บทที่ 16.นางคือคนบาปที่เปื้อนเลือดของพี่ชาย
บทที่ 16.นางคือคนบาปที่เปื้อนเลือดของพี่ชาย
หลังจากที่สังหารพวกมาร ที่บุกเข้ามายังสำนักเทียนเจี้ยนจนหมดสิ้น ความสิ้นหวังอันไร้ขอบเขตในใจของ ซวี่โม่ลี่ ในที่สุดก็ได้รับการบรรเทาลงชั่วขณะ
นางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างสงบนิ่ง ก่อนจะจ้องมองไปยังเหล่าผู้ที่มาสนับสนุนจากสำนักต่างๆ ที่มาถึงล่าช้า ไม่มีใครกล้าสบตากับนาง แม้แต่คนที่รู้จักกันจากสำนักเทียนเจี้ยนเอง ก็ยังถูกความตกตะลึงเล่นงานเสียจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
สายตาคู่นั้นเป็นแบบไหนกันแน่?
ความโกรธ?
ความเศร้า?
ไม่…มันสุดโต่งยิ่งกว่านั้น มันว่างเปล่าจนไร้ซึ่งทุกสิ่งโดยสิ้นเชิง ความว่างเปล่าที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว และเกิดคำถามขึ้นในใจ
หญิงสาวตรงหน้านี้…
ยังนับว่าเป็น "มนุษย์" ได้อยู่หรือเปล่า?
หรือหากจะเรียกว่า “ซากศพที่ยังมีชีวิต”
ก็คงจะเหมาะสมเสียยิ่งกว่า
ซวี่โม่ลี่ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ไม่แม้แต่จะสนใจพวกผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะที่มาจากสำนักต่างๆ
นางเหินขึ้นสู่ท้องฟ้าบนกระบี่ของตน มุ่งหน้าตรงกลับไปยังสำนักเทียนเจี้ยน
“พี่ชาย...เมื่อสามปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
นางพึมพำในใจ
นางไม่ได้โง่ หลังจากล้างแค้นให้พี่ชายเสร็จแล้ว นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
หาก ซวี่ซี คิดว่านางเป็นตัวถ่วงจริง ๆ
เขาคงไม่มีทางพยายามเร่งรุดมาช่วยนางถึงขนาดนั้น
สิ่งนี้หมายความว่า…ตั้งแต่ต้นจนจบ ซวี่ซี คอยเฝ้าดูนางอยู่ตลอดเวลา
แต่ถ้าเขายังเป็นห่วงนางขนาดนั้น ทำไมถึงต้องทำตัวเย็นชาอย่างไร้เยื่อใย? ทำไมถึงเลือกที่จะจากไปและตัดขาดการติดต่อกับนาง?
ด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ ซวี่โม่ลี่ จึงมุ่งหน้าไปยัง ยอดเขาเสินนเจี้ยนแห่งสำนักเทียนเจี้ยน หากมีใครที่จะสามารถให้คำตอบกับนางได้ ก็คงมีเพียง อาจารย์หลี่ว่านโซ่ว ของพวกเขาเท่านั้น
ไม่นานนัก ซวี่โม่ลี่ ก็ได้พบกับอาจารย์เฒ่าที่กำลังพักฟื้นจากบาดแผลหลังศึกใหญ่
นางก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง
หลี่ว่านโซ่ว เงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจยาว "ช่างเถอะๆ...จะปิดบังไปอีกทำไมในเมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องรู้แล้ว"
"ในเมื่อเขาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า ก็แสดงว่าเขาเองก็ได้เตรียมใจเพื่อให้เจ้าได้รู้ความจริงทั้งหมดแล้วเช่นกัน"
เขามองกระบี่ไม้ที่เปื้อนเลือดในมือของนาง
ก่อนจะลูบเคราและส่ายศีรษะเบาๆ จากนั้นก็เผยความจริงทุกอย่างออกมา
เมื่อสามปีก่อน ซวี่ซี ได้ยอมสละทุกสิ่งเพื่อช่วยชีวิต ซวี่โม่ลี่
เขาได้เผาผลาญพลังชีวิต
เผาผลาญพลังบำเพ็ญตน
เผาผลาญรากวิญญาณของตน
เพื่อสร้าง "รากวิญญาณภายนอก" ให้กับนาง
และเพื่อไม่ให้นางรู้ความจริง เขาจึงเลือกที่จะจากไปโดยไม่บอกลา
"นี่คือความจริง...นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น..."
