แก้ไขรูปลักษณ์และการสอบย้ายโรงเรียน

“ติ๊ง~”

“ทำภารกิจเสร็จสิ้น ได้รับตั๋วสุ่มรางวัลในร้านค้าในระบบหนึ่งใบ ไม่ทราบว่าจะใช้หรือไม่?”

“ใช้”

“ยินดีด้วย คุณได้รับโอกาสในการแก้ไขรูปลักษณ์ แก้ไขส่วนสูงและแก้ไขรูปร่างหนึ่งครั้ง”

หลังจากนั้น หูเฟย ก็มาที่ห้องน้ำมองดูตัวเองในกระจก

“อืม ที่จริงแล้ว รูปลักษณ์ดั้งเดิมของฉัน ก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขเลย”

หูเฟย ลูบแก้มตัวเอง เขามั่นใจในรูปลักษณ์ดั้งเดิมของตัวเองมาก

รู้สึกดีกับตัวเองสุดๆ เหมือนเป็น หูเกอ (นักแสดงชายชาวจีน) ตอนอยู่โรงเรียนมัธยมปลายชัดๆ!

สิบนาทีต่อมา...

“หูเกอ งั้นรึ?”

“ใคร?”

“จะหล่อสู้ฉันได้งั้นรึ?”

หูเฟย มองดูตัวเองในกระจกหลังจากปรับแก้รูปลักษณ์เสร็จแล้ว แม้จะเป็นการปรับแก้แค่บางส่วนก็ตาม

กรอบตาดูลึกซึ้งขึ้น สันจมูกตรงขึ้น โครงหน้าชัดเจนขึ้น

แต่ผลที่ได้มันดีเกินไปแล้ว!

มันมีความเป็นผู้ใหญ่ในแบบที่ย้อนแย้งกับความเป็นวัยรุ่นอยู่ในนั้น

โดยเฉพาะดวงตาคู่นี้ ราวกับบ่อน้ำลึก ลึกซึ้ง และแฝงด้วยความเย็นชาอันเงียบสงัด

เป็น หูเกอ ในเวอร์ชันที่เท่และเย็นชาขั้นสูงชัดๆ

หล่อจนไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรมาบรรยาย

แน่นอนว่า เทียบกับคนที่นั่งอ่านอยู่ตรงนี้ไม่ได้อยู่แล้ว (ผู้เขียนถ่อมตัวกับผู้อ่าน)

หลังจากนั้น หูเฟย ก็ปรับรูปร่างและส่วนสูงของตัวเองอีกครั้ง

ที่จริงแล้ว หูเฟย รูปร่างดีอยู่แล้ว เพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาออกกำลังกายมาตลอด

และมีบัฟ (buff) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายทำให้ หูเฟย มีร่างกายที่แข็งแรงแบบนักกีฬามืออาชีพ

ส่วนสูง 183 เซนติเมตร หูเฟย ปรับเพิ่มเป็น 185 เซนติเมตรเล็กน้อย ทำให้กล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายดูชัดเจนขึ้นอีกมองตอนนี้ เป็นหนุ่มหุ่นดีอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

หลังจากนั้น หูเฟย ก็ไปตัดผม

เดิมทีเป็นทรงนักเรียนที่ดูทื่อๆ ก็ตัดเป็นทรงผมซอยที่ดูทันสมัยขึ้น มีปอยผมปลิวอยู่หน้าผากเล็กน้อย ตัดเสร็จแล้ว พี่สาวช่างตัดผมถึงกับหลงใหล หูเฟย จนทำอะไรไม่ถูก

พอกลับถึงบ้าน พ่อแม่ของ หูเฟย ก็ตะลึงไปเลย

ก็ยังเป็นลูกชายคนเดิมนั่นแหละ แต่ทำไมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง?

“เอ่อ อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนทรงผมก็ได้ครับ” หูเฟย อธิบาย

“อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้หล่อขนาดนี้ ถ้าไม่ได้สืบทอดยีนเด่นของพ่อแม่มาน่ะนะ”

คำเยินยอของ หูเฟย ถือว่าเข้าเป้า พ่อของเขา หู เกาเฟิง ถึงกับหนวดกระดิกอย่างภูมิใจ “นั่นสิ ไม่ดูว่าเป็นลูกชายใคร?”

