บทที่ 28 ผ่านเข้ารอบ

ตอนที่ 28 ผ่านเข้ารอบ

ในการเผชิญหน้ากับผู้เล่นคนที่สองของนอร์ทแธมป์ตันที่ออกมาสังหารจุดโทษ เบน ฟอสเตอร์ แสดงความใจเย็นอย่างที่สุด เขาไม่ได้ขยับตัวพุ่งไปก่อน และจังหวะนั้นเองคู่แข่งกลับเลือกยิงลูกชิพเบา ๆ ซึ่งเขารับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

ทันทีที่เซฟจุดโทษได้ ฟอสเตอร์กำหมัดแน่นที่อกแล้วคำรามออกมาดังลั่น เหมือนต้องการปลดปล่อยความกดดันที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

นักเตะน็อตต์ส เคาน์ตี้ที่ยืนเคียงข้างกันอยู่ถึงกับกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ ราวกับว่าชัยชนะในการดวลจุดโทษเป็นของพวกเขาแล้ว

ส่วนบีย่าที่เป็นคนยิงพลาดคนแรก ก็เพิ่งกล้าเงยหน้าขึ้นมา เขารู้สึกว่า หากทีมต้องตกรอบเพราะเขายิงจุดโทษพลาด เขาคงกลายเป็นคนที่ทุกคนโกรธแค้นไปตลอดชีวิต โชคดีที่ฟอสเตอร์ช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้ ทุกอย่างกลับมาเสมอกันอีกครั้ง

เดวิดเองก็ตัดสินใจแล้วว่า หลังจากนี้ต้องหาทางตอบแทนฟอสเตอร์ให้สมกับสิ่งที่เขาทำ

จากนั้น นักเตะของทั้งสองทีมที่ลงมาสังหารจุดโทษต่างก็รักษาความนิ่งเอาไว้ได้ดี ยิงเข้าไปกันหมด ตอนนี้คะแนนอยู่ที่ 3-3 และแต่ละทีมเหลือนักเตะอีกเพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้ยิง

ผู้เล่นคนสุดท้ายของนอร์ทแธมป์ตันดูเหมือนจะกดดันมากเกินไป ตอนเดินถอยหลังออกไปตั้งท่า เขากลับลื่นเสียหลักเกือบล้มลงกับพื้น ทั้ง ๆ ที่สนามก็ไม่ได้ขรุขระอะไรเลย

เลิฟเห็นฉากนี้ก็รู้สึกวูบวาบในใจทันที คล้ายกับว่าโอกาสชนะกำลังอยู่ตรงหน้า

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่สองคนสุดท้ายของการดวลจุดโทษ หนึ่งคนยิง หนึ่งคนเซฟ พวกเขากำลังเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของทั้งสองทีม

และฟอสเตอร์ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเป็นครั้งที่สอง!

เขาเดาทางบอลได้ถูกต้องพอดี พุ่งไปเซฟลูกยิงที่คุณภาพไม่ดีนักของคู่แข่งได้อย่างหมดจด

สนามเงียบกริบไปชั่วขณะ จากนั้นฟอสเตอร์ลุกขึ้นยืนแล้วกระชากถุงมือออกจากมือ ขว้างมันขึ้นฟ้าอย่างแรง

นักเตะน็อตต์ส เคาน์ตี้อยากจะวิ่งไปกอดเขาให้แน่น แต่พวกเขายังต้องอดทนรอให้การดวลจุดโทษจบลงก่อน

แล้วอะไรคือความหมายของคำว่า "ผู้กอบกู้"? วันนี้ เบน ฟอสเตอร์ ได้ให้คำตอบที่ดีที่สุด นั่นก็คือ เซฟจุดโทษของคู่แข่ง และจากนั้นก็เป็นคนยิงจุดโทษตัดสินเอง!

ใช่แล้ว คนสุดท้ายของน็อตต์ส เคาน์ตี้ที่ออกมายิงจุดโทษก็คือ เบน ฟอสเตอร์

มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก การให้ผู้รักษาประตูยิงจุดโทษไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะในการดวลจุดโทษตัดสิน

ฟอสเตอร์ ในฐานะนายทวาร ย่อมเข้าใจจิตวิทยาของผู้รักษาประตูด้วยกันเป็นอย่างดี ตราบใดที่เขาไม่ได้ยิงบอลแย่จนเกินไป การให้เขารับหน้าที่ยิงก็ไม่ใช่ปัญหา

เขาวางบอลลงบนจุดโทษอย่างใจเย็น ค่อย ๆ ถอยหลังออกมา แล้วพุ่งเข้าไปซัดเต็มข้อ

ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลูกบอล ฟอสเตอร์เลือกใช้วิธียิงแบบหวดเต็มแรง ทำให้ทุกคนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

ทุกคนรู้ดีว่าหากยิงแรงมาก การควบคุมทิศทางจะยากขึ้น ดังนั้นนักเตะส่วนใหญ่จึงเน้นการวางบอลเข้ามุมมากกว่าการยิงเต็มแรง

แต่ฟอสเตอร์เลือกทางนี้ และเขาทำสำเร็จ!

