ต่อหน้ากองเงิน ความรู้สึกก็เปราะบาง
เฉินซืออี๋ได้ยินตัวเลขนั้นก็ถึงกับ สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ความรู้สึกตกตะลึงผุดขึ้นมาเต็มหัวใจ
สี่หมื่น
แม้เธอจะเป็นคนที่รักในศักดิ์ศรีและวางตัวดีมาตลอด แต่ตอนนี้หัวใจก็เริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
เธออยากจะพูดปฏิเสธออกไปในทันที อยากหันหลังเดินหนี และแม้กระทั่งคืนเงินค่าอาหารให้เขาเสียด้วยซ้ำ
แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนไปหมด มีเสียงหนึ่งดังขึ้นไม่หยุด นั่นมันตั้งสี่หมื่นนะ เธอแน่ใจเหรอว่าจะไม่เอา?
เธอสูดหายใจลึก พยายามบังคับตัวเองให้สงบ แล้วเงยหน้ามองหยางฟานพลางยิ้มอย่างฝืนๆ
“พี่ชายอย่าล้อเล่นเลยค่ะ สี่หมื่นน่ะ ถ้าพี่ไปไนต์คลับหรือคลับหรู จะหาแบบไหนก็ได้หมดแล้วนะคะ”
หยางฟานตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“ของแบบนั้นฉันไม่สนใจหรอก แล้วฉันก็ไม่ได้ล้อเล่นด้วย ถ้าเธอตกลง เดี๋ยวนี้แหละ ฉันโอนให้เลยหกหมื่นเอาไง?”
“……”
เพิ่มราคาอีกแล้วคนคนนี้เป็นปีศาจหรือไง?
นี่มันจะเล่นให้เธอขาดใจตายเลยรึเปล่า!?
ที่แย่กว่านั้นคือเขาดูไม่ใช่คนที่พูดเล่นเลยแม้แต่นิด
หกหมื่น เฉินซืออี๋ต้องยอมรับอย่างน่าอายว่า ใจของเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
หรือว่าจะถือซะว่าเป็นความฝันสักคืน?
แค่คืนเดียวเองนี่นา ถ้าไม่บอกใครก็ไม่มีใครรู้ใช่ไหม?
เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีมูลค่ามากถึงขนาดนี้ในสายตาของผู้ชายคนหนึ่ง
ถึงกับรู้สึกประหลาดใจว่า ตัวเองกำลังได้รับการให้ความสำคัญอย่างมากมาย
【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +10】
ตอนนี้ภายในใจของเธอวุ่นวายยิ่งกว่าพายุ ความลังเลท่วมท้นไปหมด แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มติดขัด
เธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรตอบตกลงหรือปฏิเสธดี
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอกัดฟันแน่น แล้วเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างดลใจให้พูดออกไปว่า
“ฉะฉันมีแฟนแล้วนะ อย่าอย่าทำแบบนี้เลย ได้ไหม”
คำพูดที่ออกมานั้นติดๆ ขัดๆ แถมพอพูดจบ สีหน้าของเธอก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ราวกับความกล้าเพียงน้อยนิดที่มีอยู่ได้หมดลงไปในพริบตา
ที่แย่กว่านั้นคือพอพูดเสร็จ เธอกลับรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ อย่างบอกไม่ถูก ถึงขั้นเหมือนอยากร้องไห้
หยางฟานเห็นท่าทีของเธอแล้วก็ได้แต่คิดในใจถ้าไม่เห็นว่าความสนิทเพิ่มขึ้น คงจะคิดว่าขนาดนี้แล้วยังทุบไม่แตกอีก
แต่ตอนนี้ เขากลับเริ่มรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้น่าสนใจขึ้นมานิดๆ
ทั้งๆ ที่หวั่นไหวขนาดนั้น แต่กลับยังกล้าฝืนใจตัวเองปฏิเสธเขาได้
แบบนี้ไม่แกล้งต่อหน่อยคงไม่ได้แล้ว
เขายิ้มมุมปากนิดๆ แล้วพูดเย้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“งั้นแปลว่าต้องเพิ่มราคาอีกสินะ?”
