โจวเซียหมินผู้ขยันขันแข็งและทะเยอทะยาน
หลังจากดื่มไปไม่ต่ำกว่าสามจอก ไท่หยุนซานก็เอ่ยย้ำเรื่องสำคัญ “หลานชาย อย่าลืมเรื่องสำคัญที่ข้าเคยรบกวนเจ้าไว้เล่า”
“วางใจเถิดผู้อาวุโส ข้าจะจำมันไว้ขึ้นใจ” มู่เจียถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “ท่านน้าของข้าเป็นคนดื้อรั้น ทั้งยังหุนหันพลันแล่น เมื่อข้าพบตัวนางเมื่อใดข้าคงต้องบอกนางให้เพลาๆนิสัยพวกนี้ลงบ้าง”
พ่อของมู่เจียคือ‘มู่เต๋อหลุน’ผู้นำตระกูลมู่คนปัจจุบัน เขาเป็นพี่ชายของมู่เสี่ยวหยุน ท่านน้าที่มู่เจียกล่าวถึงก็คือนางนั่นเอง
“แค่พบร่องรอยของนาง เจ้าก็สามารถแจ้งให้ข้ารู้ได้ทันที” ไท่หยุนซานยิ้ม “ข้าจะได้กลับไปรายงานให้ท่านประมุขทราบ”
ด้วยการช่วยเหลือของตระกูลมู่ การค้นหาเจียงซานเจีย นักดาบลึกลับหรือแม้แต่มู่เสี่ยวหยุนจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาทันที
“ขอรับ” มู่เจียประสานมือตกลงและเอ่ยเสียงจริงจังกว่าเดิม “สำหรับนักดาบลึกลับผู้นั้น ตระกูลมู่จะพยายามช่วยหาเบาะแสของเขาอย่างเต็มที่เช่นกันขอรับ แต่ว่าผู้อาวุโส ข้าได้มีโอกาสศึกษาวิธีการใช้ดาบของนักดาบลึกลับผู้นั้นมาบ้าง ทักษะของเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยขอรับ”
“ไม่ว่าจะเป็น‘เซว่เฉิน’เจ้าของกระบวนดาบโลหิตล่องลอยซึ่งมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับสองหรือ‘เกาจื่อซิง’ เจ้าของกระบวนดาบห้าทิศทางก็มีพลังยุทธ์อยู่ในระดับสองเช่นกัน ทั้งคู่เป็นนักดาบที่มีชื่อเสียงในมณฑลเจียงหนานโดยอยู่ในอันดับที่ 97และ 63 ตามรายชื่อพยัคฆ์หมอบซ่อนมังกรของยุทธภพ ทักษะดาบของนักดาบลึกลับผู้นี้แตกต่างจากทั้งสองคนนี้อย่างสิ้นเชิงและข้าไม่เคยเห็นทักษะแบบนี้มาก่อนในเจียงหนาน แสดงให้เห็นว่านักดาบผู้นี้ไม่ใช่คนเจียงหนาน”
มู่เจียเป็นนักดาบเช่นกัน เมื่อเขาได้ยินข่าวที่นักดาบผู้นี้ถล่มคุกใต้ดิน เขาก็เดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อสังเกตการณ์ร่องรอยของทักษะดาบดังกล่าวและรู้สึกประทับใจในฝีมือของนักดาบผู้นี้ เขารู้เพียงว่าทักษะดาบของคนผู้นี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่ไม่ทราบว่าคนผู้นี้เป็นใครหรือสังกัดพรรคหรือสำนักใด
“การตามหาตัวผู้นี้ยากเย็นยิ่งนัก ข้าจึงต้องใช้วิธีท้าทายเขาเพื่อให้ปรากฏตัว”
ไท่หยุนซานพยักหน้าตามคำอธิบายของมู่เจีย อยู่ๆนักดาบผู้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันและดูเหมือนเจียงซานเจียเองก็ไม่ได้คุ้นเคยกับนักดาบผู้นี้ ไม่ต้องพูดถึงระดับความแข็งแกร่งของเขาแม้แต่ตัวตนของเขาก็ยังลึกลับมากนัก ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงซานเจีย เขาก็ไม่คิดที่จะสืบหานักดาบผู้นี้ให้เสียเวลา
มู่เจียหัวเราะเอาใจผู้อาวุโสตรงหน้า “นักดาบผู้นั้นอาจกำลังกลัวถึงได้หลบหายไปเช่นนี้ ข้าพนันได้เลยว่าเขาคงหนีออกจากมณฑลเจียงหนานไปแล้ว ผู้อาวุโสไม่ต้องคาดหวังให้เสียเวลาหรอกขอรับ”
“ไม่หรอก ข้ามั่นใจว่าเขาไม่ได้หนีไปไหน” ไท่หยุนซานส่ายหัว สัญชาตญาณของเขาบอกว่าชายผู้นี้ไม่ได้จากไปไหนแน่นอน
“หืม? ทำไมถึงมั่นใจเพียงนั้นล่ะขอรับ” มู่เจียถามด้วยความสงสัย
“ไม่..ไม่ได้..การ” ตอนนั้นเองที่สมาชิกพรรคเฉารายหนึ่งโผล่เข้ามาในห้องโถงจัดเลี้ยง เขาล้มไปกองกับพื้นอย่างคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ปีศาจ..มัน..มาเพื่อฆ่า”
“ปีศาจอะไรของเจ้ากัน?”
