ยกเลิกสัญญา
บรรยากาศภายในห้องเริ่มอึมครึม ราวกับสนามมวยที่ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากันโดยไม่มีผู้ชี้ขาด
ดาร์เรนสัมผัสได้ถึงสายตาเฉียบคมของแกเร็ธที่จ้องเขาอย่างจะทะลุร่าง แต่ต่างจากตัวเขาเมื่อสิบปีก่อน คราวนี้ เขา “ไม่สะท้าน”
จดหมายลาออกเปรียบเสมือนกรรมการในศึกครั้งนี้ วางอยู่ตรงกลางโต๊ะ ระหว่างคนทั้งสอง โดยไม่มีใครแตะต้อง
ตามนิสัยของแกเร็ธ ดาร์เรนรู้ดีว่าเขาจะต้องขัดขืนแน่ แต่ความเงียบที่ยืดเยื้อเกินคาด กลับทำให้เขาเริ่มสงสัยว่า แกเร็ธถึงกับ “ตกใจจริง ๆ”
ใช่ ชายคนนี้ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มอายุยี่สิบเอ็ด ที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ จะมีความกล้ามากพอจะยื่นใบลาออกให้เขา
โดยปกติแล้ว ไม่มีใครลาออกจากการฝึกงานด้วยตัวเอง เพราะมันจะกลายเป็นประวัติด่างพร้อย และอาจทำลายโอกาสในสายอาชีพ
เพราะฉะนั้น สำหรับเด็กคนนี้จะกล้าเล่นแบบนี้แสดงว่าเขามี “ไพ่ลับ” หรือไม่ก็ “โง่เกินเยียวยา”
แกเร็ธจึงเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยรอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งจับเหยื่อได้
‘เด็กนี่ไม่รู้เลยว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่’
“ผิดหวังมากเลยนะ ดาร์เรน” แกเร็ธพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “แต่ที่ผิดหวังกว่าก็คือ ‘ความโง่’ ของนาย”
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า “ลืมสัญญาที่นายเซ็นตอนเริ่มฝึกงานแล้วหรือยัง? สัญญาที่ ‘ฉัน’ ให้พนักงานทุกคนเซ็นเหมือนกันหมดนั่นน่ะ?”
เขาแสยะยิ้ม
“ตอนนั้นนายกระตือรือร้นจะเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเหลือเกิน จนไม่ได้แม้แต่จะอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ ใช่ไหมล่ะ?”
ดาร์เรนยังคงนั่งนิ่ง มือซุกกระเป๋า ไม่มีแม้แต่จะกะพริบตา
แกเร็ธเคาะโต๊ะดัง ๆ อย่างเน้นย้ำ “ให้ฉันเตือนความจำหน่อยแล้วกันในสัญญานั้นระบุชัดว่า แม้นายจะลาออก นายก็ ‘ต้อง’ ทำงานต่อให้อีกสองเดือน เพื่อให้การเปลี่ยนถ่ายงานเป็นไปอย่างราบรื่น”
เขาโน้มตัวมาใกล้ ดวงตาวาววับด้วยแรงข่ม “จะยื่นจดหมายอะไรอีกกี่ฉบับ นายก็ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่น ทำงานให้ฉันอีกหกสิบวัน ไม่ว่านายจะชอบหรือไม่ และฉันจะทำให้หกสิบวันนั้นเป็น ‘นรก’ สำหรับนาย!”
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าเขาขยายกว้างเหมือนหมาป่าที่คิดว่าได้เหยื่อแน่นอน
แต่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง...
เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาไม่แสดงอาการตกใจเลยสักนิด
ไม่มีแม้แต่เงาแห่งความตื่นตระหนกในแววตา ตรงกันข้าม ดาร์เรนแค่ปรับเนคไทเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเรียบ
“หกสิบวันใช่ไหมครับ?”
แกเร็ธขมวดคิ้ว “ใช่หกสิบ นายหนีฉันไม่ได้หรอก สตีล อย่าคิดว่าจะแค่เดินออกจากที่นี่ หลังจากฉันให้โอกาสนายขนาดนี้!”
