ความลับอันน่าทึ่งในเรือล่องส่วนตัว

“ท่านคงลำบากมาไม่น้อย ข้าไม่คิดว่าคนพวกนั้นจะขังท่านไว้ในคุกใต้ดินเมืองหยู” มู่เสี่ยวหยุนเอ่ยด้วยความเห็นใจ

“เจ้าเป็นคนข้างหมอนของหลิวชิงซานแต่บอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องนี้? คิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไร”เจียงซานเจียกล่าวเยาะเสียงเย็นชา

ทุกคนในยุทธภพต่างรู้ดีว่ามู่เสี่ยวหยุนคือฮูหยินของหลิวชิงซานและตระกูลมู่กับพรรคเฉาก็จับมือเป็นพันธมิตรกันมาช้านาน พวกเขาแบ่งปันทั้งความรุ่งโรจน์และความสูญเสียมาร่วมกันเสมอ

พรรคเฉาคุมขังเขาไว้ในคุกใต้ดินเมืองหยู แล้วฮูหยินของประมุขพรรคจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?

“ข้าไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ” มู่เสี่ยงหยุนก้มศีรษะขออภัยอย่างจริงใจพลางกล่าว “ดูเหมือนท่านจะเข้าใจผิดข้าหลายเรื่องทีเดียว อันที่จริงข้าวางมือจากพรรคเฉามาหลายปีแล้ว ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่รู้ความเป็นไปของพรรคเฉามาสิบปีแล้ว เรื่องของท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าจริงๆ”

เจียงซานเจียไม่เชื่อในคำพูดของอสรพิษตรงหน้าเขาโดยกล่าวเพียงว่า “ถ้าเจ้านัดข้ามาเพียงแค่อยากชี้แจงเรื่องนี้เอาเป็นว่าข้ารับรู้แล้ว ถ้าเจ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม ข้าขอตัวก่อน” พูดจบเจียงซานเจียก็ผุดลุกขึ้นเพื่อออกไป

“พี่ซานเจียทำไมท่านถึงรีบเพียงนั้น”มู่เสี่ยวหยุนเลิกคิ้ว “ข้ายังพูดธุระไม่ทันจบด้วยซ้ำอีกอย่างแค่ชื่อของข้า ‘มู่เสี่ยวหยุน’ไม่เพียงพอที่จะทำให้ท่านนั่งดื่มชากับข้าได้เลยหรือ”

เจียงซานเจียชะงักไปชั่วครู่และด้วยความสัมพันธ์ในอดีตที่เขาเคยเอ็นดูนางมาไม่น้อย ในที่สุดเขาก็นั่งลงอีกครั้ง

มู่เสี่ยวหยุนยิ้มและพูดต่อ “เจียงซานเจีย ท่านเป็นคนมั่นคงในรักแต่พี่สาวของข้า...”

เจียงซานเจียเลิกคิ้วโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ “ทำไมเจ้าถึงนัดข้ามาวันนี้ พูดธุระของเจ้ามาดีกว่าไม่ต้องอ้อมค้อมไปมา”

รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นบนใบหน้าของมู่เสี่ยงหยุน “ ข้าอยากให้ท่านใช้‘กลไกสวรรค์ของหุบเขาปีศาจ’ตามหาใครบางคนให้ข้า”

“ใคร”

“หลิวชิงซาน”

เรือลำเล็กเงียบสงัดในทันที ดวงตาของเจียงซานเจียเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกไป

หลิวชิงซานจะเป็นใครได้ เขาคือประมุขพรรคเฉาคนปัจจุบัน! มู่เสี่ยวหยุนคือฮูหยินของเขาแต่ยังจะให้เจียงซานเจียที่เป็นคนนอกตามหาตัวให้อีกนะรึ?

“ใช่แล้ว ข้าต้องการให้ท่านตามหาหลิวชิงซานให้ข้า” มู่เสี่ยวหยุนหรี่ตาและพูดชัดถ้อยชัดคำ “อันที่จริงประมุขพรรคเฉาคนปัจจุบันไม่ใช่หลิวชิงซาน”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ท่าทางของเจียงซานเจียจริงจังขึ้น เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หากประมุขพรรคเฉาคนปัจจุบันไม่ใช่หลิวชิงซานแล้วจะเป็นใครได้?

