เดิมพันพ่อลูก

บ้าน หูเฟย อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ใช้เวลานั่งรถโดยสารประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว

เลิกเรียนกลับมาถึงบ้าน คนที่เปิดประตูคือแม่ของ หูเฟย

“ลูก กลับมาแล้วเหรอ”

“เอาหนังสือไปเก็บไว้ในห้อง แล้วล้างมือออกมาทานข้าวได้แล้ว”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้น หูเฟย เงยหน้ามอง แม่ของเขาสวมผ้ากันเปื้อน สีหน้าดูเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย ช่วยเขาหยิบรองเท้าแตะจากชั้นวางมาให้เขาเปลี่ยน

หลิวเอ๋อ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมและอ่อนโยนมากๆ คนหนึ่ง

ในห้องนั่งเล่นมีผู้ชายอีกคนหนึ่ง เงยหน้ามอง หูเฟย แวบหนึ่ง เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็อ้าปากแล้วกลืนคำพูดกลับไป

ผู้ชายคนนั้นคือพ่อของ หูเฟย นั่นเอง หู เกาเฟิง

หูเฟย กลับเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือ แล้วมานั่งที่โต๊ะอาหาร

แม่ของเขา หลิวเอ๋อ ตักข้าวใส่ชามให้ หูเฟย และคีบกับข้าวให้เยอะเป็นพิเศษ พ่อของเขา หู เกาเฟิง นั่งฝั่งตรงข้าม กำลังดื่มเหล้าอยู่

ทั้งสองมองหน้ากัน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร

บรรยากาศระหว่างพ่อกับลูกชายตึงเครียด

เฮ้อ!

หูเฟย ถอนหายใจในใจอย่างหนัก

ที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของเขากับพ่อเมื่อก่อนดีมาก…

ตอนที่ หูเฟย ยังเด็ก เรียนเก่ง แถมยังเชื่อฟัง พ่อไปที่ไหนก็อวดว่าตัวเองมีลูกชายที่ดี

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเริ่มแย่ลง เพราะตอน หูเฟย เรียนมัธยมต้นดันไปคลั่งไคล้คอมพิวเตอร์

ตอนนั้นเขาเล่นเกมออนไลน์แนว RPG ชื่อ ‘ถ้าแน่ใจว่าเราเป็นพี่น้องกัน ก็มาเจอฉันสิ(Tanwan Blue Moon)’ แล้วไปเจอพวกใช้โปรแกรมโกง เลยโดนอัดยับ

หูเฟย ก็เลยลองศึกษาดูว่าโปรแกรมโกงพวกนี้มันทำงานยังไงกันแน่ ต่อมาศึกษาไปๆ มาๆ ก็พบว่าที่จริงแล้วมันง่ายมาก เขารู้สึกว่าตัวเองก็ทำได้

จากนั้นก็เลยเริ่มหัดเขียนโปรแกรม ภาษา C ด้วยตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึงเดือน เขาก็พัฒนาโปรแกรมโกงที่ดีกว่าเดิมได้สำเร็จ

คนอื่นฟันหนึ่งดาเมจ 999 แต่ของเขาฟันหนึ่งดาเมจ 999,999,999

ดาบถึงกับพัง!

น่ากลัวจริงๆ!

หลังจากนั้น เขาก็ก่อตั้งกิลด์เอง เวลาสู้กิลด์วอร์ เขายืนขวางอยู่ที่หน้าเมืองคนเดียว

อีกฝั่งมีคนเป็นร้อยตะโกนท้าทาย

ผลคือ หูเฟย ฟันไปหนึ่งดาบ ทุกคนออฟไลน์หมด

คมดาบกวาดล้างไปราบเป็นหน้ากลอง!

