวอลนัทออกมาจากปาก อุ้มเด็กหญิงมาวางบนแขนแล้วตบเบา ๆ จนสำลักเศษเค้กออกมา
คุณหนูซุนร้องไห้และไอออกมา จนในที่สุดก็สำลักเศษเค้กวอลนัทออกมาจนหมด
แม่นมที่สะดุ้งตื่นมาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็หวาดกลัวราวกับนกกระทา ไปซุกตัวอยู่ที่มุมปลายเตียงตัวสั่น
ซุนฮูหยินกอดลูกสาวไว้แน่น เมื่อฟังเสียงร้องไห้ของลูกสาว ในที่สุดนางก็กลับมาได้สติ ความโกรธทั้งหมดพุ่งไปที่แม่นม "ทำไมเจ้าถึงไม่ดูแลเด็ก ๆ ! "
แม่นมรีบร้องขอความเมตตาออกมาทันที “ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะฮูหยิน ข้าง่วงมาก เลยอยากงีบหลับสักพัก แต่ไม่คิดว่าคุณหนูจะลุกขึ้นมากินขนม ! ”
“เจ้าตั้งใจจะตำหนิลูกของข้า ว่าไม่ใช่ความผิดของเจ้าอย่างนั้นหรือ” ซุนฮูหยินถามอย่างเฉียบขาด ใบหน้าของนางแดงก่ำ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวตนของนาง นางคงจะลงมือตบแม่นมไปแล้ว
แม่นมกดหน้าผากของนางแน่นกับพื้นและร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น “ไม่ ไม่เจ้าค่ะ ฮูหยิน ข้าผิดเอง คราวนี้ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าจะไม่ละเลยหน้าที่เช่นนี้อีกแล้ว...”
เมื่อเห็นว่านางร้องไห้อย่างน่าสมเพชจนตาบวมเป่ง แม่เฒ่าหลี่ที่เห็นเช่นนั้นก็ใจอ่อนลงมาทันที นางจึงพูดกับฮูหยินว่า "ฮูหยิน ข้าเห็นว่าแม่นมนั้นดูแลคุณหนูอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด ข้าได้ยินมาว่านางกังวลมากเพราะไม่มีน้ำนมให้คุณหนู นางเครียดจนเป็นร้อนใน ตอนนี้แผลในปากของนางก็ยังไม่หายดี”
“เมื่อข้าสังเกตตอนนี้ ก็เห็นรอยคล้ำใต้ตาของนางชัดเจน นางคงจะนอนไม่หลับจริง ๆ ในตอนกลางคืน และคงง่วงนอนมาก จนทำผิดพลาดครั้งใหญ่เช่นนี้”
ซุนฮูหยินเหลือบมองแม่นมอีกครั้ง จากนั้นสีหน้าของนางอ่อนลงเล็กน้อย
แม่เฒ่าหลี่ตบหลี่เจียอินเบา ๆ เพื่อกล่อมให้นางหยุดร้องไห้ และพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่า “อีกอย่างตอนนี้เราก็อยู่นอกเมืองนะเจ้าคะ แม้ว่าฮูหยินจะโกรธนางมากและต้องการเปลี่ยนแม่นมคนใหม่ แต่ข้าเกรงว่าคงจะไม่มีใครเป็นที่น่าพอใจนะเจ้าคะ”
“นอกจากนี้แม่นมคนนี้ยังปฏิบัติต่อคุณหนูด้วยความรักใคร่ และนางก็รู้ด้วยว่านางทำผิดพลาดครั้งใหญ่ หากฮูหยินให้อภัยนางในครั้งนี้ นางจะจดจำความเมตตาของท่านและดูแลคุณหนูให้ดีขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
แม่นมรู้สึกขอบแม่เฒ่าหลี่เป็นอย่างยิ่ง และพยักหน้ารับอย่างเร่งรีบ
ซุนฮูหยินก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลเช่นกัน เมื่อเห็นว่าลูกสาวของนางยังดึงเชือกมุกที่ห้อยอยู่บนกระโปรงของนางมาเล่นได้ และเด็กน้อยก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก นางจึงพูดว่า "โชคดีที่ฟู่หนิวเอ๋ออยู่เคียงข้างนาง วันนี้ลูกสาวของข้าจึงไม่เป็นอะไรไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นบุญของนางที่เรามาช่วยไว้ทัน ไม่เช่นนั้น แม้แต่ร้อยชีวิตของเจ้าก็ไม่สามารถชดใช้ความผิดของเจ้าได้ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม่นมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่หลังจากนั้นซุนฮูหยินก็กล่าวออกมาอีกครั้งว่า "แต่ข้าจะปล่อยเรื่องนี้ไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ข้าจะหักเงินเดือนของเจ้าในเดือนนี้เพื่อให้เจ้าจดจำมันไปให้นานที่สุด”