ความจริงที่โหดร้ายเกินกว่าที่ ซวี่โม่ลี่ จะคาดคิดนางไม่เคยคิดเลยว่า โรคประหลาดที่ทรมานนางมานานถึงเจ็ดปี การรักษาของมันจะต้องแลกมาด้วย ชีวิตทั้งหมดของพี่ชาย
พี่ชายของนาง…เผาผลาญตัวเองจนเหลือแค่เพียงเถ้าธุลี ต้องใช้ชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดทรมานทุกวินาทีแต่ถึงกระนั้น…แม้ในวันสุดท้ายของชีวิต เขาก็ยังฝืนร่างกายที่พังยับเยินเพื่อมาช่วยชีวิตนาง
“ข้า…”
ดวงตาของ ซวี่โม่ลี่ สั่นระริก
ภาพสุดท้ายก่อนที่พี่ชายจะจากไป ฉายซ้ำอยู่ในหัวของนางไม่หยุด
ทำให้ความสิ้นหวังในใจของนางยิ่งลึกขึ้น
ทำให้ความเจ็บปวดในอกของนาง ยิ่งรุนแรงขึ้น
เจ็บ…
เจ็บไปทั้งร่างกาย
โดยเฉพาะตรงท้อง มันเจ็บจนบิดเกร็งไปหมด ดวงตาของนางแสบจนแทบหลั่งน้ำตาออกมา แต่นางร้องไห้ออกมาไม่ได้อีกแล้วเพราะน้ำตาทั้งหมด…ได้เหือดแห้งไปนานแล้ว
และยิ่งเมื่อนางร้องไห้ไม่ได้ นางก็ยิ่งเจ็บปวด เจ็บปวดจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง นางก้มลงมองมือและเท้าของตัวเอง พลันรู้สึกว่า ทั้งหมดนี้นั้นเปื้อนเลือดของพี่ชาย
“เป็นความผิดของข้า…ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า”
หากไม่มีนาง พี่ชายของนางคงยังมีชีวิตอยู่
และเขาคงได้รับการยกย่องเป็น "ยอดอัจฉริยะ" อันดับหนึ่ง และได้รับการชื่นชมจากทุกผู้คน
แต่ตอนนี้…กระทั่งซากศพของเขายังไม่เหลือ ใช่แล้ว…ทั้งหมดเป็นความผิดของนาง
นางเป็นตัวถ่วง นางเป็น "คนบาปที่เปื้อนเลือดของพี่ชาย"
"พี่ชาย..."
หญิงสาวที่ได้รับรู้ความจริงทั้งหมด เดินจากยอดเขาเสินเจี้ยนไปอย่างไร้จิตวิญญาณ
นางกลับไปยังถ้ำที่พวกเขาเคยอยู่ร่วมกันนานถึงสิบสองปี ราวกับคนที่เสียสติ
นางเริ่มค้นหาทุกซอกทุกมุมอย่างบ้าคลั่ง
นางค้นหาจนแทบพลิกทั้งถ้ำ ในที่สุดนางก็พบแหวนเก็บของวงเล็กๆ วงหนึ่ง…
ภายในแหวนเก็บของนั้นเต็มไปด้ว ทรัพยากรสำหรับการฝึกตน เป็นของที่ ซวี่ซี ทิ้งไว้ให้นางตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน
แต่ ซวี่โม่ลี่ ไม่ได้สนใจว่าทรัพยากรเหล่านั้นจะมีค่าเพียงใดสิ่งที่นางใส่ใจคือ นี่คือของเพียงไม่กี่ชิ้นที่พี่ชายทิ้งไว้บนโลกใบนี้ และมันคือของขวัญที่มีความหมายสำหรับนาง
นางตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอก จากวันนั้นเป็นต้นมา ซวี่โม่ลี่ ก็ขังตัวเองอยู่ในถ้ำ ไม่ออกไปไหน ไม่ฝึกฝน และไม่สนใจคำสั่งจากสำนัก
นางเพียงแค่นั่งนิ่งๆ อยู่ในห้องที่ลึกสุดของถ้ำ
เปิดแหวนเก็บของ และเททุกสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา ปล่อยให้ข้าวของที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพี่ชาย โอบล้อมนางไว้ทั้งหมด
ราวกับว่าถ้าหากทำเช่นนี้ นางจะสามารถสร้าง "บรรยากาศ" ที่ทำให้รู้สึกว่าพี่ชายของนางยังอยู่ข้างๆ ไม่ได้จากไปไหน
แต่ในขณะที่นางเทของออกมา นางกลับพบสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากของชิ้นอื่น มันไม่ใช่ทรัพยากรสำหรับฝึกตน ไม่ใช่สมบัติล้ำค่า
แต่มันคือ…กระปุกลูกอม กระปุกที่อัดแน่นไปด้วยลูกอมจนเต็ม
"นี่มัน..."
