ดาบเล่มใดเร็วกว่ากัน

ดาบยาวของอันจิงหมุนอยู่ในมือของเขาทำให้เกิดประกายไฟน่าขนลุก

นี่คือทักษะดาบเก้าอักขระ! คือกระบวนเพลงดาบที่อันจิงเลือกใช้ในครั้งนี้

ชิ้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เมื่อดาบยาวและดาบโค้งปะทะกัน ประกายไฟก็ยิ่งพุ่งพล่านตามมาด้วยแรงระเบิดของพลังที่สร้างคลื่นพลังกระจายตัวขึ้นมา

มู่เจียที่วิ่งไปหลบไกลๆแต่ยังพอมองเห็นการต่อสู้สัมผัสได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรง วิญญาณของเขาราวกับหลุดออกจากร่าง มันเป็นประสบการณ์ที่เขาไม่เคยพานพบ

ดาบยาวหรือดาบโค้งคู่ที่รวดเร็วกว่ากัน?! มู่เจียพยายามเพ่งสายตามองภาพตรงหน้า

ภายใต้แสงจันทร์ แสงจากดาบโค้งส่องประกายหนาแน่นจนสามารถป้องกันแรงปะทะของอันจิงได้อย่างสมบูรณ์ แสงดาบที่พุ่งเข้ามาราวกับแสงจันทร์สาดส่องถูกปิดกั้นได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้

ไท่หยุนซานแม้จะป้องกันไว้ได้แต่ก็ไม่สามารถบุกโจมตีได้เช่นกัน การบุกโจมตีครั้งแรกของเขาพลาดและพลังภายในของเขากำลังปั่นป่วนราวกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก พลังภายในของเขากำลังเอ่อมาที่แขนทั้งสองข้างของเขา

ซู่! พรึ่บ!

ความผันผวนอันทรงพลังทำให้บริเวณโดยรอบเกิดคลื่นพลังกระจายไปทั่วห้อง ข้าวของปลิวว่อนแม้แต่กาน้ำชา ไหเหล้าบนโต๊ะก็เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ

ดาบโค้งคู่อันเยือกเย็นของเขาซึ่งเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งของพลังภายในเปล่งแสงเย็นอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่พัดกระพือทั้งๆที่ไม่มีลม ดาบโค้งเล่มหนึ่งถือไว้ในแนวนอนนาบไปกับช่วงอกของเขา ส่วนอีกเล่มอยู่ด้านหลังคอของเขา จากนั้นมือของเขาทั้งสองก็เหวี่ยงออกไปพร้อมกัน

ทันใดนั้น ราวกับแสงจันทร์ฟาดลงมาเพียงแต่มาจากแสงดาบภายในห้องโถงเท่านั้น ไท่หยุนซานเป็นคนโหดเหี้ยมและแน่นอนว่าคมดาบของเขาก็ร้ายกาจเช่นกัน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่เสียชีวิตภายใต้คมดาบของเขาเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีถึงความอันตรายของเขา

ดาบพระจันทร์เต็มดวง! ราวกับดวงจันทร์ที่ลอยเด่นเหนือหอคอยตะวันตก เมื่อลมพัดกรรโชกแรงมันก็กระชากให้แสงจ้าร่วงลงสู้พื้นดิน มันรุนแรงจนไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าจะบนสวรรค์หรือขุมนรกเมื่อเจอแสงจันทร์ฟาดเพียงหนึ่งครั้งก็ราวจะผ่าพื้นดินออกเป็นสองส่วนก่อนจะสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“นี่คือพลังของผู้เชี่ยวชาญสามระดับบนอย่างนั้นรึ?” ใบหน้าของมู่เจียเต็มไปด้วยความตกตะลึง นี่คือการประลองชี้เป็นชี้ตายระหว่างผู้เชี่ยวชาญสามระดับบน!

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ปรากฏให้เห็นในยุทธภพมากนัก มีข่าวลือมากมายแต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้เห็นมันจริงๆและมู่เจียก็คือผู้โชคดีหนึ่งในนั้น

น่าเสียดายที่การปะทะกันระหว่างดาบโค้งคู่และดาบยาวนี้โดดเดี่ยวเกินไป มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้เห็น

สีหน้าของอันจิงยังคงสงบนิ่งราวกับธารน้ำแข็ง ดาบยาวในมือของเขาเริ่มควงเป็นจังหวะช้าๆ ดาบยาวคมวับส่งเสียงแหลมเล็กขึ้นมา ไม่ต่างกับเรือลำเล็กที่ลอยอยู่นคลื่นยักษ์

ชิ้ง!