ลูกบอลพุ่งเป็นแนวกึ่งสูง ซึ่งปกติแล้วเป็นระดับที่ผู้รักษาประตูสามารถเซฟได้ง่าย แต่เพราะลูกบอลพุ่งมาเร็วเกินไป นายทวารของนอร์ทแธมป์ตันไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนอง แม้ว่าเขาจะพยายามพุ่งไปแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงมองลูกบอลทะลวงผ่านเข้าไปในตาข่าย

ครั้งนี้ นักเตะน็อตต์ส เคาน์ตี้ไม่จำเป็นต้องอดกลั้นอารมณ์อีกแล้ว พวกเขาวิ่งกรูเข้าไปกดตัวฟอสเตอร์ลงกับพื้น เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ม้านั่งสำรองก็พากันวิ่งลงสนามเข้าไปสมทบ

เดวิดเองก็อยากจะลงไปร่วมฉลองด้วยเหมือนกัน แต่พอเห็นเลิฟยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาก็เลือกที่จะนั่งอยู่เฉย ๆ

นักเตะนอร์ทแธมป์ตันเดินออกจากสนามด้วยความผิดหวัง แต่ก็มีบางคนที่เข้ามาขอแลกเสื้อกับนักเตะน็อตต์ส เคาน์ตี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นักเตะของทีมได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกับพวกซูเปอร์สตาร์

เดวิดอดยิ้มไม่ได้ คนพวกนี้มีสายตาแหลมคม หรือไม่ก็โชคดี เพราะพวกเขาคงไม่รู้หรอกว่า นักเตะน็อตต์ส เคาน์ตี้ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี้ จะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลในอนาคต!

การผ่านเข้ารอบแรกของลีกคัพครั้งนี้ ทำให้ทั้งเลิฟและเดวิดรู้สึกโล่งอกไปไม่น้อย เพราะในช่วงเวลาที่ทีมกำลังยากลำบาก การไม่ต้องตกรอบตั้งแต่แรกถือเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การฉลอง

แต่ถึงแม้ทีมจะผ่านเข้ารอบได้ วันรุ่งขึ้นก็ไม่มีการให้หยุดพัก เพราะสุดสัปดาห์นี้ น็อตต์ส เคาน์ตี้ต้องลงเล่นนัดที่สามของลีก เท่ากับว่าพวกเขาจะต้องลงเล่นสามนัดภายในเจ็ดวัน

เดวิดบ่นไม่หยุดเกี่ยวกับโปรแกรมสุดโหดนี้ แต่เขาก็เข้าใจว่าฟุตบอลอังกฤษเป็นแบบนี้ ลีกทูมี 24 ทีม ต้องเตะ 46 นัดต่อฤดูกาล ไหนจะลีกคัพ เอฟเอคัพ และยังมีถ้วยอีเอฟแอล โทรฟี่ที่มีแต่ทีมจากลีกรองเท่านั้นที่เข้าแข่งได้ ต่อให้ตกรอบตั้งแต่รอบแรกทุกถ้วย ทีมก็ต้องเตะไม่ต่ำกว่า 50 นัดในหนึ่งฤดูกาล และหากทีมทำผลงานดีในบอลถ้วย การเตะสองหรือสามนัดต่อสัปดาห์ก็เป็นเรื่องปกติไปเลย

วันรุ่งขึ้น ทีมมีเพียงการฝึกซ้อมเบา ๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย ฟอสเตอร์ที่กลายเป็นฮีโร่ประจำทีมถูกเพื่อนร่วมทีมแซวกันทั้งวัน ทำเอาเขาทั้งขำทั้งเขิน

ดิเอโก้ โลเปซ ต้องพักรักษาตัวสามสัปดาห์ นั่นหมายความว่าฟอสเตอร์จะต้องรับหน้าที่เฝ้าเสาประจำทีมในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับเขาไม่น้อย

หลังจากการฝึกซ้อมสิ้นสุดลง เลิฟและเดวิดก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของกุนซือ

"ผลการแข่งขันกับนอร์ทแธมป์ตันอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก แต่การที่ทีมสามารถคว้าชัยชนะจากการดวลจุดโทษได้นั้น ส่งผลดีต่อขวัญกำลังใจอย่างมาก ถ้าเราได้ลงเล่นในเกมแบบนี้มากขึ้น ผมเชื่อว่าทีมจะเข้าขากันได้เร็วขึ้น" เลิฟพูดขึ้นขณะยื่นแก้วน้ำเย็นให้เดวิด

เดวิดพยักหน้าเห็นด้วย เขาก็คิดเช่นเดียวกัน

"แต่ในเมื่อเราผ่านเข้ารอบมาแล้ว เราต้องวางแผนกันให้ดี" เลิฟพูดพร้อมปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น

เดวิดเองก็นั่งตัวตรงขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาต้องการคุยกับเลิฟเช่นกัน

"ลีกต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง อันนี้คุณคงไม่มีข้อโต้แย้ง ส่วนลีกคัพกับเอฟเอคัพ ผมอยากฟังความเห็นของคุณ และสำหรับถ้วยอีเอฟแอล โทรฟี่ ผมคิดว่าเราควรตัดทิ้งไป" เลิฟเสนอความคิดเห็น

(โปรดติดตามตอนต่อไป!)

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 28 ผ่านเข้ารอบ

ตอนถัดไป