เป้าหมายที่สองถูกระบุแล้ว
เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง ดาร์เรนเดินอย่างช้า ๆ ตรงไปยังเตียง
แม่ของเขาดูเหมือนจะหลับอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า เธอก็หันกลับมามองว่าเป็นใคร
รอยยิ้มอ่อนแรงปรากฏบนใบหน้า “ดาร์เรน ลูกแม่”
ดวงตาดาร์เรนเศร้าลงทันที เขาอยากจะโผเข้ากอดแม่แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขาต้องระวังไม่ให้เธอบาดเจ็บ เขาจึงเพียงนั่งลงข้างเตียง กุมมือบอบบางของเธอไว้แน่นด้วยมือที่สั่นระริก
“แม่” เขาเรียกเบา ๆ “แม่”
เขาไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าของเธอได้เลย มันซีดเซียว แต่ยังเปล่งประกายความอบอุ่นที่เขาจำได้แม่นยำ ภาพที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้า ทำให้ใจเขาบีบรัด น้ำตาคลอขึ้น แต่เขากระพริบตาไล่มันทันทีเขาจะต้องเข้มแข็งเพื่อเธอ
คุณนายสตีลยิ้มเมื่อเห็นลูกชายตัวเองดูอ่อนไหวเป็นพิเศษในวันนี้
“เป็นอะไรไป ดาร์เรน?” เธอถามเสียงแผ่ว มืออีกข้างยกขึ้นแตะที่แก้มเขาอย่างอ่อนโยน “ทำไมมองแม่แบบนั้นล่ะลูก? ดูเหมือนคนไม่ได้เจอกันมาหลายปีเลยนะ”
‘ก็ใช่น่ะสิ’ เขาคิด แต่คำพูดเหล่านั้นติดค้างอยู่ในลำคอ
เขาบอกไม่ได้ เธอไม่มีทางเข้าใจ และเขาไม่มีวันพูดออกไปได้ว่าเธอ เคยตายในอดีต
แทนที่จะพูด เขากลับซบหน้าลงที่ไหล่เธอ ปล่อยให้อ้อมแขนของเธอโอบกอดเขาไว้เบา ๆ อย่างอบอุ่น
“ผมไม่เป็นไร” เขากระซิบ เสียงสั่น “แค่...ดีใจที่ได้เจอแม่น่ะครับ”
เธอกอดเขาแน่นขึ้น “แม่ก็อยู่ตรงนี้เสมอนะลูก ไม่ไปไหนหรอก อย่ากังวลเลย”
“ที่นี่” เขาถาม “พวกเขารังแกแม่ใช่ไหม? พวกเขาอยากให้แม่ออกจากโรงพยาบาลใช่ไหม?”
แม่ของเขาถอนหายใจยิ้ม “อะไรก็ตามที่ทำให้แม่ยังได้รักษาตัวอยู่นี่ มันก็ดีกว่าการค่อย ๆ ตายไปนะลูก พวกเขาให้ยาที่แม่ต้องใช้ แม่โอเคนะดาร์เรน แม่จะไม่เป็นไร”
แต่นั่นไม่ใช่ความจริง
หัวใจของดาร์เรนเจ็บปวดอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่านั่นเป็นคำปลอบโยน
โรคของแม่เขาในปีนี้ เป็นเหมือนเงาดำที่กัดกินชีวิตของพวกเขาทั้งคู่
หลังจากเรียนจบและได้ฝึกงานกับ สมิทเธอร์สกรุ๊ป ไม่นาน แม่ของเขาก็ล้มป่วยกะทันหัน เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด เขารีบพาเธอไปคลินิกราคาถูก หวังว่าจะเป็นแค่อะไรเล็กน้อย แต่กลับถูกวินิจฉัยว่าเป็น โรคตีบลิ้นหัวใจเอออร์ติกระยะรุนแรง ลิ้นหัวใจแคบลงจนเลือดไหลผ่านลำบาก
อาการทรุดหนักขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หัวใจของเธอก็จะล้มเหลว และเธอจะเสียชีวิต
คลินิกช่วยอะไรไม่ได้ ดาร์เรนจึงต้องพาแม่มาที่เดียวที่เขาเชื่อมั่นว่าอาจรักษาเธอได้โรงพยาบาลมอร์ริสัน
เขาไปขอร้องแกเร็ธ สมิทเธอร์สให้ช่วยใช้เส้นสายให้แม่เขาได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งนี้ ซีอีโอยอมตกลง บอกว่าเขา ไม่ใจดำพอจะดูแม่ของเด็กคนหนึ่งตายไปต่อหน้า
แต่แล้ว ค่าผ่าตัดก็มาถึง และมันมหาศาลเกินเอื้อม
เขาไม่มีทางจ่ายได้ในตอนนั้น เขาจึงไปขอร้องแกเร็ธอีกครั้ง และนั่นคือครั้งแรกที่เขาถูกเหยียบย่ำอย่างไร้ศักดิ์ศรี
แกเร็ธเรียกเขาว่า ขอทาน ขอไปเรื่อยโดยไม่รู้จักอาย แค่เขาขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าหลังได้รับตำแหน่งผู้ช่วยการเงิน แกเร็ธบอกว่าการที่แม่เขาได้เข้ารักษาก็ถือว่าทำมากพอแล้ว และเขาไม่มีวัน “เบิกเงินให้พนักงานคนไหนล่วงหน้าเด็ดขาด!”
และเพราะเขาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา โรงพยาบาลจึงจำใจจำหน่ายแม่ของเขาออกไป เธอเสียชีวิตลงในคืนหนึ่งอันเหน็บหนาวในเดือนตุลาคม
ดาร์เรนจำคืนนั้นได้ดี ร่างของแม่ที่เย็นเฉียบ น้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหล และคำสาปแช่งที่เขาเงียบ ๆ พูดกับโลกทั้งใบ
แต่ตอนนี้ เขาหลับตาลงพร้อมลมหายใจหนึ่ง
‘มันจะไม่เกิดขึ้นอีก’
‘ผมจะไม่ยอมให้แม่จากไปอีก’
คุณนายสตีลยิ้ม “คิดอะไรในหัวกลม ๆ ของลูกอยู่น่ะ หืม?”
ดาร์เรนมองเธอขณะที่เธอเอนตัวลงพัก หายใจเบา ๆ เขาเอื้อมมือสั่น ๆ ปัดปอยผมจากหน้าผากของเธอ
“ผมจะช่วยแม่เอง” เขากระซิบ “ผมสัญญา”
ติง!
[เป้าหมายที่ 2 จาก 3 ถูกระบุแล้ว]
ดาร์เรนขมวดคิ้ว มองอินเทอร์เฟซตรงหน้า “เป้าหมาย?” เขาจำได้ว่าเห็นข้อความนี้ครั้งหนึ่งก่อนที่ระบบจะเริ่มทำงาน
แต่เขาไม่มีเวลาคิดต่อ เพราะประตูห้องเปิดออกทันที
ชายในเสื้อกาวน์ขาวก้าวเข้ามา ตามหลังด้วยพยาบาลคนเดิมที่มีสีหน้าทะเล้นหยิ่งยโสทันทีที่เห็นเขา
“คุณสตีล” หมอเอ่ยพลางปรับแว่น “ดีใจที่ยังเจอคุณอยู่ เราต้องคุยกันเรื่องการรักษาของแม่คุณ”
ดาร์เรนลุกขึ้นทันที ร่างกายตึงเครียด “ได้ครับ เราไปคุยกันข้างนอกได้ไหม?”
หมอกับพยาบาลสบตากัน ก่อนพยักหน้า “ได้ครับ”
เมื่อพ้นจากห้อง ดาร์เรนสูดลมหายใจลึก “มีปัญหาอะไรครับ?”