หลิวเอ๋อ มองบนใส่สามีตัวเอง แล้วคิดในใจว่า ‘ดูหน้าตาเหรอ หน้าพ่อแกก็เหมือนหัวหมู! พูดยังงี้ได้ไง?

ชัดๆ เลยว่าได้ยีนของฉันต่างหาก!

หลังจากนั้น หูเฟย ก็เอาน้ำผึ้งกระป๋องหนึ่งออกมา บอกให้พ่อแม่ดื่มทุกวัน วันละนิด จะดีต่อสุขภาพ

ในน้ำผึ้ง หูเฟย ผสมน้ำยาอายุวัฒนะไว้เรียบร้อยแล้ว พ่อแม่ทานเข้าไปแล้ว ก็เห็นผลทันที

พ่อแม่มองตัวเองในกระจกอยู่นานถึงกับอุทานว่ามหัศจรรย์แล้วดึง หูเฟย มาดูด้วยกัน

มองดูรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความปีติของพ่อแม่ หูเฟย ก็มีความสุข

“พ่อแม่ที่ภาคภูมิใจและเข้มแข็งมาตลอดชีวิต”

“ลูกจะทำอะไรเพื่อพวกท่านได้บ้างไหม?”

“โปรดรับความห่วงใยเล็กน้อยนี้ไว้เถอะ”

“ขอบคุณทุกอย่างที่พวกท่านทำ”

“สองมือที่ค้ำจุนบ้านของเรา”

(เพลงของ Chopsticks Brothers พ่อ, 父亲(ฟู่ชิน))

เรื่องการย้ายโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเป็นการย้ายตอนอยู่มัธยมปลายปี 3 จำเป็นต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง

เรื่องสำคัญที่สุดคือผลการเรียน โรงเรียนมัธยมปลายที่สองมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำอย่างน้อย 600 คะแนนขึ้นไป

หูเฟย มีคุณสมบัติครบถ้วนพอดี

แต่เนื่องจากปีนี้มีนักเรียนย้ายเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่สองค่อนข้างมาก แต่จำนวนที่รับได้มีจำกัด

มีนักเรียนย้ายสายวิทย์ ทั้งหมด 21 คน แต่มีที่ว่างสำหรับนักเรียนสายวิทย์แค่สิบตำแหน่ง ดังนั้นจะต้องมีการสอบ

และจะรับเฉพาะสิบอันดับแรกเท่านั้น

………

“ลูกครั้งนี้ คาดว่าโอกาสคงไม่มาก พ่อถาม เหล่าเซียว มา เขาบอกว่านักเรียนคนอื่นๆ อีกยี่สิบคน สอบรวมปลายภาคเรียนที่ 2 ของมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 2 ได้ 650 คะแนนขึ้นไปทั้งนั้น”

“ได้ยินว่ามีคนได้ 700 คะแนนด้วย”

“ยังไงลูกก็พยายามให้เต็มที่ก็พอ ถ้าสอบไม่ติด งั้นเราก็กลับไปโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งเถอะนะ”

ก่อนสอบ หู เกาเฟิง เรียก หูเฟย ไปคุยข้างๆ บอกสถานการณ์ให้ฟังอย่างปลอบใจเล็กน้อย หวังว่าถ้าเขาไม่ได้รับการคัดเลือกจะได้ไม่รู้สึกท้อแท้

“ครับพ่อ ผมรู้แล้ว พ่อสบายใจได้เลย” หูเฟย พยักหน้า

แตกต่างจากความตึงเครียดของ หู เกาเฟิง หูเฟย ดูสบายๆ ไม่มีแรงกดดันเลยแม้แต่น้อย

ถึงเวลา หูเฟย เข้าห้องสอบพร้อมกับนักเรียนจำนวนมาก ผู้ปกครองยืนรออยู่ข้างนอก

ภายในห้องสอบ มีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอีกมากมาย

หลังจากหาที่นั่งและนั่งเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ก็ชี้แจงระเบียบการสอบเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มแจกข้อสอบและเริ่มสอบ

วิชาภาษาจีน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์รวม แจกข้อสอบทั้งหมดพร้อมกัน ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงบ่ายสองโมง รวมเวลาทั้งหมดหกชั่วโมง เพื่อทำข้อสอบทั้งหมด

