ไร้เทียมทาน
การแข่งขันเริ่มขึ้น ทีมแฟนบอล "ขุนค้อน" ที่สวมเสื้อสีแดงเป็นฝ่ายเริ่มเขี่ยลูก
อาเธอร์พุ่งตรงไปยังกองหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่ครองบอลทันที ความกระตือรือร้นของเขาไม่ใช่เพราะอะไรอื่น แต่เพียงอยากรู้ว่าความเร็วเต็มกำลังของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน เขารู้สึกถึงพลังอันมหาศาลในร่างกาย ความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกเหมือนสามารถพุ่งชนคู่แข่งให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ ได้
กองหน้าฝ่ายตรงข้ามตกใจและรีบส่งบอลคืนหลังทันที อาเธอร์ไล่ตามลูกบอลต่อไป นักเตะวัยหนุ่มของทีมฝ่ายตรงข้ามพยายามจ่ายบอลไปทางด้านซ้าย แต่เกิดความผิดพลาด บอลถูกคนที่วิ่งตัดเส้นทางเข้าแย่งไปได้
นักเตะสมัครเล่นมักมีความผิดพลาดส่วนบุคคลบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะในเกมรุกหรือเกมรับ สนามบอลสมัครเล่นมักพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเพื่อสร้างโอกาสมากกว่าการเล่นเป็นทีม
ทีมแฟนบอลอาร์เซนอลที่สวมเสื้อสีเหลืองจึงได้โอกาสโต้กลับ ซีม่อน วัย 30 ปี ซึ่งเป็นกองหน้าอีกคนของทีม ไม่ใช่คนที่จะประมาทได้ง่าย เขาเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งไปคนหนึ่งก่อนพาบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ซีม่อนเคยเข้าแคมป์ฝึกฟุตบอลมาก่อน แต่โชคไม่ดีที่พรสวรรค์ของเขาไม่โดดเด่น ทักษะในทีมถือว่าอยู่ในระดับธรรมดา ไม่มีจุดแข็งอะไรเป็นพิเศษ ตอนอายุ 18 ปีที่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเซ็นสัญญาอาชีพ เขากลับไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นนักเตะอาชีพได้ ทำได้แค่เล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรกเท่านั้น
ซีม่อนถือว่าเป็นนักเตะที่มีทักษะโดดเด่นในระดับสมัครเล่น และเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีมาก
อาเธอร์รู้ตัวดีว่าทักษะการเลี้ยงบอลของเขาไม่ดีนัก จึงเลือกใช้จุดแข็งของตัวเองโดยการไปยืนปักหลักในกรอบเขตโทษ กองหลังตัวกลางของทีมเสื้อเหลืองรู้สึกอึดอัดทันที เพราะไม่สามารถเบียดหรือดันอาเธอร์ได้เลย
หากเป็นนักเตะอาชีพ พวกเขาจะใช้การเคลื่อนที่ตามตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีม หรือใช้การดักล้ำหน้าเพื่อป้องกัน แต่กองหลังของทีมเสื้อเหลืองเลือกที่จะเผชิญหน้ากับอาเธอร์โดยตรง เพราะเขาอยากลองวัดพละกำลังกับผู้เล่นที่เคยผ่านการฝึกจากอะคาเดมีของอาร์เซนอล ซึ่งเขาไม่เคยมีโอกาสแบบนี้มาก่อน
หลังจากเพื่อนร่วมทีมได้เห็นความสามารถในการโหม่งของอาเธอร์ในจังหวะก่อนหน้านี้ ซีม่อนจึงดึงตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมาประกบ ก่อนจะส่งบอลออกไปที่ริมเส้นขวา ผู้เล่นริมเส้นที่ไม่มีใครประกบตามขึ้นมาและเปิดบอลเข้ากลาง
ถึงแม้จะเป็นระดับสมัครเล่น แต่ผู้เล่นบางคนก็มีทักษะที่โดดเด่น เช่น คนนี้ที่ถนัดการเปิดบอลและได้ฝึกซ้อมการเปิดบอลแบบจริงจังมาโดยเฉพาะ
สไตล์การเล่นบอลโยนยาวที่เน้นการเปิดบอลมาจากอังกฤษ โดยทีมชาติอังกฤษเองก็พยายามใช้แนวทางนี้จนเป็นเอกลักษณ์ แต่กลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จในรายการใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลของเดวิด เบ็คแฮม คนอังกฤษจำนวนมากยังคงชื่นชอบการเปิดบอลที่มีวิถีโค้ง ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม
อาเธอร์ใช้พลังเพียงเล็กน้อยก็เบียดกองหลังออกไปได้ ก่อนจะสปรินต์สองก้าวแล้วกระโดดขึ้นโหม่งบอลในระยะใกล้ประตู
การยิงประตูด้วยลูกโหม่งถือเป็นหนึ่งในวิธีการทำประตูที่ป้องกันได้ยากที่สุด ด้วยความเร็วของลูกบอลที่สูงและผู้รักษาประตูต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที อาเธอร์ซึ่งมีประสบการณ์ในจังหวะนี้ ใช้การโหม่งกดลงพื้น ลูกบอลกระเด้งพื้นก่อนพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่าย ผู้รักษาประตูไม่มีโอกาสแม้แต่จะป้องกัน
การแข่งขันเพิ่งเริ่มต้น อาเธอร์ก็ทำประตูได้อย่างสวยงาม เพื่อนร่วมทีมต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดี ขณะที่ผู้เล่นทีมเสื้อแดงเริ่มมองเขาเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องตามประกบในวันนี้ เพราะเขาเล่นได้ดุดันเกินไป
กัปตันทีมเสื้อแดงรู้สึกไม่พอใจนัก จึงพูดกับกองหลังตัวกลางที่รับผิดชอบการประกบว่า
“นายตามเขาให้ติดหน่อยสิ ทำไมแค่เริ่มเกมก็ปล่อยให้หลุดไปได้?”
