ความอิจฉาของสาวงาม
โรงหมอจีซื่อ เวลาเริ่มโพล้เพล้ลงทุกที
จ้าวชิงเหมยนั่งอยู่หน้าโต๊ะกลม ตรงหน้าของนางเต็มไปด้วยจดหมายที่ถูกส่งมาจากเมืองหรือมณฑลต่างๆในแคว้นหยาน ในจำนวนนี้มีทั้งแผนงานของพรรคมารและสารลับสำคัญที่นางต้องทบทวนและใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติม บางฉบับนางเพียงอ่านเฉยๆแต่บางฉบับนางต้องทำการอนุมัติเพื่อให้คนของนางนำไปจัดการต่อ
“ทันหยุน ปิดร้านเถิด นี่ก็เย็นมากแล้ว” จ้าวชิงเหมยเหลือบมองท้องฟ้าก่อนจะสั่งทันหยุนให้ปิดร้าน
“เจ้าค่ะ” ทันหยุนที่กำลังเล่นกับลูกหมาสีดำพยักหน้าและเดินไปที่หน้าร้านเพื่อทำการปิดประตู ขณะที่นางจะดึงประตูปิดก็มีรองเท้าปักลายดอกเหมยปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
“โฮ่ง! โฮ่ง!” เสี่ยวเฮยจ๋ายเห่าผู้บุกรุกสองครั้ง จากนั้นก็หลบไปอยู่ด้านหลังของทันหยุน
ทันหยุนเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน อีกฝ่ายเป็นหญิงสาวร่างอรชร ใบหน้านวลหวานและแฝงความสง่าอยู่ในตัว ดวงตาของนางดูเหนื่อยเล็กน้อยคล้ายคนเพิ่งสร่างไข้ ผิวขาวซีดของนางก็ช่วยให้ผู้อื่นล้วนสงสารและเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวนางนี้ไม่ใช่ใครอื่น นางคือเฉาหลิงเอ๋อจากตระกูลเฉานั่นเอง
ทันหยุนรีบเอ่ยถามอีกฝ่าย “คุณหนูท่านนี้มาซื้อยาหรือมาตรวจรักษาหรือเจ้าคะ? ตอนนี้โรงหมอของเรากำลังจะปิดแล้ว”
เฉาหลิงเอ๋อเม้มปากเมื่อเอ่ยว่า “ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาซื้อยาหรือตรวจรักษา”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ใบหน้าของทันหยุนก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ นี่คือโรงหมอ ถ้าไม่ได้มาซื้อยาหรือตรวจรักษาจะเดินทางมาที่นี่ให้เสียเที่ยวทำไม?
“คุณหนูของข้าต้องการพบท่านหมออันจิง” เฉาหลิงเอ๋อไม่ได้กล่าวสิ่งใดแต่เป็นสาวใช้ที่ตามนางมาด้วยเอ่ยขึ้นแทน
“มาพบนายท่านของข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?” ทันหยุนชะงักไปครู่หนึ่งและรีบประเมินคุณหนูนางนี้ทันที
“นายท่านของข้าไม่อยู่ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีธุระอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ?” ไม่ได้มาตรวจรักษา ไม่ได้มาซื้อยาแต่มาหานายท่าน? ใจของทันหยุนแทบหล่นไปกองแทบเท้า เป็นไปได้หรือไม่ว่า…
แววตาของเฉาหลิงเอ๋อฉายแววผิดหวังก่อนจะตอบทันหยุนกลับไป “ข้าแซ่เฉา..มีนามว่าเฉาหลิงเอ๋อ ท่านหมออันได้ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้อาการของข้าดีขึ้นบ้างแล้วจึงอยากมาแสดงความขอบคุณต่อท่านหมออัน”
เฉาหลิงเอ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ช่างเถิด ในเมื่อท่านหมออันไม่อยู่ ข้าก็ขอตัวกลับก่อน แล้วข้าจะกลับมาอีกทีในภายหลัง” กล่าวจบก็เตรียมจากไปพร้อมกับสาวใช้ของนาง
“ช้าก่อนเจ้าคะ คุณหนูเฉา ในเมื่อท่านมาเยือนโรงหมอของเราแล้ว เชิญท่านเข้ามาดื่มชาสักครู่ก่อนกลับดีกว่าเจ้าคะ”
มีเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลังของทันหยุนก่อนที่ร่างของจ้าวชิงเหมยจะก้าวออกมาช้าๆ