นับแต่นั้นมา ก็ไม่มี ‘พี่น้อง’ คนไหนมาหาเขาอีกเลย

ผลสุดท้ายแน่นอนว่าบัญชีของเขาโดนแบน

แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตื่นเต้นเป็นพิเศษ ทำให้เขาคลั่งไคล้คอมพิวเตอร์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

แต่พ่อแม่ในยุคนั้นยังมีความคิดว่า ‘เล่นคอมพิวเตอร์คือการไม่ทำมาหากินที่ถูกต้อง’

พ่อของ หูเฟย เลยขายคอมพิวเตอร์ที่บ้านทิ้ง เพื่อขจัดโอกาส ไม่ให้ หูเฟย ได้เล่นคอมพิวเตอร์ต่อไปได้อีก

แต่เรื่องแค่นี้ทำอะไร หูเฟย ไม่ได้หรอก ที่บ้านไม่มีคอมฯ ก็ไปร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ได้นี่นา

สุดท้ายก็โดนจับได้อีก โดนตีสารพัดชนิด แถมเกือบจะถูกส่งไปหาศาสตราจารย์หยาง เพื่อ ‘รักษา’ อาการติดอินเทอร์เน็ตด้วย

หูเฟย ที่อยู่ในช่วงต่อต้าน ย่อมไม่ยอมทำตามอยู่แล้ว

พ่อของเขาพยายามอยู่หลายครั้ง ก็ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์นี้ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกชายก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

แม่ของเขาก็เป็นห่วงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจนใจแทบขาด

แน่นอนว่า ต่อมาเมื่อ หูเฟย เข้าร่วมการแข่งขันคอมพิวเตอร์ระดับประเทศ และได้รับรางวัลเหรียญเงิน แถมยังได้โควตาเข้ามหาวิทยาลัย ทัศนคติของพ่อ หูเฟย ถึงได้เปลี่ยนไป

เขาเพิ่งพบว่า ที่จริงแล้วคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ขนาดนี้เลยเหรอ ถึงขั้นเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย?

แต่ตอนนั้นความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกชายได้พังทลายลงไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็อยากจะปรับความเข้าใจให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่มีใครยอมเสียหน้า

ตอนนี้ หูเฟย ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มองย้อนกลับไปถึงเรื่องนี้ ถ้าตอนนั้นตัวเองยอมนั่งลงคุยกับพ่อดีๆ บางทีเรื่องที่ไม่น่ายินดีเหล่านั้นก็อาจจะไม่เกิดขึ้นมากมายขนาดนี้

แถมสิ่งที่ทำให้ หูเฟย คาใจ คือ พ่อกับแม่เพราะความดื้อรั้นของเขา ทำให้สุขภาพของพวกท่านเสียหายอย่างหนักจนไม่อาจแก้ไขได้ในภายหลัง

หูเฟย ต่อมาใช้เงินจำนวนมาก ก็ไม่สามารถรักษาอาการป่วยของพ่อกับแม่ได้

ตอนนี้กลับมาเมื่อสิบปีก่อน หูเฟย ย่อมต้องแก้ไขความเสียใจเหล่านั้น

………

“พ่อครับ ขอโทษครับ!”

หู เกาเฟิง : ???

“อะไรนะ?”

“ลูกพูดว่าอะไรนะ?”

หู เกาเฟิง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อได้ยินลูกชายที่เคยคิดว่าอกตัญญู เรียกตัวเองว่า... ‘พ่อ’?

ไม่ใช่ ‘ผ่อ’, ไม่ใช่ ‘ผา’, ก็ไม่ใช่ ‘ผะ’, แต่เป็น ‘พ่อ’

‘พ่อ’ ที่หมายถึง บิดา

ให้ตายเถอะ นี่มันหายากสุดๆ ไปเลยนะเนี่ย

นี่มันกี่ปีมาแล้ว ตั้งแต่เริ่มไม่ให้ หูเฟย เล่นคอมพิวเตอร์มา เขาก็เหมือนจะไม่เคยได้ยินคำนี้จากปากลูกชายอีกเลย

“พ่อครับ ขอโทษครับ”

หูเฟย มองตาพ่อแล้วพูดซ้ำอีกครั้ง ไม่มีท่าทีล้อเล่นแม้แต่น้อย

“หลังจากที่ได้คิดทบทวนช่วงที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมควรจะฟังคำพูดของพ่อ ตั้งใจเรียนให้ดีๆ มีเพียงตั้งใจเรียนให้ดีๆ เท่านั้นถึงจะมีอนาคตที่ดี”

พูดไป หูเฟย ก็ควักบัตรสมาชิกหลายใบออกมา

“พ่อครับ พวกนี้เป็นบัตรสมาชิกที่ผมไปทำไว้ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ต่างๆ ทั้งหมด ผมเอาให้พ่อครับ”

“พ่อเอาไปทิ้งได้เลยครับ”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่เล่นคอมพิวเตอร์อีกแล้ว ผมจะตั้งใจเรียนให้ดีๆ เพื่อตอบแทนพระคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูผมมา”

หู เกาเฟิง รับบัตรมาอย่างงุนงง ก้มหน้าดู โอโห เป็นสิบๆ ใบเลยนี่!