“ไม่ได้ปล่อยนะ เขาตัวใหญ่เกินไป พอเขาวิ่งชนที เกือบล้มเลย” กองหลังตอบด้วยความจนปัญญา
“พูดอะไรของนาย? นายอายุตั้งเกือบสามสิบแล้วนะ แก่กว่าเขาตั้งสิบปี” กัปตันตอบอย่างไม่เชื่อ เพราะอาเธอร์ที่เพิ่งอายุ 18 ปีนั้นเคยขึ้นข่าวมาก่อน หากจะพูดว่ากระโดดสูงหรือวิ่งเร็วก็ยังฟังดูสมเหตุสมผล แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใหญ่ที่มีส่วนสูงใกล้เคียงกัน
“ผมพูดจริงๆ ไอ้เด็กนี่ร่างกายมันโหดเกินคน ถ้าไม่เชื่อลองเองดูสิ”
กัปตันทีมเสื้อแดงชื่อว่า แฮร์รี สแตนสัน เป็นที่รู้จักในนิวแฮมว่าเป็น “ฟุตบอลฮูลิแกน” ที่มีชื่อเสียง เขาอายุ 30 ปี สูง 178 ซม. มีทรงผมแบบ “กัวต๋า” และรูปร่างกำยำเหมือน “เจสัน สเตแธม” ตำแหน่งหลักของเขาคือกองกลางตัวรับ มีการเล่นเกมรับที่ดุดัน แต่ทักษะการโจมตีธรรมดาเท่านั้น
ผ่านไปเพียง 5 นาที ทีมเสื้อเหลืองเล่นเกมสวนกลับด้วยการจ่ายบอลทะลุแนวรับ อาเธอร์รับบอลได้ที่นอกเขตโทษ กัปตันทีมเสื้อแดง แฮร์รี รีบวิ่งเข้ามาประกบตัวเพื่อดวลกันตัวต่อตัว หวังจะทดสอบพละกำลังของอาเธอร์
นักฟุตบอลที่ไม่มีความสามารถในการปะทะมักเล่นได้ยาก เพราะจะทะลุแนวรับได้ลำบาก แฮร์รีซึ่งเป็นที่รู้จักในสนามฟุตบอลสมัครเล่นแถวนิวแฮมว่าเป็นนักเตะสายบู๊ มักใช้การชนเพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียสมดุลและแย่งบอลได้สำเร็จ เขามักเอาชนะด้วยการปะทะตัวต่อตัวและไม่ค่อยมีใครเลี้ยงบอลผ่านเขาได้
เทคนิคการป้องกันของแฮร์รีนั้นเรียบง่ายและเน้นแค่คำว่า "แข็งแกร่ง!"
แต่โชคร้ายสำหรับเขา วันนี้มีคนที่ "แข็งแกร่งกว่า"
เมื่อแฮร์รีพุ่งชนอาเธอร์ มันกลับรู้สึกเหมือนวิ่งชนกำแพง เขาถูกแรงต้านสะท้อนกลับจนเสียสมดุล ทรงตัวไม่อยู่ ขาพันกันและล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตา ขณะที่อาเธอร์ยังคงควบคุมบอลและเลี้ยงต่อไปอย่างมั่นคง
“เชี่ย! หมอนี่มันโหดเกินไปหรือเปล่า? บ้าไปแล้ว!”
