กู้รุ่ยเจี๋ยกับความขัดแย้งในใจ

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +5】

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +3】

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +3】

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +1】

เมื่อมองเห็นค่าความสนิทของสาวน้อยตรงหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หยางฟานก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ

หลังจากซื้อสร้อยคอเสร็จแล้ว เฉินซืออี๋ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงโอดครวญ

"พี่ชาย พอแล้วเถอะ! ถือไม่ไหวแล้วจริง ๆ"

พนักงานสาวที่ขายเครื่องประดับได้ยินดังนั้นก็หันมามองทั้งคู่ แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ถุงใบใหญ่ใบเล็กในมือของทั้งสอง ซึ่งล้วนเป็นของแบรนด์หรูทั้งสิ้น

เธอพูดกับเฉินซืออี๋ด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความอิจฉา

"คุณผู้หญิงคะ แฟนคุณนี่ช่างดีกับคุณจริง ๆ เลยนะคะ"

เฉินซืออี๋ได้ยินดังนั้นถึงกับชะงักเล็กน้อย แต่กลับไม่ปฏิเสธ เพียงแค่ยิ้มตอบอย่างสุภาพ

เมื่อทั้งสองเดินออกจากร้าน หยางฟานก็รู้สึกว่าวันนี้น่าจะเพียงพอแล้ว จึงหันไปพูดกับสาวน้อยอย่างหยอกเย้า

"จะไม่ซื้อได้ยังไง? ถ้าไม่ให้เธอช้อปกระจายแบบนี้ แล้วจะเยียวยาใจเธอจากการอกหักได้ยังไงล่ะ?"

เฉินซืออี๋ถึงกับทำหน้าจำยอม

"หนูไม่ได้อกหักนะ หนูเป็นคนบอกเลิกเขาเอง ไม่ใช่เขาบอกเลิกหนูสักหน่อย! แบบนี้หนูจะเจ็บปวดเหรอ?"

ตอนแรกเธอก็คิดว่าตัวเองน่าจะรู้สึกจมอยู่กับความรู้สึกสูญเสียอยู่พักใหญ่ แต่หลังจากที่หยางฟานอยู่ข้าง ๆ พาเธอไปเดินซื้อของไม่หยุดหย่อน เธอกลับรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น

ถ้าเขาไม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เธอเองก็แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองเพิ่งเลิกกับแฟน

อยู่ ๆ ก็มีคำถามผุดขึ้นมาในใจหรือว่าฉันจะมีแววเป็นผู้หญิงร้าย ๆกันนะ?

โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาอิจฉาของพนักงานพวกนั้น เธอก็รู้สึกว่าความทะเยอทะยานในใจถูกเติมเต็มอย่างประหลาด

ขณะนั้นเอง หยางฟานก็จ้องมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

"จะไม่ซื้อก็ได้ แต่ว่า"

"แต่ว่าอะไร?" เธอขมวดคิ้วถาม

"ยกเว้นว่า เธอจะจูบฉันสักที"

???

สาวน้อยถึงกับพูดไม่ออก

"นี่พี่คิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่? หนูอุตส่าห์ช่วยประหยัดเงินให้นะ พี่กลับตอบแทนหนูแบบนี้?"

หยางฟานยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ

"ฉันขอให้เธอช่วยแล้วเหรอ?"

"......"

ผู้ชายบ้า!

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +2】

เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีใจให้กับผู้ชายคนนี้เข้าแล้วอย่างประหลาด

เธอเข้าใจดีว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถ้าไม่คิดจะจีบเธอ มีหรือจะยอมควักเงินมากมายขนาดนี้ให้เธอใช้เล่น? แถมยังถึงขั้นยอมลงทุนให้เธอเลิกกับแฟนอีกด้วย แบบนี้มันมีสักกี่คน?

แต่จะให้คบกันแบบทันทีเลยนั้น เธอก็ทำใจไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเธอยอมแบบนั้นจริง ๆ คงทำให้ผู้ชายบ้านี่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายแน่ ๆ

สุดท้ายแล้วทั้งสองเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ

เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่กลับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ขอหนูใช้เวลาสักหน่อยได้ไหม?"