“???”
เฉินซืออี๋ถึงกับตาโต รีบส่ายหัวรัวๆ
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น! ฉัน ฉัน ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ!”
หยางฟานเห็นเธออ้ำอึ้งพูดไม่รู้เรื่องอยู่เป็นนานก็อดไม่ได้จะถามด้วยน้ำเสียงสงบว่า
“แล้วแฟนเธอรู้เหรอ ว่าเธอทำงานเป็นเพื่อนเที่ยว?”
เฉินซืออี๋พยักหน้าเบาๆ อย่างเชื่องช้า สีหน้าไร้อารมณ์ เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรม
“……”
เรื่องนี้ก็ยังได้อีกเรอะ?
ผู้ชายคนนี้ช่างกล้าจริง ๆ !
ถึงกับยอมให้แฟนสาวสวยขนาดนี้ออกมาทำงานเป็นเพื่อนเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น..
หยางฟานมองเธอด้วยสายตาเหลือเชื่อ ขณะที่เฉินซืออี๋รีบอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“เขาเชื่อใจฉันค่ะ ฉันรับแต่งานพาไปกินข้าว เดินเล่นเท่านั้น ไม่เคยรับงานไปผับหรือคาราโอเกะอะไรพวกนั้นเลย”
เชื่อใจบ้าอะไรของเธอ
หยางฟานได้แต่ส่ายหัวอย่างหมดคำพูด
“ฉันว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักเธอจริงหรอก ผู้ชายที่รักแฟนตัวเอง ไม่มีใครยอมให้เธอไปอยู่กับผู้ชายอื่น ต่อให้แค่กินข้าวหรือเดินเที่ยวก็เถอะ”
“แต่นี่เธอกลับยอมทนและปฏิเสธเงินมากมายเพื่อเขา นั่นมันหายากมากจริงๆ แต่ความจริงที่โหดร้ายก็คือเขาไม่คู่ควรกับเธอเลย”
หยางฟานไม่ได้พูดเพราะอยากจะงัดแฟนชาวบ้านแต่เขารู้สึกจริงๆ แบบนั้นจากใจ
เฉินซืออี๋เงียบไป สีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพูดเบาๆ
“ถ้าฉันบอกว่าจริงๆ แล้วเป็นเขาที่แนะนำให้ฉันทำงานนี้ พี่ชายจะคิดว่าเขายิ่งไม่ควรคู่มากกว่าเดิมไหม”
เหี้ยไรนะ?
“เขายังขอเงินเธอใช้ด้วยใช่ไหม?” หยางฟานถามแบบไม่อ้อมค้อม
เฉินซืออี๋พยักหน้าเงียบๆ ไม่พูดอะไร
หยางฟานอึ้งจนพูดไม่ออก นี่มันไม่ใช่แค่ สมองเบลอเพราะความรัก แล้ว แต่เป็น โรคมะเร็งสมองระยะสุดท้ายในความรัก เลยต่างหาก!
“เธอนี่ไม่ใช่แค่หลงแฟนธรรมดาแล้วนะ ฉันว่าเธอเป็นโรครักแบบ ระยะสุดท้ายเลยล่ะ!”
หญิงสาวได้ยินแล้วถึงกับหลุดขำออกมา
【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +3】
หยางฟานรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ กับพวกผู้ชายหน้าด้านพวกนี้คนอย่างเขายังต้องฝันกลางวันถึงการได้แฟนสวยสักคน แต่ไอ้พวกไม่มีอะไรดีนอกจากปากหวานกลับได้ของดีไปกินแถมยังหลอกใช้เงินเขาอีก!