‘คุณหนูท่านนี้คือผู้ใดกัน?’ เมื่อเฉาหลิงเอ๋อมองเห็นร่างที่เพิ่งเดินออกมา นางก็เผลออุทานในใจ หัวใจของนางเต้นแรง แม้แต่นางที่มั่นใจในรูปโฉมของตนแต่เมื่อเห็นคุณหนูท่านนี้ก็อดชื่นชมในความงามของอีกฝ่ายไม่ได้
“ข้า..จ้าวชิงเหมยเป็นฮูหยินของท่านหมออันเจ้าคะ” จ้าวชิงเหมยหัวเราะน้อยๆอย่างมีจริต
แม้ว่าจ้าวชิงเหมยจะยิ้มอยู่แต่ทันหยุนที่รู้จักนิสัยผู้เป็นเจ้านายดีกลับรู้สึกร้อนๆหนาวๆ
“ท่านคือฮูหยินของหมออันหรือเจ้าคะ?” เฉาหลิงเอ๋อฝืนยิ้ม
เดิมที่มีข่าวลือว่าท่านหมออันจิงแห่งโรงหมอจีซื่อได้แต่งงานกับหญิงงามนางหนึ่ง แม้นางจะนึกสงสัยว่างามเพียงใดแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นตัวจริง แต่เมื่อได้เห็นจ้าวชิงเหมยในวันนี้ก็ทำให้ตกตะลึงจนตาค้าง อีกฝ่ายไม่ใช่แค่งามเท่านั้นแต่ความงามของนางราวกับประติมากรรมชั้นเอกที่สวรรค์ได้บรรจงสร้างขึ้นมา
แม้แต่สาวใช้ของเฉาหลิงเอ๋อก็อ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าหมอชาวบ้านธรรมดาๆเช่นท่านหมออันจิงจะได้แต่งงานกับหญิงงามเช่นนี้ นางดูอ่อนโยน ใจดีและเฉลียวฉลาด งามกว่าคุณหนูของนางเสียอีก
“เชิญเข้ามาด้านในก่อนเจ้าค่ะคุณหนูเฉา พอดีสามีของข้าออกไปตรวจคนไข้ข้างนอก คงสักพักใหญ่ๆถึงจะกลับมา” ท่วงท่าสง่างามในทุกครั้งที่นางพูดหรือยิ้มบ่งบอกได้ถึงกิริยามารยามของคุณหนูตระกูลใหญ่
“ทันหยุน ไปเตรียมชาเร็วเข้า อย่าให้คุณหนูเฉาต้องรอนาน”
“เจ้าค่ะ”ทันหยุนตอบรับและรีบเดินไปยังห้องโถงด้านในอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรเจ้าคะ ถ้าท่านหมออันไม่อยู่ ข้าก็ขอตัวก่อน รบกวนฮูหยินอันแล้ว” เฉาหลิงเอ๋อกล่าว เมื่อนางอยู่ต่อหน้าจ้าวชิงเหมย นางก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นเรื่อยๆ นางค้อมศีรษะและรีบเดินออกจากโรงหมอจีซื่อทันที
จ้าวชิงเหมยมองแผ่นหลังของเฉาหลิงเอ๋อที่รีบหนีไป รอยยิ้มของนางค่อยๆจางหายไปจากใบหน้า
“อ้าว? คุณหนูเฉาไปไหนแล้วเจ้าคะ?” ไม่นานทันหยุนก็เดินออกมาพร้อมถาดน้ำชาและตระหนักได้ว่า เฉาหลิงเอ๋อและสาวใช้ของนางไม่อยู่ที่นี่แล้ว
“นางกลับไปแล้ว” จ้าวชิงเหมยกล่าวอย่างไม่แยแส
‘นับว่าคุณหนูเฉาคิดถูกแล้ว’ ทันหยุนพึมพำในใจก่อนจะมองไปที่จ้าวชิงเหมยอย่างกล้าๆกลัวๆ
ด้วยความที่นางเติบโตมาในพรรคมารตั้งแต่เด็กๆและมีโอกาสได้ติดตามจ้าวชิงเหมยมาอย่างใกล้ชิด นางอาจไม่ใช่สาวใช้ส่วนตัวของจ้าวชิงเหมยอย่างเป็นทางการแต่นางก็รู้จักนิสัยของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะเหตุการณ์ในวันนั้น นางจำได้ว่าตอนที่พวกนางอายุประมาณ 8-9 ขวบ มีห้องโถงรวมและห้องส่วนตัวหลายห้องที่ตั้งอยู่ใกล้ๆห้องหนังสือของพรรค มันเป็นห้องที่เอาไว้ฝึกพลังหรือพักผ่อน จ้าวชิงเหมยได้เลือกห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดและไม่ปล่อยให้คนอื่นเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้ว่านางจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ในห้องก็ตาม
มีสาวใช้ของจ้าวชิงเหมยทำผิดกฎข้อนี้โดยไม่ตั้งใจ หลังจากที่อีกฝ่ายออกจากห้องในวันนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย แต่ทันหยุนจำได้ชัดเจน นางสะกดรอยตามจ้าวชิงเหมยไปและทันได้เห็นจ้าวชิงเหมยใช้ดาบแทงสาวใช้นางนั้นจนทะลุหัวใจ