ร้านอินเทอร์เน็ตต้าตี้, ร้านอินเทอร์เน็ตโยวหัว, อี้หว่างฉิงเซิน, ร้านอินเทอร์เน็ตเทียนเฟิง, แพนโดรา, ร้านอินเทอร์เน็ตเทียนอี้, ร้านอินเทอร์เน็ตอ้ายซ่าง...

ของที่ปกติเก็บรักษาอย่างดีเหมือนสมบัติ ตอนนี้กลับเอามาให้เขาหมดจริงๆ

ไม่ใช่เรื่องตลกลวงโลก ไม่ใช่วันเอพริลฟูลเดย์สินะ

เรื่องจริง!

“……”

เวลาเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว

ผ่านไปนานมาก

ในทันใด เห็นเพียงหางตาของพ่อ หูเฟย พลันเปียกชื้น เสียงพูดดูสั่นเครือ “ดีๆ ดีๆ เฟยเอ๋อร์ ลูกในที่สุดก็เข้าใจแล้ว”

พ่อของ หูเฟย เอามือปิดหน้า ร้องไห้จนน้ำตาไหลอาบแก้ม

แม่ของ หูเฟย ก็เช่นกัน น้ำตาไหลอาบหน้า ลุกขึ้นยืนกอด หูเฟย ไว้ในอ้อมแขน

ลูกชายในที่สุดก็โตแล้ว ในที่สุดก็เข้าใจความตั้งใจที่ดีของพวกเขาแล้ว

มองดูพ่อแม่ที่กำลังร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด ความปีติและความสุขปรากฏชัดบนใบหน้าของพวกท่าน หูเฟย ยิ้มอย่างมีความสุข

จิ๊กซอว์ ส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเขา ถูกต่อเติมจนสมบูรณ์แล้ว

………

มื้อนี้ ทั้งสามคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ พ่อของ หูเฟย ดื่มเพิ่มไปอีกสองแก้วด้วยความดีใจ

“พ่อครับ ดื่มน้อยๆ หน่อยนะครับ มันทำลายสุขภาพ”

“ไม่เป็นไรน่า วันนี้มีความสุข”

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ครับ ดื่มเหล้าทำลายสุขภาพมากเกินไปแล้ว”

หูเฟย มองพ่อดื่มทีละแก้ว นึกขึ้นได้ว่าหลังจากนี้ พ่อก็เข้าโรงพยาบาลหลายครั้งเพราะดื่มเหล้า

นิสัยเสียนี้จะต้องเลิกให้ได้

“ฮ่าๆ ลูกชักจะมาควบคุมพ่อ เสียแล้ว!”

“ถ้าจะให้พ่อเลิกเหล้าก็พอได้นะ งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยเป็นไง?”

“เดิมพันอะไร?”

“ก็คือว่า พ่อ กำลังจะไปทำงานต่างประเทศ น่าจะใช้เวลาประมาณปีนึง”

“รอปีหนึ่งกลับมา ถ้าลูกสอบได้ถึง 500 คะแนน พ่อจะเลิกเหล้า”

หู เกาเฟิง คิดแผนได้ดี

หูเฟย ตอนนี้แม้แต่ 300 คะแนนก็ยังทำไม่ได้ อยากจะทำคะแนนเพิ่มขึ้น 200 คะแนนภายในหนึ่งปี โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นไปไม่ได้เลย

เขาทำแบบนี้ทั้งอยากกระตุ้นให้ลูกชายตั้งใจเรียนให้ดีๆ และเพื่อไม่ต้องกังวลว่าถึงตอนนั้นตัวเองจะแพ้เดิมพัน

ฉลาดจริงๆ!

หูเฟย ที่ได้ยินดังนั้น ‘แค่นี้เองเหรอ?

กำลังดูถูกใครกัน?

ผมคนนี้น่ะ ฟันทีเดียว 999,999,999 นะครับ!

