เหตุการณ์โกลาหลในเรือสังคีต

ยิ่งความมืดคืบคลานเท่าไหร่ แม่น้ำหยูก็ยิ่งพลุกพล่านมากขึ้นเรื่อยๆ มือปราบกลุ่มหนึ่งจากกองปราบเมืองหยูผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและนัดรวมตัวกันมายังย่านโคมแดง

“ข้าจะบ้าตายเพราะประกาศภาวะฉุกเฉินบ้าๆนี่แล้ว”

“ข้าก็ไม่ต่างจากเจ้า ออกติดประกาศทุกวันๆแบบนี้เหนื่อยยิ่งนัก”

“นักดาบลึกลับคนนั้นคงหนีออกจากมณฑลเจียงหนานไปนานแล้ว ความพยายามของพวกเราคงสูญเปล่ามากกว่า”

“นั่นสิ”

หานเหวินซินมองเพื่อนมือปราบที่ยังคงบ่นถึงการทำงานไม่หยุด “พอๆ เรามาที่นี่เพื่อสนุกกัน อย่าเอาเรื่องรำคาญใจพวกนั้นมาทำให้บรรยากาศเสียเลย”

“พี่หานพูดถูก คืนนี้เราก็มาสนุกกันเถอะ” ผู้คุมฉินพยักหน้าเห็นด้วยกับหานเหวินซิน

กลุ่มมือปราบกลุ่มนี้ขึ้นเรือสังคีตอย่างคุ้นเคย พวกเขาคือลูกค้าประจำจึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่นานเสียงกระทบกันของจอกเหล้าและเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานก็ดังขึ้นไม่หยุด

ผ่านไปครู่ใหญ่หานเหวินซินก็แยกตัวออกมาพร้อมกับสาวงามนางหนึ่ง

“เสี่ยวหวน คืนนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าดูว่าข้าแข็งแรงเพียงใด”หานเหวินซินกล่าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้าและความตื่นเต้น ด้วยยาบำรุงของอันจิงทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถจัดการเผด็จศึกได้ถึงสิบคนในคืนเดียว

“ถึงท่านไม่พูดข้าก็รู้ว่าท่านแข็งแรงเพียงใดเจ้าคะ” เสี่ยวหวนหัวเราะอย่างมีจริตก่อนจะเชยคางหานเหวินซินอย่างยั่วยวน

“ลืมแขกคนก่อนๆของเจ้าไปได้เลยเพราะข้านี่ล่ะยอดชายแห่งเมืองหยู” หานเหวินซินหัวเราะอย่างภูมิใจแล้วถอยกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังเรือพร้อมกับหญิงงามนางนั้น ก่อนจะเข้าไปในห้องเขาก็แอบดื่มยำบำรุงของอันจิงจนหมดขวด

“ช้าลงหน่อย...อย่ารีบร้อนนัก..อึ้มม..อ่า...” ไม่นานเสียงหยาบโลนสลับกับเสียงครวญครางก็ดังออกมาจากห้องส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง

แต่ผ่านไปเพียงสองเค่อ หานเหวินซินก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เขาเริ่มท้องไส้ปั่นป่วนโดยไม่มีสาเหตุ

ปู๊ด!

ปู๊ด!

กลิ่นเหม็นเน่าลอยฟุ้งไปทั่วห้อง นั่นทำให้หานเหวินซินตัวแข็งทื่อ

“มือปราบหาน..เกิดอะไรขึ้น”

“ข้า..ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หานเหวินซินพยายามข่มอาการอยากถ่ายหนักของตนเอาไว้ เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา

เสี่ยวหวนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของหานเหวินซิน หรือเขากำลังจะเสร็จสมแล้ว?

ตรงข้ามกับหานเหวินซินที่ตอนนี้รู้สึกทนไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ไหวแล้ว!” ร่างของหานเหวินซินเกร็งขึ้น เขากระโดดลงจากเตียงและวิ่งออกไปนอกห้องทันที

“มือปราบหาน!” เสี่ยวหวนที่ถูกทิ้งไว้บนเตียงมองหานเหวินซินที่วิ่งออกไปนอกห้องพร้อมกับจับก้นไว้แน่นด้วยความตกใจ

“หลบ หลบ ทุกคนหลบไป!”

หานเหวินซินที่พุ่งออกมาจากห้องส่วนตัวด้วยตาแดงก่ำ เขาตะโกนใส่ทุกคนที่ขวางทาง ทุกคนต่างมองเขาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นว่าอยู่ๆหานเหวินซินก็วิ่งออกมาจากห้องอย่างรีบร้อน

ไม่ใช่ว่ามือปราบหานกำลังสนุกอยู่หรือ?

มันเกิดอะไรขึ้น? แล้วทำไมเขาถึงจับก้นตัวเองแบบนั้น?

