บทที่ 9 เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ
ดวงอาทิตย์เริ่มลดต่ำลงไปทางขอบฟ้า แสงบ่ายสาดส่องเมืองด้วยประกายทองเรื่อ
ดาร์เรนนั่งอยู่บนม้านั่งเก่า ๆ ตัวหนึ่ง มือข้างหนึ่งถือบุหรี่จุดไฟไว้ ควันลอยอ้อยอิ่งอย่างช้า ๆ ขณะที่เขามองเหม่อไปยังพื้นที่ว่างตรงหน้าซึ่งอินเทอร์เฟซของระบบปรากฏอยู่แต่เพียงให้เขาเห็น
[คุณได้รับโบนัสบุคลิกภาพ!] ระบบประกาศขึ้นมา
‘โบนัสบุคลิกภาพ?’ เขาขมวดคิ้ว ‘นั่นคืออะไร?’
[โบนัสบุคลิกภาพจะถูกมอบให้เมื่อคุณแสดงความกล้า ความหนักแน่น หรือความเด็ดเดี่ยวในสถานการณ์ที่ท้าทาย บุคลิกภาพของคุณต่อหน้าแกเร็ธ สมิทเธอร์ส ทำให้คุณได้รับโบนัสนี้]
‘อ้อ เข้าใจล่ะ’ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
[โบนัสบุคลิกภาพจะปลดล็อคฟีเจอร์พิเศษในระบบ]
ติง!
[ฟีเจอร์ใหม่ปลดล็อค: “โปรโตคอลอินไซต์” ]
“หืม?” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ‘โปรโตคอลอินไซต์?’
[ขอแสดงความยินดีที่ปลดล็อคฟีเจอร์นี้ ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท องค์กร หรือกลุ่มธุรกิจใด ๆ ได้ทันที รวมถึงประวัติ สุขภาพการเงิน การดำเนินการ ความเสี่ยง และแม้แต่ความลับ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณมีความได้เปรียบในการตัดสินใจด้านการลงทุนและการเจรจา]
‘โอ้โห นี่มันของขวัญระดับเทพชัด ๆ’ เขาคิดในใจ ‘และทั้งหมดนี้ได้เพราะฉันกล้ายืนหยัดต่อหน้าแกเร็ธ สมิทเธอร์ส น่าสนใจดี’
ทันใดนั้นเขาก็ชะงัก หยุดบุหรี่ที่กำลังจะยกขึ้นจ่อริมฝีปาก “ว่าแต่ เฮ้ ระบบ เป้าหมายที่คุณพูดถึงบ่อย ๆ มันคืออะไรกันแน่?”
[ระบบคำอธิบาย “เป้าหมาย” ]
[เป้าหมายคือวัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้ตามเส้นทางที่คุณเลือก เป็นหมุดหมายในแต่ละช่วงของการเดินทาง การบรรลุเป้าหมายจะได้รับรางวัลดังนี้: กำไรคูณ 10 เท่า เงินคืนคูณ 20 เท่า และโล่ภาษี 100% ]
[ในแต่ละครั้ง จะมีเป้าหมายได้สูงสุด 3 ข้อ เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว ระบบจะปลดล็อคเป้าหมายชุดใหม่ให้ติดตามต่อไป ]
“อืม เข้าใจแล้ว” เขาสูบลึกก่อนจะพ่นควันออกอย่างแผ่วเบา “ระบบนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดแฮะ”
เขานั่งนิ่ง ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้มหาศาลที่ระบบนี้จะพาเขาไปถึง เขาจะทำอะไรได้บ้าง และจะปีนขึ้นไปได้สูงแค่ไหน
“ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือหาเงิน เยอะ ๆ และเร็วที่สุด” เขาพูดกับตัวเองมากกว่าระบบ “แต่ไม่มีธนาคารไหนให้ฉันกู้แน่สุทธิทรัพย์ติดลบแบบนี้ แถมแอปยืมเงินออนไลน์ก็ยังไม่ดังในยุคนี้”
เขาเหลือบมองอินเทอร์เฟซ เหมือนกำลังโดนระบบ “ตัดสิน” อยู่
“ระบบ...ฉันรู้นะว่าคุณบอกให้ฉันเลี่ยงหนี้ แต่ผมหาเงินทางอื่นไม่ได้แล้วจริง ๆ ถ้าไม่หาให้ทัน พวกนั้นก็จะไล่แม่ฉันออกจากโรงพยาบาล”
ติง!