เสียงของเธอแม้จะเบาราวกับกระซิบ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความจริงใจอย่างปฏิเสธไม่ได้

เดิมทีหยางฟานก็แค่คิดจะแกล้งหยอกเธอเล่น ๆ เท่านั้น แต่เมื่อเห็นท่าทีแบบนี้ เขาก็ไม่พูดอะไรต่อ

“ฉันเริ่มเมื่อยแล้วล่ะ กลับกันเถอะฉันไปส่งเธอกลับบ้าน”

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +1】

ระดับความสนิทสนมของเฉินซืออี๋ตอนนี้แตะหลัก 40 แล้ว

แม้ลึก ๆ จะมีนิสัยที่โน้มเอียงไปทางวัตถุนิยมอยู่บ้าง แต่ก็ยังถือว่ามีหลักการในชีวิต

ระหว่างทาง หยางฟานได้รู้ว่าเธอเป็นคนท้องถิ่นนี่เอง บางครั้งก็พักอยู่หอในมหาวิทยาลัย บางครั้งก็กลับบ้าน

ส่วนห้องพักที่แฟนเก่าเช่าไว้นั้น แน่นอนว่าเธอไม่มีทางกลับไปอีกแล้ว ข้าวของเล็กน้อยที่ยังเหลืออยู่ในนั้น เธอก็ไม่คิดจะเอากลับมา

สุดท้ายจึงเลือกกลับบ้านพ่อแม่

เมื่อรู้ว่าเธอกำลังกลับไปอยู่กับครอบครัว หยางฟานก็อดถามอย่างสงสัยไม่ได้

“เธอหอบของพวกนี้กลับไปแบบนี้ แล้วจะบอกพ่อแม่ยังไง?”

“ตอนนี้พวกเขากำลังทำงานกันหมดนั่นแหละ หนูแค่เอาของกลับเข้าห้องไว้ก็พอ”

“แต่เดี๋ยวพวกเขาก็ต้องเห็นอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

“ก็รอให้เห็นก่อนค่อยพูดไง! หนูยังไม่กังวลเลย พี่จะกังวลทำไม?”

“ฟังดูสมเหตุสมผลแฮะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินซืออี๋ก็หัวเราะขึ้นมา

“ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็บอกพวกเขาไปเลยว่า ของทั้งหมดนี่มีคนบ้าเอาเงินฟาดหัวหนูซื้อให้หมดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”

หยางฟานกลอกตาใส่ทันที

บ้านของเฉินซืออี๋เป็นอพาร์ตเมนต์ธรรมดาในโครงการหนึ่ง ไม่มีใครอยู่บ้าน พอเข้าไปถึง เธอก็รีบเอาของไปเก็บ แล้วเดินออกมาด้วยความกระตือรือร้น

เมื่อออกมานอกโครงการ เฉินซืออี๋ก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“มื้อเย็นอยากกินอะไรล่ะ? เลือกมาได้เลย วันนี้คุณหนูคนนี้เลี้ยงเอง!”

หยางฟานหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อได้ยิน

“อะไรเนี่ย? แค่พกเงินมาสองเหรียญก็ต้องใช้ให้หมดถึงจะสบายใจเหรอ?”

เฉินซืออี๋ไม่ได้รู้สึกอับอายเลยสักนิด

“ก็วันนี้พี่เสียเงินไปตั้งเยอะ หนูเลี้ยงข้าวสักมื้อจะเป็นไรไป? ถึงสุดท้ายแล้วจะจ่ายด้วยเงินที่พี่ให้มาก็เถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

“เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย ฉันหาเงินกลับมาได้หมดแล้ว เงินที่ให้เธอก็เก็บไว้ใช้เล่นเถอะ มีฉันอยู่ เธอไม่ต้องควักเงินหรอก”

【ค่าความสนิทของเฉินซืออี๋ +1】

ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าการมีผู้ชายบ้านี่อยู่ข้าง ๆ ก็ดีไม่น้อย

ด้วยความสงสัย เธอจึงถามขึ้นว่า

“เมื่อกี้พี่บอกว่าได้คืนแล้ว? รวมกับเงินที่พี่ใช้ไปเกินสองแสนแล้วใช่ไหม? ได้คืนจริงเหรอ?”

“แน่นอนสิ เรื่องทำเงินหลายหมื่นภายในไม่กี่นาทีแบบนี้ คิดว่าฉันล้อเล่นเหรอ?”

เฉินซืออี๋ถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

“ไอ้เศรษฐีจอมโง่”

หยางฟานทำตาดุใส่ทันที

“จะพูดใหม่อีกรอบก็ยังทันนะ ลองเลือกคำพูดให้ดี ๆ หน่อยสิ”

สาวน้อยแลบลิ้นอย่างน่ารักก่อนจะเปลี่ยนคำ

“ท่านพี่มหาเศรษฐี”

หลังจากนั้น ทั้งสองก็ไปทานอาหารเย็นกันอีกมื้ออย่างอิ่มหนำสำราญ แล้วหยางฟานก็ไปส่งเธอขึ้นรถ ก่อนที่เขาเองจะเรียกแท็กซี่กลับบ้าน

เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็อดรู้สึกทอดถอนใจไม่ได้

ได้ระบบมาตั้งหลายวันแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ล่าเหยื่อจริงจังเลยสักคน

ช่างเถอะ! ก็เพราะมาตรฐานของเขาสูงขึ้นแล้วนี่นา

โดยเฉพาะเสี่ยวลู่ที่กำลังจะมาถึงในสุดสัปดาห์นี้ คราวนี้ต้องได้ลิ้มรสแน่นอน!