เวรเอ๊ย! เห็นแล้วของขึ้น
เขารู้ดีว่าถ้ายอมเพิ่มเงินอีกนิด ยังไงก็สามารถซื้อใจเธอได้แน่นอน เพราะเงินเป็นของมีพลัง และมีไม่กี่คนในโลกนี้หรอกที่สามารถไม่เห็นแก่เงินได้จริงๆ
แต่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนใจ ใช้มุมคิดอีกแบบ
เขามองเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ฉันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันไม่อยากจ่ายเงินซื้อบริการ ไม่เขียวอีกต่อไปแล้วฉันอยากใช้เงินหกหมื่น เพื่อซื้อให้เธอเลิกกับผู้ชายคนนั้นแทน เธอว่าไง?”
“ห๊ะ??”
เฉินซืออี๋ถึงกับชะงักไปทั้งตัว สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงและเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า
“ทำไมล่ะ? หรือเธอยังอยากเก็บผู้ชายไร้ค่าคนนั้นไว้เป็นสมบัติเหรอ?”
เธอยังนั่งจมอยู่กับความรู้สึกเสียดาย ที่ตัวเองเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอหกหมื่นไปเมื่อครู่ พอเจอแบบนี้เข้าก็รู้สึกเหมือนมีความหวังใหม่ผุดขึ้นมา
เหมือนของขวัญที่ตกหายได้กลับคืนมาอีกครั้ง
เธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนถามกลับเบาๆ
“พี่พูดจริงเหรอ?”
“จริงสิ เอาวีแชทมาก่อน”
ทั้งสองคนเพิ่งแลกวีแชทกันเสร็จไม่นานเธอก็เห็นว่าอีกฝ่ายโอนเงินมาให้ทันทีสองหมื่น
เธอตกใจสุดขีด ไม่คิดว่าเขาจะโอนจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมถึงแค่สองหมื่น?
หยางฟานเห็นเธอเอาแต่มองหน้าตัวเองแบบงุนงง เลยยิ้มพลางพูดว่า
“มองอะไรอยู่ล่ะ? กดรับสิ!”
ก็ในบัญชีมีอยู่แค่สองหมื่นกว่านี้ไง ไม่รับรอบแรก ฉันก็โอนรอบสองไม่ได้!
“อ๋อๆ!”
เธอกดรับเงินทันที แล้วสักพักก็มีอีกสองหมื่นตามเข้ามาจากนั้นก็อีกครั้ง รวมทั้งหมดสามรอบหกหมื่นเต็มจำนวน
เธอมองตัวเลขในหน้าจอแล้วรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ
นี่เขากำลังสารภาพรักหรือเปล่า? แล้วทำไมไม่โอนห้าหมื่นสองให้รู้กันไปเลยนะ?
【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +10】
เธอมองหน้าหยางฟานแล้วถามอย่างไม่มั่นใจ
“แค่เลิกกับเขา ก็พอแล้วเหรอ?”
“ใช่ แต่ถ้าเธอรับเงินไปแล้วไม่ทำตามบางทีเธอควรคิดเผื่อผลที่ตามมาด้วยนะ”
ตอนนี้เฉินซืออี๋ไม่เข้าใจเลยว่าผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่ ใช้เงินหกหมื่นแค่เพื่อให้เธอเลิกกับแฟนเนี่ยนะ?
มันฟังดูไร้สาระสุดๆ
แต่เธอก็พอเดาได้ว่า เขาคงอยากให้เธอกลับมาโสด จะได้มีโอกาสจีบเธอแบบไม่ผิดศีลธรรม
ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
ก็เขาคนนี้นอกจากจะสูงไม่มาก หน้าตาก็ไม่ได้หล่อจัด แต่แปลกแฮะ ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาดูน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ นะ?