พยาบาลแค่นหัวเราะ “บัญชีของคุณค้างชำระนะคะ คุณติดหนี้พอสมควรเลยสำหรับคนอย่างคุณ”
“ผมบอกไปแล้วว่ายอดบิลมันอยู่ในชื่อของลุงผม จาเร็ด สตีล” เขาพยายามอธิบาย
หมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพทย์ชื่อดังประจำโรงพยาบาลมอร์ริสัน พูดขึ้นบ้าง “แล้วลุงคุณอยู่ไหนล่ะครับ? เขาไม่เคยเหยียบเข้ามาในโรงพยาบาลเลย และเราก็ไม่มีทางติดต่อธนาคารของเขาได้เลยด้วย เลิกเล่นเกมเถอะเด็กน้อย ตอนนี้บิลทั้งหมดตกอยู่ที่คุณแล้ว”
“ครับ ผม ฟังนะ ผม” ดาร์เรนพูดติดขัด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น “ตอนนี้ผมยังไม่มีเงิน แต่ผมจะหามาให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ ขอแค่เวลาหน่อยนะครับ”
หมอถอนหายใจ ส่ายหน้า “นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะครับ คุณสตีล โรงพยาบาลมอร์ริสันคือที่หนึ่งของรัฐ เราไม่เก็บเตียงไว้ให้คนที่ไม่มีปัญญาจ่าย”
“ขอร้องล่ะครับ” ดาร์เรนพูดเสียงสั่น “แม่ผมต้องการการดูแลจริง ๆ”
“คนไข้ของเราทุกคนก็ต้องการการดูแลเหมือนกันครับ คุณสตีล”
พยาบาลแยกเขี้ยวใส่ “เลิกทำตัวน่ารำคาญได้แล้ว จ่ายมาให้เรียบร้อยซะที ไอ้กระจอก!”
ดาร์เรนพยายามกลืนคำดูถูกนั้นลงไป แม้ในใจจะเดือดพล่าน เขาเป็นฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ “ผมแค่ขอเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ ขอแค่นั้นจริง ๆ ครับ”
พยาบาลสะบัดเสียง หยักไหล่อย่างดูแคลน “สัปดาห์เดียว? นี่คิดว่าเราเป็นคลินิกฟรีรึไง? คนไข้ของเราที่แท้จริงเขาจ่ายค่ารักษาได้ ไม่ใช่เหมือนนาย” เธอกวาดตามองชุดเก่า ๆ ของเขาด้วยความรังเกียจ
“ไปเก็บข้าวของของยายแก่ที่เรียกว่าแม่ของนาย แล้วพาเธอออกไปซะ เตียงนั่นต้องให้คนไข้ระดับสูง!”
คำนั้นแทงเข้ากลางอกดาร์เรน เขาหันไปมองหมอ
แต่หมอเพียงยักไหล่ “ก็ได้ยินแล้วนี่ ถ้าอยากให้เธออยู่ต่อ จ่ายมา ถ้าจ่ายไม่ได้ ก็ออกไป ให้คนที่ ‘คู่ควร’ ใช้เตียงแทน”
หัวใจของดาร์เรนทรุดตัวลงทันที เขารู้สึกเข่าอ่อน “คุณไม่เข้าใจ เธอป่วยหนักมากนะ ถ้าเคลื่อนย้ายตอนนี้ อาจทำให้เธอเสียชีวิตได้ ขอร้องล่ะครับ ขอแค่วันเดียวก็พอ ผมจะเอาเงินมาให้พรุ่งนี้เลย”
พยาบาลหัวเราะลั่น “พรุ่งนี้? แล้วปาฏิหาริย์อะไรจะเกิดขึ้นเหรอ? ยอมรับเถอะ นายมันกระจอก ถ้านายแคร์แม่จริง ๆ นายคงหามาได้แล้ว!”
“ผมขอร้อง” ดาร์เรนก้มศีรษะต่ำ กำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว “ตอนนี้ผมทำได้แค่นี้จริง ๆ ขอแค่ ได้โปรด!”
เธอมองเขาอย่างขยะแขยง “น่าสมเพชสิ้นดี” เธอแค่นเสียง ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มเยาะ “แต่นายบอกว่า ‘จะทำทุกอย่าง’ ใช่ไหม? ถ้างั้น—คุกเข่าแล้วจูบเท้าฉันสิ!”
ดาร์เรนชะงัก “ว่าไงนะ?”
