ตอนที่ 27 ฮีโร่ที่ได้รับภารกิจฉุกเฉิน
ตอนที่ 27 ฮีโร่ที่ได้รับภารกิจฉุกเฉิน
เดวิดไม่รู้เลยว่า สำหรับกรณีของริเบรี่ เลิฟเองก็ทุ่มเทอย่างหนัก
หลังจากจบการฝึกซ้อมในวันรุ่งขึ้น ริเบรี่ถูกเลิฟเรียกตัวไปที่ออฟฟิศเพื่อรับการติวพิเศษ
เริ่มจากการดูวิดีโอการแข่งขันสองนัดที่เขาได้ลงเป็นตัวจริง ทุกครั้งที่ริเบรี่ได้บอล เลิฟจะกดหยุดทันที แล้วอธิบายตำแหน่งการวิ่งของเพื่อนร่วมทีม พร้อมแนะนำว่าทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับจังหวะนั้นคืออะไร และเขาควรเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมอย่างไร
ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศจนถึงเที่ยงคืน กว่าจะดูจบทั้งสองนัด
แต่ยังไม่จบแค่นั้น ในวันถัดมา เลิฟยังคงติวเข้มต่อไป เขานำวิดีโอของปีกซ้ายระดับโลกหลายคนมาให้ริเบรี่ดู และอธิบายการเล่นของพวกเขาแบบละเอียด
การฝึกพิเศษนี้กินเวลาติดต่อกันสามคืนเต็ม
พอถึงคืนสุดท้าย เลิฟบอกริเบรี่ว่าการติวภาคทฤษฎีจบลงแล้ว ตอนนั้นเอง นักเตะหนุ่มถึงกับโดนเล่นงานจนแทบจะพูดคำว่า "จ่ายบอล" ออกมาเองโดยอัตโนมัติ นี่แสดงให้เห็นเลยว่าการฝึกครั้งนี้โหดขนาดไหน
แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ ริเบรี่เป็นนักเตะที่ใช้สมองเล่นบอลอยู่แล้ว หลังจากฝึกอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่าเขายังไม่สามารถเล่นเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ได้เป็นนักเตะที่เอาแต่เลี้ยงบอลโดยไม่สนใจใครอีกต่อไป
แม้ปัญหาของริเบรี่จะได้รับการแก้ไขไปชั่วคราว แต่การติวพิเศษครั้งนี้กลับทำให้เลิฟต้องเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม
เดิมที เลิฟก็มีข่าวลือว่าเป็นพวกรักร่วมเพศอยู่แล้ว เดวิดเองก็ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้แพร่สะพัดมาได้ยังไง แต่ในชีวิตก่อน ข่าวลือนี้ก็มีอยู่จริง
เมื่อเลิฟติวพิเศษให้ริเบรี่แบบตัวต่อตัวทุกคืน สองชายหนุ่มขลุกอยู่ในออฟฟิศจนดึกดื่น คนที่รู้เบื้องหลังเรื่องนี้ก็เข้าใจดีว่ามันไม่มีอะไร แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ ก็เริ่มสงสัย
ตอนแรก ข่าวลือนี้แพร่กระจายแค่ในหมู่เจ้าหน้าที่ของสโมสร แต่ไม่กี่วันต่อมา ดูเหมือนว่าคนทั้งน็อตติ้งแฮมจะรู้กันหมด
พวกนักข่าวดีใจกันสุด ๆ เพราะนี่มันข่าวฉาวชัด ๆ!