แน่นอนว่า ข้อสอบเหล่านี้มีการลดจำนวนข้อลง แต่คะแนนเต็มไม่เปลี่ยนแปลง

เริ่มด้วยวิชาภาษาอังกฤษ หลังจากส่วนฟังจบลง ทุกคนก็เริ่มก้มหน้าทำข้อสอบ อย่างใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าและอย่างตั้งใจจริงเป็นพิเศษ

ทำข้อสอบเสร็จแล้ว ตรวจทานให้เรียบร้อย แล้วก็สามารถส่งได้

มีอาจารย์ผู้สอนในแต่ละวิชาตรวจให้ทันทีที่สนามสอบ ผลคือ จะได้ทราบผลวันนี้เลย

เวลาผ่านไป

เก้าโมงครึ่ง หัวหน้าสำนักงานรับสมัครนักเรียน เซียว เซวียหลี่ มาถึงนอกห้องสอบจากห้องทำงานเปิดประตูแอบมองเข้าไปสองครั้ง แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่กลับเรียกอาจารย์ผู้รับผิดชอบการคุมสอบคนหนึ่งออกมา

“เป็นอย่างไรบ้าง?”

“อืม ก็ไม่เลวครับ ผมเพิ่งเดินดูรอบๆ เมื่อกี้ เห็นว่าทำกันได้ค่อนข้างดี”

“ในจำนวนนั้น มีนักเรียนหลายคนทำส่วนอ่านจับใจความได้เกือบเหมือนกับเฉลยมาตรฐานเลย”

“งั้นก็ใช้ได้”

“อ้อ จริงสิ นักเรียนที่ชื่อ หูเฟย เป็นอย่างไรบ้าง?” เซียว เซวียหลี่ พูดขึ้นมาสั้นๆ

“เดี๋ยวครับ ผมไปดูหน่อย”

ผ่านไปไม่นาน อาจารย์คุมสอบก็กลับมาใบหน้าดูเก้อเขิน

“เอ่อ หัวหน้าฝ่ายเซียวครับ นักเรียนคนนี้ ใช่คนที่อาจารย์คนไหนใช้เส้นสายยัดเข้ามาหรือเปล่าครับ?”

เซียว เซวียหลี่ ได้ยินดังนั้น ถึงกับตาขยิบ

เป็นคนที่ถูกยัดเข้ามางั้นรึ? หรือว่าเป็นเขาที่ยัดเข้ามาเองกันแน่?

“เป็นอะไรไป? หรือว่ามีปัญหา?”

“เฮ้อ แย่มากเลยครับ” อาจารย์คุมสอบพูดพร้อมสีหน้าเบื่อหน่าย

“เมื่อกี้ผมดูคร่าวๆ เขาใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงก็ทำข้อสอบภาษาจีนและภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว”

“อะไรนะ เร็วขนาดนั้นเชียวรึ?” เซียว เซวียหลี่ ตกใจมาก

ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ ถ้ารวมกันอย่างไรก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงไม่ใช่รึไง?

“ใช่ครับ! ผมดูคร่าวๆ ผิดระเนระนาด เรียงความภาษาจีนก็ออกนอกประเด็น ภาษาอังกฤษแทบจะทำไม่ถูกเลยแม้แต่ข้อเดียว”

“คะแนนภาษาอังกฤษตรวจเสร็จแล้ว ได้ 73 คะแนน ภาษาจีนยังตรวจอยู่ แต่ดูท่าแล้ว สองวิชารวมกันทำได้ถึง 150 คะแนนก็ดีแล้วครับ”

“…”

เซียว เซวียหลี่ พูดไม่ออกแล้ว

“แย่ขนาดนั้นเลยหรือครับ?”

เหล่าหู คนนั้น ไม่ได้บอกว่าลูกชายเขาทำคะแนนสอบปลายภาคได้ 600 คะแนนหรอกรึ? แค่นี้เองเหรอ?

หรือว่า 600 คะแนนนั้นได้มาจากการโกง?

ตอนนี้ความจริงปรากฏชัดแล้วไม่ใช่รึไง?