แม้จะฆ่าสาวใช้ผู้นั้น แต่ใบหน้าของจ้าวชิงเหมยยังคงเรียบเฉย ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่เหมือนกับเด็กหญิงวัย 8-9 ขวบเลยสักนิด การฆ่าคนเหมือนยาเสพติด การคร่าชีวิตคนผู้หนึ่งไปโดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งนี้ปรากฏอย่างชัดเจนในตัวเด็กหญิงจ้าวชิงเหมย
ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องส่วนตัวของจ้าวชิงเหมยอีกต่อไป แม้แต่จะเข้าใกล้ก็ยังไม่มีใครกล้า ทุกครั้งที่ทันหยุนเห็นจ้าวชิงเหมย นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน
มันเป็นความรู้สึกกลัวที่ต่างจากหลี่ฟูโจวเจ้าระเบียบ ความกลัวในตัวจ้าวชิงเหมยฝังอยู่ในจิตวิญญาณของนาง
จ้าวชิงเหมยไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนโยน ใจดี มีเมตตาอย่างที่คนโง่เช่นอันจิง หานเหวินซินและโจวเซียหมินคิด มีเพียงทันหยุนเท่านั้นที่รู้แจ้งแน่ชัดว่าประมุขพรรคของนางผู้นี้เย็นชา รักแรง เกลียดแรง ขี้หึง เหี้ยมโหดและไร้ความปราณีมากเพียงใด
‘ท่านเขย ท่านเขย ท่านห้ามทำพลาดเด็ดขาด มิเช่นนั้น...’ ทันหยุนได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้อันจิงควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอยได้
“ตระกูลเฉา...” จ้าวชิงเหมยยกถ้วยชาขึ้นจิบๆเมื่อกล่าวสิ่งนี้
“ข้าทราบเจ้าคะว่าต้องทำอย่างไร” ทันหยุนเอ่ยอย่างประจบประแจง
จ้าวชิงเหมยเหลืบมองทันหยุนเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขึ้น “เจ้ารู้หรือว่าต้องทำอะไร ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญและไม่ควรทำอะไรเอิกเริก”
เมื่อเห็นสายตาคมกริบของจ้าวชิงเหมย ทันหยุนก็ต้องรีบหลบตาเป็นจังหวะที่อันจิงถือล่วมยากลับเข้าในร้านพอดี อันจิงแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นทันหยุนยืนอยู่ข้างๆจ้าวชิงเหมยราวกับนางทำอะไรผิด
“ท่านพี่ วันนี้เหนื่อยมากหรือไม่” จ้าวชิงเหมยกล่าวก่อนจะรับล่วมยาจากมืออันจิงไปเก็บเข้าที่ นางหันกลับมาพูดกับผู้เป็นสามีอีกครั้ง “เดี๋ยวข้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ท่านอาบนะเจ้าคะ”
จ้าวชิงเหมยเดินไปยังโถงด้านในทันที
ภรรยาอ่อนโยนราวสายน้ำ นั่นทำให้อันจิงอารมณ์ดี เขามองตามร่างบอบบางของผู้เป็นภรรยาไปด้วยความซาบซึ้งก่อนจะหันกลับไปมองทันหยุนที่ยังยืนนิ่งอยู่
“เจ้ามัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบปิดร้านละ?”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ นายท่าน” ทันหยุนพยักศีรษะรัวๆก่อนปิดประตูโดยแง้มไว้เล็กน้อยและหยิบป้ายไม้ขึ้นมาแขวนว่าโรงหมอปิดทำการแล้ว
“ปิดประตูได้เลย ไม่ต้องแง้มไว้หรอก”
“แล้วลุงสามล่ะเจ้าคะ?”
“ถ้าเขาไม่กลับมาในไม่กี่ชั่วยามนี้ เขาก็คงไม่กลับมาแล้วล่ะ เขาสามารถค้างคืนที่เรือสังคีตได้หากเลยเวลายามไฮ่*ไปแล้ว ราคามันไม่ได้แพงมากนัก”
“นายท่าน..รู้ได้อย่างไรเจ้าคะว่าเลยยามไฮ่ไปแล้วสามารถค้างคืนที่เรือสังคีตได้ ทั้งยังรู้อีกด้วยว่าราคาไม่แพง”
อันจิง “…….”
.
.
.
** ยามไฮ่ เวลา 21.00 น.-22.59 น.