มู่เสี่ยวหยุนถอนหายใจ “ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่ข้ามั่นใจว่าหลิวชิงซานคนนี้ไม่ใช่หลิวชิงซานคนเดิม ข้านอนเตียงเดียวกับผู้ชายผู้หนึ่งมาหลายสิบปีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม”

นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “หลายปีก่อนข้าเริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ลักษณะท่าทาง กิริยาการพูดและการใช้ชีวิตประจำวัน ดูเผินๆอาจจะเหมือนกันแต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว”

ความสัมพันธ์ของสามีและภรรยาก็เปรียบดั่งมือซ้ายและมือขวา ความคุ้นเคยของผู้หญิงที่มีต่อผู้ชายไม่ใช่สิ่งที่มองข้ามไปได้ง่ายๆ

เจียงซานเจียถามเสียงเครียด “เจ้ากำลังจะบอกว่ามีคนอื่นสวมรอยเป็นหลิวชิงซานงั้นรึ?”

มู่เสี่ยวหยุนพยักหน้า “เป็นอย่างที่ท่านว่า”

“จะเป็นไปได้อย่างไร?” เจียงซานเจียส่ายศีรษะ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าพรรคเฉาเป็นพรรคที่แข็งแกร่งมาก เกือบจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งของยุทธภพด้วยซ้ำแต่ประมุขพรรคของพวกเขากลับถูกสวมรอยอย่างนั้นหรือ? มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร?ใครกันที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้?

มันเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการเกินไป ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้

เจียงซานเจียลุกขึ้นและส่ายหัวว่าตนไม่เชื่ออีกครั้ง“ข้าว่าเจ้าคิดมากไปเอง ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ได้หรอก”

“ข้ามีหลักฐาน”

มู่เสี่ยวหยุนหยิบเหรียญโบราณออกมาจากเอวของตน “คนอื่นอาจไม่รู้คุณสมบัติของมันแต่ถ้าเป็นท่าน เจียงซานเจีย ท่านย่อมรู้ดี”

“ใช่ข้ารู้” เจียงซานเจียเหลือบมองเหรียญโบราณ ในใจของเขารู้สึกปั่นป่วน

“ท่านรู้ดีว่าหลิวชิงซานเป็นคนเช่นไร แต่หลิวชิงซานคนนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับเหรียญนี่”

“เจ้าเห็นกับตาตัวเอง?”

“ใช่”

เจียงซานเจียตกใจมาก หากสิ่งที่มู่เสี่ยวหยุนพูดเป็นเรื่องจริง มันก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก

ประมุขพรรคเฉาในตอนนี้เป็นตัวปลอม! หลิวชิงซานผู้ที่สามารถคว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดินในตอนนี้ได้กลับเป็นใครก็ไม่รู้ คนผู้นี้คือตัวปลอม

เจียงซานเจียลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้น “ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริง ไม่แน่ว่าหลิวชิงซานตัวจริงอาจจะประสบชะตากรรมที่น่าเศร้าไปแล้ว..”

“ไม่หรอก ตราบใดที่พวกเขายังไม่พบ‘สิ่งนั้น’หลิวชิงซานย่อมไม่ตาย”

“แล้วเจ้ามี‘สิ่งนั้น’หรือไม่”

“ไม่ แต่ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

เจียงซานเจียรู้ดีว่า‘สิ่งนั้น’ที่มู่เสี่ยวหยุนพูดถึงคืออะไร เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจกระโดดเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้อย่างช่วยไม่ได้ “ตอนนี้ข้าบาดเจ็บสาหัส พลังชีวิตก็เหลือน้อยเต็มที หากข้าใช้กลไกสวรรค์ของหุบเขาปีศาจ ข้าต้องตายเป็นแน่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่เสี่ยวหยุนจึงได้แต่ถอนหายใจ “ข้ารอจนกว่าอาการบาดเจ็บของท่านจะดีขึ้นได้ ตอนนี้ข้าสามารถดูแลท่านได้ ถึงอย่างไรท่านอยู่คนเดียวก็ไม่ปลอดภัย”

เจียงซานเจียไม่ได้พูดอะไรอีก ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและการได้รับความคุ้มครองจากมู่เสี่ยวหยุนก็นับเป็นเรื่องดี อีกทั้งเขายังมีหนี้แค้นที่ต้องชำระกับพรรคเฉา หากสิ่งที่มู่เสี่ยวหยุนพูดเป็นเรื่องจริงการตามหาหลิวชิงซานตัวจริงพบก็นับว่าเป็นผลดีกับเขาเช่นกัน

“เจียงซานเจีย ข้าคิดว่านี่เป็นโอกาสดีของเจ้า” เสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้นมาจากหัวเรือ

เจียงซานเจียชะงักก่อนจะตะโกนดังลั่น “นั่นใคร ออกมาเดี๋ยวนี้!”