มู่เจียถามด้วยมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน “เกิดอะไรขึ้น?”
“ตาย..ข้าต้องตายแน่ๆ!”
ดวงตาของไท่หยุนซานวาววับขึ้น เขากำลังใช้พลังภายในตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้านนอก
ทันใดนั้นแสงดาบก็พุ่งเข้ามาในห้องโถง แผ่นกระเบื้องสีน้ำเงินบนพื้นก็เริ่มแตกร้าวทีละน้อยๆ มันขยับลามมายังโต๊ะที่พวกเขากำลังนั่งสังสรรค์อยู่ สมาชิกพรรคเฉาที่อยู่ภายในห้องโถงไม่ทันตั้งตัวก็ถูกแสงจ้าแต่เย็นเยียบเจาะทะลุร่างกลายเป็นกองเลือดขนาดใหญ่ทันที
แสงดาบนั้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของมันคือไท่หยุนซาน
เพล้ง!
ปฏิกิริยาของไท่หยุนซานเปลี่ยนไปกะทันหัน เขาตื่นตัวขึ้นก่อนจะใช้ดาบโค้งคู่ปิดกั้นแสงดาบนั้น
“อยู่นี่นี้เอง” ภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง มีร่างหนึ่งค่อยๆย่างกรายเข้ามาในห้องโถง ร่างนั้นกลมกลืนกับแสงจันทร์และแผ่นกระเบื้อง ดาบของเขายังอยู่ในฝักแต่กลับฆ่าตนได้จำนวนมาก
“นักดาบผู้นั้น!” มู่เจียมองร่างที่เพิ่งปรากฏตัว เขาสูดหายใจลึกด้วยอารมณ์หลากความรู้สึก เพียงแค่เขายืนอยู่ตรงนั้นก็แผ่กลิ่นอายสังหารท่วมท้นออกมา
นักดาบผู้ไร้เทียมทาน นี่คือนักดาบที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้จริงๆ
มู่เจียภูมิใจที่ตัวเขาเองมีโอกาสได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหลายคน รวมถึงผู้มีพลังยุทธ์ระดับหนึ่งเขาก็เคยพบมาแล้วเช่นกัน แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกแบบที่รู้สึกกับนักดาบตรงหน้านี้
ทั้งความมั่นใจและการแสดงออกที่เฉียบคมนั้น ไม่มีใครเทียบเคียงได้
ติ๋ง!
ติ๋ง!
มือทั้งสองของไท่หยุนซานที่จับดาบโค้งแน่นเริ่มมีเลือดหยดลงมา มันเกิดจากแรงปะทะที่เขาตั้งรับแสงดาบเมื่อครู่นี้
“ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาสักที” หัวใจของไท่หยุนค่อยๆสงบลง ก่อนที่จะเห็นแสงดาบเมื่อครู่ เขาคิดว่านักดาบผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นคนผู้นี้เข้าจังๆ เขารู้สึกว่าเขาประมาทเกินไป
“ข้าย่อมมาตามคำเรียกร้องของเจ้า” เสียงของอันจิงยังคงสงบและเย็นชา
แสงจันทร์สะท้อนเข้ามาช้าๆและมู่เจียที่อยู่ข้างๆก็เริ่มหายใจแรงขึ้นเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากัน เขารู้สึกตัวเองกำลังหายใจไม่ออก
ไท่หยุนซานเป็นใคร? เขาคือหนึ่งในปรมาจารย์ทั้งเจ็ดของพรรคเฉา เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในยุทธภพเจียงหู ดาบโค้งคู่ของเขาได้ฆ่าผู้เชี่ยวชาญที่มีพลังยุทธ์ในระดับสูงไปมากมายทั้งยังได้รับการยอมรับมาตลอดหลายปี คนอย่างเขามีศักยภาพที่พลังยุทธ์จะพัฒนาไปถึงระดับหนึ่งได้สบายๆ เขาสามารถมุ่งหวังไปถึงจุดสูงสุดของผู้เชี่ยวชาญในยุทธภพเจียงหูได้เลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดในยุทธภพขึ้นไปในระดับปรมาจารย์ได้จริงๆ แม้แต่ฉายาปรมาจารย์ทั้งเจ็ดของพรรคเฉาก็เป็นการกล่าวเยินยอเพื่อให้เกียรติพวกเขาเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนักดาบลึกลับผู้นี้กลับเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาทำให้ความคิดของเขาในตอนนี้ปั่นป่วน
แม้ว่ามู่เจียโดยปกติจะได้รับความเคารพและนับถือในฐานะอัจฉริยะรุ่นใหม่แต่เขาก็ยังรู้สึกปริ่มในใจเมื่อเจอกับสถานการณ์นี้ด้วยตาเนื้อของตัวเอง
นี่คือการต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์หรือไม่?