“เจ้าค่ะ ข้าต้องขอบคุณฮูหยินเป็นอย่างมากที่ให้อภัยข้าในครั้งนี้ ข้าจะพยายามดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดและจะไม่ทำผิดพลาดเหมือนวันนี้อีก ข้าขอสัญญา” การที่แม่นมไม่ได้ถูกขายต่อหรือถูกทำโทษถือเป็นความเมตตาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการหักเงินเดือนแค่เดือนเดียวเลย แม้จะโดยหักไปอีกสามเดือน นางก็ไม่ถือสาอะไร
“ลุกขึ้น” ซุนฮูหยินยังคงมีความโกรธเหลืออยู่ในใจ และไม่แม้แต่จะมองไปที่นางหลังจากพูดอย่างนั้น
แม่นมลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเหลือบมองไปที่แม่เฒ่าหลี่อย่างขอบคุณ
“ป้าหลี่ วันนี้ข้าต้องขอบใจฟู่หนิวเอ๋อจริง ๆ หากไม่มีนาง ข้าคงจะต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตเป็นแน่...” ซุนฮูหยินมองไปที่หลี่เจียอินที่นอนอยู่ในอ้อมเขนแม่เฒ่าหลี่อย่างเชื่อฟังเงียบสงบ ด้วยความซาบซึ้งในดวงตาของนาง
แม่เฒ่าหลี่โบกมืออย่างรวดเร็ว “ฮูหยิน เด็กทารกมักจะร้องไห้และมันก็เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ เป็นบุญของคุณหนูซุนต่างหาก ที่เราเข้ามาช่วยเหลือนางจากอันตรายไว้ได้ทัน ”
ซุนฮูหยินมีความสุขที่ได้ยินเช่นนี้ และสั่งสาวใช้ออกไปเสียงดังว่า "เปิดกล่องผ้าปักชั้นดีที่ข้านำมาจากบ้านเอามาทำชุดสวย ๆ ให้กับฟู่หนิวเอ๋อแทนข้าด้วย"
เมื่อแม่เฒ่าหลี่ได้ยินเช่นนั้น นางก็รีบโบกมือ “ฮูหยิน อย่าทำแบบนี้เลยนะเจ้าคะ อย่าทำแบบนี้เลย ! เด็กจากครอบครัวที่ยากจนอย่างพวกเรา จะเอาผ้าไหมซาตินมาทำเสื้อผ้าให้ใส่ได้อย่างไร ? ”
ซุนฮูหยินหยุดครู่หนึ่งแล้วได้สติกลับมา นางแค่อยากจะให้สิ่งดี ๆ แก่ฟู่หนิวเอ๋อ แต่นางลืมคิดไปว่าฟู่หนิวเอ๋อจะต้องการสิ่งเหล่านั้นหรือไม่
ถ้าข้าไม่ให้ผ้าไหมซาติกับนาง แล้วข้าจะให้อะไรได้อีก ? ซุนฮูหยินคิดกับตัวเอง
แม่นมมองไปที่หลี่เจียอินที่อ้วนท้วมตรงหน้าของนาง นางก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา จากนั้นนางก็ได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ฮูหยินเจ้าคะ หากว่าสาวน้อยไม่สามารถสวมใส่ผ้าไหมซาตินได้ เช่นนั้นก็เอาเสื้อผ้าเก่าผืนที่ไม่สะดุดตานักของคุณหนูที่ไม่ได้ใส่แล้ว มาให้สาวน้อยก็ได้นะเจ้าคะ”
“อีกอย่าง เมื่อวานนี้คนรับใช้ของข้าก็มาบอกว่าแขนเสื้อของสะใภ้หลี่แต่ละคนนั้นขาดวิ่นกันหมดแล้ว”
สิ่งนี้ทำให้ซุนฮูหยินเห็นด้วยทันที นางพยักหน้า และกล่าวชมเชยออกมาทันทีว่า "ใช่ เป็นความคิดที่ดี ไปค้นเสื้อผ้าเก่าของคุณหนูในกล่องมาสิ ! "
แม่เฒ่าหลี่ยังคงต้องการปฏิเสธ แต่หลี่เจียอินก็ได้ยื่นมือเล็ก ๆ ของนางออกมาแล้วดึงกระโปรงของนาง "อ๊ะ..."
แม่เฒ่าหลี่คิดว่าหลานสาวของนางหิวหรืออยากฉี่ ทันทีที่นางก้มศีรษะลงเพื่อตรวจสอบ แม่นมก็ได้เดินออกไป
ซุนฮูหยินยังหยิบธนบัติและเหรียญออกมาสองสามเหรียญจากกล่องเล็ก ๆ ข้างเตียงด้วย
“ป้าหลี่ เอาเงินนี้เก็บไว้ ยิ่งเจ้ามีเงินมากก็จะง่ายต่อการตามหาญาติของเจ้าในอนาคต”
“ส่วนตั๋วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงนี้ เจ้าต้องเก็บมันไว้อย่างดี ข้าตั้งใจจะมอบให้ฟู่หนิวเอ๋อ เก็บไว้เป็นสินเดิมตอนที่นางแต่งงานในอนาคต”
“ส่วนสิบตำลึงนี้ ข้าเอาให้เจ้าไว้ใช้จ่ายในยามที่จำเป็น”