แววตาที่เคยว่างเปล่าของ ซวี่โม่ลี่ พลันส่องประกายขึ้นมาเล็กน้อย นางค่อยๆ หยิบกระปุกนั้นขึ้นมา เปิดฝา และหยิบลูกอมแข็งหนึ่งเม็ดใส่ปาก
รสชาติที่คุ้นเคย…
แต่…ก็แปลกไปจากที่นางจำได้
อาจเป็นเพราะว่ามันถูกเก็บไว้นานจนเกินไป
จนกินไม่ได้แล้ว
ไม่ใช่…
ไม่ใช่เพราะเวลาผ่านไปนานเกินไป
แต่เป็นเพราะว่านางพบมันช้าเกินไปต่างหาก…
น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาเงียบๆ
หากนางพบกระปุกนี้ตั้งแต่ปีแรกที่พี่ชายจากไป นางคงได้ลิ้มรสมันในช่วงเวลาที่ดีที่สุด
แต่นางไม่ได้ทำเช่นนั้น นางช่างไร้ค่า ไร้ค่าเสียจนนางเองยังเกลียดตัวเอง
"ข้าต้องไถ่บาป..."
"ข้าต้อง...ต้องทำให้พี่ชายฟื้นคืนมาให้ได้..."
"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม..."
เสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
แต่ก็แฝงไปด้วยความแน่วแน่
วันต่อมา
ร่างของ ซวี่โม่ลี่ หายไปจากสำนักเทียนเจี้ยน
นางจากไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ทิ้งข้อความใดๆ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
มีข่าวลือว่า มีคนเคยเห็นนางที่เมืองหินดำ
นางได้ใช้พลังอันยิ่งใหญ่เคลื่อนย้ายกระท่อมไม้ทั้งหลัง ในขณะที่น้ำตาและเลือดไหลรินออกจากดวงตา ราวกับกำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นตำนานของนางได้เริ่มต้นขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น มีผู้พบเห็น ซวี่โม่ลี่ ในถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง นางได้ทะลวงระดับการฝึกตนเข้าสู่ ขั้นจิตวิญญาณทารกแรกกำเนิด และเพียงกระบี่เดียวของนาง สามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับเทพจุติได้
"ผู้สังหารเซียน"
ชื่อของนางเริ่มดังกระฉ่อนไปทั่วโลกแห่งการฝึกตน
นางสังหาร อย่างไร้ที่สิ้นสุด
นางสังหาร จนลัทธิมารแทบสูญสิ้น
นางราวกับมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าดินกับเหล่ามารได้ และเพียงแค่ลำพัง นางสามารถล้างบางลัทธิมารจนแทบสูญสิ้น
แม้แต่ มหาปรมาจารย์แห่งลัทธิมาร ซึ่งอยู่ในระดับโคจรเคราะห์ ก็ยังต้องลงมือเอง
แต่ถึงกระนั้น…
นางก็ยังหลบหนีไปได้
จากนั้น…
เมื่อนางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
นางได้ทะลวงเข้าสู่ ระดับโคจรเคราะห์
ด้วยเพียงกระบี่เดียว นางสังหารผู้บำเพ็ญเซียนระดับโคจรเคราะห์คนนั้น และทำลายลัทธิมารชั้นยอดทั้งลัทธิ
จุดจบของตำนาน?
จากจุดนั้น ไม่มีผู้ใดในโลกของการฝึกตนล่วงรู้เรื่องของนางอีก ซวี่โม่ลี่…ช่างเป็นอัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์ โลกใบนี้ไม่อาจรองรับนางได้อีกต่อไป
และนางเองก็ไม่สนใจที่จะอยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่นางปรารถนาอีกแล้ว
นางจึงฟาดกระบี่เพื่อเปิด "ประตูสวรรค์" ด้วยพลังของตนเอง ก่อนเวลาที่เธอจะสามารถ "เหินสู่แดนเซียน" ตามธรรมชาติได้และได้บุกเดี่ยวสู่แดนเซียน
สั่นสะเทือนทั้งแดนเซียน
"โอหังนัก! เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ บังอาจบุกขึ้นแดนเซียน!"
"เจอเซียนแล้วไม่ก้มกราบ นามของเจ้าถูกจารึกบนศิลาจุติแล้ว!"
"แค่เศษมนุษย์ บังอาจท้าทายเซียน! เจ้าคิดว่าตนเองอยู่ระดับเดียวกับพวกเราแล้วหรือ?"
นางเดินไปข้างหน้า ฆ่าฟันไปตลอดทาง
ฝ่าอุปสรรคมากมายและสังหารศัตรูนับไม่ถ้วน
แค่เพียงกระบี่ไม้ในมือนาง สามารถทำให้ทั้งแดนเซียน ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน จากชื่อเสียงที่เคยโด่งดังในโลกมนุษย์ "ผู้สังหารเซียน" ชื่อของนางกลับสะเทือนไปทั้งแดนเซียน
จนกระทั่ง…
แม้แต่ "จักรพรรดิแห่งเซียน"
ก็ยังมิอาจรอดพ้นจากกระบี่ของนาง…