แสงดาบแผ่กระจายเหมือนดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนปรากฏขึ้น

ทักษะดาบเก้าอักขระ! ดาบยาวตวัดผ่านไปด้านหน้าและนั่นทำให้แสงนวลที่นิ่งสงบมาครู่ใหญ่กระจายตัวออกไป บนพื้นกระเบื้องปรากฏรอยดาบขึ้น จากนั้นรอยดาบที่สอง ที่สามก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆ....

ปั้ง!

เสียงดังก้องกังวาน ทุกอย่างรอบข้างกลายเป็นฝุ่นผง

ใบหน้าของมู่เจียซีดเผือดราวกับซากศพ เขาก้าวถอยหลังราวกับคนเสียสติ

ท่ามกลางฝุ่นฟุ้งกระจายจนดูคล้ายหมอกทึบ ร่างทั้งสองยังคงสู้กันต่อ แสงดาบของทั้งสองสอดประสานกันจนแยกไม่ออก มันเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

“เจ้าใช้ท่าไม้ตายแล้ว ถึงตาข้าบ้าง” อันจิงพูดอย่างใจเย็น

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของไท่หยุนซานก็กระหน่ำเต้นแรง ไม่มีใครเข้าใจความสามารถอันน่าสะพรึงของนักดาบที่อยู่ตรงหน้าได้เท่ากับเขาแล้ว ดาบยาวของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวไปมาราวกับแส้ มันทั้งลื่นไหลและเป็นจังหวะมั่นคง มันทั้งเข้าใจยากและอันตรายถึงชีวิต

ทักษะดาบของคนผู้นี้แปลกประหลาดจนแทบไม่มีใครในยุทธภพเทียบได้

“แฮ่กแฮ่ก..”

ไท่หยุนซานรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เขารีบชักดาบโค้งคู่มาที่อกของเขาเพื่อป้องกันการโจมตีของอีกฝ่าย

มันแข็งแกร่งเกินไป!

มันรุนแรงเกินไป!

มู่เจียที่อยู่ไกลออกไปได้แต่สะท้านไปทั่วร่าง มันทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวระคนกัน

เคร้ง!

การปะทะกันอย่างรุนแรงของโลหะดังก้องราวกับถูกทุบด้วยค้อนหนัก ศีรษะของไท่หยุนซานเบี่ยงออก เขาหมุนตัวหลบได้สำเร็จ ความโล่งใจที่รอดจากความตายได้อย่างฉิวเฉียดแล่นไปทั่วร่าง

เขาป้องกันไว้ได้!

“เฮือก อั่กกกก!”

แต่เพียงครู่เดียว แสงดาบไม่รู้ที่มาก็แทงทะลุลำคอของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาเห็นได้ชัดเจนว่าเขาป้องกันมันไว้ได้แต่ทำไมเขาถึงตายได้ล่ะ?

ทักษะดาบซ่อนเร้น! คือกระบวนเพลงดาบที่อันจิงเลือกใช้เป็นลำดับต่อมา

ทักษะดาบซ่อนเร้นแม้จะดูเหมือนเป็นทักษะพื้นๆแต่เก้าในสิบส่าวนของนักดาบทั่วไปยังไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้ชำนาญ ทักษะดาบซ่อนเร้นไม่ได้ซ่อนตัวดาบแต่ซ่อนความคมและเจตนาสังหารไว้ในใจ

เมื่อคู่ต่อสู้ละเลยการป้องกัน ในช่วงเวลาสำคัญนี้ทักษะดาบซ่อนเร้นจะพุ่งออกมาและโจมตีศัตรูอย่างรุนแรง นี่คือแก่นแท้ของทักษะดาบซ่อนเร้น

“ระ...อึ่ก---!”

“ระ...ดับ..หนึ่ง!”

ดวงตาของไท่หยุนซานเบิกกว้าง ระยะสายตาของเขามืดมัวขึ้นเรื่อยๆ เลือดไหลออกจากลำคอก่อนที่ร่างของเขาจะล้มกระแทกพื้นดังโครม ลำตัวไปอีกทาง ศีรษะไปอีกทาง เลือดเจิ่งนองเป็นวงกว้าง เป็นภาพที่ชวนสยดสยอง

มู่เจียที่เห็นฉากนี้ตกตะลึงจนตัวแข็งค้าง

รวดเร็วเกินไป! เมื่อครู่นี้ เพียงชั่วพริบตาไท่หยุนซานก็ล้มครืนลงมา

ดาบยาวหรือดาบโค้งคู่ที่รวดเร็วกว่ากัน? มู่เจียในฐานะพยานย่อมได้รับคำตอบ เขาอยากจะตะโกนอะไรบางอย่างแต่พบว่าลำคอของเขาตีบตันราวกับมีบางอย่างติดอยู่