ดาร์เรนแทบจะหลุดหัวเราะ ‘โอกาสเหรอ? ผู้ชายคนนี้หลงตัวเองหนักเกินไปแล้ว’ เขาไม่ได้ให้โอกาสอะไรเลยนอกจากเศษผลงานที่ถูกขโมย
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“จริง ๆ แล้ว.” เสียงเขานุ่ม เยือกเย็น “ผมคิดเรื่อง ‘สัญญา’ ไว้แล้วครับ”
รอยยิ้มของแกเร็ธเริ่มสั่น
“ผมคิดเผื่อไว้เยอะเลยล่ะครับ” ดาร์เรนพูดด้วยน้ำเสียงราวกับคุยสบาย ๆ แต่กลับฟังดูน่ากลัว “และผมก็รู้ด้วยว่าคุณจะเล่นเกมแบบนี้ ผมเลยเตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้ว”
รอยขมวดบนหน้าผากของแกเร็ธเริ่มปรากฏ
ดาร์เรนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเอกสารอีกครั้ง
“ผมไปพบกับทนายความที่ร่างสัญญานั้นขึ้นครับคนเดียวกับที่คุณจ้างเขียนสัญญานี่แหละ”
แกเร็ธหรี่ตาลง “นายพูดเรื่องอะไร?”
ดาร์เรนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “เดี๋ยวก็รู้ครับ” จากนั้นก็หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งพับเรียบร้อยออกมาวางข้างจดหมายลาออก
แกเร็ธฉวยมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาไล่อ่านตัวอักษรอย่างกระหายคำตอบ
รอยยิ้มของเขาหายไปสิ้น
“นี่มันอะไร?”
“ข้อตกลงฉบับใหม่ครับ” ดาร์เรนตอบเรียบ ๆ “ผมไปพบกับ โจนาธาน แวนซ์ ทนายที่คุณจ้างร่างสัญญาฉบับเดิมนั่นแหละ ปรากฏว่าเขาสนใจตลาดหุ้น ผมเลยเสนอสิ่งหนึ่งให้เขาสูตรคำนวณการลงทุน พร้อมหลักฐานว่ามันจะทำกำไรได้แน่นอน เขาจะได้กำไรกว่าเจ็ดล้านในไม่กี่เดือน แลกกับการ ‘แก้ไขเงื่อนไขสัญญา’ ให้ผม”
“แน่นอน เขาเป็นคนร่าง ฉะนั้น ไม่มีใครเหมาะจะแก้ไขมันไปมากกว่าเขาอีกแล้ว”
แกเร็ธมองเอกสาร มือเริ่มสั่นทั้งโกรธและตกใจ
‘ไอ้สารเลวตัวไหนกันแน่ที่ควรถูกสาปทนายนั่น หรือไอ้เศษสวะตรงหน้าฉัน!?’
ความโกรธพุ่งสูงจนรู้สึกได้ในอากาศ
“แกไอ้เด็กขี้โกง”
“ใจเย็นหน่อยครับ แกเร็ธ” ดาร์เรนขัดขึ้น น้ำเสียงเรียบเยือก “อย่าลืมว่าตอนนี้ผมไม่ใช่ลูกจ้างคุณแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ตะโกนใส่ผม และผมก็มีเอกสารกับลายเซ็นของทนายเป็นหลักฐาน คุณมีอะไร?”
แกเร็ธฟาดกระดาษลงบนโต๊ะ เส้นเลือดที่ขมับเต้นแรง “นายคิดว่าตัวเองฉลาดนักใช่ไหม? คิดว่าจะออกไปจากที่นี่เฉย ๆ หลังจากทำงานกับบริษัทฉันงั้นเหรอ? นายจะทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างมาเลยใช่ไหม?!”
ดาร์เรนเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ สะบัดไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ก็อาจจะใช่นะ แต่นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น คุณไม่คิดเหรอ?”