หูเฟย วางตะเกียบลง มอง หู เกาเฟิง ด้วยท่าทีท้าทาย

“งั้นแบบนี้เป็นไงครับพ่อ ถ้าผมทำคะแนนได้ 600 คะแนน พ่อต้องเลิกทั้งบุหรี่และเหล้าเลย ตกลงไหม?”

โอ้โห!

พ่อของ หูเฟย ได้ยินดังนั้น คิ้วกับหนวดถึงกับตั้งชัน

ลูกชายตัวเองอายุยังน้อย แต่คำพูดไม่เล็กน้อยเลยนะเนี่ย

“ดีล่ะ ไอ้ลูกชาย ถ้าแกทำได้ถึง 600 คะแนนจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเลิกบุหรี่เลิกเหล้าเลยนะ ต่อไปพ่อจะไม่ตัดผมอีกแล้ว”

โม้เก่งใครๆ ก็ทำได้?

หู เกาเฟิง ก็ดื่มเยอะไปหน่อย พูดออกมาโดยไม่คิด

ผู้ชายวัยกลางคน ที่จริงแล้วมีงานอดิเรกไม่กี่อย่างเท่านั้น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ตัดผม บางครั้งก็ฟังเสี้ยงเซิง (相声 บทสนทนาแบบตลกขบขัน)

ถ้าคราวนี้เดิมพันแพ้ล่ะก็ ไม่มีอะไรเหลือเลย

“ดีครับ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ม้าเร็วสี่ตัวก็ไล่ไม่ทัน!” (ม้าสี่ตัวแม้จะวิ่งเร็วมาก แต่ก็ช้ากว่าความเร็วของคำพูด)

หูเฟย ยื่นมือขวาออกไป ทำท่าจะขอไฮไฟว์

หู เกาเฟิง เลยยอมเล่นตามลูกชายยื่นมือซ้ายออกไป

?

ทั้งสองคนไฮไฟว์กัน

หลิวเอ๋อ มองผู้ชายสองคนในบ้าน ทำข้อตกลงแบบผู้ชายกับผู้ชาย รอยยิ้มแห่งความอบอุ่นและความสุขปรากฏที่มุมปาก

………

ทานข้าวเสร็จ หูเฟย อาสาช่วยเก็บล้างจานชาม นั่งคุยกับพ่อแม่พักหนึ่งแล้วก็กลับเข้าห้อง

ตอนที่อยู่คนเดียว ความเหงาก็เข้าครอบงำ ความคิดถึง เซี่ยจือ ในใจก็ยิ่งลึกซึ้งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เขารู้ว่า เซี่ยจือ ตอนนี้ก็อยู่ในเมือง S เหมือนกัน เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สอง ซึ่งจัดเป็นโรงเรียนมัธยมปลายระดับดีเช่นกัน

อยากจะไปหาเธอ

แต่ต้องอดใจไว้

รีบร้อนไม่ได้ ตอนนี้ไปหาเธอก็ไม่มีประโยชน์

หูเฟย เปิดระบบ ดูร้านค้าในระบบ

ในร้านค้าในระบบมีของดีๆ เยอะแยะไปหมด ทั้งทักษะและไอเทมต่างๆ

เขาสนใจของชิ้นหนึ่ง นั่นคือ น้ำยาอายุวัฒนะ

[น้ำยาอายุวัฒนะ : หลังจากใช้แล้วจะช่วยให้อายุยืนยาว ขจัดโรคภัยและเคราะห์ร้าย ราคา 6000 คะแนนต่อขวด]

“ของดีจริงๆ เลยนะ!”

หูเฟย เห็นแล้วก็อยากจะซื้อให้พ่อกับแม่คนละขวด

น่าเสียดายที่ตอนนี้คะแนนไม่พอ

แต่ระบบรางวัลตั๋วสุ่มร้านค้าในระบบหนึ่งใบวันนี้

หลังจาก หูเฟย ใช้แล้ว ได้รับ ‘บัฟ’(buff) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย’ มาอย่างไม่คาดคิด

[บัฟผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย : ออกกำลังกาย หนึ่งชั่วโมงต่อวัน เทียบเท่ากับการฝึกซ้อมของนักกีฬามืออาชีพเจ็ดวัน]

ด้วยระดับความรู้ทางวัฒนธรรมที่ได้ 80 คะแนนในวิชาภาษาจีนของ หูเฟย ตอนนี้ มีเพียงคำว่า ‘เชี่ยเอ๊ย!’ เท่านั้นที่จะอธิบายความรู้สึกของเขาได้