“ใคร!” มู่เสี่ยวหยุนหรี่ตา มือของนางแตะไปที่อาวุธใต้กระโปรง

เป็นใครกัน? ใครที่สามารถแอบขึ้นมาบนเรือโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว?

“ว่าไงเจียงซานเจีย เจอกันอีกแล้วนะ สภาพของเจ้าดูดีขึ้นนี่” อันจิงเดินเข้าไปด้านในเรือช้าๆด้วยเสื้อผ้าชุดคลุมสีดำและผ้าคลุมหน้า

“ท่าน!”

“เจ้า!”

ทั้งเจียงซานเจียและมู่เสี่ยวหยุนประสานเสียงกันเมื่อเห็นผู้มาใหม่ จากนั้นก็หันมามองหน้ากัน

“ท่านรู้จักเขารึ?” มู่เสี่ยวหยุนถามด้วยความอยากรู้

“เขาคือพี่โจวที่ช่วยข้าออกมาจากคุกใต้ดิน” เจียงซานเจียพูดพลางหายใจเข้าลึกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นเขาก็อดขนลุกขึ้นมาไม่ได้

“อะไรนะ!?” มู่เสี่ยวหยุนหันกลับมามองคนที่มาหยุดยืนตรงหน้าพวกเขา หัวใจของนางกำลังสั่นเทา

เหตุการณ์ที่ว่าพียงดาบเดียวก็สามารถถล่มคุกใต้ดินเมืองหยูเสียราบคาบทั้งยังสังหารเฉาอันหมินและหลิวฮ่าวผิงให้ตายตกในซากปรักหักพัง ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วยุทธภพ ผู้คนต่างคาดเดาว่านักดาบลึกลับผู้นี้มีฝีมือที่ยากจะหาคนเทียบได้และตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้านางแล้ว

อันจิงมองไปยังสองคนบนเรือ จากคำแนะนำของระบบ โอกาสที่เขาจะได้รับโชคชะตาสีเขียวอยู่บนตัวของผู้หญิงคนนี้

หญิงนางนี้เป็นภรรยาของหลิวชิงซาน นางมีโอกาสที่จะทำให้เขาได้รับโชคชะตาสีเขียวมาครองจริงๆนะรึ? อันจิงแปลกใจไม่น้อย

“ท่านมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่” เจียงซานเจียถามเสียงเครียด

“ตั้งแต่หลิวชิงซานเป็นตัวปลอม” อันจิงยิ้มบาง

“แสดงว่าพี่โจวได้ยินทุกอย่างแล้ว” มู่เสี่ยวหยุนยิ้มหวาน

อย่างที่โบราณกล่าวว่าศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา นักดาบลึกลับผู้นี้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ หากพวกเขาสามารถดึงอีกฝ่ายมาเป็นพวกได้ย่อมส่งผลดีต่อพวกเขาทั้งสอง

“ข้าได้ยินทุกอย่างที่สมควรจะได้ยิน”อันจิงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

“เช่นนั้นท่านคงทราบแล้วว่าประมุขพรรคเฉาคนนี้เป็นตัวปลอม?”

“ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงก็ย่อมตามนั้น”

“ท่านยินดีจะช่วยข้าตามหาสามีผู้เป็นประมุขพรรคเฉาตัวจริงหรือไม่ หากท่านยินดีช่วย ข้าจะถือว่าข้าติดหนี้บุญคุณท่านอย่างใหญ่หลวง” มู่เสี่ยวหยุนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตากับอันจิง “พี่โจวท่านทำให้ประมุขพรรคเฉาตัวปลอมขุ่นเคืองแล้ว ถือว่าเรามีศัตรูคนเดียวกัน..”

“ไม่ต้องหลอกข้าให้เสียเวลาหรอก เป้าหมายสำคัญของประมุขพรรคเฉาคนนี้ย่อมไม่ใช่ข้า” อันจิงเอ่ยขัดจังหวะมู่เสี่ยวหยุนขึ้น “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าหลิวชิงซานผู้นี้เป็นตัวปลอม เป้าหมายหลักของพวกเขาก็ย่อมเป็นเจ้าและเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาก็คือสิ่งที่อยู่กับหลิวชิงซานตัวจริง”

แน่นอนว่าเมื่อครู่เขาได้ยินทุกอย่างและพอจะคาดเดาเรื่องต่างๆได้ หากสิ่งที่มู่เสี่ยวหยุนพูดเป็นเรื่องจริง การที่หลิวชิงซานตัวปลอมยังปล่อยให้หลิวชิงซานตัวจริงมีชีวิตอยู่ก็เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของเขา

