ความอิจฉาของเพื่อนจีมู่เสวี่ย
เวลาราวหกโมงเย็น เสิ่นหลินกับหวังเว่ยก็เล่น CSGO จบลงพอดี
เสิ่นหลินกำลังจะออกไปหาอะไรกิน ทันใดนั้นก็ได้รับข้อความวีแชทจากจีมู่เสวี่ย
จีมู่เสวี่ย: “พี่ชาย ว่างไหมตอนนี้?”
เสิ่นหลินมองข้อความแล้วก็อดขำในใจไม่ได้เทพธิดาน้ำแข็งเริ่มจะไม่เย็นชาแล้วหรือ?
แน่นอนโดนไปขนาดนั้น ใครจะยังเยือกเย็นอยู่ได้?
ถ้าจะเย็นก็ต้องเย็นแบบที่มีหลักมีฐาน!
เสิ่นหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
เสิ่นหลิน: “?”
จีมู่เสวี่ย: “ถ้าพี่ว่าง เดี๋ยวหนูเลี้ยงข้าวนะคะ”
เสิ่นหลิน: “ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวไปรับ”
เขาเองก็ไม่ได้มีอะไรจะต้องทำ และในเมื่อสาวสวยชวนขนาดนี้ เสิ่นหลินก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ
จากนั้นเขาก็หยิบกุญแจรถ เดินตรงไปยังชั้นใต้ดิน
ไวน์ที่ดื่มไปตอนเที่ยงก็จางหายหมดแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากจีมู่เสวี่ยส่งโลเคชั่นให้เสิ่นหลิน มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“เสี่ยวเสวี่ย เธอเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ? นี่เธอคือจีมู่เสวี่ย เทพธิดาผู้สูงศักดิ์นะ แค่กินข้าวกับผู้ชาย ทำไมต้องจริงจังขนาดนี้?”
ในอพาร์ตเมนต์ของจีมู่เสวี่ย โจวหรูถงที่กำลังมาส์กหน้ามองเพื่อนสาวด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“เธอไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าฉันไม่คุยกับเธอละ พี่ชายฉันจะมาถึงแล้ว ต้องไปแต่งหน้า!”
จีมู่เสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“แล้วงานเอสคอร์ตที่ว่า จะเลิกทำเลยเหรอ?”
“ก็มีพี่ชายแล้ว จะไปทำทำไมล่ะ?”
จีมู่เสวี่ยตอบพลางปัดแก้มเติมบลัชออน
“ดีเลยล่ะ งานเอสคอร์ตมันอันตรายอยู่แล้ว ฉันว่าเธอไปเป็นนางแบบแบบฉันดีกว่า หุ่นกับหน้าตาเธอน่ะ เด่นกว่าใครแน่ ถ้าดังขึ้นมา อาจได้เจอพวกลูกคนรวย แล้วแต่งงานเข้าสกุลใหญ่ก็ได้ใครจะรู้!”
โจวหรูถงเดินมาพิงขอบประตูหน้ากระจกแต่งหน้า มองจีมู่เสวี่ยแล้วพูดต่อ
“ฉันไม่สนลูกคนรวยหรอกน่า อีกอย่าง ตอนนี้ฉันมีพี่ชายแล้ว!”
“โดนมนต์สะกดเข้าแล้วใช่ไหม?”
โจวหรูถงขยับเข้ามาแตะตัวจีมู่เสวี่ยด้วยท่าทีแปลกใจ
“เมื่อวานเธอกลับมาน่ะ ยังเรียกพี่ชาย ๆ เพราะไข้ขึ้นอยู่เลย หรือเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันแน่? พี่สาวของฉัน อย่าหลงจนหัวปักหัวปำนักเลยนะ เธอน่ะมีของดีอยู่ในมือ อย่าให้เรื่องความรักมาทำให้เสียศูนย์!”
“ฉันไม่ได้หลง เขาน่ะเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันเคยเจอเลยล่ะ!”
จีมู่เสวี่ยพูดด้วยแววตาแน่วแน่ขณะทาปาก
“แค่ใส่นาฬิกาหลายแสน เธอก็ใจอ่อนแล้วเหรอ?”