เซียว เซวียหลี่ ไม่รู้จะพูดอะไร อย่างไรก็ตาม งานที่ต้องช่วยก็จบลงตรงนี้แล้ว ถ้า หูเฟย เข้าไม่ได้ ก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

“เอาล่ะ ข้างในก็สอบกันต่อไป อย่ารบกวนคนอื่นๆ”

“ตรวจคะแนนเสร็จแล้วให้แจ้งทันที เมื่อตรวจเสร็จแล้วให้เรียกฉัน”

“รับทราบครับ หัวหน้าเซียว”

เซียว เซวียหลี่ ก็ไม่ได้สนใจอีก กลับไปห้องทำงานจัดการงานราชการจนถึงเที่ยง เขามีนิสัยพักเที่ยง ตอนเที่ยงตรง เขาก็นอนฟุบหลับไปบนโต๊ะทำงาน

ไม่รู้เมื่อไหร่ เซียว เซวียหลี่ ก็ถูกคนเขย่าให้ตื่น

“อาจารย์หวัง เป็นอะไรไป ผลสอบออกแล้วเหรอ?”

“ครับ”

“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

“มีข่าวดีหนึ่งเรื่อง และข่าวร้ายหนึ่งเรื่องครับ”

“ข่าวร้ายคืออะไร?”

“เอ่อ คือแบบนี้ครับ ครั้งนี้เราได้เพิ่มความยากในส่วนของวิชาวิทยาศาสตร์แล้วใช่ไหมครับ ทุกคนทำวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์รวมได้ไม่ดีเลย”

“ไม่ดีขนาดไหน?”

“เอ่อ นักเรียนตัวเก็งที่ได้ 700 คะแนนคนนั้น สอบคณิตศาสตร์ได้ 80 คะแนน วิทยาศาสตร์รวมได้ 200 คะแนน รวมกับภาษาจีน 140 ภาษาอังกฤษ 131 คะแนนรวม 551 ครับ”

? ? ?

เซียว เซวียหลี่ พลันยืนขึ้นอย่างแรง “คุณไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม? นักเรียนตัวเก็งได้แค่ 551 คะแนนเองเหรอ?”

อีกฝ่าย พยักหน้าอย่างเงียบงัน

“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?”

“คนที่ได้ 500 คะแนนขึ้นไปมีแค่ 8 คนเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ แม้แต่ 500 คะแนนก็ยังทำไม่ได้”

พอได้ยินผล เซียว เซวียหลี่ ความดันโลหิตพุ่งปรี๊ด ทรงตัวไม่อยู่เลยนั่งลงบนเก้าอี้อย่างแรง

สภาพจิตใจพังทลายโดยตรง!

ครั้งนี้พวกเขาใช้ข้อสอบสายวิทย์ที่ค่อนข้างยากจริงๆ

แต่ข้อสอบชุดนี้ เป็นชุดที่โรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งใช้ทดสอบนักเรียนย้ายโรงเรียนเมื่อปีที่แล้ว

ตอนนั้น แม้พวกเขาจะทำคะแนนได้ไม่สูงนัก แต่ก็มีหลายคนที่ทำได้ 600 คะแนนขึ้นไป

เมื่อเทียบกันแบบนี้แล้ว คะแนนของทางฝั่งเราห่างกันไม่ใช่แค่นิดหน่อย

สภาพจิตใจของ เซียว เซวียหลี่ ถึงขั้นพังทลายจนพังทลายไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

แม้แต่ตัวเก็งที่หมายมั่นไว้ที่สุด ก็ได้แค่ 551 คะแนน

อย่างนี้จะรับ(นักเรียน) ได้ยังไง?

เห็น เซียว เซวียหลี่ ท่าทางจะไปไม่รอดแล้ว อาจารย์หวัง พลันพูดเสียงเบาๆ ว่า

“หัวหน้าเซียว ยังมีคนได้ 600 คะแนนอีกคนหนึ่งครับ”

ได้ยินดังนั้น เซียว เซวียหลี่ หันกลับไปอย่างรวดเร็ว “อะไรนะ? มีคนได้ 600 คะแนน?”

“ใคร ใครกัน?” เซียว เซวียหลี่ ราวกับได้เห็นแสงแห่งความหวัง ตื่นเต้นสุดขีดทันที แม้แต่ตัวเก็งยังได้แค่ 551 ยังมีใครแข็งแกร่งกว่าเขาอีกไหม

หรือว่าจะเป็นคนได้ 690 คะแนน? หรือคนได้ 688 คะแนน?

เป็นไปได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ไอ้การสอบเนี่ยนะ ก็ยังขึ้นอยู่กับการแสดงผลตอนสอบจริง

อาจารย์หวัง ส่ายหัว “ไม่ใช่เลยสักคน ถ้าบอกไป คุณอาจจะไม่เชื่อด้วยซ้ำ”

เชี่ย! แล้วตกลงใครกันแน่?