เหมือนเสือติดปีก หูเฟย เริ่มวางแผนชีวิตในอนาคตหลายอย่าง

………

วันที่สอง

หูเฟย ตื่นแต่เช้า แล้วออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมง จากนั้นค่อยไปโรงเรียน

พอถึงโรงเรียนก็เริ่มปั่นข้อสอบ ทำไปเรื่อยๆ จนเลิกเรียน

เลิกเรียนกลับถึงบ้าน ก็ปั่นข้อสอบต่อ ทำไปจนถึงเที่ยงคืนแล้วค่อยนอน

เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ...

แปดเดือนต่อมา

“ติ๊ง~”

“ค่าประสบการณ์เต็มแล้ว กำลังอัปเกรด…”

“ยินดีด้วย คุณได้อัปเกรดวิชาชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับสิบแล้ว”

โฮสต์ : หูเฟย;

อายุ : 18;

——

ภาษาจีน มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

คณิตศาสตร์ มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

ภาษาอังกฤษ มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

ฟิสิกส์ มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

เคมี มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย : ระดับสิบ (เต็มระดับ);

คะแนนระบบ : 1.2 หมื่น.

“ยินดีด้วย ทุกวิชาของคุณเต็มระดับหมดแล้ว คุณได้เข้าใจความรู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งหมดแล้ว การสอบใดๆ จะไม่ทำให้คุณลำบากอีกต่อไป คุณสามารถควบคุมคะแนนได้ตามใจ อยากได้กี่คะแนนก็ได้เท่านั้น”

?*??(ˊ?ˋ*)??*? (อิโมติคอนแสดงความดีใจสุดขีด)

“โอ้โห ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“ในที่สุดฉันก็เต็มระดับทุกวิชาแล้ว” หูเฟย ทั้งหัวเราะเสียงดังและร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด

หูเฟย ไม่รู้ว่าตัวเองบ้าบิ่นแค่ไหนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ปั่นข้อสอบอย่างบ้าคลั่ง ทั้งวันทั้งคืนไม่หยุด

น้ำต้มที่ยายเมิ่ง เคี่ยวยังไม่มากเท่าคืนที่เขาอดหลับอดนอนเคี่ยวตำรา

ข้อสอบที่เขาปั่น ถ้าเอามาต่อกันสามารถพันรอบโลกได้สามรอบ

เขาคนเดียวเลี้ยงโรงงานกระดาษได้หนึ่งโรง

(หูเฟย : โม้ไปแล้ว โม้ไปแล้ว นักเขียนเพลาๆ การโม้ลงหน่อยนะ)

สรุปแล้ว ความพากเพียร ย่อมไม่ทรยศผู้มีความตั้งใจ

ในตอนนี้ เขาได้กลายเป็นเซียนวิชาการอย่างแท้จริง เป็นเซียนประเภทที่อยากสอบได้กี่คะแนนก็ได้เท่านั้น

เรียกสั้นๆ ว่า [เซียนวิชาการขั้นเทพ]

“ติ๊ง~”

“คุณมีภารกิจใหม่”

[ภารกิจ : สอบปลายภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 2 ให้ได้ 600 คะแนนพอดี เพื่อทำตามการเดิมพันกับพ่อ]

………

หนึ่งเดือนต่อมา

มองดูผลการสอบปลายภาคของลูกชาย หู เกาเฟิง ที่กลับมาจากต่างประเทศ แล้วก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย

คณิตศาสตร์ : 150 คะแนน;

วิทยาศาสตร์รวม : 300 คะแนน;

ภาษาจีน : 76 คะแนน;

ภาษาอังกฤษ : 74 คะแนน;

คะแนนรวม : 600 คะแนน

ถึงกับสอบได้ 600 คะแนนจริงๆ

ลูกชายของเขา ถึงกับใช้เวลาหนึ่งปี ทำคะแนนได้จาก 300 คะแนน เป็น 600 คะแนน

หู เกาเฟิง ถือผลการสอบอยู่ถึงกับอึ้งไปเลย ถึงขั้นลืมไปว่าตัวเองชื่อแซ่อะไร

มองดูภรรยาของตัวเอง หลิวเอ๋อ ทำหน้ายิ้มแย้ม พยักหน้าให้เขา จากนั้นก็หยิบผลการสอบทั้งหมดของ หูเฟย ตลอดหนึ่งปีที่เรียนมัธยมปลาย ปี 2 ออกมา