เมื่อวานตอนจีมู่เสวี่ยกลับบ้าน โจวหรูถงเห็นเธอสวมนาฬิกาแบรนด์ โอเดอะมาร์ส ปิเกต์ ซึ่งราคาไม่น้อยเลย ตอนนั้นถึงกับอึ้ง
แต่พอนึกว่าไม่ใช่ของตัวเอง ความรู้สึกหมั่นไส้ก็พลันตามมา
ไม่จบแค่นั้นโจวหรูถงพูดต่อทันที
“นาฬิกาหลายแสนมันธรรมดามากนะ ฉันจะบอกให้ คนรู้จักของฉันตอนนี้น่ะ พวกลูกคนรวยทั้งนั้น รู้จัก ลัมโบร์กีนี ใช่ไหม? พวกนั้นใส่ ริชาร์ด มิลล์ ด้วยซ้ำ รวยของจริงเลย คืนนี้พวกเขานัดปาร์ตี้ที่บาร์ ไปด้วยกันสิ อย่าไปกินข้าวกับ พี่ชาย ของเธอเลย พอเธอเห็นกลุ่มนั้นนะ จะรู้เลยว่าคนรวยจริง ๆ เป็นยังไง!”
จีมู่เสวี่ยแค่นหัวเราะในใจรวยกว่าพี่ชายเธองั้นเหรอ?
ริชาร์ด มิลล์ แพงมากไหม?
พี่ชายเธอเพิ่งซื้อบ้านหลังละเกือบร้อยล้านหยวนเมื่อวานแต่แน่นอน เธอไม่คิดจะอวดอะไรกับโจวหรูถงหรอก จึงได้แหย่กลับไปว่า
“หรือว่าที่พูด ๆ มา คือคุณหูที่เธอตามจีบอยู่?”
“ใครบอกว่าฉันจีบเขา? เราแค่เป็นเพื่อนธรรมดากันต่างหาก! ฉันได้ข่าวว่าเขากำลังจะตั้งบริษัท MCN อยู่เลย กะว่าจะเข้าไปดูว่าร่วมมือกันได้ไหม อย่ามาทำให้ฉันดูเป็นผู้หญิงหิวเงินแบบนั้นหน่อยเลย”
ว่าแล้วโจวหรูถงก็เอื้อมมือมาตบไหล่จีมู่เสวี่ยเบา ๆ
“อีกอย่างนะ ฉันน่ะสติครบทุกอย่าง พวกลูกคนรวยพวกนั้นน่ะ เหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในบ่อของฉัน พอถึงเวลาก็แค่โปรยเหยื่อนิดหน่อย เดี๋ยวก็ว่ายมากัดกันเองนั่นแหละ!”
“ยังไงฉันก็ว่าพวกนั้นน่ะ หลอกง่ายจะตาย!”
จีมู่เสวี่ยเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“มีแต่เธอนั่นแหละที่คิดว่ากำลังตกปลาอยู่ บางทีตัวเองอาจจะเป็นแค่ปลาตลกในบ่อของพวกเขาก็ได้นะ”
ว่าแล้วจีมู่เสวี่ยก็รีบแต่งตา ใส่กระเป๋า หลุยส์ วิตตอง สะพายไหล่ แล้วหันไปมองโจวหรูถง
“โอเค ถงถงของเรารู้จักระวังตัวก็ดีแล้วล่ะ งั้นฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ชายจะถึงแล้ว ฉันจะลงไปรอข้างล่าง!”
“เสี่ยวเสวี่ย อย่าทุ่มเทมากเกินไปเลยนะเอางี้ไหม? หลังมื้อเย็นคืนนี้ เธอลองชวนเขาไปที่ เอสที บาร์ สิ ฉันจะช่วยดูให้เอง อีกอย่าง เธอก็จะได้เจอคุณหูและคนอื่น ๆ ด้วย ฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียวเลยนะ!”