เซียว เซวียหลี่ ถึงกับเผลอใช้คำหยาบ “คุณน่ะ หงเทาเหรอ? พูดจาเหมือนบีบยาสีฟันเลย!” (หมายถึง พูดช้าๆ ลากเสียง ทำให้คนฟังหงุดหงิด)

เชื่อไม่เชื่อฉันจะจับนายมัดไว้บนเรือฟาง!(1)

อาจารย์หวัง รีบตอบทันทีว่า “ก็คือ หูเฟย ที่คุณเคยพูดถึงก่อนหน้านี้ไงครับ”

? ? ?

“หูเฟย?”

“คุณแน่ใจใช่ไหม?”

เซียว เซวียหลี่ บนหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“เขา?”

“เป็นเขาได้อย่างไร?”

“คุณไม่ได้บอกว่าภาษาอังกฤษกับภาษาจีนสองวิชารวมกันเขาทำได้มากสุดแค่ 150 คะแนนเหรอ?” เซียว เซวียหลี่ พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

อาจารย์หวัง ก็ทำหน้าเศร้าและพูดไม่ออกเล็กน้อย “เออ เรื่องนี้จะว่าบังเอิญหรือไม่บังเอิญดีนะ สองวิชารวมกันเขาก็ได้ 150 คะแนนจริงๆ ด้วย”

“ไม่ขาดไม่เกินเลยแม้แต่คะแนนเดียว ประหลาดจริงๆ!”

“…” เซียว เซวียหลี่ ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน

แต่พลันนึกขึ้นได้ ดูเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง

“เดี๋ยวๆ ถ้าเป็นแบบนี้ คะแนนรวม 600… งั้นอีกสองวิชาที่เหลือเขาต้องได้ 450 คะแนน”

คณิตศาสตร์+วิทยาศาสตร์รวม 450 คะแนน นั่นคือคะแนนเต็ม

“ใช่ครับ ที่คุณพูดน่ะไม่ผิด เด็กคนนี้ คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์รวมได้คะแนนเต็มจริงๆ”

“คุณว่ามันแปลกไหม?”

“...”

มากกว่าแปลกอีก มันแปลกยิ่งกว่าแปลกเสียอีก!

นักศึกษาตัวเก็งที่พวกเขาหมายมั่นไว้ สองวิชาทำได้แค่ 280 คะแนน เสียคะแนนไปทั้งหมด ส่วนคนที่พวกเขาตัดใจไปแล้วตั้งแต่แรก สองวิชาหลังกลับได้คะแนนเต็ม

นี่มันแฟนตาซีเกินไปแล้วนะ!

เซียว เซวียหลี่ ตอนนี้ตัวสั่นไปหมด รอไม่ไหวแล้ว “เร็ว เร็ว พาฉันไปที่สำนักงานเลย! ฉันจะไปดูข้อสอบของเด็กคนนี้!”

เซียว เซวียหลี่ ไม่ทันได้ใส่เสื้อนอกก็รีบไปที่สำนักงานพร้อมกับอาจารย์หวัง

ในตอนนี้ ภายในสำนักงานอาจารย์ประจำกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ มัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 3 และอาจารย์ฟิสิกส์กำลังถือข้อสอบของ หูเฟย อย่างตื่นเต้นสุดขีดและกำลังชื่นชมมัน

ไม่ผิดหรอก กำลังชื่นชมมันจริงๆ

ข้อสอบชุดนี้มีความยากสูงจริงๆ

ต่อให้ให้นักเรียนที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดในโรงเรียนมาทำก็คาดว่าคงจะแพ้อย่างราบคาบเช่นกัน

แต่ หูเฟย กลับส่งกระดาษคำตอบที่สมบูรณ์แบบ วิธีคิดแก้โจทย์ข้อใหญ่ๆ นั้นชัดเจนไร้ที่ติ แม้แต่คำตอบของบางข้อ ยังสั้นกระชับกว่าเฉลยมาตรฐานเสียอีก

พอเห็น เซียว เซวียหลี่ เข้ามา ก็รีบกรูกันเข้าไปหาทันที

“หัวหน้าเซียว นักเรียน หูเฟย คนนี้ พวกเราต้องรับเข้าให้ได้ ห้ามปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด!”

“ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีแววทางคณิตศาสตร์ ถ้าฝึกฝนดีๆ ปีหน้าในการแข่งขันคณิตศาสตร์ ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีลุ้นได้รางวัลแน่”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา อาจารย์ฟิสิกส์ก็ไม่เห็นด้วยทันที

“คณิตศาสตร์? เด็กคนนี้มันอัจฉริยะฟิสิกส์ชัดๆ! ดูการทำโจทย์กลศาสตร์ของเขาสิ มันราวกับงานศิลปะ!”

“ปีหน้าในการแข่งขันฟิสิกส์ ต้องมีเขาเป็นหนึ่งในนั้น!”

ยังดีที่อาจารย์เคมีและอาจารย์ชีววิทยาไม่อยู่ด้วย เพราะข้อสอบวิทยาศาสตร์รวม อาจารย์ฟิสิกส์เป็นคนตรวจทั้งหมด ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยบางทีสถานการณ์ อาจจะวุ่นวายกว่านี้แน่

มองดูอาจารย์ทั้งสองท่านกำลังถกเถียงกันไม่หยุด เซียว เซวียหลี่ รีบห้ามทันทีว่า

“หยุดๆๆๆ…”

“พอแล้วๆ ฉันเข้าใจแล้ว”

“เรื่องแข่งขันอะไรพวกนั้นพักไว้ก่อน มันก็แค่สอบครั้งเดียว บอกอะไรไม่ได้ทั้งหมดหรอก”

เขาหยิบกระดาษคำตอบของ หูเฟย ขึ้นมาดูอย่างละเอียด แล้ว เซียวเซวียหลี่ ก็พยักหน้า

“พูดตามตรง แค่วิชาสายวิทย์สองวิชานี้ก็สามารถบ่งชี้ได้ในระดับหนึ่งว่า นักเรียนคนนี้มีความสามารถ มีศักยภาพ พวกคุณวางใจได้ เด็กคนนี้พวกเราจะรับเข้าอย่างแน่นอน”

………

นอกห้องสอบ นักเรียนที่สอบเสร็จแล้วข้างนอกไม่ต้องรอนานนัก เซียว เซวียหลี่ ออกมาประกาศผลด้วยตัวเอง

ประกาศคะแนนของทุกคน พร้อมกับประกาศรายชื่อนักเรียนที่สามารถย้ายเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่สองได้

คนแรกเลยก็คือ หูเฟย

………

“เหล่าหู ลูกชายนายไม่เลวเลย วางใจส่งเขามาให้โรงเรียนเราได้เลย พวกเราจะฝึกฝนเขาอย่างดีแน่นอน”

เมื่อ หู เกาเฟิง ฟังผลคะแนนเสร็จ มองดู เซียว เซวียหลี่ ที่เดินมาพูดคุยกับพวกเขาด้วยตัวเอง ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่เล็กน้อย

ลูกชายตัวเองถึงขั้นสอบเข้าได้ แถมยังได้ที่หนึ่งอีกด้วย

นี่มัน…

หู เกาเฟิง หันไปมอง หูเฟย พบว่าสีหน้าของเขาดูสงบนิ่ง เหมือนไม่ได้รู้สึกกดดันหรือดีใจเป็นพิเศษกับผลที่ได้ ราวกับว่า ..รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้

ลูกชายของพ่อเก่งกาจจริงๆ!

………

หู เกาเฟิง และเซียว เซวียหลี่ คุยกันอยู่พักใหญ่ถึงจะแยกกันไป

จากนั้นก็พา หูเฟย ไปจัดการเรื่องเอกสารย้ายโรงเรียน

หูเฟย ก็ได้รับแจ้งเหมือนกันว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 3 เทอมใหม่จะมีการสอบวัดระดับความรู้

การสอบวัดระดับนี้เกี่ยวข้องกับการจัดชั้นเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 3 มีทั้งหมดสิบห้าห้อง มีนักเรียนประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยคน ถึงเวลาจะมีการแบ่งนักเรียนออกเป็นสามห้องเรียนพิเศษ สิบสองห้องเรียนปกติ

ถ้าอยากเข้าห้องเรียนพิเศษ การสอบวัดระดับครั้งนี้จะต้องทำคะแนนให้อยู่ในกลุ่มต้นๆ ให้ได้ นอกเหนือจากเรื่องการสอบจัดชั้นเรียน ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องก็คือ หูเฟย จะพักที่ไหน

