ทริปช้อปปิ้ง
หยางฟานส่ายหน้าช้า ๆ
“ไม่ต้องดูแล้วครับ พนักงาน เอาตามนี้เลย”
พนักงานตอบรับเบา ๆ ก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง
“ขออนุญาตสอบถามค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสนใจจะรับไวน์สักขวดไหมคะ? ทางร้านมีไวน์แดงคุณภาพดีหลายตัวเลยค่ะ”
เธอสังเกตได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ดูใจป้ำพอตัว เลยอยากลองเสนอไวน์ดูเผื่อได้คอมมิชชันสักหน่อย
แต่ก่อนที่หยางฟานจะได้ตอบ กู้รุ่ยเจี๋ยก็หันมามองเขาแล้วพูดเบา ๆ ว่า
“พี่ชาย ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์นะคะ ถ้าพี่อยากดื่ม ฉันช่วยสั่งให้ก็ได้”
“งั้นไม่ต้องละ”
พนักงานจึงถอยออกไป ส่วนทั้งสองคนก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ แบบไม่สนิทหรือห่างเหินเกินไปนัก ระหว่างนั้นอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ
หยางฟานพูดแค่สั้น ๆ ว่าไม่ต้องเกรงใจแล้วก็เริ่มกินอย่างสบายใจ
แน่นอนว่า กู้รุ่ยเจี๋ยก็ไม่คิดจะเกรงใจอะไรเช่นกันมื้อนี้หรูหราขนาดนี้ เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จะมัวมานั่งทำตัวเรียบร้อยให้เสียโอกาสไปทำไมกัน?
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
อาหารบนโต๊ะก็ถูกจัดการเกือบหมด หยางฟานลุกขึ้นไปจ่ายเงิน
ยอดรวม: 8,266 หยวน
กู้รุ่ยเจี๋ยที่เดินตามไปยังแอบคิดในใจว่าหรือเราจะสั่งเยอะเกินไปหน่อย?
แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยื่นบัตรไปจ่ายโดยไม่กระพริบตาแม้แต่นิดเดียว เธอก็ถึงกับชะงัก
ท่าทางตอนจ่ายเงินนี่หล่อใช้ได้เลยแฮะ
【ค่าความสนิทของกู้รุ่ยเจี๋ย +10】
หยางฟานชะงักเล็กน้อยแบบนี้แปลว่าคะแนนที่ลดไปก่อนหน้านี้ได้กลับคืนมาแล้ว?
เขาแอบหัวเราะในใจสายเปย์แบบนี้ไม่ใช่ใครก็ทำได้ นี่แหละผู้หญิงรักเงินชัด ๆ แต่นั่นแหละก็ดีเหมือนกัน
เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหันไปพูดกับกู้รุ่ยเจี๋ยอย่างสบาย ๆ
“ไปกันเถอะ เดินเล่นกันต่อ”
ตลอดทาง ทั้งสองคนเป็นที่สะดุดตาในหมู่ผู้คน โดยเฉพาะกู้รุ่ยเจี๋ยที่เรียกสายตาได้มากเป็นพิเศษ ทำให้หยางฟานรู้สึกพึงพอใจในใจลึก ๆ ถึงแม้มันจะไม่เกี่ยวอะไรกับเขาโดยตรง
อีกไม่นาน ทั้งคู่ก็เดินเข้าสู่ห้าง "หลี่ซิงเม่ยเตี้ยน"
เมื่อเดินผ่านหน้าร้าน หลุยส์ วิตตอง หยางฟานก็พูดขึ้นว่า
“เข้าไปเดินดูหน่อยสิ”
กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินก็แลบลิ้นเล็กน้อยอย่างขี้เล่น แต่ก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย
“ยินดีต้อนรับสู่หลุยส์ วิตตองค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าทั้งสองท่านสนใจอะไรเป็นพิเศษไหมคะ? ดิฉันสามารถแนะนำได้นะคะ”
พนักงานสาวยิ้มสุภาพ น้ำเสียงเป็นมิตร
ในความจริง ร้านระดับนี้ผ่านการอบรมมาเข้มงวดมาก เรื่องพนักงานดูถูกลูกค้าหรือพูดจาเสียดสีกลายเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ในร้านนี้ หยางฟานไม่กล้าทำตัวฟุ่มเฟือยมากนัก เพราะเขาก็รู้ดีว่าเงินในบัตรตัวเองมีอยู่จำกัด จึงพูดอย่างระมัดระวังว่า
“ขอดูพวกกระเป๋าก่อนก็แล้วกัน”
“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”
ระหว่างที่เขากำลังดูราคาของกระเป๋า ก็แอบโล่งใจเบา ๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 6,000 ถึง 30,000 หยวน ยังอยู่ในระดับที่พอเอื้อมถึง
คงเป็นรุ่นพื้นฐานทั่วไป รุ่นหรูพิเศษคงยังไม่วางในโซนนี้
ในจังหวะนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นว่ากู้รุ่ยเจี๋ยกำลังจ้องกระเป๋าใบหนึ่งตาเป็นประกาย
เขาจะไม่เข้าใจความหมายนั้นได้อย่างไร?