โจวหรูถงยังไม่ยอมแพ้ เธอพยายามแทรกกลางระหว่างจีมู่เสวี่ยกับ ‘พี่ชาย’ ของอีกฝ่าย
แน่นอนว่าเธอมีแผนในใจถ้าจีมู่เสวี่ยสามารถดึงดูดใจลูกคนรวยได้สักคน เธอในฐานะเพื่อนสนิทก็จะกลายเป็นคนเชื่อมต่อที่สำคัญทันที
จีมู่เสวี่ยใส่รองเท้า เปิดประตู แล้วหันกลับไปมองโจวหรูถง
“ไว้ค่อยว่ากันนะ”
พูดจบ เธอก็ปิดประตูแล้วเดินออกไป
ส่วนเรื่องจะไปบาร์หรือไม่นั้นไม่ต้องพูดก็รู้ว่า ไม่ไปแน่นอน สำหรับจีมู่เสวี่ยแล้ว เสิ่นหลินคือผู้ชายที่เต็มไปด้วยของล้ำค่า
แค่เธอรู้เอาไว้คนเดียวก็พอ
หลังจากโจวหรูถงเห็นจีมู่เสวี่ยเดินจากไป เธอก็แค่นยิ้ม มุมปากยกขึ้นนิด ๆ อย่างดูแคลน
“ทำเป็นวางมาดนาฬิกาหลายแสนแค่นั้นน่ะนะ”
“ถ้าเทียบกับคุณหูแล้ว ‘พี่ชาย’ ของเธอมันจะไปสู้อะไรได้กัน!”
...
ทางด้านจีมู่เสวี่ย พอเดินมาถึงหน้าโครงการพักอาศัย ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามดังกึกก้อง
เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเเฟอร์รารี่ 488 ของเสิ่นหลินแล่นเข้ามาพอดี
เสิ่นหลินเองก็เห็นจีมู่เสวี่ยเช่นกัน เขาจอดรถข้าง ๆ เธอ แล้วลดกระจกฝั่งผู้โดยสารลง
“ขึ้นรถสิ!”
“อืม!”
จีมู่เสวี่ยรีบเปิดประตูแล้วขึ้นไปนั่งทันที
เสิ่นหลินหันไปมอง เธอวันนี้แต่งตัวราวกับราชินี
ชุดเดรสสีดำสนิทเข้ารูปเผยให้เห็นสัดส่วนอันอ่อนช้อย ผมยาวสลวยปล่อยเคลียไหล่ราวสายน้ำที่เปล่งประกาย ทุกเส้นดูราวกับมีชีวิต
ทันทีที่ขึ้นรถ จีมู่เสวี่ยก็คว้าแขนเสิ่นหลินมากอดแน่น
“พี่ หนูคิดถึงพี่ทั้งวันเลย!”
“คิดถึงขนาดนั้นเชียว?”
เสิ่นหลินยกมืออีกข้างวางลงบนต้นขาของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
จีมู่เสวี่ยโน้มตัวกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
“คิดถึงสิคะ ตอนซ้อมเปียโนยังนึกถึงพี่อยู่เลย หนูอยากให้พี่ทำอะไรก็ได้ตามใจเลย”
เสิ่นหลินมองสาวงามตรงหน้า ถ้าจะบอกว่าใจไม่หวั่นไหวก็คงโกหก
เขาจับปลายคางเธอขึ้นมา แล้วจูบลงไปอย่างดุดัน
จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า
“จะไปกินข้าวที่ไหนกันดี?”
คำถามยังไม่ทันจบ จีมู่เซว่ายังไม่ทันได้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของเสิ่นหลินก็ดังขึ้น
จีมู่เสวี่ยรู้จังหวะดี จึงเงียบไปไม่พูดอะไร
เสิ่นหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นสายจากจางฮ่าวก็ยิ้มรับ แล้วกดรับสาย
“ว่าไง พี่ฮ่าว?”
“ตอนนี้เหรอ?”
“โอเค เดี๋ยวผมไปตอนนี้เลย พาคนไปด้วยได้ใช่ไหม?”
“ได้เลย ส่งโลเคชั่นมาเลยครับ!”
หลังจากวางสาย เสิ่นหลินหันไปมองจีมู่เสวี่ยแล้วยิ้มบาง
“เพื่อนบ้านของฉันเอง เป็นรุ่นพี่ชมรมกีตาร์ตอนเรียนมหาลัย เขาเลี้ยงข้าวพอดี งั้นถือว่าได้เลี้ยงเธอไปด้วยเลยละกัน!”
จีมู่เสวี่ยได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย แล้วถามเบา ๆ
“แบบนี้หนูไปด้วยจะเหมาะหรือเปล่าคะ?”
“ไม่เป็นไร ไปด้วยกันเลย!”
เสิ่นหลินพูดจบก็สตาร์ตรถ แล้วขับเเฟอร์รารี่ มุ่งหน้าไปตามโลเคชั่นที่จางฮ่าวส่งมา