ทันใดนั้น บทความในหนังสือพิมพ์หัวข้อ "เรื่องที่เลิฟและริเบรี่ไม่อาจเปิดเผย" ก็กลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่วน็อตติ้งแฮม แถมยังมีการแต่งเติมเรื่องราวออกมาเรื่อย ๆ
เรื่องที่ทำให้เดวิดขำสุด ๆ ก็คือ มีบทความหนึ่งกล่าวว่า "ริเบรี่แม้จะเด็กกว่า แต่ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของเขาทำให้ดูน่าเกรงขามสุด ๆ คนแบบนี้ไม่มีทางเป็นฝ่ายรับได้แน่ ๆ ส่วนเลิฟนั้นมีหน้าตาแบบที่เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายรับโดยธรรมชาติ บทบาทของพวกเขาถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว"
สองนัดในลีกผ่านไป การแข่งขันคาราบาวคัพรอบแรกก็มาถึง น็อตต์ส เคาน์ตี้ถูกจับฉลากให้เจอกับ นอร์ทแธมป์ตัน
ทีมนี้ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น็อตต์ส เคาน์ตี้ค่อนข้างคุ้นเคย เพราะพวกเขาเคยเจอกันมาแล้วในเกมอุ่นเครื่องนัดแรกของฤดูกาล
สำหรับถ้วยลีกคัพและเอฟเอคัพ เดวิดให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะทั้งสองรายการนี้ ผู้ชนะจะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีกฤดูกาลหน้า
หากจะบอกว่าเดวิดไม่มีเป้าหมายที่จะไปเล่นฟุตบอลยุโรปในปีหน้า นั่นก็คงเป็นเรื่องโกหก
ตามแผนของเขา ทีมต้องใช้เวลาในการพัฒนาแท็กติกให้ลงตัว หากในลีกคัพรอบแรก ๆ ทีมยังเจอแต่คู่แข่งจากลีกล่าง น็อตต์ส เคาน์ตี้ก็มีโอกาสผ่านไปได้ และเมื่อระบบทีมเริ่มลงตัว ต่อให้ต้องเจอทีมจากพรีเมียร์ลีก ก็อาจจะสู้ได้อย่างสูสี
ส่วนเอฟเอคัพที่เริ่มเตะช้ากว่า เดวิดยังลังเล เพราะรายการนี้ได้รับความสนใจจากทุกทีมในอังกฤษ ถ้าหากทีมระดับกลางของพรีเมียร์ลีกทุ่มเต็มที่กับรายการนี้ น็อตต์ส เคาน์ตี้คงยากที่จะฝ่าด่านไปได้
แต่เอาเถอะ ดูสถานการณ์ไปก่อน อย่างไรซะ เป้าหมายหลักของทีมในสองฤดูกาลนี้ก็คือการเลื่อนชั้น ถ้ามีโอกาสคว้าแชมป์บอลถ้วยก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
เนื่องจากเกมลีกคัพเกิดขึ้นหลังจากเกมลีกเพียงสี่วัน เลิฟจึงตัดสินใจหมุนเวียนนักเตะ แม้ว่าเขาจะอยากพาทีมทำผลงานในบอลถ้วย แต่เกมลีกอีกสามวันข้างหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน ตัวหลักจำเป็นต้องได้พัก
โชคดีที่ความต่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองของทีมไม่มากนัก เกมนี้ อัลตินท็อปพี่ใหญ่กับสไนเดอร์คุมแดนกลาง ส่วนกองหน้าเป็นบีย่า จับคู่กับอัลตินท็อปน้อง
โดยรวมแล้ว ทีมมีสมดุลที่ดีขึ้นทั้งรุกและรับ แต่ในการสร้างสรรค์เกมรุก อัลตินท็อปพี่ยังห่างจากอลอนโซ่อยู่พอสมควร ทำให้ทีมสร้างโอกาสได้ไม่มาก
นอร์ทแธมป์ตันเองก็แพ้สองนัดแรกของลีกเหมือนกัน เลิฟจึงคิดว่าคู่แข่งอาจเลือกพักตัวหลักเพื่อโฟกัสเกมลีก
แต่ผิดคาด พวกเขาส่งตัวจริงลงเต็มที่ ดูท่าจะใส่เต็มสูบกับน็อตต์ส เคาน์ตี้
และผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาด พวกเขาวิ่งสู้ฟัดและเข้าปะทะหนักราวกับว่ากำลังเล่นนัดชิงบอลถ้วย
น็อตต์ส เคาน์ตี้ขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก บีย่าจบสกอร์จากการจ่ายทะลุช่องของสไนเดอร์
แต่ครึ่งหลัง สถานการณ์พลิกผัน เมื่อนายทวาร ดิเอโก้ โลเปซ บาดเจ็บระหว่างพุ่งเซฟ ทำให้ เบน ฟอสเตอร์ ต้องลงสนามแทน
อาจเป็นเพราะยังวอร์มอัพไม่พอ ฟอสเตอร์รับบอลพลาดจนทำให้คู่แข่งซ้ำเข้าไปตีเสมอ 1-1
หลังจากนั้น น็อตต์ส เคาน์ตี้บุกหนัก แต่คู่แข่งตั้งรับแน่นจนต้องต่อเวลาพิเศษ
สุดท้ายก็ไม่มีทีมไหนทำประตูเพิ่ม ทำให้ต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ
ตอนนี้เลิฟได้แต่ถอนหายใจ เพราะน็อตต์ส เคาน์ตี้แทบไม่มีเวลาฝึกยิงจุดโทษเลย เกมคาราบาวคัพของทีมคงจบลงตรงนี้แล้ว
แต่แล้ว เหมือนโชคชะตาไม่อยากให้พวกเขาตกรอบง่าย ๆ
เบน ฟอสเตอร์ นายด่านมือสองที่ไม่มีใครคาดคิด กลับกลายเป็นฮีโร่ของทีม!
(โปรดติดตามตอนต่อไป!)