“น้ำ แม่น้ำ หลบ หลบไป!”

หานเหวินซินสะดุดล้ม เขาผลักผู้คุมฉินที่วิ่งมาช่วยเขาออกไป เขาจับก้นตัวเองแน่นและกระโดดลงไปในแม่น้ำราวกับหมูที่กำลังถูกเชือด

ตู้มมมมมม!

น้ำกระจายเป็นวงกว้าง คนที่ชะโงกมองมองหานเหวินซินจากขอบเรือต่างเปียกไปตามกันๆ

.

.

.

อันจิงเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเดิมและกลับขึ้นไปบนเรือสังคีตเพื่อสมทบกับโจวเซียหมิน

ตอนนี้โจวเซียหมินอยู่ในอาการเมามาย ทั้งไหเหล้าและจอกเหล้าต่างวางอยู่ตรงหน้าเขาเป็นกอง เขาพึมพำกับตัวเองเป็นประโยคซ้ำไปซ้ำมา “หนอนตัวน้อยมักเดินทางแสวงหาศรัทธา ส่วนมังกรและงูยักษ์เลือกจำศีลเพื่อรักษาชีวิต..”

“พี่โจว นี่มันดึกมากแล้ว เรากลับกันเถิด” อันจิงเอ่ยเมื่อเดินเข้าไปหาโจวเซียหมิน

“ดึกแล้วหรือ?” โจวเซียหมินหัวเราะด้วยสีหน้าโง่งม “ยังไม่ดึกเสียหน่อย ข้ายังอยากดื่มต่อ”

“ยังจะดื่มอีกเหรอ”อันจิงเลิกคิ้ว “ไม่ใช่ท่านบอกว่าวันนี้มีสอนหนังสือให้นักเรียนหรอกรึ การเลื่อนนัดสำคัญเช่นนี้ออกไป ฟังดูไม่ดีเลย”

เมื่อได้เบาะแสแล้ว การอยู่ที่นี่กับโจวเซียหมินต่อไปก็ย่อมไร้ประโยชน์

ใบหน้าของโจวเซียหมินหมองลง “ใช่ๆ เราควรกลับกันได้แล้ว”

อันจิงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ลงจากเรือสังคีต พวกเขาเรียกเรือลำเล็กที่อยู่ใกล้ๆให้ไปส่งยังฝั่ง

ในขณะนั้นเอง เสียงร้องโวยวายก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง จนทำให้เรือลำเล็กที่พวกเขาเพิ่งลงมาโคลงเคลงเล็กน้อย โจวเซียหมินตกใจจนแทบสร่างเมา

“นั่นใครกัน ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!” โจวเซียหมินหน้าบึ้งและตะโกนด่าดังลั่น

อันจิงก้มกระซิบอีกฝ่าย “เรารีบไปกันเถอะ ถ้าเป็นคนในยุทธภพเจียงหู เดี๋ยวพวกเราซวยกันเปล่าๆ หากพวกเขาโมโหแล้วฟันพวกเราขึ้นมา มันไม่คุ้มหรอก”

“ออกเรือ ออกเรือเร็วเข้า” เมื่อได้ยินว่ายุทธภพเจียงหู โจวเซียหมินก็หน้าซีด ตัวสั่น เขาหุบปากฉับทันที

แม้ว่าโจวเซียหมินจะเป็นนักเล่าเรื่องในร้านน้ำชาต้าถงที่มีความรู้ในเรื่องยุทธภพเป็นอย่างดีแต่ในความเป็นจริง เขาก็เพียงคนขี้ขลาดที่มีนิสัยใฝ่รู้เท่านั้น อันจิงยังจำเหตุการณ์ที่เหล่าอันธพาลในยุทธภพเจียงหูมาดื่มชาและฟังเรื่องเล่าในร้านน้ำชาต้าถงได้ ตอนนั้นโจวเซียหมินเล่าถึงส่วนที่น่าตื่นเต้นของเรื่องแต่ประกาศว่าจะเล่าถึงส่วนนี้เท่านั้นเพราะตั้งใจที่จะเล่าต่อในวันถัดไป เหล่าอันธพาลไม่ยินยอม พวกเขาต้องการให้โจวเซียหมินเล่าต่อจนจบ ตอนแรกโจวเซียหมินปฏิเสธที่จะเล่าต่อแต่เมื่อถูกพวกอันธพาลเอาดาบพาดคอ เขาก็เข่าอ่อนจนแทบจะคุกเข่าตรงหน้าอันธพาลเหล่านั้น สุดท้ายเขาก็ต้องเล่าต่ออย่างเชื่อฟัง

อย่างที่โจวเซียหมินชอบพูดบ่อยๆว่า ‘สุภาพบุรุษไม่ยืนใต้กำแพงที่อันตราย’

“หมออันพูดถูก ไม่ใช่เรื่องของเรา พวกเราไม่ควรไปยุ่ง ยิ่งพูดมากก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อเรา ชายอกสามศอกต้องปิดปากตัวเองให้สนิท ไปๆ เรารีบไปกันเถอะ”

โจวเซียหมินตัวสั่นและเร่งให้คนพายเรือเร่งฝีพายเข้าฝั่งโดยไว

.