[การกู้ยืมเงินอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้เริ่มต้นธุรกิจ โดยเฉพาะในฐานะนักลงทุน แต่ต้องหลีกเลี่ยงหนี้ให้ถึงที่สุด พยายามอย่าก่อหนี้ก้อนใหญ่]
เขาพยักหน้าช้า ๆ “เข้าใจแล้ว”
สายลมเย็นพัดผ่านหน้าเบา ๆ เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด เอนหลังพิงม้านั่ง ปล่อยกระเป๋าเอกสารไว้ข้างเท้า
สวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ห่างจากบริษัทที่เขาเพิ่ง เดินออกมา อย่างถาวรแค่ไม่กี่ช่วงตึก และเสียงคำพูดของแกเร็ธยังดังอยู่ในหัวเขา แต่น่าแปลก เขากลับรู้สึกสงบ
ตอนนี้ เขาแน่ใจแล้วว่าตัดสินใจถูกต้อง และทันทีที่เขาสูบบุหรี่มวนนี้หมด เขาจะเริ่มสร้างจักรวรรดิของตัวเอง
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายเริ่มสูบบุหรี่?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ดาร์เรนหันขวับไปตามเสียง
ชายหนุ่มในชุดสูท ใบหน้าคุ้นตา เดินตรงมาหา
เอ็ดดี้ เพื่อนสมัยมหาลัยที่ตอนนี้กลายเป็นแค่ “เพื่อนร่วมงานห่าง ๆ”
เอ็ดดี้ไม่รอคำเชิญ เขาทิ้งตัวนั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทางชิลๆ เสื้อสูทยับนิด ๆ เนคไทหลุดนิดหน่อย
ดาร์เรนมองบุหรี่ในมือตัวเอง ราวกับเพิ่งรู้ว่ามีมันอยู่ตรงนั้น
“จริงสิ ฉันไม่ได้สูบ” เขาพูดแผ่วเบา รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเอง
เขานึกขึ้นได้ตอนนี้เขายังไม่ได้เริ่มสูบบุหรี่ จริง ๆ มันเป็นนิสัยที่เขา “จะมาหัด” ในอีกห้าปีข้างหน้า และลิลี่ เคยเกลียดมันมาก ขอร้องให้เขาเลิก และเขาก็เลิกเพื่อเธอ
แต่ตอนนี้ เขาไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องเลิกเพื่อใครอีกแล้ว
ถ้าเขาจะเลิกเมื่อไหร่ มันจะเป็นเพราะเขา “เลือกเอง”
เอ็ดดี้ดีดนิ้วใกล้หน้าเขา “เฮ้ นายโอเคไหมเนี่ย? เมื่อกี้เห็นนายเดินเข้าบริษัทเงียบเชียบเป็นผี แล้วตอนนี้มานั่งสูบบุหรี่อยู่คนเดียวอีก”
ดาร์เรนไหล่ตก “ต้องการอะไร เอ็ดดี้?”
เอ็ดดี้หัวเราะขำ ๆ “บุหรี่มวนหนึ่งก็พอ”
ดาร์เรนยื่นให้โดยไม่พูดอะไร ทั้งคู่สูบเงียบ ๆ เสียงเด็กเล่น เสียงนก ร่วมขับขานแทนบทสนทนา
จนในที่สุด เอ็ดดี้ก็ถามอีกครั้ง
“ว่าไง? นายทำอะไรไป?”
ดาร์เรนหันมามองเล็กน้อย “หมายถึงอะไร?”
“หลังจากนายเดินออกไป บอสสมิทเธอร์สเดินว้ากเหมือนบ้าในออฟฟิศ ทั้งบริษัทสะเทือน เขาเคยอารมณ์เสียบ่อยก็จริง แต่นี่มันไม่ปกติเลย แล้วทั้งหมดมันเริ่มขึ้นหลังจากนายเดินออกไป”
เอ็ดดี้เหล่มอง “ตกลง นายทำอะไรไปวะ?”