ตั้งแต่การสอบวัดผลประจำเดือน ครั้งแรกเป็นต้นมา ทุกครั้งที่สอบ คะแนนเขาก็เพิ่มขึ้นประมาณ 50 คะแนน

300, 345, 405, 457……

จาก 300 คะแนน ค่อยๆ ทำคะแนนขึ้นมาทีละขั้น จนถึง 600 คะแนน

ไม่ใช่การกระโดดพรวดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ทุกครั้งที่มีการประชุมผู้ปกครอง ครูอาจารย์ก็จะยก หูเฟย เป็นแบบอย่าง เป็นตัวอย่างที่ดี

ปลายภาคครั้งนี้ โรงเรียนถึงขั้นมอบเงินรางวัล 10,000 หยวนให้ หูเฟย

หู เกาเฟิง ฟังแล้ว ก็เชื่อทั้งหมดอย่างสิ้นสงสัย

จากนั้นก็หัวเราะอย่างคนซื่อๆ เหมือนเด็กหนักร้อยกว่ากิโล

ฮ่าฮ่า 600 คะแนนนะ ถึงขั้นสอบติดมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งได้แล้ว

ลูกชายตัวเองประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ

ตระกูลหู มีความหวังแล้ว!!!

“พ่อครับ ยังจำข้อตกลงของพวกเรา(สองคน)ได้ไหม?” หูเฟย ถามเตือนขึ้นมาทันที

“ข้อตกลง? ข้อตกลงอะไร?” หู เกาเฟิง กำลังดีใจ ก็งงไปเล็กน้อย

“พ่ออย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ ตอนนั้นตกลงกันแล้ว ถ้าผมสอบได้ 600 คะแนน พ่อต้องเลิกบุหรี่ เลิกเหล้า”

“อ่า… นี่…”

คราวนี้ดูน่าอึดอัดแล้วสิ

หู เกาเฟิง นึกขึ้นได้ถึงข้อตกลงนั้น

ตอนนั้นเขาแค่พูดไปงั้นเอง ไม่ได้จริงจังเลยแม้แต่น้อย วันรุ่งขึ้นก็ลืมไปหมดแล้ว

แต่ใครจะรู้ว่าลูกชายคนนี้ถึงขั้นทำได้จริง

คราวนี้ความดีใจสุดขีดกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าไปซะแล้ว

หู เกาเฟิง รู้สึกเจ็บปวดในใจเงียบๆ ดิ้นรนอยู่พักใหญ่

“ให้ตายก็แค่เลิกบุหรี่ เลิกเหล้าไม่ใช่รึไง?! ในเมื่อเป็นข้อตกลงของลูกผู้ชายระหว่างเราสองคน ได้ พ่อไม่คืนคำ!!!”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พ่อจะเลิกทั้งหมด”

อย่างแย่ที่สุด ต่อไปก็แค่ฟังเสี้ยงเซิงไปก็พอ

“แม่ ช่วยเอาเหล้า กับบุหรี่ที่บ้านไปทิ้งให้พ่อหน่อย”

หู เกาเฟิง ก็เป็นคนเด็ดเดี่ยวเหมือนกัน พูดแล้วต้องทำตามที่พูด

ในเมื่อลูกชายตัวเองถึงขั้นประสบความสำเร็จขนาดนี้ ตัวเองที่เป็นพ่อมีหรือจะยอมหงอ

ความน่าเกรงขามและศักดิ์ศรีของความเป็นพ่อ จะต้องรักษาไว้ให้ได้!

เห็นดังนั้น หูเฟย ยกนิ้วโป้งให้พ่อตัวเอง

d=====( ̄▽ ̄3)b คุณพ่อเจ๋งเป้ง!