【ค่าความสนิทของกู้รุ่ยเจี๋ย +5】

หือ?

อะไรกัน?

ขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงระบบแจ้งเตือนเรื่องระดับความสนิทสนมเพิ่มขึ้นก็ดังขึ้นมาทำให้หยางฟานถึงกับชะงัก

เขาแทบไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้เลยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

แม้บางครั้งจะมีการแจ้งเตือนว่าระดับความสนิทสนมลดลงบ้าง เขาก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคงกำลังสับสนอยู่ภายใน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก

แต่จู่ ๆ วันนี้กลับเพิ่มขึ้นมาเฉยเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน?

…..

ณ โครงการที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง

กู้รุ่ยเจี๋ยนั่งอยู่บนเตียง มือถือในมือแสดงหน้าจอแชทของหยางฟานค้างอยู่ เธอเหม่อมองมันโดยไม่รู้ตัว

ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา อารมณ์ของเธอไม่ค่อยดีเอาเสียเลย

ตอนแรกเธอก็แค่รอให้หยางฟานเป็นฝ่ายติดต่อมาเอง ในใจคิดไว้แล้วด้วยซ้ำว่า

ถ้าเขาส่งข้อความมาหา เธอก็จะทำเป็นงอนเล็กน้อย บ่นว่าเขาหายเงียบไปไม่ยอมตอบ แล้วถ้าเขายอมขอโทษอย่างจริงใจ เธอก็จะแกล้งทำตัวใจกว้าง ให้อภัยเขาอย่างง่ายดาย

ทว่า รอแล้วรอเล่า ผ่านไปสองวันเต็ม หยางฟานกลับไม่มีท่าทีจะติดต่อเธอเลยสักนิด เหมือนกับลืมไปแล้วว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้

เธอเริ่มใจไม่ดีขึ้นมา

คำพูดของเพื่อนสนิทผุดขึ้นมาในหัวผู้ชายที่รวยแบบนั้น ไม่เคยขาดผู้หญิงหรอก เงินขนาดนั้นจะเอาไปเปย์ใครก็ได้เหมือนกันทั้งนั้น

ทันใดนั้น ภาพในหัวของเธอก็ปรากฏขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

หยางฟานกำลังนั่งกินมื้อหรูอยู่กับสาวสวยคนอื่น กำลังหัวเราะพลางยื่นกระเป๋าแบรนด์เนมหรูหราให้ใครอีกคนที่ไม่ใช่เธอ

ใจเธอพลันเจ็บจี๊ดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ความรู้สึกแปลก ๆ นี้มันคืออะไรกัน? ทำไมแค่คิดว่าเขาอาจจะไปให้ของกับผู้หญิงคนอื่นเธอกลับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้?

สุดท้าย เธอก็รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง

กู้รุ่ยเจี๋ยจึงเริ่มเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียส่วนตัว ตั้งใจมากพอสมควร

เธอโพสต์ว่า
“อยู่ ๆ ก็รู้สึกอยากมีแฟนขึ้นมาซะงั้น”

พร้อมแนบเซลฟี่ที่แต่งหน้าแต่งตัวมาอย่างสวยเป๊ะชนิดที่ใครเห็นก็ต้องกดไลก์

ผลตอบรับก็มาตามคาด วันต่อมาก็มีคนมากมายมากดไลก์และคอมเมนต์กันเพียบ

แต่เธอกลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะโพสต์นั้น เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครดูทั่วไป แต่หวังให้คนคนหนึ่ง เห็นแต่หยางฟานกลับไม่มีแม้แต่เงาการตอบสนอง

ไม่กดไลก์ ไม่คอมเมนต์ ไม่แม้แต่จะแอบส่งข้อความมา

หลังจากนั้น เธอก็ลองโพสต์อีกครั้ง คราวนี้มาในธีมออดอ้อนหน่อย ๆ
“ป่วยแล้ว นางฟ้าน้อยรู้สึกแย่มาก อยากได้กำลังใจหน่อย”

เงียบ เงียบกริบเหมือนเดิม

มีแต่บรรดาผู้ชายที่เคยพยายามตามจีบเธอคอมเมนต์มาเต็มไปหมด แสดงความเป็นห่วงกันยกใหญ่

แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะเปิดอ่านข้อความพวกนั้นด้วยซ้ำ ปล่อยผ่านอย่างไม่ไยดี

เธอไม่ต้องการความห่วงใยราคาถูกแบบนั้น

เพราะคนที่เธออยากให้สนใจ มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นเอง



ตอนก่อน

จบบทที่ กู้รุ่ยเจี๋ยกับความขัดแย้งในใจ

ตอนถัดไป