อันจิงไม่ได้เก็บดาบเข้าฝักแต่กลับมองออกไปยังหลังคาที่อยู่ห่างออกไป

“ดาบ..ดาบของท่านรวดเร็วยิ่งนัก!” เสียงนุ่มดังขึ้น เผยให้เห็นร่างรางๆบนหลังคาที่อยู่ไม่ไกลจากห้องโถงจัดเลี้ยง คนผู้นี้ถือกระบี่สีแดงลักษณะแคบและยาว มีคมด้านเดียวมีประกายโลหิตจางๆออกมา มันคือกระบี่เดี่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นลำดับต้นๆของยุทธภพเจียงหู

ร่างในชุดดำที่เห็นเป็นเงารางๆบนหลังคาไม่ใช่ใครที่ไหน นี่คือทันหยุนนั่นเอง

ทันหยุนกำลังตกตะลึง คนผู้นี้ฆ่าไท่หยุนซานได้สำเร็จและในขณะที่เขากำลังต่อสู้ก็สัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของนาง คนผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดา!

“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเป็นใครและมาที่นี่ทำไม แต่ข้าไม่อยากเจอเจ้าอีก” อันจิงเอ่ยเย็นชาและมองไปที่ร่างนั้น

“ไปซะ!” อันจิงตวัดดาบยาวไปด้านหน้า แสงดาบสะท้อนเป็นคลื่นราวกับคลื่นยักษ์ที่เตรียมซัดเข้าชายฝั่ง

เคร้ง!

ทันหยุนตั้งรับคลื่นที่สะท้อนเข้ามา พลังภายในของนางปั่นป่วน

ระดับหนึ่ง!

คนผู้นี้คือผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง! ร่างของทันหยุนสั่นสะท้าน ไม่กล้าอยู่เฉยอีกต่อไป นางขยับวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว มองเห็นเพียงเงาดำที่ค่อยๆหายวับไป

“วิ่งเร็วดีนี่” อันจิงเก็บดาบเข้าฝัก หากคนเมื่อครู่ช้ากว่านี้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะลงมือฆ่า

แต่มู่เจียที่เฝ้าดูอยู่ไม่โชคดีเช่นนั้น ใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยหล่อเหลาราวหยกสลักกลับเต็มไปด้วยรอยแผลพร้อมเลือดที่ซึมออกมาไม่หยุด

“ผู้อาวุโส ข้า..ข้า..ขออภัย..”

หัวใจของมู่เจียดูเหมือนจะพร้อมกระโดดออกจากอกของเขา

“แผลเป็นนี้คือของขวัญที่ข้ามอบให้แก่เจ้าเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศสำหรับชีวิตของเจ้า”

อันจิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองมู่เจียต่อ เขาเดินจากไปช้าๆไม่ต่างจากตอนที่เขาเข้ามา

‘แผลเป็นนี้คือของขวัญที่ข้ามอบให้แก่เจ้าเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศสำหรับชีวิตของเจ้า’ ประโยคเหล่านี้ก้องอยู่ในหัวของมู่เจียตลอดเวลาราวกับมันตอกย้ำให้หัวใจของเขาแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อันจิงเดินอย่างไม่รีบร้อน เขาหายลับไปจากสำนักงานใหญ่ของพรรคเฉาสาขาเมืองหยูอย่างไร้ร่องรอย

ไม่กี่อึดใจหลังจากที่นักดาบลึกลับหายไป มู่เจียก็ตอบสนองในที่สุด ร่างของเขาล้มไปกองกับพื้นราวกับว่าวที่ขาดเชือกป่าน หลังจากนั้นเขาก็สูดหายใจลึกและตะโกนขึ้น

“เร็วเข้า! มีผู้บุกรุก ท่านผู้อาวุโสไท่..ไท่หยุนซานถูกฆ่าตายแล้ว!” ความเงียบอันน่าขนลุกเข้าโอบล้อมเขา ไม่มีใครตอบสนอง สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนดินแดนรกร้าง

“หรือว่า...”

มู่เจียแข็งค้างเป็นรอบที่ร้อยของวัน สีหน้าของเขาปรากฏความหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่า..

สำนักงานใหญ่พรรคเฉาสาขาเมืองหยูได้ถูกกวาดล้าง มันกำลังนองไปด้วยทะเลเลือด...

ตอนก่อน

จบบทที่ ดาบเล่มใดเร็วกว่ากัน

ตอนถัดไป