มู่เจียสูดหายใจเข้าลึกแล้วถอยหลังกลับโดยอัตโนมัติเพราะกลัวว่าตัวเองอาจโดนลูกหลงหรือเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์นี้ได้ หากมู่เจียต้องแบบรับแรงกดดันเพียงหนึ่งในสิบ ไท่หยุนซานก็ต้องแบกรับแรงกดดันมากกว่าสิบหรือร้อยเท่า
ทางฝั่งไท่หยุนซานก็ตระหนักได้บางอย่าง การปะทะกันระหว่างกลิ่นอายสังหารของทั้งคู่ทำให้เขารู้ว่านักดาบผู้นี้เป็นศัตรูที่เขาไม่เคยมีมาก่อน ดาบของเขาทั้งเฉียบขาดว่องไวซึ่งเป็นวิธีดาบที่ไท่หยุนซานไม่มีกลยุทธ์จะโต้กลับได้
“อย่างน้อย เจ้าก็ควรแนะนำตัวเองบ้างว่าเจ้าเป็นใคร” ไท่หยุนซานเอ่ยถามเสียงต่ำ เขากำลังรวบรวมพลังภายในโดยใช้จังหวะนี้ซื้อเวลาให้ตัวเอง
อันจิงยิ้มบางภายใต้ผ้าคลุม “ข้ามาตามคำเรียกร้องของเจ้า ไม่ใช่มาเพื่อตอบคำถาม”
“ดูเหมือนข้าจะสำคัญกับเจ้าไม่น้อย” ไท่หยุนซานหัวเราะอย่าจริงใจ
“เจ้าสำคัญเพราะเจ้าไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป” อันจิงกล่าวพลางส่ายศีรษะน้อยๆอย่างไร้อารมณ์
บรรยากาศโดยรอบราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ราวกับอากาศกลายเป็นน้ำแข็งอย่างกะทันหัน
ไท่หยุนซานกำดาบคู่ของเขาแน่น
อันจิงไม่ได้พูดอะไรต่อ ในสายตาของเขาไท่หยุนซานก็เปรียบเหมือนคนตายไปแล้วและเขาไม่จำเป็นต้องพูดกับคนตายให้เสียเวลา
ในช่วงเวลาต่อมา
ทั้งคู่ต่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดาบของอันจิงร่ายรำราวกับมังกรทะยาน มันเล็งโจมตีไปที่ลำคอของไท่หยุนซานแต่ดาบโค้งของไท่หยุนซานก็ไม่ได้มีไว้เพื่อประดับบารมีเท่านั้น จากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาตลอดหลายสิบปี ดาบโค้งคู่นี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและความทรงจำของเขาแล้ว
ดาบโค้งคู่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหลายคนๆยกให้มันเป็นอาวุธที่ใช้ยากที่สุดทั้งยังต้องใช้สองมือยิ่งทำให้ใช้ลำบากมากขึ้น มีเพียงไม่กี่คนในยุทธภพที่เลือกใช้ดาบโค้งคู่เป็นอาวุธคู่ใจและผู้ที่ทำได้ล้วนเป็นระดับปรมาจารย์
ดาบโค้งปะทะกับดาบยาว ในช่วงเวลาชั่วพริบตา ทั้งสองก็ได้แลกเปลี่ยนกระบวนท่าไม่ต่ำกว่าสิบกระบวนท่าแล้ว ไท่หยุนซานใช้ความพยายามทั้งหมดของเขาแต่ก็แทบจะต้านทานดาบที่พุ่งเข้ามาไม่ทัน
ร่างของพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้แต่มู่เจียที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ยังตกตะลึง แม้ว่าเขาจะมีพลังยุทธ์ในระดับสี่แล้วแต่ก็ยังมองตามการต่อสู้ของพวกเขาไม่ทัน
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร?
มันบ่งบอกว่าทั้งคู่สามารถฆ่าเขาด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว เพียงแค่ขยับเพียงครั้งเดียวก็สามารถตัดคอของเขาได้อย่างง่ายดาย!
ผ่านไปชั่วอึดใจ เหงื่อก็หยดลงจากหน้าผากของไท่หยุนซาน เขาใช้แรงไปมากทีเดียวจนรู้สึกอึดอัด หากปล่อยไว้แบบนี้เขามีสิทธิ์เพลี่ยงพล้ำได้ เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่ตนมี เมื่อนึกได้ เขาก็หมุนดาบคู่ของเขาให้ประกบกันให้มันมีลักษณะเป็นพระจันทร์เต็มดวง
พรึ่บ! พรึ่บ!
แสงดาบคู่ส่องประกายสะท้อนกับพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้าดาบโค้งพระจันทร์เต็มดวง! พระจันทร์เต็มดวงที่ไม่มีใครเทียบได้! แสงดาบนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วแต่เมื่อใดที่เราตอบสนองต่อมัน แสงก็จะสาดส่องลงมาที่เราราวกับต้องแสงจันทร์