ที่จริง เพื่อนและเพื่อนสนิทของเธอหลายคนก็เคยเตือนว่าแฟนคนนี้ไม่น่าไว้ใจ เธอเองก็เริ่มลังเลมานานแล้ว
แต่เพราะหลงรักแถมยังเคยผิดหวังในความรักมาแล้วสองครั้ง เธอจึงยึดความรักครั้งที่สามนี้ไว้แน่น พร้อมพยายามหลอกตัวเองให้เชื่อว่าเขายังดีอยู่
แต่เมื่อมีใครบางคนเสนอเงินก้อนโตให้เธอทบทวนชีวิต เธอกลับคิดอะไรได้มากกว่าที่เคย
และในที่สุดเฉินซืออี๋ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาคนรักของตัวเอง แล้วพูดตัดสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดต่อหน้าหยางฟาน
เธอบล็อคทุกช่องทางการติดต่อ ลบทุกโซเชียล ล้างทุกประวัติ ทิ้งทุกความลังเล
ทิ้งแฟนหนุ่มแบบไม่เหลือเยื่อใย ทิ้งไว้เพียงคำว่า เลิก!
แน่นอนแฟนเก่าของเธอนั้นงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนทิ้งเพราะอะไร
เป็นไปตามคาดผู้หญิงเวลาตัดใจได้จริงๆ ก็น่ากลัวสุดๆ
และที่แน่ชัดก็คือเธอไม่มีทีท่าว่าจะคิดเล่นละครหลอกหยางฟานเลยแม้แต่น้อย คนที่กล้าโอนเงินหกหมื่นให้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงเพื่อให้เลิกกับแฟนแบบนี้ มันไม่ใช่คนที่ควรเล่นด้วยง่ายๆ
ในเมื่อเลือกเงินแล้ว ก็จงเดินหน้าให้สุด อย่าลังเล
หยางฟานพยักหน้าอย่างพอใจ คิดในใจอย่างสะใจว่า
ใครมันกล้าพูดอีกว่าความรักประเมินมูลค่าไม่ได้เดี๋ยวเขาเอาพลังเงินไปฟาดหน้าให้รู้สำนึกเอง!
นี่ไงล่ะ! เห็นกันชัดๆ ว่ามีราคาแน่นอน!
แถมสำหรับบางคนราคานี้ยังถือว่าถูกเสียด้วยซ้ำ
ตอนนี้ความคิดเขาเปิดโล่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จิตใจก็สบายเหมือนเพิ่งปลดล็อกอะไรสักอย่าง
เขาเลยพูดขึ้นอย่างห้าวหาญว่า
“ไปกันเถอะ! เห็นว่าเพิ่งอกหักน่าสงสาร เดี๋ยวฉันพาไปช้อปปิ้งเอง วันนี้ทุกหยวนฉันจ่ายหมด!”
“……”
เฉินซืออี๋ได้ยินก็แทบกลอกตา
ใครกันล่ะที่ทำให้ฉันอกหักน่ะ!?
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเพิ่งปลดพันธนาการบางอย่างได้ ทั้งตัวเบาสบายขึ้นเยอะ
จึงรีบก้าวเร็วๆ ตามหยางฟานไป
จากนั้นทั้งคู่ก็เรียกรถตรงดิ่งไปยังศูนย์การค้าหลี่ซิงเม่ยเตี้ยน
แล้วจัดเต็มชุดใหญ่ ช้อปกระหน่ำกันร่วมสองแสนกว่า
ถึงกับทำให้เธอร้องลั่นกลางร้านว่า
“พอแล้วววว! อย่าซื้ออีกเลยยยย!”
เธอถึงกับช็อคกับสไตล์การช้อปของหยางฟาน ยังไม่ทันเดินดูอะไรมาก ของที่ซื้อก็พะรุงพะรังเต็มมือไปหมด
แถมยังซื้อให้เธอหมดทุกชิ้นอีกต่างหาก
สุดท้ายเธอแทบถูกเขาลากไปซื้อสร้อยคอทองคำขาวเส้นหนึ่ง
ในใจเธอได้แต่บ่นไม่หยุด
“พี่คะ! วิธีจีบสาวของพี่นี่มันดุดันเกินไปแล้วมั้ย!?”
แต่ก็ต้องยอมรับในใจว่า
ซื้อ! ซื้อ! ซื้อ! มันชนะคำหวานทุกคำในโลกจริงๆ