เหลือบตาไปดูราคา 23,000 หยวน
ไม่เลว ไม่เลว
เขาเดินอ้อมมาด้านหลังหญิงสาว ก่อนจะถามเสียงเบา
“ชอบเหรอ?”
กู้รุ่ยเจี๋ยหันมามองเขาแล้วยิ้มหวาน
“กระเป๋าใบนี้สวยมากเลยค่ะ แต่แพงไปหน่อย”
หยางฟานหันไปพูดกับพนักงานทันทีว่า
“เอาใบนี้แหละครับ ออกบิลเลย”
ทั้งกู้รุ่ยเจี๋ยและพนักงานถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
ซื้อเลย? ยังไม่ทันได้จับดูด้วยซ้ำ?
แต่พนักงานสาวก็กลับมายิ้มอย่างมืออาชีพทันที
“ได้ค่ะคุณลูกค้า”
กู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับงุนงงทันทีที่เห็นว่าหยางฟานแค่ได้ยินว่าเธอชอบกระเป๋า ก็รีบตัดสินใจจะซื้อให้โดยไม่ลังเล
แน่นอนว่าเธอไม่ได้มโนไปเองว่าฝ่ายชายซื้อให้เธอเพราะชอบเธอขนาดนั้นสุดท้ายเธอก็เป็นแค่เพื่อนเที่ยวตามเวลาเท่านั้นเอง
“พี่ชายจะซื้อกระเป๋าไปให้ใครเหรอคะ?”
หยางฟานยิ้มบาง
“ซื้อให้เธอนั่นแหละ ไม่ใช่ชอบเหรอ?”
“ห๊า!?”
กู้รุ่ยเจี๋ยเบิกตากว้าง หน้าตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ให้ฉันเหรอคะ??”
ตอนนั้นเอง หยางฟานก็เดินไปที่แคชเชียร์เพื่อรูดบัตรจ่ายเงินทันที เพราะถ้าไม่จ่ายให้เสร็จ ระบบจะไม่คืนเงิน และเขาจะไม่มีเงินพอไปซื้ออย่างอื่นอีก
จึงเหลือเพียงกู้รุ่ยเจี๋ยยืนอึ้งอยู่กลางร้าน ราวกับถูกลมพัดเล่นจนยืนมึน
ไม่นาน หยางฟานก็เดินกลับมาพร้อมกระเป๋าในมือ แล้วยื่นมันให้เธอ
“ตอนนี้ มันเป็นของเธอแล้ว”
“……”
สาวน้อยรับกระเป๋ามาด้วยมือไม้เกร็ง ๆ และจิตใจที่ยังไม่ทันสงบดี
เขาให้จริงเหรอเนี่ย!?
นี่ ไม่ต้องเดาเลย หมอนี่ต้องอยากจีบฉันแน่นอน!
แต่ก็ยอมรับว่าหมอนี่เปย์เก่งจริง ช่วงที่รูดบัตรก็หล่ออยู่พอตัว ดูทรงแล้วน่าจะมีเงินใช้ได้อยู่ อาจจะพอจะคู่ควรกับเทพธิดาแบบฉันก็ได้นะ?
เพ้ย! คิดอะไรอยู่เนี่ย
แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว รับไว้ก่อนก็แล้วกัน ถือว่าเป็นปลาคุณภาพสูงอีกหนึ่งตัวในบ่อไว้พิจารณาในภายหลัง
【ค่าความสนิทของกู้รุ่ยเจี๋ย +10】
เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอดีมาก ทำให้มีผู้ชายมากมายอยากเข้าหา แต่จะให้กันแบบทุ่มเทเปย์ขนาดนี้ มีแค่หยางฟานคนเดียว
เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ง่าย ๆ
เมื่อตั้งสติได้ กู้รุ่ยเจี๋ยก็แกล้งทำเป็นเขิน ๆ ละล่ำละลัก
“พี่ชาย ของแบบนี้มันแพงเกินไป ฉันจะรับได้ยังไง คืนไปเถอะนะคะ”
พูดพลางยื่นกระเป๋ากลับไปหาเขาเล็กน้อย
หยางฟานในใจกลอกตารัว ๆ ถ้าไม่ได้เห็นค่าความสนิทพุ่งมา 10 คะแนนเมื่อกี้นะ เขาคงจะเชื่อเธอไปแล้วจริง ๆ
“ของที่ฉันให้ไปแล้ว ไม่มีทางจะเอาคืน ถ้าไม่อยากได้ก็เอาไปโยนทิ้งเลยละกัน!”