แฮร์รีที่นอนอยู่บนพื้นตอนนี้เริ่มสงสัยว่าอาเธอร์อาจโกงอายุ เพราะมันดูเหลือเชื่อที่คนอายุ 18 จะมีพละกำลังแบบนี้ นักเตะดาวรุ่งในทีมของเขาเองยังสู้แรงปะทะของแฮร์รีไม่ได้ แต่กับอาเธอร์ เขากลับถูกบดขยี้จนล้ม
ความแข็งแกร่งของร่างกายทำให้อาเธอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเล่นในกรอบเขตโทษ เขาควบคุมบอลด้วยการแตะบอลยาวและใช้ความเร็วเลี้ยงหลบกองหลังทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดเข้ากลางและเลี้ยงผ่านกองหลังตัวกลางจนหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู
ทั้งสองคนมีความสูงใกล้เคียงกัน แต่คู่แข่งสมัครเล่นกลับช้ากว่ามาก การหมุนตัวแทบไม่มีความเร็วเลย
อาเธอร์เลี้ยงบอลยาวเกินไปเล็กน้อย แต่เพราะอย่างนั้น ความได้เปรียบด้านความเร็วของเขาจึงแสดงออกมาอย่างชัดเจน เขาเร่งสปีดเต็มที่ไล่บอลและทิ้งตัวประกบแบบไม่เห็นฝุ่น ก่อนที่ผู้รักษาประตูจะออกมาปิดมุม เขาใช้เท้าขวาแทงบอลลอดหว่างขาเข้าไปในประตู 2-0
อาเธอร์ไม่ได้ขาดประสบการณ์ในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับประสบการณ์ผู้รักษาประตูจากเจ้าของร่างเดิม เขารู้ดีว่าผู้รักษาประตูเกลียดการยิงประตูแบบไหนมากที่สุด อีกทั้งเขายังมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว เมื่อตามบอลทัน เขาก็นึกออกทันทีว่าจะยิงแบบไหน
เมื่อผู้เล่นอยู่ใกล้ผู้รักษาประตูมาก การแปบอลเน้นมุมมักไม่เหมาะ และการยิงเต็มแรงอาจโดนตัวคู่แข่ง แต่การจิ้มยิงนั้นยากที่จะเซฟเพราะบอลพุ่งเร็วและคาดเดาไม่ได้
อาเธอร์ยิ่งเล่นยิ่งสนุก ความรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ช่างวิเศษเหลือเกิน ก่อนจะข้ามมิติมา เขาเล่นฟุตบอลไม่เก่งเพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป
ในฐานะแฟนบอลตัวฉกาจที่มาจากอีก 20 ปีข้างหน้า แม้จะเล่นไม่เก่ง แต่เขาดูเกมเยอะมาก ทฤษฎีแน่นปึ้ก ก็เหมือนกับที่ว่า ถึงจะไม่เคยเห็นหมูวิ่ง แต่ก็เคยกินหมูมาแล้ว
อาเธอร์เล่นฟุตบอลอย่างเป็นระบบเสมอ เขามักจะรออยู่ใกล้กรอบประตูเพื่อรอโอกาสรับบอลและหาจังหวะชิงยิงประตู หากไม่มีโอกาสยิงตรง เขาจะครองบอลและหาพื่นที่พร้อมรับบอลต่อ
สไตล์การเล่นของเขาทำให้เพื่อนร่วมทีมมองว่าเขาเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว แถมยังเก่งมากอีกด้วย เพราะในสนามฟุตบอลสมัครเล่น ส่วนใหญ่ผู้เล่นมักเล่นแบบต่างคนต่างเล่น เลี้ยงบอลเองจนสุดทาง ต่างจากคนที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ
หลังจากเล่นไปครึ่งชั่วโมง อาเธอร์ทำประตูที่ 3 ของตัวเองได้สำเร็จ จากจังหวะชุลมุนหน้าประตู เพื่อนร่วมทีมยิงแล้วโดนป้องกันไว้ แต่เขาเบียดตัวประกบออกไปและตามบอลทัน ก่อนจะยิงจ่อๆ เข้าไปอย่างง่ายดาย
แม้ทีมแดงจะเปลี่ยนผู้เล่นมาคุมอาเธอร์ ก็ยังหยุดเขาไม่ได้ ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย เขาใช้การเร่งความเร็วเพียงเล็กน้อยก็หลุดจากตัวประกบได้ ในการแข่งขันแบบสมัครเล่น ผู้เล่นส่วนใหญ่มักไม่ค่อยอยากรุมประกบใครคนใดคนหนึ่ง ทำให้อาเธอร์เล่นได้อย่างสบายใจ
เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง อาเธอร์โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม เขามักใช้หัวโหม่งบอลชงให้เพื่อนร่วมทีมเริ่มการโต้กลับ และเพิ่มโอกาสการยิงของตัวเองมากขึ้น