ส่วนจุดประสงค์ของมู่เสี่ยวหยุนก็แสนเรียบง่าย นางเพียงอยากช่วยชีวิตหลิวชิงซานและเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของหลิวชิงซานตัวปลอมพร้อมทั้งทวงพรรคเฉากลับคืนมา

มู่เสี่ยวหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ใช่ ท่านพูดถูกแต่ท่านควรรู้ว่าหลิวฮ่าวผิงเป็นบุตรบุญธรรมของหลิวชิงซานผู้นี้ไม่ใช่สามีของข้า เขาที่รักใคร่เอ็นดูหลิวฮ่าวผิงเช่นนั้นย่อมหาทางแก้แค้นท่านเป็นแน่”

สถานะของหลิวฮ่าวผิงในพรรคเฉาไม่ใช่ธรรมดาแม้จะเป็นเพียงหัวหน้าพรรคสาขาเท่านั้น

อันจิงหัวเราะหยัน “ใครจะรู้ตัวตนของข้า หากข้าซ่อนตัวอยู่เช่นนี้พรรคเฉาจะตามหาข้าเจองั้นรึ?”

“แล้วท่านคิดที่จะซ่อนตัวไปตลอดหรือไร?” มู่เสี่ยวหยุนเอ่ยถามเสียงแข็งขึ้น

พวกเขาต่างหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน การพูดคุยจึงดุเดือดขึ้น

“ไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อมแค่บอกมาว่าข้าจะได้ประโยชน์อะไรจากการยื่นมือช่วยเหลือเจ้าในครั้งนี้” อันจิงผายมือด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “แต่จำเอาไว้ ว่าทุกความช่วยเหลือของข้าย่อมมีราคาแพง เจียงซานเจียท่านก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี”

เขาต้องกลายมาเป็นศัตรูของพรรคเฉาก็เพราะเจียงซานเจียดังนั้นอีกฝ่ายจึงต้องตอบแทนเขาด้วยหินใบโพธิ์

“แพงแค่ไหน” มู่เสี่ยวหยุนค่อยๆขยับเข้าไปใกล้อันจิง นางแผ่แรงกดดันบางเบาออกมา

หมับ!

ความรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง เมื่อก้มมองก็พบว่าเป็นดาบของอีกฝ่ายที่จ่อตรงลำคอของนาง ท่าทางของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“แค่เสนอสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจได้ก็พอ”

ไอ้สารเลวเอ้ย! มู่เสี่ยวหยุนเข่นเขี้ยวอีกฝ่ายในใจแต่ก็แสร้งยิ้มบางๆส่งให้ “ตกลง เมื่อใดที่ข้าพบตัวสามี ข้าจะมอบรางวัลที่น่าพอใจให้กับท่าน”

“ดี แล้วข้าจะรอฟังข่าวจากเจ้า”

“ข้าจะนัดหมายท่านด้วยการแขวนโคมแดงไว้หน้าเรือลำนี้”

“ตกลง”

อันจิงพยักหน้าก่อนจะลดดาบลง เขาหันไปมองเจียงซานเจียที่ยังคงนิ่งเงียบ “อ้อ?..ข้าเกือบลืมจุดประสงค์ที่มาเยือนในครั้งนี้ไปเสียแล้ว เจียงซานเจียเจ้ามันคนปลิ้นปล้อนนัก กลิ่นไอสังหารใต้แม่น้ำนั่นรุนแรงยิ่งนัก แม้แต่ข้าเองก็เกือบไม่รอด”

หลังจากพูดจบ อันจิงก็เดินออกไปนอกเรือทันที

เจียงซานเจียตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขามาที่นี่ก็เพื่อตามหาเขาโดยเฉพาะอย่างนั้นรึ? หมายความว่าเขากำลังถูกอีกฝ่ายจับตามองอยู่ จากน้ำเสียงและประโยคเมื่อครู่แสดงว่าเขาเจอหินโบโพธิ์แล้ว

“พี่ซานเจีย คนผู้นี้ไว้ใจได้หรือไม่” หลังจากชายชุดดำหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว มู่เสี่ยวหยุนก็เอ่ยถามเสียงต่ำ

“เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ โลภมากและวรยุทธ์ของเขาก็ล้ำลึกเกินจะเข้าใจได้”

“เกินจะเข้าใจ?” มู่เสี่ยวหยุนขมวดคิ้วกับคำนิยามที่เจียงซานเจียมีให้กับอีกฝ่าย

ตอนก่อน

จบบทที่ ความลับอันน่าทึ่งในเรือล่องส่วนตัว

ตอนถัดไป