เขาเหยียดยิ้มเย็น “นี่เป็นแค่การเรียกร้องความยุติธรรม และส่งคืนสิ่งที่คุณควรได้รับ คุณจับเด็กจบใหม่มาเซ็นสัญญาทาส พรากไอเดียจากพวกเขา ใช้ความทะเยอทะยานของพวกเขาหากำไรใส่กระเป๋าตัวเอง และผมก็เป็น ‘ทาสคนโปรด’ ของคุณใช่ไหมล่ะ?”
“ถึงขนาดที่คุณส่งลูกสาวตัวเองมาล่ามโซ่ผมไว้ ไม่ให้หนีไปไหน”
แกเร็ธสะดุ้งเฮือก กล้ามเนื้อบนใบหน้าเขากระตุกด้วยความตกใจ ‘เขารู้ได้ยังไง? ลิลี่เป็นคนบอกเขางั้นเหรอ? เธอไปทำอะไรไว้กันแน่?’
ดาร์เรนยันตัวตรงขึ้น จ้องตาอีกฝ่ายไม่กะพริบ “คุณให้เธอกระซิบอะไรบางอย่างใส่หูผม ให้ผม ‘เชื่อง’ และ ‘ไว้ใจ’ และพอคุณเห็นโอกาสพันล้านจาก มูน เอนเตอร์ไพรส์ คุณก็ไม่ต้องการผมอีกแล้วรวมถึงเธอด้วย”
สีหน้าแกเร็ธเริ่มบิดเบี้ยว ความสับสน ความโกรธ ความตกใจปนเปกันยุ่งเหยิง เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา
ดาร์เรนหยิบจดหมายลาออกบนโต๊ะกลับคืนใส่กระเป๋าเอกสาร
“ถือว่านี่เป็นการบอกลาทางการของผม” เขาพูดอย่างเรียบเฉย ก่อนจะลุกขึ้น หันหลังเดินไปทางประตู
“นายจะต้องเสียใจ สตีล!”
เสียงแกเร็ธคำรามตามหลังด้วยความโกรธจัด
“คิดว่าทำแบบนี้กับสมิทเธอร์สกรุ๊ปแล้วจะหนีพ้นเหรอ? ฉันจะทำให้นายติดบัญชีดำ ไม่มีที่ไหนกล้ารับนายเข้าทำงานอีก! ไม่มีวัน!”
ดาร์เรนหยุดตรงประตู หันหน้ากลับไปนิดเดียว สายตาเยือกเย็น น้ำเสียงมั่นคง
“แล้วทำไมผมต้องไปทำงานกับบริษัทอื่นด้วย ในเมื่อผมสามารถ ‘สร้างบริษัทของตัวเอง’ ได้?”
“หา?” ดวงตาแกเร็ธเบิกโพลง ร่างเอนเล็กน้อยไปด้านหลัง เขาอยากหัวเราะดัง ๆ เพราะมันฟังดูไร้สาระเกินไป แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่พูดเล่น
“ไม่รู้ว่านายคิดจะทำยังไง...” แกเร็ธแสยะเสียง “แต่ฉันรับรองได้เลยว่า ถ้านายเปิดบริษัทเอง ฉันจะทำให้ ‘ไม่มีบริษัทไหน’ กล้าทำธุรกิจกับนายแน่นอน!”
“บริษัทกระจอกของนายจะพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”
ดาร์เรนไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย “เอาสิ ลองดู ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ต้องการบริษัทอื่น ผมเริ่มได้ด้วยตัวเอง”
แกเร็ธทุบโต๊ะดังปัง ลุกพรวดขึ้น “เป็นไปไม่ได้! ถ้านายจะเปิดบริษัทโดยไม่พึ่งใคร นายต้อง ‘รวยที่สุดในรัฐ’ เท่านั้นถึงจะอยู่รอด!”
ดาร์เรนหรี่ตา ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“งั้นผมจะเป็น ‘คนที่รวยที่สุดในรัฐ’”
เขาหันกลับ เปิดประตู แล้วเดินจากไป
ติง!
[เป้าหมายที่ 3 จาก 3 ถูกระบุแล้ว]
หลังจากเสียงประตูปิดลง
“ลิลี่!!!” เสียงแกเร็ธ สมิทเธอร์สตะโกนก้อง “เข้ามาในห้องฉันเดี๋ยวนี้!!!”