โรงเรียนมัธยมปลายที่สองอยู่ทางเหนือของเมือง ส่วนบ้านของ หูเฟย อยู่ทางใต้ของเมืองอยู่ห่างกันมาก นั่งรถก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง

สุดท้ายก็หารือกัน บ้านของน้าชาย หูเฟย พอดีอยู่ทางเหนือของเมืองก็เลยให้ หูเฟย ไปพักกับน้าชายชั่วคราว

บ้านน้าชายอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมปลายที่สองแถมที่บ้านก็มีคนอยู่จะได้ช่วยดูแลเรื่องความเป็นอยู่และอาหารการกินของ หูเฟย

ทางบ้านน้าชายก็ยินดีต้อนรับ หูเฟย เป็นอย่างดี จัดห้องไว้ให้ หูเฟย โดยเฉพาะหนึ่งห้อง

ตอนค่ำคืน

“น้าครับ ยังไม่นอนเหรอ?”

“อืม มีอะไรเหรอ?”

“อ้อ ผมอยากจะใช้คอมพิวเตอร์หน่อยน่ะครับ จะค้นหาข้อมูล”

“ไม่มีปัญหา อีกสิบนาทีน้าก็เสร็จแล้ว”

“ครับ ผมไม่รีบร้อน”

………

สิบนาทีต่อมา

หูเฟย นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ

เกิดใหม่มาเกือบหนึ่งปีแล้ว ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้จับคอมพิวเตอร์

เขาเปิดเบราว์เซอร์ ใส่ที่อยู่เว็บโรงเรียนมัธยมปลายที่สอง หน้าเว็บเมื่อสิบปีก่อนในสายตาของ หูเฟย เต็มไปด้วยช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ไม่นาน เขาก็แฮ็กเข้าสู่บัญชีของผู้ดูแลเว็บไซต์ และเข้าสู่ระบบเครือข่ายภายในของโรงเรียนมัธยมปลายที่สองได้สำเร็จ

จากนั้นเขาก็ดึงข้อมูลแผนผังการจัดห้องสอบวัดระดับขึ้นมา

หาอยู่พักใหญ่มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ในที่สุดก็เจอชื่อที่คุ้นเคยนั้นอีกครั้ง – เซี่ยจือ

เพียงแค่ชื่อเดียว กลับปลุกความรู้สึกล้นหลามในใจของ หูเฟย ขึ้นมา

ลมจากภูเขาหนานซาน พัดพาให้กองฟางกระจาย (南山的风谷堆)

สายน้ำจากทะเลเหนือท่วมจนหลุมฝังร้างหายไป (北海的水墓碑)

เธอยังไม่ปรากฏ แต่หัวใจของฉันก็เหมือนดั่งทุ่งหญ้าที่เติบโตไร้เจ้าของ (你还没有出现 野草丰茂无主)

………

หูเฟย ตรวจดูอยู่พักหนึ่ง ตัวเขาอยู่ในห้องสอบที่สาม ส่วน เซี่ยจือ อยู่ในห้องสอบที่ห้า

ขยับนิ้วไม่กี่ครั้ง หูเฟย ก็จัดการย้ายตัวเองและเซี่ยจือ ไปอยู่ในห้องสอบเดียวกัน แถมตัวเองก็ยังได้นั่งอยู่ด้านหลังเธอ

แน่นอนว่าเขายังแอบย้ายตำแหน่งนักเรียนคนอื่นบางส่วนด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับได้

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ปิดคอมพิวเตอร์

“เซี่ยจือ.. อีกหนึ่งสัปดาห์เราจะได้เจอกันแล้วนะ!”

………

(1)[把你绑到草船上面去] – อ้างถึงกลยุทธ์ ‘เรือฟางยืมเกาทัณฑ์’ ของจูกัดเหลียงในสามก๊ก ซึ่งใช้เรือที่เอาหุ่นฟางมัดไว้ไปล่อธนูข้าศึก เป็นสำนวนเปรียบเปรยเชิงขำขัน/หงุดหงิดและสื่อถึงการถูกล่อลวงให้เสียเปรียบ)

ตอนก่อน

จบบทที่ แก้ไขรูปลักษณ์และการสอบย้ายโรงเรียน

ตอนถัดไป