ในที่สุด อาเธอร์ทำได้อีก 4 ประตูจากการโหม่งและยิง รวมทั้งหมด 7 ประตูในเกมเดียว เขาทำลายแนวรับของฝ่ายตรงข้ามจนย่อยยับ ทีม Iron Hammer Fans ที่ยิงได้ 4 ประตู แต่ก็พ่ายแพ้อย่างยับเยินด้วยสกอร์ 11-4
ประตูทั้งหมดของอาเธอร์มาจากการเล่นในกรอบเขตโทษ ไม่มีลูกยิงไกลหรือการพยายามโชว์ทักษะอะไร เขาไม่ค่อยเลี้ยงบอล ไม่เน้นแอสซิสต์ แต่เล่นอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด การจ่ายบอลของเขาเรียบง่าย ใช้ข้างเท้าดันบอลออกไปตามพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำได้
ความโดดเด่นของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะคู่แข่งหมดแรงก่อน ด้วยความที่เป็นผู้เล่นสมัครเล่น จึงมีข้อจำกัดด้านความฟิต ในขณะที่อาเธอร์อยู่ในอีกระดับหนึ่ง แม้ในหมู่นักเตะอาชีพ เขาก็ถือว่ามีความฟิตอยู่ในระดับสูงสุด
คนที่เคยเล่นเกมจะรู้ว่า นักเตะที่มีค่าความฟิตสูงสุดในเกมจะอยู่ที่ประมาณ 95 (สีแดงเข้ม) ส่วนอาเธอร์ที่มีค่าความฟิตอยู่ที่ 90 ก็ใกล้เคียงกันมาก
ในอนาคต ตามสถิติอย่างเป็นทางการของฟีฟ่าระบุว่า นักฟุตบอลอาชีพจะมีระยะวิ่งเฉลี่ยในหนึ่งเกมอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยนักเตะในระดับลีกใหญ่ของยุโรปเฉลี่ยจะวิ่งได้ประมาณ 12 กิโลเมตรต่อเกม
แต่ในปี 2002 วงการฟุตบอลยังไม่มีนักเตะแนว "วิ่งไม่มีหมด" มากเท่าปัจจุบัน ค่าความฟิตระดับ 90 ของอาเธอร์ถือว่าเทียบเท่ากับนักเตะในลีกใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความฟิต การลงเล่นในเกมสมัครเล่นสำหรับเขาจึงง่ายมาก เพราะการปะทะกันไม่รุนแรง ทำให้เขายิ่งเหลือพลังงานในตัวมากขึ้น
ความจริงแล้ว อาเธอร์เป็นนักเตะที่มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแกร่งที่สุดในทีมเยาวชนอาร์เซนอลชุด U18 แต่ตอนที่เขาเป็นผู้รักษาประตู ความสามารถนี้กลับไม่โดดเด่น และโค้ชก็ไม่เคยเห็นพรสวรรค์ของเขา ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการที่เขาเป็นผู้ข้ามมิติมา เพราะร่างเดิมของเขาชอบแต่การเฝ้าเสา
การปล่อยให้พรสวรรค์เสียเปล่าคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาเธอร์ แต่โชคดีที่เขาจะไม่ปล่อยให้มันเสียไปอีกต่อไป
เพียงแค่ใช้งานข้อได้เปรียบด้านร่างกาย อาเธอร์ก็กลายเป็นเครื่องจักรทำประตู และในสนามสมัครเล่น เขาไร้เทียมทาน เขารู้ดีว่าระดับของเกมแบบนี้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเขาไม่เคยโดดเด่นถึงขนาดนี้มาก่อน การได้เป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามทำให้เขาสุขใจอย่างที่สุด
ทันทีที่การแข่งขันจบลง แฟนบอลอาร์เซนอลก็ล้อมตัวอาเธอร์เอาไว้
บาร์เดนถามขึ้นว่า "นายเล่นกองหน้าได้เก่งขนาดนี้เลยเหรอ? คิดจะเปลี่ยนตำแหน่งจริงๆ ไหม?"
"ฉันตัดสินใจแล้ว ต่อไปนี้จะเปลี่ยนไปเล่นกองหน้า ฉันจะไม่กลับไปเป็นผู้รักษาประตูอีกแล้ว" อาเธอร์ตอบอย่างมั่นใจ โดยไม่กลัวว่าใครจะรู้
อีกคนถามว่า "งั้นนายจะไปลองคัดตัวกับทีมอาชีพในฐานะกองหน้าเหรอ?"
"ใช่ ฉันค้นพบว่าตัวเองชอบเล่นเกมรุกมากกว่า และฉันมั่นใจว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้"
บาร์เดนถามอีกว่า "แล้วนายจะมาเล่นกับพวกเราอีกไหม? พวกเรามีแข่งทุกสัปดาห์ บางครั้งก็สองนัดเลยนะ"
"แน่นอน ยิ่งแข่งเยอะยิ่งดี..."