ดาร์เรนพ่นควันยาว ไม่มีอารมณ์ใดปรากฏบนใบหน้า เขาตอบเรียบ ๆ
“ฉันลาออก”
เอ็ดดี้กระพริบตาปริบ ๆ “แค่นั้นเหรอ?”
“แค่นั้นแหละ”
เอ็ดดี้มองเขาอย่างจับผิด คิ้วขมวดแน่น “เอาจริงดิ? นายจะให้ฉันเชื่อแค่นั้น?”
“นายถาม ฉันก็ตอบ” ดาร์เรนพูดเสียงเรียบตัดบท “จะเชื่อหรือไม่ ฉันไม่สน”
เอ็ดดี้เลิกคิ้ว ตอนนี้ความสงสัยเริ่มเต็มหัว ‘บอสแกเร็ธถึงกับโมโหขนาดนั้นเพราะแค่เด็กฝึกงานลาออกงั้นเหรอ? ทำไม? มันมีอะไรพิเศษมากนัก? ดาร์เรนฉลาดเรื่องการเงินก็จริง แต่แค่นั้นคงไม่ทำให้แกเร็ธคลั่งได้ขนาดนี้หรอก’
ทันใดนั้นดาร์เรนก็หันมาทางเขา ตัดความคิดของเอ็ดดี้ทันที
“เอ็ดดี้ นายจำได้ไหม ตอนที่ลุงนายวิ่งวุ่นหาเงินห้าแสนดอลลาร์ เพื่อจ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบคนนั้นที่ขู่จะฆ่าเขา?”
เอ็ดดี้ชะงักค้าง บุหรี่ในมือแทบไม่ถึงปาก “หา?”
“ได้ยินฉันนะ” น้ำเสียงของดาร์เรนเฉียบคม เขาเลิกคิ้วมองข้าง “หรือว่านายลืมไปแล้ว?”
“ไม่มีทางลืมอยู่แล้ว” เอ็ดดี้รีบตอบ “แค่ตกใจที่นายพูดขึ้นมาแบบนั้น”
“นายจำชื่อเจ้าหนี้นั่นได้ไหม?”
เอ็ดดี้ลังเล สมองประมวลผลวุ่นวาย ‘นี่เขาจะยืมเงินเหรอ? หรือมีใครไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น? หรือ’ “ถามทำไม?”
ดาร์เรนหันมาสบตาเขาตรง ๆ แววตาเย็นเฉียบ แทบไม่หลงเหลืออารมณ์ “ตอบคำถามก็พอ เอ็ดดี้”
เงียบไปพักหนึ่ง เอ็ดดี้ถอนหายใจ “ก็ได้ ถ้านายอยากรู้ขนาดนั้น ชื่อของพวกมันคือ ‘เรดแฟง’ ทำงานอยู่หลังซอยใกล้ถนนเครน แต่ดาร์เรน พวกมันอันตรามากนะ พังชีวิตคนมานับไม่ถ้วน ลุงฉันแทบไม่รอด แล้วนายจะไปยุ่งกับพวกมันทำไม”
“ขอบใจ” ดาร์เรนพูดตัดทันที เขาปาทิ้งบุหรี่ลงพื้น เหยียบจนดับ คว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน
เอ็ดดี้รีบลุกตาม “เดี๋ยวสิ!”
ดาร์เรนชะงักฝีเท้า แต่ไม่หันกลับมา
“ฉันรู้ว่าเราห่าง ๆ กันตั้งแต่เรียนจบมา ฉันผิดเองก็ส่วนหนึ่ง แต่ฟังนะ นายต้องระวังตัวให้มาก พวกนั้นไม่ใช่แค่เจ้าหนี้ธรรมดา พวกมันคืออาชญากรตัวจริง ถ้านายข้ามเส้นพวกมันเล่นนายแน่”
ดาร์เรนหันกลับมามองผ่านไหล่ สีหน้าไร้อารมณ์ “หึ”
จากนั้นเขาก็เดินไปที่จักรยานปีเก่าของเขา ขึ้นคร่อม และถีบออกไปบนถนนเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย ทิ้งเพื่อนไว้กับความเงียบ
เอ็ดดี้ยืนมองแผ่นหลังของเพื่อนค่อย ๆ หายลับไป ควันจากบุหรี่ในมือยังลอยขึ้นช้า ๆ
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ดาร์เรน?”