เอาคืนมาไม่ได้หรอก ระบบจะไม่คืนเงินแน่ ๆ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะยอมเอากลับมา
ได้ยินอย่างนั้น กู้รุ่ยเจี๋ยก็ถึงกับตะลึงคำพูดช่างกร่างเกินไปแล้ว!
โยนทิ้งถ้าไม่อยากได้? นี่มันสองหมื่นกว่านะ!
แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร หยางฟานก็ชี้ไปที่กระเป๋าอีกใบ พร้อมกับเรียกพนักงาน
“ฉันว่าใบนี้ก็สวยดีนะ เอาไว้สลับกันใช้ เธอชอบไหม?”
“……”
ยังจะซื้ออีกเหรอ!?
แน่นอนว่าชอบสิ! แต่จะให้เธอตอบตรง ๆ มันก็ออกจะพูดไม่ออกหน่อย
“พี่ชาย มีแค่ใบเดียวก็พอแล้วล่ะค่ะ อย่าเปลืองเงินเลยนะคะ”
แต่หยางฟานกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย พูดออกมาหน้าตาเฉย
“เงินแค่นี้เอง วันนี้ตั้งใจมาซื้อของอยู่แล้ว วันแบบนี้ อย่ามาทำให้หมดอารมณ์สิ”
พูดจบเขาก็หันไปหาพนักงานอีกคน
“เปิดบิลเลย!”
พนักงานสาวถึงกับอึ้งผู้หญิงเธอยังปฏิเสธขนาดนั้น แต่ชายคนนี้ยังดื้อด้านจะซื้อให้
ได้แต่แอบอิจฉาในใจอยากมีแฟนแบบนี้บ้างเหลือเกิน
จากนั้นเธอก็หันไปมองกู้รุ่ยเจี๋ยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชม
【ค่าความสนิทของกู้รุ่ยเจี๋ย +5】
แม้ปากจะบอกว่าไม่เอาแต่ค่าความสนิทในใจก็บอกความจริงอยู่ดี
ในใจเธอแอบบ่น ก็เข้าใจนะว่าอยากใช้เงิน แต่ทำไมใช้เฉพาะกับฉันคนเดียวล่ะ?
รู้ว่ามันเป็นวันพิเศษก็เถอะ แต่ 520 แบบนี้ เอาจริง ๆ พวกเราก็พอจะนับว่าเป็นวันของคู่รักได้ล่ะมั้ง
แม้ค่าความสนิทจะเพิ่มขึ้นแค่ 5 แต่หยางฟานก็ไม่ใส่ใจนัก อย่างน้อยมันก็ยังเพิ่มอยู่ดี เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ ยังไงก็ขึ้น
ต่อมา เขาก็พากู้รุ่ยเจี๋ยเดินเล่นในห้างต่อ ซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางให้อีกหลายชิ้น เดิมทีเขาอยากจะซื้อเครื่องประดับให้ด้วย แต่กู้รุ่ยเจี๋ยปฏิเสธอย่างแข็งขัน
เธอยอมรับว่าเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิด ๆ
นี่มันเกินหนึ่งแสนไปแล้วนะ จะให้รับเพิ่มก็คงไม่ไหวจริง ๆ
ถ้าหยางฟานไม่มีบุคลิกดูปกติขนาดนี้ เธอคงต้องสงสัยแล้วว่าหมอนี่มีปัญหาทางจิตหรือเปล่า
ของทั้งหมดที่ซื้อ ไม่ได้มีชิ้นไหนเป็นของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดเป็นของเธอคนเดียว
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องยอมรับในใจว่า การโดนใช้เงินทุ่มใส่แบบนี้มันรู้สึกดีชะมัด
หลังจากสองชั่วโมงเศษ ๆ ของการใช้เวลาร่วมกัน ทัศนคติของกู้รุ่ยเจี๋ยที่มีต่อหยางฟานก็เปลี่ยนไปไม่น้อย และระดับความสนิทก็พุ่งขึ้นถึง 33 แล้ว
ขณะเดียวกัน หยางฟานเองก็เริ่มรู้สึกได้ ค่าความสนิทเริ่มขึ้นช้าลง แถมดูจะเริ่มตันแล้วด้วย
ดูเหมือนว่า แม้กู้รุ่ยเจี๋ยจะเป็นคนเห็นแก่เงินอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังมีเส้น ของตัวเองอยู่
เธอยอมรับของขวัญ แต่ก็ไม่ได้โลภอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ใช่พวกที่เรียกว่า ผู้หญิงสายขูดเต็มรูปแบบ
เขาจึงตัดสินใจว่าจะพอแค่นี้
“งั้นก็ได้ ไม่เดินแล้วก็ได้”