“ก็ได้ยินชัดแล้วนี่” เธอเอียงคออย่างเย้ยหยัน “ถ้านายหมดหวังจริง ๆ ก็แสดงให้เห็นสิว่ามันมากแค่ไหน คุกเข่าลง แล้วจูบรองเท้าฉันซะ!”
หมอหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า “แล้วไงล่ะครับ คุณสตีล? ศักดิ์ศรีมันช่วยชีวิตแม่คุณได้ไหม?”
หน้าอกของดาร์เรนแน่นตื้อ เขามองไปทางประตูห้องของแม่ ชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับเขา
แต่ให้เขาจูบเท้าผู้หญิงสารเลวคนนี้งั้นเหรอ?! น่าอัปยศเกินไป!
แต่หมอพูดถูก ศักดิ์ศรีไม่ช่วยชีวิตแม่เขาได้
และถ้ามันหมายถึงช่วยแม่ ดาร์เรนยอมจูบเท้าร้อยคู่ก็ได้!
ในที่สุด ความสิ้นหวังก็เอาชนะศักดิ์ศรี เขาค่อย ๆ ทรุดตัวลงคุกเข่า
เขาก้มศีรษะลง ในขณะที่ทั้งหมอและพยาบาลมองเขาด้วยรอยยิ้มสะใจ จากนั้นเขาก็จูบรองเท้าหนังขัดมันของพยาบาล
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เธอหัวเราะร่า ก่อนจะยกส้นรองเท้ามากดเข้าที่อกเขาแล้วผลักจนเขาล้มลงกับพื้น
“น่าสมเพชจริง ๆ” เธอพูดเย้ยหยัน “เอาล่ะ ไอ้หมาน้อย แม่ของนายจะได้อยู่ต่ออีกวันแต่พรุ่งนี้ต้องมีเงินมา ไม่งั้นเราไม่แจกการรักษาฟรี โดยเฉพาะกับพวกน่ารำคาญแบบนาย!”
หมอเสริมด้วยเสียงเย็นชา “ออกไปได้แล้ว การมีนายอยู่ตรงนี้ทำให้โรงพยาบาลเสียภาพลักษณ์”
ดาร์เรนนอนนิ่งอยู่ที่พื้น หัวใจเต้นแรง สมองตื้อไปหมด กำหมัดแน่น
‘แน่นอน แน่นอนสิ!! มันเหมือนกันหมดทุกที่ คนเรามันใจร้ายโดยธรรมชาติ! พอเขามองว่านายต่ำกว่า ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ... พวกเขาก็ปฏิบัติกับนายเหมือนขยะ! ไทเลอร์ มูนีย์พูดถูกเงินกับอำนาจคือทุกอย่าง!’
‘ใครที่บอกว่าไม่ใช่... ก็แค่คนที่ยังไม่มีพอ!’
“เฮ้! ไอ้หมา!” พยาบาลโน้มตัวลง “ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? ไปได้แล้ว!”
ดาร์เรนลุกขึ้นช้า ๆ แก้มเขาแดงด้วยความอับอาย เขาก้มหน้าไว้ ไม่ให้พวกมันเห็นแววตาโกรธแค้น
‘แต่ฉันจะหาให้ได้... เงินและอำนาจมากมายมหาศาล และแกจะเป็นคนแรกที่ฉันจะจัดการ’ เขามองที่ป้ายชื่อพยาบาล
นางพยาบาล เฮเลน
ดาร์เรนยังไม่พ่ายแพ้ เขาหันกลับไปมองประตูห้องแม่อีกครั้ง พึมพำคำลาเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปตามทางเดิน
เสียงหัวเราะของพยาบาลยังตามหลังมา รวมถึงเสียงซุบซิบของคนที่เห็นเหตุการณ์
ใบหน้าดาร์เรนเรียบเฉย แต่ในใจกลับเดือดพล่าน
“พวกมันจะต้องเสียใจ” เขาคำรามในใจ “ทุกคนเลย”
เมื่อก้าวออกจากโรงพยาบาล เสียง ติง! ก็ดังขึ้นในหัว
[โรงพยาบาลมอร์ริสันถูกจัดเป็นบริษัทศัตรู]
[บริษัทศัตรูจะต้องถูก “ล้ม” หรือ “สั่นคลอน” ให้ได้]