.

.

โรงหมอจีซื่อ ภายใต้แสงตะเกียงสลัว

จ้าวชิงเหมยหยิบเสื้อผ้าตัวเก่าของอันจิงขึ้นมาสำรวจและซ่อมในส่วนที่มันขาดชำรุด

“คุณหนู นายท่านกับโจวเซียหมินไปที่เรือสังคีตของเรือนสีชาดเจ้าค่ะ” ทันหยุนเอ่ยขึ้นเบาๆ

จ้าวชิงเหมยยังคงก้มหน้าและไม่พูดสิ่งใด

“และนายท่านก็เขาไปห้องส่วนตัวกับนางโลมที่ชื่อหมานเยว่...” เสียงของทันหยุนค่อยๆเบาลงเพื่อดูปฏิกิริยาของจ้าวชิงเหมยอย่างระมัดระวัง

จ้าวชิงเหมยหยุดชะงักจากนั้นก็เย็บเสื้อต่อโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นเช่นนั้น ทันหยุนที่รู้จักจ้าวชิงเหมยเป็นอย่างดีย่อมรู้ว่ายิ่งอีกฝ่ายเงียบเท่าไหร่ ในใจก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น

“คุณหนู...”

“เจ้าไปนอนได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ” ทันหยุนถอนหายใจเบาๆแล้วออกจากห้องนอนของผู้เป็นนาย

ขณะที่นางเดินออกจากห้องไป จ้าวชิงเหมยก็ยังคงซ่อมเสื้อผ้าต่อไป ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของทันหยุนเลยสักนิด

นอกห้องโถง ทันหยุนถอนหายใจยาวและมองไปยังลูกสุนัขสีดำที่นอนหลับอยู่บนพื้น นางมองมันและเอ่ยเสียงเหี้ยม

“ให้ตายเถอะ โลกนี้ไม่มีผู้ชายดีๆเลยสักคน!”

“เจ้าไปโดนใครทำร้ายมา?”

เป็นจังหวะที่อันจิงกลับมาถึงพอดี เขาทันได้ยินทันหยุนพูดก็รู้สึกแปลกใจ ทันหยุนไปถูกผู้ชายที่ไหนหลอกหรือไม่?

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะนายท่าน ข้ากำลังบ่นให้เจ้าหมาหน้าโง่นี่ว่าไม่มีความซื่อสัตย์!”

ทันหยุนไม่สนใจอันจิงไปโดยปริยาย นางหันไปชี้ใส่ลูกหมาสีดำ “เราให้อาหารมันทุกวัน ล้วนแต่เป็นอาหารดีๆทั้งนั้น แต่มันกลับออกไปกินของสกปรกข้างนอก เจ้าหมาตัวนี้ช่างหน้าตีเสียจริง!”

เมื่อพูดจบ ทันหยุนก็เตะลูกสุนัขสีดำทันที

“เอ๋ง!”

ลูกสุนัขสีดำที่กำลังงีบอย่างสบายอารมณ์ต้องสะดุ้งตื่นเพราะมันถูกเตะ

“เจ้าเป็นอะไร ทำไมถึงไปเตะมันแบบนั้น?”

อันจิงรู้สึกมึนงงและรินชาใส่ถ้วยให้ตนเอง “เจ้าไปถูกใครทำร้ายหรือหลอกมาหรือเปล่า?”

ทันหยุนยังคงจ้องลูกหมาตาเขม็ง “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากสั่งสอนเจ้าลูกหมาตัวนี้เฉยๆ มันไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราให้ไป เราให้อาหาร ให้น้ำและให้บ้านที่ปลอดภัยแก่มันแต่มันกลับไปวิ่งเล่นอยู่ข้างนอก”

“………….”

“นายท่านไม่คิดว่ามันน่าหงุดหงิดหรือเจ้าคะ”

“โฮ่งโฮ่งโฮ่ง!” ลูกสุนัขสีดำเห่าด้วยความไม่พอใจ

“เอ่อ..มันน่าหงุดหงิดจริงนั่นล่ะ” อันจิงทำได้แค่พยักหน้าเห็นด้วย เขาคิดว่าวันนี้ทันหยุนทำตัวแปลกๆ เขาจึงวางถ้วยชาลงและเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว

ตอนก่อน

จบบทที่ เหตุการณ์โกลาหลในเรือสังคีต

ตอนถัดไป