หลิวเอ๋อ ก็ยกนิ้วโป้งให้สามีตัวเองเหมือนกัน พ่อลูกคู่นี้เป็นคนเก่งทั้งคู่

………

หลังจากความดีใจผ่านไป หู เกาเฟิง ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า

“อ้อ จริงสิเจ้าลูกชาย ผลการเรียนของลูกดีจริงนะ คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์รวมได้คะแนนเต็ม”

“แต่ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ คะแนนมันน้อยไปหน่อยรึเปล่า?” หู เกาเฟิง รู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์แบบ

สายวิทย์ได้เต็ม 450 คะแนน แต่สายศิลป์ สองวิชากลับได้แค่ 150 คะแนน

คะแนนมันเหลื่อมล้ำขนาดนี้

แย่ยิ่งกว่าที่ทีมฟุตบอลชาติยิงพลาดเสียอีก (เปรียบเทียบเชิงตลก)

แถมก่อนหน้านี้ที่สอบไปหลายครั้ง วิชาสายวิทย์ ได้เต็มมาตลอด มีแค่วิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีนเท่านั้นที่ฉุดคะแนนไว้ ถ้าหากสามารถทำคะแนนในวิชาภาษาจีนและภาษาอังกฤษได้มากกว่านี้

บางทีอาจจะจากมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งทั่วไป สามารถเข้ามหาวิทยาลัยระดับหนึ่งที่สำคัญได้เลยนะ

หู เกาเฟิง ค้นพบจุดสำคัญได้แล้ว! แต่ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วนี่คือ หูเฟย จงใจควบคุมคะแนน

หูเฟย พยักหน้า สีหน้าพลันจริงจังขึ้น พูดว่า

“พ่อครับ ที่พ่อพูดน่ะถูกต้องแล้วครับ ดังนั้น นี่คือเรื่องที่ผมจะคุยกับพ่อต่อไปครับ”

“อ้อ เรื่องอะไร?” หู เกาเฟิง ถามด้วยความสงสัย

“ผมอยากย้ายโรงเรียน”

“อะไรนะ?”

พ่อของ หูเฟย ฟังแล้วตกใจมาก

อยู่โรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?

แถมยังใกล้บ้านอีกด้วย

และโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งก็เป็นโรงเรียนมัธยมปลายระดับดีที่สุดในเมือง ยังจะย้ายไปที่ไหนได้อีก?

หู เกาเฟิง ไม่เข้าใจ

หูเฟย อธิบายว่า “เป็นแบบนี้ครับ ในโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่ง ผมรู้สึกว่าไม่มีช่องว่างให้พัฒนาอีกแล้ว”

“โรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งน่ะดีครับ แต่การสอนที่เก่งคือวิชาสายวิทย์”

“แต่ตอนนี้วิชาสายวิทย์ผมไม่มีช่องว่างให้พัฒนาแล้วครับ ต้องเน้นวิชาสายศิลป์ถึงจะดี”

“ส่วนวิชาสายศิลป์ มีเพียงโรงเรียนมัธยมปลายที่สองที่เก่งที่สุด และก็จัดเป็นโรงเรียนระดับดีเหมือนกัน”

“ดังนั้น ผมจึงอยากย้ายไปโรงเรียนมัธยมปลายที่สองครับ”

เหตุผลของ หูเฟย ทำให้พ่อของเขาตกอยู่ในภวังค์

ถ้าเป็นเหตุผลอื่นๆ หู เกาเฟิง คงไม่ยอมให้เขาทำง่ายๆ แน่

น่าขำ ตอนนั้นอุตส่าห์ใช้เส้นสายไม่น้อย เพื่อยัดเขาเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งคนอื่นอยากเข้ายังเข้าไม่ได้เลย

แต่ลูกชายพูดแบบนี้ ก็มีเหตุผลจริงๆ

อยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งดูเหมือนคะแนนเขาก็ไม่น่าจะพัฒนาได้อีกแล้วล่ะ เพราะเขาทำคะแนนสายวิทย์เต็มมาสามครั้งติดแล้ว

ถ้าหากย้ายไปโรงเรียนมัธยมปลายที่สอง ล่ะก็...

คิดไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด หู เกาเฟิง ก็ตกลงตามคำขอของ หูเฟย

“เยี่ยมไปเลย!”

หูเฟย ดีใจสุดขีด

ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ควบคุมคะแนนมาอย่างยากลำบาก ในที่สุดเขาก็ย้ายไปโรงเรียนมัธยมปลายที่สองได้แล้ว

‘เซี่ยจือ ฉันจะรีบไปหาเธอแล้วนะ’

‘รอฉันด้วยล่ะ!’

ตอนก่อน

จบบทที่ เดิมพันพ่อลูก

ตอนถัดไป